Die ersten 200 Zeilen.
โอเค นี่คือรั้วส่วนที่ล้ม
ตรงนี้ เท่ากับพวกเขาข้ามมาทั้งสองคน
พื้นที่ก็แทบจะตรงกับ
ที่ภาพแสดงเอาไว้
- ตรงนี้เป็นที่แคบมากเลยนะ - ใช่
เราพอจะจินตนาการได้
ว่าเขาจะวิ่งผ่านตรงนี้ วิ่งไล่คน แล้วทะลุผ่านทุกอย่างตรงนี้
เหนือสิ่งอื่นใดคือมีความจริงแท้อันเป็นสากล
ปัญหาก็คือ เราทุกคนยังเป็นมนุษย์ธรรมดา
และการที่เราจะเข้าถึงความจริงแท้นั้น
ไม่ใช่สิ่งที่เราทำกันได้เองตามธรรมชาติ
(ผลงานซีรีส์จาก NETFLIX)
จากปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เขากำลังล้วงเข้าไปในขอบกางเกง แล้วหันกลับมาหาเจ้าหน้าที่
ซึ่งก็คิดว่าเขามีปืน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงยิงเขา
ไม่มีการวิเคราะห์หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เพราะถ้าอย่างนั้น เราคงจะต้องรู้คำตอบกับทุกเรื่อง
ถ้าอย่างนั้นคงไม่มีปริศนาอะไรในจักรวาล
และแน่นอน นั่นมันไม่จริง
เอาละ เราจะเริ่มสแกนจากตรงนี้ จุดที่เกิดเหตุยิงกัน
ทุกครั้งที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไป
เราก็ยิ่งใกล้จะค้นพบความจริงแท้นั้นมากยิ่งขึ้น
แต่ในฐานะของมนุษย์ธรรมดาแล้ว เรายังไปไม่ถึงจุดนั้นแน่ๆ
เพราะฉะนั้นแปลว่าเราก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้น ในฐานะของนักนิติวิทยาศาสตร์
("หลักฐานคลิปวิดีโอ")
(กรมตำรวจโอโรแวลลีย์)
คลิปอันนี้เป็นคดีพยายามฆ่า
ที่เห็นว่ามีคนเดินเข้ามาเทน้ำมันเบนซิน ใส่ผู้หญิงคนนี้
ผู้ต้องสงสัยสองคนเดินเข้ามา
เราแกะรอยพวกเขาได้ ถึงจุดที่พวกเขาไปที่ปั๊มน้ำมัน
พวกเขาซื้อน้ำมันมาถังเล็กๆ หนึ่งถัง
แล้วก็จอดรถ เราเห็นพวกเขาเดินลงมา
เจ้าของร้านเปิดให้พวกเขาเข้าไป เธอถือวัตถุจุดประกายไฟอะไรสักอย่าง
และผมสามารถ... ถึงไหนแล้ว คูณไปแปดเท่า
แล้วก็เหมือนเปิดดูไปเรื่อยๆ แล้วในที่สุด
(แกรนท์) (ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์คลิป)
จู่ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ระเบิด ฟุ่บ ไปเลย
งั้น เกิดอะไรขึ้น
เราก็ต้องคิดไว้ก่อนว่าคลิปนั้นไม่ตรงกับความจริง
เราอยากรู้ว่าเราจะพึ่งพาคลิปนี้ได้แค่ไหน
เพราะฉะนั้นผมก็จะสืบพยานนี้ละ
คนส่วนใหญ่คิดว่า แค่มีคลิปก็เห็นทุกอย่าง
ภาพหนึ่งภาพแทนคำได้มากกว่าพันคำ
แต่ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว ภาพเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง
ดังนั้น ถ้าผมเปิดดูไปทีละภาพ
กล้องก็เป็นแค่พยานอีกคนหนึ่งเท่านั้น
มันต้องถูกสืบสวน มันต้องถูกสอบปากคำและตั้งคำถาม
ตั้งคำถามด้วยความสงสัยด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เธอเดินเข้ามา
เทสารติดไฟใส่เธอ
เหยื่อยืนขึ้น มีน้ำอัดลมอยู่ในมือ เขาก็ราดน้ำอัดลมใส่ผู้หญิงอีกคน
ไม่ได้สู้กันแฟร์ๆ เท่าไหร่
จากนั้น เธอถือไฟแช็กอยู่ในมือขวา
แล้วก็ "ฟุ่บ"
โอเคไหม
เมื่อเราไปดูที่เกิดเหตุ
เราต้องถามพยานทุกคน "คุณเห็นอะไรบ้าง คุณมีมุมมองอย่างไร"
ทุกคนควรจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน
คลิปวิดีโอก็เหมือนกัน
กล้องอาจเป็นกล้องมุมกว้าง
กล้องอาจจะไวกับสภาพแสงน้อย
เราไม่เคยคิดว่า กล้องเป็นพยานซึ่งไม่อาจผิดพลาดได้
เพราะในกรณีส่วนใหญ่แล้ว มันไม่ใช่แบบนั้น
ความคาดหวังจากคนทั่วไปคือ ถ้าภาพอยู่ในกล้อง นั่นคือความจริง
และกล้องเชื่อถือได้ แต่มันไม่จริง
มีการใช้คลิปวิดีโอในคดีอาญา
ตั้งแต่ช่วงต้นยุค 60
การปล้นของแพทริเชีย เฮิร์สต์ เป็นคดีที่ใช้หลักฐานคลิปวิดีโอทั้งหมด
กล้องวิดีโอมันอยู่ทั่วไปหมด
มันเป็นแหล่งหลักฐานสำคัญที่สุด ที่ตำรวจใช้ได้ในทุกวันนี้
ดังนั้นถ้าตำรวจสืบสวนอาชญากรรม ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ
ก็มักจะมีหลักฐานภาพคลิปวงจรปิดเสมอ
มีการติดกล้องที่ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ยกมือขึ้นหน่อย
พวกเราทุกคนถืออุปกรณ์ที่สามารถ เก็บหลักฐานได้
มีกล้องติดอยู่ที่โทรศัพท์มือถือ
อย่ามาแตะผมๆ
ดังนั้นมันจึงกลายเป็นส่วนสำคัญ
ในการสืบสวนทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
สิ่งแรกที่คนเราต้องเข้าใจ
เมื่อดูคลิปวิดีโอก็คือ
มันสร้างขึ้นจากภาพนิ่งหลายๆ ภาพมาต่อกัน
วิดีโอไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหว
วิดีโอก็คือภาพนิ่ง
ต่อด้วยภาพนิ่งและภาพนิ่ง เว้นห่างด้วยช่วงเวลานิดหน่อย
แต่หลักฐานคลิปวิดีโอดิจิทัล ก็มีจุดอ่อนหลายจุด
ถ้าดูกล้องวงจรปิดแล้วเห็นคนยิงปืนออกไป
เห็นไฟวาบที่ปลายกระบอกแค่สองครั้ง
นั่นไม่ได้แปลว่าเขายิงแค่สองนัด
อาจมีการยิงเกิดขึ้น ระหว่างที่ภาพไม่ได้จับเอาไว้
เท่ากับถ้ามีภาพความละเอียดสูง ที่จับภาพหลายภาพต่อวินาที
อาจจะเห็นการยิงทุกนัด
นั่นเปลี่ยนหลักฐานไปเลย เปลี่ยนความหมายของภาพไปเลย
พวกเราจะสอบสวนคลิปวิดีโอซ้ำๆ
เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยที่ว่า "คลิปนี้ตรงกับความจริงหรือไม่"
ผมทำงานนี้มา 30 ปีแล้ว
และคดีที่ใช้ภาพเป็นตัวตัดสินที่น่าสนใจที่สุด
ที่ผมได้มีส่วนร่วมด้วย คือคดีจอร์จ พาวเวลล์ ที่เทกซัส
ผมหวั่นใจทุกครั้งที่ใครพูดว่า
"คดีนี้ขึ้นอยู่กับคลิปวิดีโอล้วนๆ"
พร้อมจะถ่ายรึยัง
เราได้เวลาเท่าไหร่
- หนึ่งชั่วโมง - แค่นั้นเหรอ
หนึ่งชั่วโมง
(จอร์จ) (ผู้ต้องสงสัย)
โอเค เริ่มกันตรงไหนดี
มีอะไรเร่งด่วนที่คุณอยากจะบอกเราก่อนเลยไหม
นอกจากเรื่องที่ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ และต้องการให้พวกคุณช่วย
ให้มากที่สุดเท่าที่จะพูดได้น่ะเหรอ
(คิลลีน รัฐเทกซัส)
ตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2008
ผมมาอยู่ที่คิลลีน เทกซัสนี่ เพื่อโปรโมทงานดนตรีของผม
คือก็ต้องบอกตรงๆ นะ
ผมรักเมืองคิลลีน เทกซัส
ผมรักพวกทหาร
พวกทหารคอยดูแล...
พวกเขาทำให้ผมยังไม่ตาย
คอยช่วยซื้อซีดีของผมอยู่ตั้งประมาณห้าปีครึ่ง
และทุกอย่างผลิดอกออกผล มาเป็นความทุ่มเทใจให้ทหาร
(ผมเป็นทหารผ่านศึกและ ขอต้อนรับทหารผ่านศึกทุกคน)
ผมก็เริ่มได้รู้เรื่องอะไรโน่นนี่นั่น
ที่พวกกรมตำรวจคิลลีนทำกับทหารของเรา
พวกนั้นอาจจะขับรถไปตามถนน แล้วเปิดเพลงดังเกินไปนิดหรือดังไปมาก
ถ้าอยากจะทำ
แล้วตำรวจก็จะเรียกให้จอด
แล้วเขียนใบสั่งค่าปรับ 2,000 เหรียญ
เพื่อจะได้เพิ่มรายรับให้กับเมือง
โอเค อย่าร้องไห้นะ
โอเคนะ สัญญานะ
หนึ่ง สอง สาม
โอเค เอาละ
(ชาลีน) (อดีตภรรยา)
เคี้ยวไปเลย
โอเค
ฉันรู้ว่าเขาทำเพลงเกี่ยวกับทหาร หรืออะไรแบบนั้น
แล้วก็เกี่ยวกับตำรวจด้วย
ไม่ว่าตอนนี้เขากำลังเจอกับอะไร ก็เป็นเรื่องที่ดนตรีของเขาทำให้โดน
การดิ้นรนต่อสู้ที่เขากำลังต้องเจอ อะไรแบบนั้นคือ...
คือจุดที่เขาได้แรงบันดาลใจมาแต่งเพลง
(จีคิวยูวี อัลบั้ม)
การรู้แจ้ง
แห่งการปฏิวัติ
จีคิวยูวี ซึ่งจนตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจชื่อ
แต่มันย่อมาจากจีซัสไครสต์อัลตราไวโอเล็ต
เท่ากับเขาเป็น... เขาเป็นเหมือนตัวละคร
หนูเก่งดนตรีเหมือนกันรึเปล่า
(จีโอวานนี) (ลูกชายของจอร์จ)
ผมก็เข้าวงประสานเสียงในโบสถ์เมื่อปีที่แล้ว ได้แค่นั้นแหละ
มีความสามารถทางดนตรีแค่นั้น
ขอบคุณทหารหาญ
ขอบคุณทหารหาญ
ขอบคุณทหารหาญ
ขอบคุณเพราะคุณช่วยผมไว้ ขอบคุณทหารหาญ
ขอบคุณทหารหาญ
ขอบคุณทหารหาญ
ขอบคุณและขอบคุณ
จะกลับบ้านเปิดเพลงดังก็ไม่ได้
ถ้าไม่อยากโดนใบสั่งปรับโหดไป
ไม่อาจขับรถไปไหน โดยไม่มีตำรวจคอยกวนใจ
โดนคนลบหลู่กันทั่วไป ถึงกับถ่มน้ำลายใส่ก็มี
เหล่าทหาร ผมขอขอบคุณ
จอร์จ พาวเวลล์มีปัญหาวิกฤตด้านตัวตน
เขาเป็นชายผิวขาวตัวสูงมากที่...
นึกว่าตัวเองเป็นคนดำ
ฉันไม่ได้พูดแค่เพราะว่า... เขาฟังเพลงแร็ป ทำอยู่แค่นั้น
แล้วแค่ฟังเพลงไม่ได้ทำให้ เกิดวิกฤตเรื่องตัวตนหรอกนะ แต่...
ถ้าคุยโทรศัพท์กับเขา น่าเสียดาย ฉันไม่อยากพูดเลยนะ...
คือว่าฉันไม่ใช่คนเหยียดผิวอะไรนะ
(เอลซี่) (ผู้จัดการโมเต็ล)
แต่มันเหมือนคุยโทรศัพท์กับคนผิวดำเลย
เขามีจิตวิญญาณแบบนั้นน่ะ
เขามีจิตวิญญาณ
และเขาก็ชอบใช้ชีวิตนักเลง เขารู้ว่าจะจัดการกับชีวิตนักเลงยังไง
ฉันเคยเป็นผู้จัดการโมเต็ล ที่ชื่อโลนสตาร์อินน์
และจอร์จ พาวเวลล์
ก็อยู่ที่นั่นหลายเดือน
แต่เขาจ่ายเป็นรายคืน แล้วก็จะพยายาม
ขายซีดีเพลง ซีดีเถื่อน
ถ้าใครเข้ามาเช่าห้อง เขาจะพยายามขายของ แบบ
"นี่ มีเพลงที่คุณจะชอบนะ"
เขาเป็นคนมีสีสัน ไม่เคยรบกวนอะไรฉันเลย
แต่ตำรวจมีปัญหากับเขาเสมอ
เพราะทุกครั้งที่เขาเห็นตำรวจ
เขาจะเริ่มด่าตำรวจ แบบ
"เลิกกวนส้นซะที" หรือ "พวกคุณมายุ่งอะไรกับผม
ผมไม่ได้ทำอะไรเลย"
แน่นอน ถ้าไปยั่วเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบนั้น
พวกเขาก็ต้องจัดการคุณน่ะสิ
ผมโดนข่มขู่จากกรมตำรวจคิลลีน
ข้อหาการขายซีดีเพลงของผมเอง
พวกนั้นพยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้ผมหนีออกจากคิลลีน เทกซัส
ผมเคยโดนจับขังเพราะ ขายของโดยไม่มีใบอนุญาต
น่าจะประมาณ 150 ครั้งในเวลาห้าปีครึ่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนรู้แน่ๆ ว่าผมเป็นใคร
เห็นหมอนั่นรึเปล่า
นั่นแหละผม ผมมีแผลถูกแทงข้างหลัง
แล้วก็มีรอยเท้าเปื้อนเลือด
แล้วก็มีกล้องปักหัว
มีคนจับตาดูผมอยู่
ตึกแฝด
No comments yet. Be the first to leave one.