They Shall Not Grow Old

They Shall Not Grow Old

Download Thai Untertitel

Release Info

They Shall Not Grow Old 2018 WEBRip Netflix th
They Shall Not Grow Old 2018 WEB-DL Netflix th
Ein Kommentar von Ferdi125

Tags

Web-DL
web-dl
web
WEB-DL
webrip
BRip
Veröffentlicht am: 2021-08-19
Downloads: 38
Hörgeschädigt: No

Thai Untertitel-Vorschau

Die ersten 200 Zeilen.

ผมยอมสละทุกสิ่งในวัยหนุ่มของผมเพื่อภารกิจ

และเพื่อเข้าร่วมสงครามอันป่าเถื่อน

เมื่อปีเปลี่ยนผ่าน สงครามก็เปลี่ยนผัน

และปฏิกิริยาของแต่ละคน ก็แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง

ความรุนแรงของมันเปลี่ยนไปมากเสียจน

ใครก็ตามที่ได้กลับบ้านไปในปี 1914

และหวนกลับมาในปี 1917 จะไม่รู้สึกเลยว่านี่ยังเป็นสงครามเดิมอยู่

ผมบอกได้แค่ว่าผมไม่อยากพลาดมันไปแน่

ช่วงเวลานั้นโหดร้ายอยู่บ้าง แต่ผมไม่ขอพลาดมันไปแน่ๆ

ครับ ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้

ผมก็จะขอทำเหมือนเดิมทุกอย่าง เพราะผมสนุกที่ได้รับใช้ชาติ

และผมบอกได้แค่ว่าผมไม่เคย รู้สึกตื่นเต้นเท่านั้นมาก่อนในชีวิต

เหมือนเด็กชายที่ได้ไปดูละครเวทีเป็นครั้งแรก

ผมไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องประหลาดอะไร

เรามีภารกิจที่ต้องทำ และเราก็แค่ไปจัดการมันซะ

เราทุกคนได้รับการปลูกฝังว่า

นี่คือสงครามและเราต้องฆ่าพวกเยอรมัน

และเราก็มองโลกกันแบบนั้น

ผมไม่เสียใจที่ผมเจอกับเรื่องแบบนั้น ผมหวังว่าผมจะไม่ได้ประสบกับมัน

แต่ผมไม่เสียใจ เพราะว่าผมปลอดภัย

ที่ฝรั่งเศสมีช่วงเวลาที่ทั้งดีและร้าย

แต่เราก็มองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ผมได้รับบาดเจ็บและโดนรมแก๊สสองหน แต่ผมก็ไม่ได้กังวลอะไร

ผมก็แค่ทำให้ดีที่สุด

แค่ยอมรับและก้าวต่อไป เหมือนกับคนอื่นๆ

เรายินดีที่ได้ไปร่วมรบ และเรารู้ว่ามันจะหนักหนาสาหัส

และมันก็สาหัสจริงๆ แต่เราไม่ได้บ่นอะไร

ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นทั้งนั้น

เราเห็นความตายหลายต่อหลายครั้ง เห็นบาดแผลหลายต่อหลายครั้ง

เราไม่ตื่นตกใจกับเลือด

เราเป็นมืออาชีพ สำหรับเราแล้ว มันก็เป็นแค่งานที่เราต้องทำ

คงเพี้ยนไปหน่อยถ้าจะพูดว่าเราสนุกกับมัน

แต่หลังจากนั้น เรามีความรู้สึกอบอุ่นยินดีอยู่ภายใน

ที่เราพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

ผมไม่ได้รู้สึกอะไรมาก

เพราะว่าผมยังผ่านโลกมาไม่มากพอ

ผมยังเป็นแค่เด็กเหมือนกับคนอื่นๆ ที่นั่น

เหมือนเราไปเล่นสนุก อยู่ในเกมอันแสนยิ่งใหญ่เกมหนึ่ง

นอกจากเรื่องโดนถล่มยิงเข้าจริงๆ กับอะไรพวกนั้นแล้ว

มันทำให้ผมเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว จริงๆ นะ

ผมไม่คิดว่าผมจะเป็นคนอย่างที่ผมเป็นวันนี้

ถ้าผมไม่ได้ไปรับใช้ชาติ

เราเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง ในขณะที่ตอนเราเป็นพลเรือน

แม่ทำงานบ้านให้เราทุกอย่าง

เราต้องหัดทำอาหารด้วยตัวเอง

ชุนถุงเท้าเอง

เย็บกระดุมเอง ทำเรื่องพวกนั้นเอง

มันก็แค่งานประจำ

ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ผมรู้ว่าผมไม่ได้รบในสงครามนี้อยู่คนเดียว

และเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ ก็อาจเกิดขึ้นกับผมได้เหมือนกัน

ผมไม่เสียใจเลย

คือว่าผมไม่มีเมีย ไม่มีแฟน ไม่มีอะไรเลย

ไม่เสียดายอะไรและไม่กลัวอะไร

เพราะถ้ารอดมาจากเรื่องนั้นได้ละก็ เราก็เอาชีวิตรอดจากทุกอย่างได้

เรารู้กันอยู่ว่ามันมี แบบว่า

ความรู้สึกชิงชังกันระหว่างอังกฤษและเยอรมนี

เรารู้ว่าจักรพรรดิเยอรมันมุ่งมั่นที่จะขยาย

จักรวรรดิของพระองค์ แล้วก็อะไรพวกนั้น

ช่วงฤดูร้อนนั้น มีการพูดคุยกันมาก

เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในแถบบอลข่าน

แต่เราอยู่ห่างจากบอลข่านมาก และมันไม่ได้ทำให้เรากังวลเลย

เป็นเรื่องของพวกเซอร์เบียไม่ใช่เหรอ เซอร์เบียน่ะ ตอนไอ้หนุ่มคนนั้นโดนยิง

ตอนนั้นผมสนใจเรื่องการเมือง และผมก็รู้ว่า

ปัญหาระหว่างอังกฤษกับเยอรมนีต้องเกิดขึ้นแน่

มันเป็นเช้าที่สดใสในวันที่ 4 สิงหาคม

เรานั่งล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะ

และเรากำลังเริ่มกินมื้อเย็นทีมรักบี้กับทีมเยอรมัน

มีคนเยอรมันอยู่ตรงนั้น และคนอังกฤษนั่งอยู่ข้างเขา

และถัดจากเขาไปก็เป็นคนเยอรมัน เป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ

แล้วคนส่งข่าวก็วิ่งพรวดเข้ามาระหว่างมื้อนั้น

พร้อมข่าวการประกาศสงครามอันน่าตกตะลึง

มีป้ายข้อความอันใหญ่ "อังกฤษประกาศสงครามกับเยอรมนี"

เราไม่รู้ว่าเราต้องทำอย่างไร

ว่าเราต้องคว้ามีดบนโต๊ะนั่น

ขึ้นมาแทงพวกเยอรมันเลยหรือเปล่า

แต่หลังจากพูดคุยกันสักพัก

เราก็ตัดสินใจว่า เท่าที่เรารู้

สงครามจะเริ่มในวันรุ่งขึ้น และเราก็สังสรรค์กันต่อ

ผมภูมิใจที่เป็นชาวอังกฤษ

ผมคิดว่าเราเป็นประเทศ ที่ดีพอๆ กับประเทศอื่นบนโลกนี้

และเราต้องเตรียมพร้อมต่อสู้เพื่อประเทศ

ไม่ต้องสงสัยเลย

ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งน่ะ พวกเราเตรียมพร้อมทำสงคราม

จักรวรรดิของเราแข็งแกร่ง เราไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น

ทุกคนซื้อกระดุมเล็กๆ พวกนั้น โบกธง และร้องเพลง

ไม่มีความรู้สึกสิ้นหวังใดๆ เลย

อังกฤษไม่มีทางแพ้

ไม่ว่าพวกเยอรมันมากมายแค่ไหนจะตีบุก

ชาวอังกฤษเข้าไปในช่องแคบ พวกนั้นก็รุกเข้าไปได้แค่นั้น

เราไม่มีทางแพ้แน่

เราถูกเลี้ยงให้โตขึ้นมาโดยคิดว่า คนอังกฤษหนึ่งคนสู้เยอรมันได้สิบคน

ผมคิดว่าศัตรูของอังกฤษไม่ว่าหน้าไหน

ก็คือศัตรูของผม และผมอยากเข้าร่วม

หกเดือนหรือ 12 เดือน ทุกอย่างก็จะจบ ง่ายเหมือนปอกกล้วย

ผมกับเพื่อนไปที่โรงละครเชเพิร์ดส์บุชเอ็มไพร์

เพื่อไปดูภาพยนตร์

และพวกเขาฉายภาพกองทัพเรือแล่นฝ่ามหาสมุทร

และเล่นเพลง "ชาวอังกฤษจะไม่ยอมตกเป็นทาส"

แล้วเราก็รู้สึกขนลุกซู่ไปหมด

รู้ว่าเราต้องทำบางอย่าง

เพื่อนผมพูดว่า "เราต้องไปร่วมด้วย"

จากมุมมองแบบชาตินิยม

แล้วก็ความตื่นเต้นทั่วๆ ไป กับเรื่องทั้งหมดนั่น ผมว่านะ

ผมไม่ได้เชื่อในสงครามถึงขั้นนั้น

แต่ผมพร้อมที่จะทำหน้าที่ของผม

คือว่า ในตอนนั้นน่ะนะ พวกผู้ชายจะต้องไม่คิดถึงตัวเอง

พวกเขาต้องทำตามคำบอกของคนอื่น เรื่องมันก็แค่นั้นแหละ

แม่ผมโศกเศร้ามาก

แต่ก็นะ หนุ่มวัยห้าว เราตัดสินใจว่าเราจะไป

ตอนพักกลางวัน ผมออกจากออฟฟิศ ตรงไปที่หน่วยคลังแสง

และมีคนยืนรอคิวเข้าเกณฑ์ทหารเป็นพันคนได้

ทุกคนคิดว่ามันจะเป็นสงครามที่มีอารยะ

และอยากแข็งแรงพอที่จะไป

เราสองคนตัดสินใจไปเกณฑ์ด้วยกัน

และตอนเราไปบอกหัวหน้าว่า เราจะเริ่มฝึกในวันจันทร์

เขาหงุดหงิดมาก

เขาไม่สัญญาอะไรเลย

ว่าเราจะยังมีงานทำอยู่ตอนเรากลับมา

แม่ผมบอกว่า "รอจนอายุครบ 19 ก่อนสิ"

เกณฑ์อายุของสมัยนั้นน่ะ 19 ถึง 35

ตามกฎต้องเป็นแบบนั้น

เราเป็นเด็กหนุ่มด้วยกันทั้งนั้น

ตื่นเต้นกันยกใหญ่ อะไรแบบนั้นแหละนะ

แบบว่า ผมแค่อยากจัดให้พวกเยอรมันสักตั้ง

ผมคิดแค่ว่าผมอยากไปสู้เพื่อชาติ

นั่นแหละ คือเราภูมิใจในประเทศของเรา

และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อชาติ

นั่นคือสิ่งที่คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่

คิดที่จะทำในช่วงเวลานั้น

แม่ผมบอกว่า

"ฟังนะ เราห้ามแกได้เพราะแกยังอายุไม่ถึง"

ผมว่า "ใช่ แม่ทำได้ แต่ผมรู้ว่าแม่ไม่ทำหรอก"

พวกเขาก็ไม่ห้ามจริงๆ

ผมแค่รู้สึกว่าพวกคนหนุ่มๆ อายุเท่านั้นต่างอาสาไปกันหมด

และผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำเช่นกัน

ผมกระตือรือร้นสุดขีด พวกเราหลายคนก็เหมือนกัน

ผมว่า "ขอเกณฑ์ทหารครับ"

พวกเขายินดีมาก รีบดันผมเข้าไปอย่างไว

หนุ่มๆ หลายคนเข้าร่วมกับกรมทหารท้องถิ่น

อย่างที่กองราบบักส์แล้วก็มิดเดิลเซ็กซ์

พวกที่ผมรู้จัก ที่เคยเรียนด้วยกัน

เล่นฟุตบอลกับคริกเก็ตด้วยกัน

เราต่างไปเข้าเกณฑ์ทหารพร้อมความหวังสดใส

เราเป็นเพื่อน เป็นสหายที่ดีต่อกัน

และมันเหมือนเราได้พักจาก งานน่าเบื่อๆ ที่บ้านน่ะ

ผมกำลังเดินไปตามถนนแคมเดนทาวน์ไฮ

ตอนที่สาวน้อยสองคนเดินเข้ามาหา

"ทำไมถึงไม่ไปเป็นทหารล่ะ" ผมว่า "ผมอายุแค่ 17"

"แถวนี้พูดกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ"

ผมตกใจมากตอนที่เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า

แล้วผมก็ยกมือขึ้นมา แบบว่า จะป้องกันตัวเอง

แล้วก็มีขนนกสีขาวทิ่มเข้ามาเต็มจมูกผม

ตอนเราเดินขบวนไปที่สถานี

หนุ่มๆ บางคนสวมหมวกโบว์เลอร์ บางคนสวมหมวกฟาง

บางคนมีหมวกตามแบบของกองทัพ

บางคนสวมเสื้อนอกของทหาร

บางคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตธรรมดาๆ

กับกางเกงทหาร

บางคนสวมบูตทหาร บางคนก็ไม่ใส่ เราเป็นฝูงชนหลากพื้นเพ

เห็นได้ชัดว่าบางคนก็เป็นเด็กหนุ่ม หวังว่าจะได้ไปอยู่ที่สบายๆ

และเอากระเป๋าเดินทางใส่เสื้อผ้ามาด้วย

ซึ่งพวกเขาจะไม่ได้เห็นมันอีก

เราทุกคนต้องไปตัดผม

"เอาแบบไหนดีครับ" และเราจะบอกว่า "ไถหลังกับข้าง"

แต่คำตอบคือไถลานบินด้วยที่ตัดขนม้า

และเราดูเหมือนนักโทษมากกว่าทหาร

ทันทีที่สงครามเริ่มขึ้น

พวกเขาก็เรียกทหารเก่าทั้งหมด ให้กลับมาประจำการ

และพวกนั้นได้ยศเป็นจ่าทันที

เขาหาครูฝึกมาได้เยอะเพราะแบบนั้น

คนที่คอยพยุงโอบอุ้มเราไว้

ก็คือทหารเก่าที่เคยออกรบมาก่อนแล้ว

และคอยให้คำแนะนำดีๆ กับเราว่า ควรมองหาอะไรและควรหลบอะไร

เราถูกสั่งให้ลงไปที่ลานสวนสนาม

จากนั้นเราก็ถูกจัดให้ไปอยู่ในกองต่างๆ กัน

ตอนที่พวกเขามาถึง

พวกนั้นเป็นแค่เด็กผอมกะหร่องซีดเซียวขี้ตื่น

ผลผลิตที่ระบบอุตสาหกรรมของเราคัดทิ้ง และมีสภาพแย่เอามากๆ

และต้องถูกฝึกให้กลายเป็นทหาร

พวกเราหลายคนโกงอายุเพื่อเกณฑ์ทหาร

เสนาธิการเดินไปตามแถว

และสั่งว่าชายทุกคนที่อายุต่ำกว่า 19

ให้ก้าวออกมาข้างหน้าสองก้าว

ไม่มีใครขยับเลย

ผมอายุแค่ 17

และพวกเขาคงมองออกว่าผมยังไม่ถึง 19 เราต้องอายุเท่านั้นถึงจะเกณฑ์ได้

แต่เขาพูดว่า "อยากจะเป็นทหารนานแค่ไหน"

คนอื่นๆ ไปเกณฑ์ทหารกันหมด ผมเลยเดินไปหาเจ้าหน้าที่สรรหา

เขาถามผมว่า "อายุเท่าไหร่" ผมว่า "17 ครับท่าน"

แล้วเขาก็ว่า "ออกไปซะ แล้วกลับเข้ามาใหม่บอกว่าอายุ 18"

ผมก็เลยเดินออกไป แล้วบอกว่าผมอายุ 18

ถูกส่งตรงไปที่ซีฟอร์ทไฮแลนเดอร์สเลย

จ่าถามว่า "อายุเท่าไหร่" ผมตอบว่า "18 ปีกับหนึ่งเดือนครับ"

เขาว่า "หมายถึง 19 ปีหนึ่งเดือนหรือเปล่า"

ผมนิ่งคิดไปพักหนึ่งแล้วตอบว่า "ใช่ครับ"

เขาว่า "นั่นสิ ลงชื่อตรงนี้เลย"

เขาถามว่าผมอายุเท่าไหร่ ผมตอบว่า "ครบ 16 ปีเมื่อเดือนมีนาคมครับ"

เขาว่า "ยังเด็กเกินไป

ออกไปข้างนอกแล้วไปฉลองวันเกิดซะ"

ผมอายุ 16 เมื่อปี 1917

Kommentare

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left