Madness in the Desert

Madness in the Desert

Download Thai Untertitel

Release Info

Madness in the Desert 2004 WEBRip Netflix th
Ein Kommentar von Ferdi125

Tags

webrip
web
BRip
Veröffentlicht am: 2021-07-17
Downloads: 12
Hörgeschädigt: No

Thai Untertitel-Vorschau

Die ersten 200 Zeilen.

(ขอขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง ศรี นิทิน จัทรกานต์ ดีไซ)

(คุณจอห์น โรว์ คุณเรย์ อีเวส ที่แบ่งปันภาพวิดีโอ)

(ขอบคุณทุกท่าน ที่ชำระเงินเพื่อชมลากาน)

(เรื่องราวหนึ่ง จึงได้อยู่ในภาพยนตร์ไปตลอดกาล)

มีข้อกำหนดที่ทำได้และไม่ได้ อย่างชัดเจนในวงการภาพยนตร์ฮินดู

อ้างอิงจากที่ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ เคยทำในอดีต

คุณไม่ควรทำหนังย้อนยุค

ปี 1893 ชัมบาเนอร์

คุณไม่ควร เปลี่ยนภาพลักษณ์ของวีรบุรุษ

ด้วยการเปลี่ยนทรงผมเขา และให้ใส่ชุดอินเดีย

จ้องอะไรอยู่ ส่งบอลมาสิ

คุณไม่ควรทำหนังที่ใช้ภาษาท้องถิ่น

เป็นภาษาหลักของเรื่อง

การเอาอาหารออกจากเตาเผา ที่คีบก็ต้องลวกน้ำร้อนก่อน

โปรดอย่าทำหนังกีฬา

โดยเฉพาะคริกเก็ต

นี่คือกฎเกณฑ์ทั้งหมด ซึ่ง...

บทของผมแหกกฎโดยไม่ได้ตั้งใจ

ดังนั้นประเด็นเหล่านี้ จึงขัดแย้งกับตัวบท

มาตั้งแต่แรก ตอนที่ผมอยากเจอคน

และพยายามขายไอเดียนี้

ผมเป็นคนเดียวที่

ตื่นเต้นและบอกว่า เรื่องนี้น่าสนใจนะ

ผมชื่อสัตยา

ผมเคยเป็นทนายความ

หนังสือกฎหมาย สำนวน การว่าความ

นั่นคือโลกของผม

ผมชอบรับฟังคู่กรณี

ได้เห็นช่วงที่ลำบากของชีวิตจริงๆ

ชีวิตสมรสพัง ความขัดแย้งระหว่างครอบครัว ความรุนแรง

ทำให้เราเป็นคนติดดิน

แต่แล้ววันหนึ่ง จินตนาการก็บุกรุกเข้ามา

อามีร์โทรมา

บอกว่าเขากำลังทำหนัง

ต้องการคนที่ไว้ใจได้

ผมสนใจไหม

อามีร์เป็นเพื่อนสมัยเด็ก

แต่ผมไม่เคยทำหนังเลย

ทั้งหนังของเขาและของคนอื่น

ทำไมผมต้องทำงานวงการหนังด้วย

ในเมื่อผมเป็นทนายที่เก่งอยู่แล้ว

เพ้อฝัน ขาดความรับผิดชอบ ขาดสติ

เหมือนกำลังมีความรัก

คุณคงเดาได้ว่าผมทำอะไรลงไป

ผมเลิกเป็นทนาย เพื่อมาร่วมทีมผลิตลากาน

นี่คือเรื่องราวที่ผมได้เห็น และได้สัมผัสมา

เรื่องราวที่ไม่ได้เริ่มต้นที่ผม

แต่เริ่มจากคนเขียนบทและกำกับ อาชุตอช โกวาริเกอร์

(บาซี 1992 ผู้กำกับ อาชุตอช โกวาริเกอร์)

หนังเรื่องแรกของผมคือ เปห์ลา นาชา แนวลึกลับ

เรื่องที่สองคือบาซี แนวแอคชั่นเขย่าขวัญ

ผมทำมันโดยท่องสิ่งสำคัญ ไว้ในใจเสมอว่า

ต้องทำหนังที่ปลอดภัย

ทั้งสองเรื่อง ผมคาดหวังว่ามัน

จะเป็นหนังดัง

แต่ก็อึ้งมาก มันไม่เป็นอย่างที่ผมคาดหวังเลย

มันทำให้ผมต้องหยุด

เพราะผมไม่ได้อยู่ในจุดที่ จะทำหนังเรื่องอื่นได้อีก

หลังจากที่หนังสองเรื่องล้มเหลว

และตอนนั้นผมคิดว่า

ถ้าผมจะต้องทำอะไรสักอย่าง

ต้องเป็นสิ่งที่ผมเชื่อ

ผมอยากเขียนในสิ่งที่ผมอยากทำ

และหวังว่าคนดูจะชอบมัน

เพราะมันไม่มีวิธีอื่นที่จะทำได้แล้ว

ปี 1893 ชัมบาเนอร์

หมู่บ้านเล็กๆ ใจกลางอิินเดีย

และผมอยากทำเทพนิยาย ผมอยากทำหนัง "สมมติ"

ฐานทัพของรัฐบาลอังกฤษ อยู่ข้างพรมแดนของหมู่บ้าน

ทำไมไม่ใช้คริกเก็ต

แทนความหมายของสงคราม

ที่ชาวนาต่อต้านอังกฤษล่ะ

มันจะได้เป็นสงคราม ที่ไม่มีการหลั่งเลือด

แทนที่จะต้องใช้หอกและใช้ธนู

ก็ใช้ไม้พลองและลูกบอลแทน

แทนที่จะเป็นสนามรบ ก็เป็นสนามคริกเก็ต

ตอนแรกผมได้ฟังแนวคิดของเรื่อง

(อามีร์ ข่าน นักแสดง ผู้อำนวยการผลิต)

ซึ่งบอกตรงๆ ว่าไม่ชอบเลย

ผมว่ามันไม่สมเหตุสมผล ผมคิดว่า

"พูดอะไรของคุณน่ะ"

ย้อนไปร้อยปี แข่งคริกเก็ตเพื่อยกเลิกภาษี

เป็นแนวคิดที่ประหลาดมาก

และเชื่อได้ยากมาก

เขาบอกผมว่า "อย่าได้เอาไปเล่าให้คนอื่นฟังนะ

ทำให้ปลอดภัยหน่อย ทำให้ง่ายกว่านี้ ดีกว่านี้"

เขาฟังผมพูดอยู่เงียบๆ

ผมดูออกว่าเขาผิดหวัง แต่...

แต่การที่เขาพูดออกมาว่า "ไม่" ทำให้ผมต่อต้าน

ผมกลับบ้านไปและเขียน

บทสนทนาสำหรับภาพยนตร์เลย

ผมเขียนที่บ้านผม เพราะไม่มีที่ไหนที่ผม

จะไปนั่งเขียนได้

การเขียนบทที่บ้านหมายความว่า ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ตลอดทั้งวัน

อยู่บ้าน อยู่ที่โต๊ะ

เป็นภาพที่ครอบครัวผมไม่พอใจมากๆ

เพราะพวกเขาสงสัยว่าผมทำอะไรอยู่

โดยเฉพาะลูกๆ ผม

พวกเขาจะเปรียบเทียบกับ

พ่อแม่ของเด็กคนอื่นๆ ที่โรงเรียน

ที่ไปออฟฟิศ

ทำไมพ่อเรานั่งอยู่บ้านทั้งวันล่ะ

ทำสิ่งที่... เขียนอะไรก็ไม่รู้ไม่หยุดเลย

แล้วอยู่ๆ วันหนึ่ง เขาก็มาบอกว่า

"สวัสดี ผมหายไปพักหนึ่ง ผมไปเขียนบทมา

และผมขอเวลาคุณสักสี่ห้าชั่วโมง"

แล้วเขาก็สงสัยขึ้นมาทันที เขาถามว่า "นี่คือ

เรื่องคริกเก็ตกับอังกฤษเรื่องเดิม หรือเปล่า" ผมบอกว่า "ใช่"

เขาบอกว่า "ผมไม่อยากฟังเลย"

คุณอาจเสียเวลาไปสี่เดือน

แต่ผมไม่อยากเสียเวลา แม้จะแค่สี่ชั่วโมงของผม

ผมขอร้องเขา "คุณต้องฟังมันอย่างน้อยสักครั้ง

แล้วค่อยปฏิเสธ แต่คุณต้องฟังก่อน"

ปี 1893

ชัมบาเนอร์

หมู่บ้านเล็กๆ ใจกลางอินเดีย

ผมได้ฟังบทแล้วผมทึ่งมาก

ตั้งแต่นาทีที่เขาเริ่มอ่าน

ผมก็คล้อยตามทันที

และทันใดนั้นความคิดนั้น

ซึ่งก่อนหน้านี้ผมมองว่าเชื่อได้ยาก ในแง่ของระดับแนวคิด

กลับสมเหตุสมผลทุกประการ

ผมบอกว่า "อาช นี่คือบทที่เจ๋งมาก

แต่มัน..."

เขาถามว่า "แต่อะไร" ผมบอกว่า "แต่มัน...

เป็นหนังที่น่ากลัวที่จะทำมาก"

สำหรับหนังกระแสหลักในอินเดีย นี่เป็นหนังที่ไม่ธรรมดา

ผมเลยบอกว่า "คุณเขียนบทเจ๋งมาก แต่...

ต้องขอบอกตามตรงว่า ผมไม่กล้าแสดงให้คุณ"

อามีร์ไม่กล้า

คนอื่นๆ ก็เช่นกัน

เป็นเวลาหนึ่งปี ที่อาชุตอชเล่าเรื่องนี้ซ้ำๆ

ให้โปรดิวเซอร์และดาราชั้นนำฟัง

มีคนชื่นชอบบทหลายคน

แต่ไม่มีใครกล้าลงเงินเพื่อพิสูจน์มัน

ระหว่างนั้น อามีร์ที่มีแต่เรื่องของ บทลากานอยู่ในใจ

ก็อยากทำหนังมากขึ้นเรื่อยๆ

จามู สุกานต์ตามให้ผมไปโปรดิวซ์หนัง

ซึ่งเขาอยากลงเงิน

และผมบอกว่า "ไม่ ผมไม่อยากยุ่งกับการผลิต"

นั่นคือสิ่งที่ผมแน่ใจว่าผมไม่อยากทำ

เพราะพ่อผมเป็นโปรดิวเซอร์ และผมเห็นว่าเขาเจออะไรบ้าง

และนั่นคือสิ่งที่ผมไม่อยากเจอ

ผมอยู่ในครอบครัวคนทำหนัง พ่อผมเป็นโปรดิวเซอร์อยู่หลายปี

และลุงผมเป็นผู้กำกับแนวหน้า ของอินเดีย

ผมอยู่ในบรรยากาศ การทำหนังมาตั้งแต่เด็ก

ผมคิดว่าตอนนั้นผมอายุประมาณ 15

ที่ผมตัดสินใจว่าผมอยากอยู่วงการหนัง

งานแรกที่ผมทำคือ การเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ

ให้ลุงผม และผมทำงานอยู่กับเขาสี่ปี

หลังจากนั้น ผมก็เป็นพระเอกหนังเรื่องแรก

ชื่อเรื่องคายามัต เซ คามามัต ทัค ฉายในปี 1988

มันดังมาก

ผมเป็นนักแสดงได้สิบปีแล้ว ตอนที่อาชุเอาบทมาให้ผมดู

ใครเลยจะรู้ปลายทางของฉัน

อามีร์

- ถอยหน่อยครับ - อามีร์

อามีร์

ผมรู้ว่าลากานเป็นหนังไม่ธรรมดา

เป็นหนังที่ต้นทุนสูง

เป็นหนังที่ทำยาก ต้องการอะไรเยอะมาก

และต้องการโปรดิวเซอร์ ที่ศรัทธาในตัวบทจริงๆ

ศรัทธาในตัวผู้กำกับจริงๆ

และจะต้องยินดี สนับสนุนทีมครีเอทีฟเต็มที่

ความคิดนี้ค่อยๆ ก่อตัวในใจผม

ถ้าผมจะเล่นเรื่องนี้ ผมก็ต้องควบคุมการผลิตเอง

ผมบอก "อาช ผมอยากฟังบทอีกครั้ง

เป็นครั้งที่สาม"

ปี 1893

ชัมบาเนอร์

และคราวนี้ผมไม่ได้อยากให้เล่า ให้ผมฟังคนเดียว แต่อยากให้ภรรยาผม

ให้จามู สุกานต์ เพื่อนผม ซึ่งเขาเป็นคนหาทุนทำหนัง

และพ่อแม่ผมได้ฟังด้วย

ใช่ รามซิงห์สอนฉัน นี่ใคร

ผมนั่งมองจามูและพ่อแม่ผม และรีนาตลอดการอ่านบท

และผมเห็นเลยว่าพวกเขา คล้อยตามการเล่าเรื่องมากๆ

และพวกเขาบอกว่า "นายต้องแสดง"

และ...

ผมเลยบอกว่า "ตกลง"

แล้วผมก็บอกอาช "อาช ผมคิดว่า

ผมคิดว่าผมตอบตกลงคุณนะ ผมจะแสดงหนังเรื่องนี้

แต่ผมจะไม่แสดงอย่างเดียว ผมอยากโปรดิวซ์ด้วย"

และนั่นคือหนึ่งในช่วงเวลา

ที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต

แล้วการเดินทางในการ เปลี่ยนบทของผมให้เป็นภาพก็เริ่มขึ้น

แนวทางหนึ่งที่ผมให้อาชุตอชไปคือ

อย่าประนีประนอม

อย่ามาบอกผมทีหลังว่า จริงๆ แล้วฉันอยากทำแบบนี้

หรือจริงๆ แล้วอยากได้อันนี้ คุณอยากได้อะไร คุณก็จะได้อย่างนั้น

คนแรกที่มาร่วมทีมครีเอทีฟของผม คือนิทิน ดีไซ

(นิทิน จันทรกานต์ ดีไซ ออกแบบงานสร้างและงานศิลป์)

ผู้ออกแบบงานสร้างของผม

นิทินกับผมเดินทางทั่วอนุทวีป เพื่อหาสถานที่ที่ใช่

และผมเริ่มคิดว่า ถ้าผมอยากโปรดิวซ์เรื่องนี้

ใครจะเป็นทีมผลิต

ซึ่งต้องดูแลงานผลิตหนังเรื่องนี้ให้ผม

พอคิดเรื่องนี้ ผมเลยคุยกับรีนา

อามีร์มีงานอื่นที่ยุ่งมากแล้ว

เขาเล่นหนังเรื่องอื่นอยู่ และเขาทำแทบทุกอย่าง

เขาไม่มีออฟฟิศ

Madness in the Desert subtitles in other languages

Kommentare

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left