Sermon on the Mount

Sermon on the Mount

Stáhnout Thai titulky

Informace o verzi

Sermon on the Mount 2019 Thai
Komentář od Ferdi125

Tagy

other
Zveřejněno: 2021-07-07
Stažení: 5
Pro sluchově postižené: No

Náhled titulků v jazyce Thai

Prvních 200 řádků.

- ดีใจจังที่ได้เจอคุณ - ดีใจเหมือนกันค่ะ

เราไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้คุยกัน เท่าที่ผมอยากคุย

- มาสองสามวันแล้วนะ - ค่ะ

แต่ว่า เราก็เป็นเพื่อนกันมานาน

ไม่ได้เจอกันไม่กี่วันก็ไม่เป็นปัญหา

ตราบใดที่ใจเรายังไม่ได้ห่างกัน

ผมรู้จักโจ สามีคุณ

- มาค่อนข้างนานแล้ว - ค่ะ

และการที่เขา...

มาจากเซาท์แคโรไลน่า

ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ผมสนใจในตัวเขา

บ้านเราเคยอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน

- จำได้ไหมครับ ถนนเวสต์ ทเวลฟ์ - จำได้

แล้วก็...

ผมชื่นชมในความซื่อตรง และความรักครอบครัวของเขาเสมอ

และผมก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง ของครอบครัวเขา

ในฐานะเพื่อนบ้าน

เพราะครอบครัวเราทั้งหมดยากจน ยากจนมาก

การที่...

- ได้เจอคนที่คล้ายเรามันดีนะ - จริงค่ะ

และผมก็...

ดีใจที่ได้รู้จักครอบครัวเขา

เขาเถรตรงมาก ใช่ไหมล่ะ

ใช่เลย

เถรตรงสุด ๆ

และถ้าเขาบอกคุณ ว่าเขาจะทำอะไรสักอย่าง

เขาก็จะทำมันจริง ๆ

ผมว่าสิ่งที่จะหยุดเขาได้

น่าจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้น

ดังนั้น เขาจึงถือเป็นคนที่เถรตรง

เถรตรงมากจริง ๆ และผมก็อยากเชื่อ

ว่าตัวเองเถรตรงเหมือนกัน

และเขาไม่เคยทำอะไร

ที่จะทำให้ผมคิดเป็นอย่างอื่นเลย

แต่ผมขอสารภาพว่า

ครั้งแรกที่ผมเจอคุณ

ตอนที่คุณยังโสด และโจก็ยังโสด

ผมไม่ค่อยมั่นใจในตัวคุณเท่าไร

เพราะผมกับโจเป็นหนุ่มบ้าน ๆ

- ค่ะ - จากเซาท์แคโรไลน่า

ผมแอบคิดสงสัยว่า

คุณจะมาหลอกเขาเล่นเฉย ๆ

ไม่ก็ผมไม่ค่อยแน่ใจ

ว่าคุณจะเป็นคนที่ใช่ สำหรับเพื่อนผมไหม

ฉันเข้าใจนะ

แต่ว่า

ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปีนี้

คุณได้กลายเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ในชีวิตของเขา

ขอบคุณค่ะ

เรากินแป้งคุกกี้ดิบได้มากเท่าไร โดยที่ไม่ปวดท้อง

ฉันคงไม่แนะนำ...

ฉันคงไม่แนะนำให้นายกินแป้งดิบ ๆ เยอะนักหรอก

นายชอบอะไรมากที่สุด ในการเป็นพ่อคน

ก็...

การกอดน่ะสิ

เวลาได้กอดกันน่ะสุดยอดเลย

- นายชอบเวลาได้กอดกับลูกเหรอ - ใช่

เวลาที่ลูกกอด นายจะรู้สึก

เหมือนตัวเองเป็นคนที่สำคัญที่สุด

เท่าที่เคยมีชีวิตอยู่เลย

นั่นสินะ โดยเฉพาะกับลูกสาว

ใช่เลย ลูกสาวน่ะ

พวกหนุ่ม ๆ ก็จะแบบว่า

พอถึงจุดหนึ่งก็ลืมเราไปเฉย

นายกอดคิงสตันบ้างหรือเปล่า

กอดสิ ฉันพยายามหาเรื่องกอดเขา

เรื่องที่ว่าก็คือ ไม่อยากให้เขา รู้สึกแปลกแยก

เพราะเขามีแต่พี่น้องผู้หญิงน่ะสิ

นึกภาพคนอื่น ๆ กอดพ่อ แล้วเขาก็แบบ...

ใช่ ๆ ประมาณว่า

เออ ฉันน่าจะต้องกอดไอ้หนูนี่ด้วยสิ

เวลาที่เศร้าชอบบอกตัวเองว่าไง

เวลาเศร้าเหรอ

บอกอะไรกับตัวเองนะ ไม่รู้สิ

หลาย ๆ ครั้งที่เศร้า

ผมจะโกรธไปเลยมากกว่า

เพราะงั้น ถ้าผมโกรธ

ผมก็จะไม่บอกอะไรกับตัวเอง

ก็แค่โกรธ แล้วก็...

- ไม่รู้สิ ต่อยหมอนมั้ง - แล้วโกรธเรื่องอะไร

- ไม่รู้สิ - ต่อยหมอนเหรอ

- ครับ - แล้วโกรธเรื่องอะไร

ผมโกรธเรื่อง...

เรื่องที่เหมือนผมไม่ได้โกรธ

แต่แบบว่า ถ้าผมไม่ได้ดั่งใจ

แทนที่จะระบายใส่คนอื่น

ผมก็จะกลับห้องอะไรแบบนี้ เพื่อระบายความโกรธ แล้วก็...

พอจัดการตัวเองเรียบร้อย ก็เล่นไอแพดต่อ อะไรแบบนี้

คิดว่าจะเป็นผู้ใหญ่ได้ ต้องทำยังไง

เพราะตอนนี้ยังไม่โตใช่ไหมล่ะ

ก็ต้องมีงานทำ

ต้องแบบว่า...

ไม่รู้สิ ตัวโตขึ้นล่ะมั้ง

แล้วก็ต้องแบบว่า...

ไม่รู้สิครับ ก็ต้องแบบ...

มันบอกได้เองว่าใครโตแล้วน่ะ

ไม่รู้นะ คนที่โตแล้วเขาก็ จะมีอะไรสักอย่างเหมือนกัน

แค่ขนาดตัวเหรอ

ตัวโตขึ้น แล้วก็มีงานทำอะไรงี้

แล้วก็ ต้องรู้อะไรหลายอย่าง

ล่ะมั้ง ผมไม่รู้นะ

แต่พอเห็นแล้วก็ดูออกนะ ว่าแบบไหนคือเป็นผู้ใหญ่แล้ว

เห็นแล้วมันรู้เองน่ะ

ตลกดี ตลกมาก

ไม่จริงสักหน่อย

โคบีทำได้ทุกอย่างเลย

ไม่จริง ไมเคิล จอร์แดนต่างหาก ที่ทำได้ทุกอย่าง

เพราะไมเคิล จอร์แดน ก็คือโคบีตัวจริง

เขาคือโคบีตัวจริง

ไมเคิล จอร์แดนคือโคบีตัวจริงเหรอ

ใช่ เขาคือโคบีตัวจริง

ลองคิดดูแล้วก็น่าจะจริงนะ

ดูสิ เห็นไหมว่าเขานี่แหละโคบี

บอกแล้วว่าเลอบรอนเจ๋งที่สุด

ขอโทษที ขอโทษที

โทษทีนะหนุ่ม ๆ

"ครบรอบ 90 ปีของโบสถ์"

ตอนที่คุณรู้เรื่องครั้งแรก...

คือว่า คุณรู้เรื่องได้ยังไง

โจเป็นคนมาบอกฉันเองค่ะ

ตอนนั้นคุณอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

ฉันกำลังจะเข้านอน

เขาอยู่ในห้องทำงาน

แล้วก็เดินออกมาที่ทางเดิน

บอกฉันว่า "ขอผมคุยด้วยแป๊บหนึ่ง"

ฉันเลยวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่

หันหลังไปคุยกับเขา

และเขาก็เริ่มพูดว่า

"คุณรู้มาว่าผมมีลูกกี่คนนะ"

แล้วฉันก็แบบว่า

"ฉันไม่รู้มาก่อนว่าคุณมีลูก มากกว่าที่มีกับฉัน"

คือฉันก็รู้เรื่องคริสนะ

แล้วเขาก็บอกว่า "ผมมีลูกอีกสี่คน"

เขาไม่ได้พูดว่า เขามีความสัมพันธ์ กับคนอื่นด้วยซ้ำ

แต่มันก็ชัดเจนอยู่แล้วน่ะนะ

เขาก็เลยจงใจพูดแค่เรื่องลูก

แล้วก็เอาแต่ขอโทษ

แล้วก็ขอให้ฉันยกโทษให้ แต่ก็เหมือนร่างกายมันไปเอง

คือฉันก็ตกใจนะ

เหมือนได้ยินที่เขาพูด แต่ก็ไม่ได้ยิน

ฉันก็เลยบอกว่า "ไม่เป็นไร ฉันยกโทษให้"

เพราะว่าเขาเอาแต่พูดอย่างนั้น

ว่า "ยกโทษให้ผมด้วย"

แล้วฉันก็ยกโทษให้เขานะ ฉันบอกว่า "ฉันยกโทษให้ ฉันยกโทษให้"

เขาก็เลยขอบคุณใหญ่ แล้วก็ขอบคุณพระเจ้าด้วย

เขาเลยบอกว่า "ผมบอกโจ เจ อาร์"

"เจอร์รอดและวาล ว่าผมจะเล่าให้ฟัง"

"ว่าคุณ..."

คือเขาเล่าให้พวกเขาฟังแล้วน่ะค่ะ

"ว่าคุณตัดสินใจว่ายังไง"

เพราะพวกเขาเข้าข้างฉัน

ไม่ว่าฉันจะอยู่หรือจะไป

เพราะเขาไม่แน่ใจ ว่าฉันจะรับมือยังไง

ฉันก็เลยบอกว่า "ไม่เป็นไร ฉันยกโทษให้"

แต่ลองนึกถึงเขานะ

คิดว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

โอเคค่ะ

แต่ไม่ใช่แค่ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง

แต่เป็น เขาจะไปไหนต่อ

ถ้าคุณตัดสินใจ

ไม่ใช้ชีวิตกับเขาต่อ

เขาคงจะเปราะบางมาก

ค่ะ

ประเด็นก็คือ คุณบอกว่ายังรักเขา

และคุณก็ยังคงสองจิตสองใจอยู่

แต่ว่า

คุณรักเขามากพอหรือเปล่า

คุณรักเขามากพอ

ที่จะยอมสละความรู้สึกตัวเอง ให้เขารู้สึกดีขึ้นไหม

นี่เป็นเรื่องที่คุณอาจตอบไม่ได้ตอนนี้

- นี่เป็นกระบวนการต่อเนื่อง - ค่ะ เข้าใจ

แต่อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้

ลองคิดดูว่าต่อจากนี้ไป เขาจะทำยังไงต่อ

- ค่ะ - แล้วถ้าคุณไป

เด็ก ๆ ล่ะ

เด็ก ๆ จะรู้สึกยังไง

- หรือหลาน ๆ ด้วย - ค่ะ

แล้วก็นะ ซินเธีย เราต้องย้อนกลับไปดู

- ค่ะ - และทำความเข้าใจ...

พื้นเพของเขา

จากมุมมองของผมนะ ผมว่ามันเป็นคำสาปข้ามรุ่น

- ค่ะ - พ่อเขาเคยทำแบบนี้มาก่อน

และเราก็ไม่รู้ ว่าพ่อของพ่อเขา ทำอย่างเดียวกันไหม

เข้าใจค่ะ

เมื่อเขาไม่เคยได้รับการช่วย

- ก็เลยไม่มีพลังจะรับมือมัน - จริงค่ะ

ในตอนนั้น เขาไม่ได้มีพระจิตกับตัว

- จริงค่ะ - และเราก็ต้องมาดูว่า

ครอบครัวของเขา

เป็นตัวอย่างแบบไหนให้เขา

แล้วก็นะซินเธีย

สิ่งที่เรายึดถือ

ในระหว่างกระบวนการเติบโต

- คือบทเรียนจากอดีต - ค่ะ

เพราะนั่นคือทั้งหมดที่เรารู้

เราไม่ค่อยได้คุยกันเรื่องนี้

แต่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณ

กับพ่อคุณ

แบบว่า คุณปู่ เป็นยังไง

เอาจริง ๆ นะ

Komentáře

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left