Prvních 200 řádků.
ตลอดชีวิตผม
ผมมี…
พรสวรรค์แปลกๆ
ผมมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่ข้างหน้า
ได้อย่างชัดเจน
ถ้าผมมองเห็น
มันก็ต้องทำได้สำเร็จ
ความคิดตอนนั้นคือ
ปั้นแต่งร่างกาย
ให้ได้ดั่งใจสั่ง
แต่มันก็ใช้หล่อหลอมจิตใจ
ให้ทำได้ในสิ่งที่ทุกคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้อีกด้วย
มันทำให้เรามีพลังใจ
ผมจะกลับมา
และไร้ความเคลือบแคลง
ว่าคุณทำให้วิสัยทัศน์ของคุณ
ไม่ใช่แค่กลายเป็นจริง
แต่ไปไกลเกินยิ่งกว่าฝันได้
ผมมีไฟในตัว
ให้ทำยิ่งกว่านี้
ยิ่งกว่านี้อีกมากนัก
ถ้าผมต้องบรรยายอาร์โนลด์ด้วยคำเดียว
ผมคงบอกว่าเขาเป็นคนที่วางแผนรอบคอบที่สุด
ที่ผมเคยเจอมา
เขาเป็นคนบ้าที่ชอบเอาชนะที่สุดที่ผมเคยเจอ
เขามหัศจรรย์จริงๆ
ถ้าอาร์โนลด์มาที่กองถ่าย
คุณต้องยกระดับตัวเอง
เรายืนเทียบเคียงกันไม่ได้เลยสักนิด
เขาแหกกฎทุกอย่างที่เคยมี
อาร์โนลด์เชื่อว่า วิกฤตคือสิ่งที่ไม่ควรทิ้งให้เสียเปล่า
อาร์โนลด์ขายตัวเองได้
เขาเข้าใจความตลกของจักรวาล
มันเหลวไหล
(อาร์โนลด์)
(ตอนที่ 1: นักกีฬา)
ท่านสุภาพบุรุษและสตรีครับ จากออสเตรีย
ขอเสียงต้อนรับสู่เวที คุณอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์
ดูครับ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ อายุ 22 ปี
ปัจจุบันอยู่ที่ลอสแอนเจลิส
น้ำหนักเกือบ 104 กิโลกรัม
เขาออกกำลังกายวันละหลายชั่วโมง
นี่คือชีวิตของเขา เขาคือระดับอาชีพ
ตอนที่เขาไม่ได้มาประกวด เขาก็ไปทัวร์รอบโลก
เพื่อไปจัดโชว์
ฟังเสียงผู้ชมเชียร์เขาสิครับ
นั่นแหละครับ
อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์จากออสเตรีย
กรรมการเจ็ดท่านสังเกตจุดเฉพาะ ของการพัฒนากล้ามเนื้อและการนำเสนอ
อันดับที่หนึ่ง
คุณอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์
และผู้ชนะ
เป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับชายหนุ่มคนนี้จากออสเตรีย
สมัยเรียน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ผิดที่
ผมควรไปอยู่ที่อื่น
นั่นไม่ใช่ชีวิตที่ผมอยากใช้ ชีวิตแบบที่คนออสเตรียใช้กัน
ซึ่งก็คือ
เข้าโรงเรียนจนถึงอายุ 18 แล้วก็แต่งงาน มีลูก
แล้วก็ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว
ผมรู้สึกว่าเป้าหมายในชีวิตผม มันไกลกว่านั้นอีกมาก
(ทาล ออสเตรีย)
ผมชอบกลับมาที่นี่เสมอ
ทุกครั้งที่มา เราจะมองที่นี่ด้วยมุมมองที่ต่างออกไป
ผ่านเลนส์ที่ต่างออกไป
มันสำคัญมากๆ ทุกครั้งที่ผมมาออสเตรีย
ไม่ว่าจะมาโปรโมตหนังหรือเพาะกาย
หรืออะไรก็ตามแต่
ผมจะกลับมาที่ทาลเสมอ
ผมคิดว่ามันดีเสมอ ที่ได้กลับมาหารากเหง้า ที่ที่เราจากมา
ทาลเป็นสถานที่ที่สวยงาม
บ้านที่ผมโตขึ้นมา
ล้อมรอบด้วยฟาร์ม
เรามีปราสาทอยู่ตรงข้ามบ้าน
ที่สร้างตั้งแต่ยุค 1100
ที่นี่คือสนามเด็กเล่นของเรา มันสวยงามที่สุด
บ้านของเราเป็นบ้านเก่า
สร้างตั้งแต่ต้นยุค 1800
ชั้นล่างเป็นที่พักเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยาน
ส่วนเราอาศัยอยู่ชั้นบนของบ้านหลังเก่า
แม่ผมเป็นคนขยันมากๆ
ออเรเลีย
แม่ไม่เคยอู้เลยสักครั้ง
แม่เป็นคนคลั่งความสะอาด
ผมบอกเลย แม่คุกเข่าลงไป
อาทิตย์ละสองครั้ง
เพื่อขัดพื้น
แล้วเวลาเราเปิดตู้
ที่มีผ้าเก็บไว้
ผ้าจะถูกวางไว้ตรงเป๊ะ
ชั้นวางจะมีขอบ
ปังๆ
ถ้าพ่อผมไปโดนเข้า
แม่จะอาละวาดเลย
แม่บ้าคลั่งขนาดนั้นเลย
ผมจะเล่าสิ่งที่เรียนรู้มาตอนเด็กๆ ให้ฟัง
"ขยันให้ตายไปเลย"
พ่อผมเป็นสารวัตรตำรวจภูธร
เขาเป็นเผด็จการ แล้วก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โหดมากๆ
ทำเป็นเล่นไม่ได้เลย
พ่อผมคิดว่าที่บ้านควรมีระเบียบวินัย
พ่อบอกว่าเราต้องขยันให้คู่ควรกับมื้อเช้า
ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่ชาย
แต่ก็เป็นความสัมพันธ์แบบแข่งขันกัน
พี่ชายโตกว่าผมหนึ่งปี
กล้ามใหญ่กว่า ฉลาดกว่า
เขาเรียนเก่งมาก
พ่อผมให้เราแข่งกันเองด้วย
ใครวิ่งเร็วกว่า
ใครเก็บดอกไม้วันแม่ได้สวยกว่า
พ่อผมบอกว่า "พ่อจะให้เวลาพวกแกหนึ่งชั่วโมง"
พี่ชายผมก็จะเก็บดอกไม้กลับบ้าน
พ่อก็จะชม "ไมน์ฮาร์ด เด็กดี เก่งมาก"
"อาร์โนลด์ ปีหน้าแกลองใหม่นะ"
มันก็เลยแข่งกันตลอด แม้แต่เรื่องงี่เง่าแบบนั้น
พ่อทำให้ผมมีแรงขับ ทำให้ผมมีไฟในตัว
แล้วก็แถมข้อความให้ด้วย
"ไม่ว่าแกจะทำอะไรนะ อาร์โนลด์
แกต้องมีประโยชน์"
ผมเติบโตมาอย่างยากลำบากมาก ถึงแม้จะอยู่ในชนบทที่สวยงาม
แต่การเป็นเด็กในยุคหลังสงคราม
ความคิดเราจะเป็นยังไงบ้าง
ถ้าเราไปรบในสงครามกลับมา
แล้วเป็นโรคเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง
เหมือนที่พ่อผมเป็น
พ่อถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้ซากตึกสามวัน
ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายพ่อแพ้สงครามด้วย
ทหารกลับบ้านมาอย่างหดหู่มากๆ
ออสเตรียเป็นประเทศของคนที่แตกสลาย
ผมว่ามีหลายครั้งที่พ่อผมลำบากมากๆ
เวลาเราโดนตี
หรือพ่อผมใช้เข็มขัดฟาดเรา
เด็กข้างบ้านเราก็โดนพ่อเขาตีเหมือนกัน
ทุกคนเผชิญเหตุการณ์เดียวกัน
พอผมโตขึ้น
ยิ่งผมได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับโลกภายนอก
นอกประเทศออสเตรีย ผมก็ยิ่งเริ่มรู้สึกว่า
"ผมว่าผมโตมาผิดที่แล้วล่ะ
บางอย่างมันแปลกๆ ไป"
ผมรู้ว่ามันฟังดูบ้า แต่ช่วงหนึ่ง
ผมก็คิด "บางทีพ่อผมอาจไม่ใช่พ่อแท้ๆ
พ่อผมอาจเป็นทหารอเมริกัน"
ผมไปเช็กดูเลยนะ ผมบอกว่า "มันมาจากไหนกัน
ไอ้ความรู้สึกที่ว่าจริงๆ แล้ว
ผมอาจไม่ควรอยู่ออสเตรีย
บางทีผมอาจควรไปอยู่อเมริกา ทำไมกันนะ"
นั่นคือความคิดที่ทำให้ผมเชื่อมั่น ว่าสักวันผมจะย้ายไปที่นั่นให้ได้
ผมอยู่ผิดที่
"ผมต้องไปจากที่นี่"
ตอนผมกับพี่ชายเข้าเมืองที่กราซ
นั่นคือครั้งแรกที่เราได้สัมผัสเมือง
หลังเลิกเรียน เราเดินเล่นในเมืองกันสักพัก
แล้วเราก็เห็นโรงหนัง
มีโฆษณาอยู่หน้าโรงหนัง
เป็นผู้ชายยืนท่านี้
ผมตะลึงแบบอยู่ในภวังค์ไปเลย
นั่นใครกัน
"เฮอร์คิวลิสกับหญิงสาวที่ถูกจับ"
ในที่สุดก็มาถึง
กับดาราหน้าใหม่ผู้มีพลัง
เรจ พาร์ก ในบทเฮอร์คิวลิส
พละกำลังเหนือมนุษย์
ผมเข้าไปดู แล้วผมก็เห็นหุ่นของเขา
ผมทึ่งมากกับหุ่นของเขาจนลืมภาพนั้นไม่ได้
ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเริ่มสูบฉีด
ความสนใจผู้หญิงก็เริ่มบังเกิด
ทุกอย่างเริ่มจะเกิดขึ้น
แล้วผมก็เดินผ่านร้านแห่งหนึ่ง
ที่นั่นมีของอเมริกันขาย
ของอย่างหนึ่งในนั้น คือนิตยสารเพาะกายจากอเมริกา
ผู้ชายชื่อเรจ พาร์ก
ที่ผมได้เห็นในหนังเฮอร์คิวลิส
เขาขึ้นปกเล่มนั้น
ข้างในมีโปรแกรมการฝึก
เขาตื่นตีห้าตอนเช้า ไปออกกำลังกาย
แล้วก็ออกกำลังกายรอบสอง แล้วก็ออกกำลังกายรอบสาม
ผมต้องทำแบบนั้นบ้าง
เล่มนั้นเล่าวิธีที่เขาได้เป็นมิสเตอร์ยูนิเวิร์ส
เล่าว่าแมวมองเจอเขาในโรม ทาบทามไปเล่นเฮอร์คิวลิส
ผมเลยบอกว่า "พระเจ้าช่วย
คนนี้คือไอดอลของผม"
เขาเป็นเหมือนต้นแบบของผม
ในเรื่องจุดที่อยากไปให้ถึงในชีวิต
ผมมีแรงขับในการไปอเมริกาสูงมาก
ถ้าคุณพร้อมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ
คุณก็ต้องหาคำตอบด้วยว่ามันคืออะไร
พรสวรรค์ของคุณอยู่ตรงไหน
คุณเก่งเรื่องไหน
สำหรับผม เพาะกายเป็นตัวแทนของกีฬาอเมริกัน
ผมได้รับเสียงตอบรับในโรงยิมดีมาก
นั่นคือเหตุผลที่ผมรู้ว่านี่คือแนวทางที่ผมอยากไป
ผมออกกำลังกายในบ้าน
ที่นั่นไม่มีเสียง
ไม่มีเลย
ผมก็จะได้คิด ได้ใช้สมาธิ
และได้มองภาพว่าทำยังไง ผมถึงจะได้เป็นแชมป์เพาะกาย
ผมจะย้ายไปอเมริกาได้ยังไง
ผมจะเข้าวงการหนังได้ยังไง
ผมจะหาเงินหลายล้านดอลลาร์ได้ยังไง
ทะเลสาบทาเลอร์ซีเป็นสถานที่ที่วิเศษ
ผมได้อยู่กับนักมวยปล้ำอาชีพ
No comments yet. Be the first to leave one.