Prvních 200 řádků.
(ซีรีส์สารคดีจาก NETFLIX)
ขณะนี้เป็นเวลาหกโมงครึ่ง ของวันพุธที่ 27 พฤษภาคม
เราจะมีข่าวล่าสุดและข่าวกีฬา มาให้คุณในอีกสักครู่
(ซูริก สวิตเซอร์แลนด์ 27 พฤษภาคม 2015)
เรากำลังติดตามเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวพันในระดับโลก
ฟีฟ่า
องค์กรหลายพันล้านดอลลาร์ ที่กำกับดูแลวงการฟุตบอล
กำลังลุกเป็นไฟ
ระเบิดลง แผ่นดินไหวสะเทือน ที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ
ในเดือนพฤษภาคมปี 2015 องค์กรฟีฟ่าเริ่มพังทลาย
ในชั่วโมงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลายคน ในคณะผู้กำกับดูแลฟุตบอลโลก
ซึ่งก็คือฟีฟ่า ถูกจับข้อหาต้องสงสัยว่าทุจริต
มีข่าวออกมาว่ามีคนถูกจับ
คาเก้าอี้ที่ซูริก
ได้แก่สมาชิกอาวุโสของคณะกรรมการบริหารฟีฟ่า
และเจ้าหน้าที่บางคน
เราเพิ่งได้ข้อมูลมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้
แต่คุณรู้อะไรเกี่ยวกับการจับกุมครั้งนี้บ้าง
นี่เป็นการสืบสวนของเอฟบีไอ
พวกเขาบุกเข้าไปในโรงแรมเบาร์ออแลค ซึ่งปกติฟีฟ่าใช้เข้าพัก
และคนพวกนี้คือบุคคล
ที่ไม่เพียงแค่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงๆ ของชนิดกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ยังเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดด้วย
ภายในรถคันนี้ หนึ่งในนั้นถูกนำตัวไป
ทุกไม่กี่นาที เราจะได้รับแจ้งว่ามีคนถูกจับอีกแล้ว
เราทำงานกันอย่างหนักมายาวนาน เพื่อควบคุมทุกอย่าง
เพื่อให้ช่วงเวลานี้จะได้เกิดขึ้นอย่างเรียบร้อย
ผมจำได้ว่าผมกำลังขับรถจากบ้านไปฟีฟ่า
และผมได้รับโทรศัพท์ที่บอกว่า
"เราควรมาเจอกัน เพราะเราเกิดเรื่องใหญ่แล้ว"
(ตำรวจ)
เป็นวันที่ยากลำบากมาก แย่ที่สุดเลยครับ
มีหลายคนที่ผมรู้จักคุ้นเคยกันเพิ่งถูกจับไป
แต่เรายังไม่รู้ว่าหนักหนาแค่ไหน จนเราได้เห็นคำฟ้อง
ซึ่งก็อีกหลายชั่วโมงต่อมา
(นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา)
หลังจากนั้นไม่นาน
กระทรวงยุติธรรมก็ประกาศคำฟ้อง
ซึ่งจะมีอยู่กี่ชื่อก็ว่าไป
แต่ในนั้นมีชื่อดังๆ ในคณะกรรมการบริหารอยู่ด้วย
หลักๆ ก็คือคนที่ตัดสินใจ
ว่าประเทศไหนจะได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก พวกผู้บริหารองค์กรนี้
เรามาที่นี่เพื่อแถลงคำฟ้อง และการจับกุมบุคคลให้แก่สาธารณชนทราบ
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนอันยาวนาน ในการติดสินบนและการทุจริต
ในวงการฟุตบอล
ครั้งแรกที่คุณอ่านคำฟ้อง คุณจะแบบ "เดี๋ยวนะ"
คุณไม่ได้แค่บอกว่าคนพวกนี้เป็นคนทำ
แต่คุณกำลังบอกเป็นนัย ว่าฟีฟ่าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้
คำฟ้องทั้ง 47 คำฟ้องต่อบุคคลเหล่านี้
มีข้อหาการกรรโชก การฉ้อโกงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
และการสมคบคิดกันฟอกเงิน เป็นระยะเวลาสองทศวรรษ
ท่าทีที่ลอเรตต้า ลินช์กับจิม โคมีย์พูดถึงฟีฟ่า
พวกเขาใช้ข้อหาซึ่งปกติจะใช้กับมาเฟีย
หรือแก๊งค้ายาชาวเม็กซิกัน
ถ้ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตราหน้าว่าฟีฟ่าเป็นคณะอาชญากรรม
ก็เท่ากับจบเห่แล้ว
องค์กรจะล่มสลาย
ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้
พวกเขาไปนิวยอร์ก เพื่อส่งสารถึงฟุตบอลนานาชาติ
"คุณไม่กวาดบ้านคุณซะที เราเลยจะมากวาดให้"
นี่คือมหกรรมการโกงระดับฟุตบอลโลก
และวันนี้เราจะควักใบแดงให้ฟีฟ่า
จู่ๆ ม่านที่คลุมองค์กรนี้อยู่ก็เลิกขึ้น
แล้วเราก็ได้เห็นว่ามีการทุจริต
มีการหาเงินหาทอง หาผลประโยชน์ใส่ตัว มีความโลภ
การเล่นการเมือง และการแทงข้างหลังกันมากมาย
เบื้องหลังสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ครอบครัวฟีฟ่า"
- คุณแบลตเตอร์ - คุณแบลตเตอร์
คุณจะลาออกไหมคุณแบลตเตอร์
และเซปป์ แบลตเตอร์เป็นหัวหน้าครอบครัวนั้น
เขาเป็นเจ้าพ่อฟุตบอล
ในสายตาเขา ไม่มีใครแตะต้องเขาได้
ในรัฐบาลส่วนใหญ่ ถ้ารองประธานาธิบดีสองคน
กับสมาชิกคณะกรรมการบริหารถูกฟ้องร้อง
ประธานาธิบดีจะขอลาออก หรือถูกบีบให้ลาออกแล้ว
ทำไมผมต้องลาออกด้วย
การลาออกก็เหมือนการบอกว่า
ผมคือผู้ต้องรับผิดชอบต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นน่ะสิ
การทุจริตคือโรคที่ระบาดในฟีฟ่า มานานหลายทศวรรษ
จนกระทั่งถึงการล่มสลายในปี 2015
พวกเขามีหน้าที่สำคัญในทุกระดับ
ตั้งแต่การสร้างสนามฟุตบอลให้เด็กๆ ในประเทศกำลังพัฒนา
ไปจนถึงการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก
พวกเขาควรเป็นผู้ที่รักษากฎ ที่ทำให้ฟุตบอลสุจริตเที่ยงธรรม
และปกป้องบูรณภาพของฟุตบอล
แต่พวกเขากลับนำความเสื่อมเสีย มาสู่ธุรกิจฟุตบอลทั่วโลก
เพื่อประโยชน์และเพื่อความร่ำรวยของตัวเอง
แต่นั่นมันไม่จริง เรื่องนี้ถูกกุขึ้นมา
สถาบันนี้ไม่ได้ทุจริต ไม่มีการทุจริตในวงการฟุตบอล
(ใบแดงให้ฟีฟ่า)
เขาไม่ได้ทำอะไร เพื่อหยุดรถไฟหัวกระสุนขบวนนี้เลย
สำนึกของผมนั้นชัดเจน
เพราะผมไม่อาจรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ได้
ฟีฟ่ากลายเป็นพิษร้าย
ฟีฟ่ากลายเป็นองค์กรอาชญากรรม
งานที่ผมทำไว้ในฟีฟ่าเป็นงานที่ดี
ลุยเลยฟีฟ่า
ฉันไม่รู้เลยว่าพวกเขามีอำนาจขนาดไหน
ฉันไม่รู้เลยว่าพวกเขาควบคุมรัฐบาล ธนาคาร
ฉันแค่คิดว่า "อ้อ คนพวกนี้เป็นคนตั้งกฎ"
การเป็นสมาชิกของฟีฟ่า
เหมือนการอยู่ในสวนลับที่คุณจะไม่อยากจากไป
มันมีระเบียบที่เป็นอันรู้กันว่าคุณจะทำอะไรก็ได้
คุณเป็นเจ้าแห่งจักรวาลกีฬา
และในหลายๆ กรณีก็มีอำนาจ มากกว่านักการเมืองและคนอื่นๆ เสียอีก
เพราะนักการเมืองมาแล้วก็ไป แต่คุณนั่งอยู่ในตำแหน่งนั้นปีแล้วปีเล่า
เกี่ยวกับการออกหมายจับครั้งนี้
นี่คืออีกหนึ่งความพยายามของสหรัฐฯ
ที่พยายามจะขยายอำนาจไปยังประเทศอื่น
กาตาร์
เราทุกคนต่างก็แปลกใจและตกใจ
ปฏิกิริยาในทันทีของผมคือพวกเขาจ่ายเงินซื้อ
ผู้คนโจมตีเรา ผู้คนโจมตีฟีฟ่า
โจมตีมาอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง
ชื่อผมจะถูกแปะอยู่กับคำว่าทุจริตตลอดไป
นี่คือเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของฟีฟ่า
ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอล
และประวัติศาสตร์การทุจริตที่หยั่งรากลึก
ในที่ต่างๆ ทั่วโลก
จนถึงขณะนี้มันยังคงเป็น
ข่าวฉาวของการทุจริตในวงการกีฬา ครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา
ฟีฟ่าได้รับสิทธิพิเศษในการกำกับดูแล เกมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
กีฬาที่คนมักจะตกหลุมรักตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย
และรักไปตลอดชีวิต
แต่พวกเขาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ
ที่มีหน้าที่ปกป้องคุณค่าของกีฬานี้
บางทีมันก็มีความสุขกว่ามาก
ถ้าไม่ต้องรับรู้ความสกปรกโสมม ที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอล
แล้วก็แค่รักในเกมนี้
สนับสนุนทีมชาติของเรา ด้วยความไร้เดียงสาและความรัก
แต่ในขณะเดียวกัน
ผู้ที่สนับสนุนฟุตบอลส่วนใหญ่ ก็รู้สึกได้เมื่อมีบางสิ่งไม่ถูกต้อง
(รัสเซีย)
แฟนบอลทั่วไปอยากดูฟุตบอล
แฟนบอลทั่วไปอยากไปดูบอลโลก
พวกเขาอยากเห็นฮีโร่ของพวกเขาเล่น แฟนๆ โรนัลโด้และแฟนๆ เมสซี่
พวกเขาไม่สนเรื่องการต่อสู้ในฟีฟ่า
พวกเขารู้ว่าฟีฟ่าทุจริต แล้วก็เอียนเต็มแก่
คำถามก็คือ
ทำไมแฟนๆ ต้องสนใจ เรื่องการติดสินบนในวงการกีฬาด้วย
เราควรสนใจ เพราะกีฬา ยังสร้างภาพลวงตาให้โลกเข้าใจอยู่
ว่ามันเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บันเทิง สิ่งที่ใสสะอาด
ซึ่งมันไม่ใช่ แต่ภาพลวงตานี้ยังคงอยู่
ถ้าเราไม่ต่อสู้กับการทุจริตในวงการกีฬา เราก็ไม่ควรต่อสู้กับการทุจริตใดๆ เลย
เพื่อให้เข้าใจว่าการทุจริตหยั่งรากลึกในฟุตบอล
ในที่ต่างๆ ทั่วโลกแค่ไหน
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกลับไปดูจุดกำเนิดฟีฟ่า
ฟีฟ่าก่อตั้งโดยสมาคมฟุตบอลยุโรป เจ็ดสมาคมในปี 1904
โดยทั้งหมดเป็นมือสมัครเล่น ไม่มีเงินมาเกี่ยวข้องเลย
และมันมีอุดมการณ์อยู่ ที่จะมาแข่งกีฬากัน
พวกเขาอยากให้ฟุตบอลเป็นพลังที่ดี
(ฟุตบอลโลกชายโดยฟีฟ่าปี 1938)
หลายทศวรรษที่ฟุตบอล แพร่กระจายไปทั่วโลกราวปรากฏการณ์
แม้ว่าฟีฟ่าจะเล็กเพียงแค่นั้นมานาน
คือมันตั้งอยู่ที่อาคารสำนักงาน ในเมืองซูริกมานานมาก
และไม่มีสำนักงานใหญ่เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ
มันเป็นองค์กรมือสมัครเล่น
จนถึงปี 1974
ตอนนั้นประธานฟีฟ่า
คือผู้บริหารฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ
ชื่อสแตนลีย์ เราส์
ผู้ซึ่งต่อมาถูกชาวบราซิล โจเอา ฮาเวลันจ์ท้าชิง
ผมอยากพูดไว้ตรงนี้
ว่าผมนับถือสแตนลีย์มาก
และเมื่อคุณลงเลือกตั้ง
คุณไม่ได้กลายเป็นศัตรูกัน คุณเป็นคู่ต่อสู้ชั่วคราว
โจเอา ฮาเวลันจ์เป็นคนบราซิล ที่โด่งดังที่สุดในโลก
เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก
เขาเป็นประธานสมาพันธ์กีฬาบราซิล
เขามีความสนใจกีฬาอย่างแท้จริง
เขาตระหนักว่าความรู้ที่เขามีเกี่ยวกับกีฬา
อาจเปลี่ยนมาเป็นอำนาจทางการเมืองได้
เขาได้รับการบอกกล่าวเรื่องการเมืองในฟีฟ่า
เขาเห็นว่ามีโอกาส
จริงๆ แล้วมันจะไม่เป็นการดีต่อฟุตบอลไหม
ถ้าบราซิลได้ตำแหน่งนี้
ผมไม่ทราบ ผมคงจะกังวลหน่อย
ทำไมถึงกังวลครับ
จากมุมมองที่ผมเห็นว่าพวกเขา…
มีทัศนคติต่อฟุตบอลและกีฬาต่างจากเรามาก
สแตนลีย์ เราส์ทำผิดพลาดครั้งใหญ่
และตัดสินใจผิดในเวทีระดับนานาชาติ
โดยเฉพาะเรื่องที่เขามีทัศนคติที่ยอมรับ
นโยบายแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้
และการเป็นสมาชิกฟีฟ่าของพวกเขา
(เฉพาะคนผิวขาว)
เขาไม่ได้เป็นที่รักในแอฟริกา
ผู้คนมองว่าสแตนลีย์ เราส์ เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอังกฤษ
ที่ขัดขวางความก้าวหน้าของประเทศในแอฟริกา
ที่กำลังต่อสู้เพื่อเอกราช
ฮาเวลันจ์พูดว่า
"หากนโยบายแบ่งแย่งสีผิวยังคงอยู่
ถ้าผมได้รับเลือก แอฟริกาใต้จะถูกฟีฟ่าแบน"
ฮาเวลันจ์ต่อสู้ในการเลือกตั้ง ที่หักเหลี่ยมเฉือนคมกันมาก
จุดนี้เองที่การเมือง ซึ่งอาจเป็นการเมืองจริงๆ แทรกเข้ามา
สมาคมฟุตบอลแต่ละประเทศ
มีหนึ่งเสียงในการเลือกตั้งประธานฟีฟ่า
มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงอยู่ทั่วโลก
โดยเฉพาะในแอฟริกา
และโจเอา ฮาเวลันจ์เข้าใจดี ว่าถ้าอยากจะชนะการเลือกตั้ง
No comments yet. Be the first to leave one.