Las primeras 200 líneas.
"เวลาเป็นสิ่งลึกลับ" อัลบัส ดัมเบิลดอร์"
ขอบคุณ
"แท็กซี่"
ครับ ผมจะดูแข่งนัดนี้
"เอ็มม่า วัตสัน ร้านหนังสือมือสอง - ลอนดอน"
"แมทธิว ลูอิส
รถแท็กซี่สีดำ - ติดอยู่ในการจราจร"
"ร็อบบี้ โคลเทรน ร้านกาแฟ - เชลซี"
"ครบรอบ 20 ปีแฮร์รี่ พอตเตอร์: คืนสู่เหย้าฮอกวอตส์"
"เดลี่พรอเฟ็ต ฮอกวอตส์ต้อนรับศิษย์เก่าคืนสู่เหย้า"
"ที. เฟลตัน"
"จี. โอลด์แมน"
"เอ็มม่า วัตสัน เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์"
"กริฟฟินดอร์"
"เอชพี 20"
"รูเพิร์ต กรินต์ รอน วีสลีย์ - กริฟฟินดอร์"
"ทอม เฟลตัน เดรโก มัลฟอย"
"สลิธีริน"
"บอนนี่ ไรต์ จินนี่ วีสลีย์"
"กริฟฟินดอร์"
"แมทธิว ลูอิส เนวิลล์ ลองบัตท่อม - กริฟฟินดอร์"
"ร็อบบี้ โคลเทรน รูเบอัส แฮกริด - กริฟฟินดอร์"
"เรล์ฟ ไฟนส์ ลอร์ดโวลเดอมอร์ - สลิธีริน"
"เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์
เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ - สลิธีริน"
"แกรี่ โอลด์แมน ซิเรียส แบล็ก - กริฟฟินดอร์"
"และ"
"แดเนียล แรดคลิฟฟ์ แฮร์รี่ พอตเตอร์"
"กริฟฟินดอร์"
เขาไม่อาจรู้ได้ว่า ณ ตอนนี้
ผู้คนทั่วประเทศที่นัดเจอกัน อย่างลับๆ
กำลังชูแก้วขึ้น และเอ่ยพึมพำเบาๆ ว่า
"แด่แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายผู้รอดชีวิต"
"บทที่หนึ่ง เด็กชายผู้รอดชีวิต"
"แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ"
- แดน - ไงครับ
- ดีใจจังที่ได้เจอเธอ - คุณเป็นไงบ้าง
- สบายดีมั้ย - ดี ดีใจที่ได้เจอนะครับ
"คริส โคลัมบัส - ผู้กำกับ"
- นี่สุดยอดเลย - น่าทึ่งมาก
- จริงเลย - คราวก่อนที่อยู่ตรงนี้กัน
เธอเตี้ยกว่านี้
แค่นิดเดียวน่ะ
คุณก็พูดชมกันเกินไป
"ห้องทำงานของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ฮอกวอตส์"
- แล้วเราก็มาอยู่กันตรงนี้ - ผ่านมา 20 ปีแล้ว
- ครับ - รู้สึกแปลกๆ นะ
คุณมาทำงานนี้ได้ยังไง ผมไม่เคย ผมไม่เคยได้ถามมาก่อน
คุณลงเอยมากำกับ หนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้ยังไง
ฉันมาทำงานนี้ ก็เพราะเอเลนอร์ ลูกสาวฉัน
กล่อมให้ฉันอ่านหนังสือ
- หลังจากฉันปฏิเสธไปสามหน - โอเค
แล้วพอเล่ม "นักโทษแห่งอัซคาบัน" ออกขาย
- ฉันก็บอก... - ขอบคุณนะ เอเลนอร์
ฉันบอก "ได้ พ่อจะอ่านหนังสือพวกนี้ซะที"
แล้วทันใดนั้น ฉันก็เห็นภาพยนตร์
ฉันมองเห็นมันเลยน่ะ ไม่เคยเป็นแบบนั้นมานานมากแล้ว
จากนั้นฉันต้องบินไปเอดินเบอระ เพื่อเจอกับโจ โรว์ลิ่ง
แล้วหลักๆ ก็บอกว่า "นี่คือภาพที่ผมเห็น" เธอตอบว่า
"ฉันก็มองภาพยนตร์เป็นแบบนั้นเป๊ะ"
ตอนที่หนังสือออกมา
เด็กๆ ต่อคิวยาววนรอบตึก...
"ร็อบบี้ โคลเทรน รูเบอัส แฮกริด"
เด็กหลายพันคนมายืนรอเล่มล่าสุด
"แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต"
คนมากมายเริ่มตกหลุมรัก งานเขียนของเจ.เค. โรว์ลิ่ง
"บอนนี่ ไรต์ จินนี่ วีสลีย์"
ตอนนั้นฉันน่าจะสักแปดขวบได้มั้งคะ
"เอ็มม่า วัตสัน เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์"
ตอนที่หนังสือเล่มแรกออกขาย
มันกลายเป็นธรรมเนียม ของครอบครัวเรา
พ่อของฉันเคยอ่าน ด้วยเสียงตัวละครต่างๆ
และฉันกับน้องชายก็หมกมุ่นกับมัน
เราจะขอให้พ่ออ่านไปเรื่อยๆ
ทุกครั้งที่พ่ออ่านจบบท เราก็จะ...
"อีกบทนึง อีกบทนะ อีกบทเดียว นะคะ นะ
บทเดียวนะ บทเดียวๆ นะ"
"บทที่หนึ่ง เด็กชายผู้รอดชีวิต"
เพื่อนที่โรงเรียนผมมีสองเล่มแรก
ผมไปนอนค้างบ้านเพื่อน
แล้วเขาบอกว่า "เล่มศิลาอาถรรพ์อยู่บนชั้นหนังสือ"
"แมทธิว ลูอิส เนวิลล์ ลองบัตท่อม"
เราทำงั้นกันตลอด ช่วงที่นอนค้างเลยครับ
เราสองคนนั่งกันเงียบๆ เขาอ่านเล่มห้องแห่งความลับ
ผมอ่านเล่มศิลาอาถรรพ์
แค่นั้นเองจริงๆ ผมไม่เคยนึกเสียใจทีหลังเลย
ตอนที่อ่านหนังสือ เราเชื่อมโยงกับเฟร็ดและจอร์จทันที
"เจมส์ เฟลป์ โอลิเวอร์ เฟลป์"
เพราะในวรรณกรรม ไม่ค่อยมีฝาแฝดมากนัก
ห้องแห่งความลับ เป็นเล่มแรกที่ผม
อ่านทั้งคืนจนโต้รุ่งไม่ยอมนอนจริงๆ
"อัลเฟรด อีนอค ดีน โทมัส"
งานเขียนโดดเด่นมาก
ตัวละครก็เข้าถึงง่าย
"เดวิด เฮย์แมน โปรดิวเซอร์"
มันช่างเป็นการออกแบบ...
"รูเพิร์ต กรินต์ รอน วีสลีย์"
จักรวาลอย่างประณีตสมบูรณ์แบบ
ผมว่าเราลืมไปได้ง่ายๆ เลยว่า
สมัยนั้น คนพูดกันว่า การอ่านใกล้ตายแล้ว
"แดเนียล แรดคลิฟฟ์ แฮร์รี่ พอตเตอร์"
ฉันว่ามันเป็นมุมมองชีวิต ที่งดงามและสร้างสรรค์...
"อีวานน่า ลินช์ ลูน่า เลิฟกู๊ด"
เป็นความเชื่อ ในความเป็นไปได้ไร้ขีดจำกัด
หนึ่งในเหตุผลมากมาย ที่ผมชื่นชมเจ.เค.มากๆ
คือตอนนี้มีคนหลายล้าน หันมาอ่านหนังสือ
คนที่ชีวิตนี้จะไม่มีวัน หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน
แล้วจู่ๆ เราก็ตระหนัก ถึงพลังแห่งงานเขียน
ฮิปๆ แฮร์รี่
ในส่วนของการคัดเลือก นักแสดงนั้น...
การเฟ้นหาตัวแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องยากเกินคาดมาก
ภาพยนตร์ใหม่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กำลังมองหาเด็กสามคน
มารับบทนำ ในภาพยนตร์มูลค่าหลายพันล้านปอนด์
ผมจำวันคัดตัวรอบแรกสุดได้
ตอนนั้นมีคนหลายร้อย หรือเป็นพันๆ คนเลยครับ
จากนั้นเราจะเห็นว่า เราเป็นแฝดคู่เดียวตรงนั้น
ที่ไม่ได้แต่งตัวเหมือนกัน สุดท้ายเราเลยข้ามถนน
ไปซื้อเสื้อคู่กันมาใส่
- สดๆ ร้อนๆ - สดๆ ร้อนๆ
พวกเขาก็บอกว่า "ใช้ได้แล้วแหละ" แล้วเราก็เข้าไป
เขาให้เราคลุกคลีกัน
แบบว่าให้ทุกคนมาเข้าสังคมกัน
แล้วพวกเขาก็เดินจากไป
"ทอม เฟลตัน เดรโก มัลฟอย"
แน่นอนว่า ยังมีคุณผู้ชายถือโทรโข่งคนหนึ่ง
ตะโกนอยู่เหนือหัวพวกเรา
แล้วเด็กผู้หญิงคนนึง ก็ถามผมว่า "นั่นอะไรน่ะ"
ผมว่าผมตอบไปเลยว่า "นั่นก็ไมค์ไง เอ้อ"
ผมตอบประมาณว่า "เขาถ่ายเราอยู่ นี่ก็แค่ลูกไม้อะไรงั้น"
อย่างกับผมเคยทำมาแล้ว จริงๆ นะ
ผมจำได้เพราะเด็กคนนั้นคือเอ็มม่า
ฉันตื่นเต้น กับการคัดตัวครั้งนั้นที่สุดเลยค่ะ
ฉันรู้มาตลอดว่า ฉันจะไปทดสอบบทเฮอร์ไมโอนี่
ในแบบที่พ่อแม่ฉันยังหวั่นใจ เพราะพวกเขาคิดว่า
"เราจะทำยังไงกับลูกดี ถ้าลูกไม่ได้รับเลือกให้เล่น"
ผมแค่ตื่นเต้นน่ะ
ผมไม่ได้ประหม่าหรือคิดทำนองว่า
"เขาจะทำหนังกี่ภาคนะ" อะไรแบบนั้นเลย
ผมคิดว่า "มันต้องสนุกแน่ๆ"
ผมว่าความกดดันในช่วงแรกๆ
อยู่ที่ใครจะมารับบทแฮร์รี่ พอตเตอร์
เราหาแฮร์รี่ไม่เจอ ไม่เจอเลย เราก็แค่หาแฮร์รี่ไม่เจอ
"เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผู้แต่งหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์"
แล้วมันก็เริ่มพิลึก และชวนตื่นตระหนก
คืนหนึ่งผมอยู่ในห้องโรงแรม ที่ลอนดอน
ดูละครทีวีเรื่องเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ที่ฉายทางบีบีซี
ทันใดนั้นผมก็ปิ๊งขึ้นมาทันที
ผมพูดว่า "นี่แหละแฮร์รี่ พอตเตอร์
นี่คือเด็กที่เราค้นหา กันมาหลายเดือน"
ผมเลยขอผู้อำนวยการ คัดเลือกนักแสดงว่า
"เราต้องพาเขามา ทดสอบหน้ากล้องให้ได้นะ"
เธอตอบว่า "ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก
พ่อแม่เขาไม่อยากให้เขา มาพัวพันกับโลกนี้
พวกเขาไม่อยากให้ลูกรับบทนี้"
ผมว่าตามสัญญา ต้องเซ็นรับทั้งเจ็ดเรื่อง
และหนังจะถ่ายกันที่แอลเอ
พ่อกับแม่ก็บอกว่า "ไม่ได้ แบบนั้นจะทำให้ชีวิตเขาปั่นป่วนมาก"
โชคดีที่เดวิด เฮย์แมนไปโรงละคร ในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา
ชายสองคนนี้นั่งแถวหน้าผม แล้วก็เริ่มหันหลังมา
เดวิดซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ที่เก่งมาก
โน้มน้าวพ่อของแดน ให้พาแดนไปทดสอบหน้ากล้อง
แล้วเราก็ได้แฮร์รี่ พอตเตอร์ ของเราตอนนั้นเอง
แอ็กชั่น
- ไข่มังกรนี่นา - มันคืออะไรเหรอ
- ต้องใช่แน่ๆ - อะไรนะ
ไข่มังกร
ใช่
ปรากฏว่าผมเป็นเด็กอารมณ์ดี ที่มีความหลอนอยู่ในตัว
"เธอน่ารักมาก
แต่เธอดูเหมือน มีอะไรอยู่ในใจเลยนะ"
มันน่าตื้นตันมากจริงๆ ที่ได้เห็นเด็กคนนี้นั่งพูด
แล้วฉันก็คิดว่า "ใช่ คนนี้แหละ ขอบคุณพระเจ้า หาเจอแล้ว"
การคัดตัวรูเพิร์ต กับเอ็มม่านั้นง่ายมาก
เพราะทั้งสองคน เหมือนโดดออกมาจากหน้าหนังสือ
เราทดสอบหน้ากล้อง ทั้งสามคนพร้อมกัน
เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนเข้ากันได้ดี
ซึ่งก็เห็นได้ชัดมาก ในการทดสอบครั้งแรก
จำไว้นะ ทุกคน ขยับเข้าไป ใกล้เธอตอนเธอเจอข้อมูล
และแอ็กชั่น
ฉันไม่เคยคิดจะดูในนี้
ฉันลองอ่านเล่นๆ แล้ว ตั้งแต่เทอมแรก
- นี่อ่านเล่นเหรอ - เงียบน่า
ถ้าฟิลช์โผล่มา ซึ่งอาจมาได้ทุกเมื่อ
กริฟฟินดอร์จะโดนหักแต้ม อย่างน้อย 50 แต้ม
ฉันรู้แล้ว นี่ไง
"นิโคลัส แฟลมเมล เป็นคนเดียวเท่าที่รู้
ว่าสามารถประดิษฐ์ศิลาอาถรรพ์ได้
- ประดิษฐ์อะไรนะ - ประดิษฐ์อะไรนะ
อะไรกัน พวกเธอไม่เคยอ่านเหรอเนี่ย
คัต เก่งมาก
ดีจังที่ได้เจอนาย
ใช่ เหมือนฝันเลยนะว่ามั้ย
เราทุกคนรู้สึกยังไง ที่ได้กลับมาคุยกันเรื่องนี้
"ห้องนั่งเล่นรวมบ้านกริฟฟินดอร์ ฮอกวอตส์"
ก็ต้องตื้นตันใจมากๆ แล้วหนึ่ง
สอง รู้สึกเหมือน เวลาผ่านไปแป๊บเดียว
แต่ในขณะเดียวกันก็ผ่านไปนานมาก
ใช่ รู้สึกเหมือนกัน มันออกจะเหมือนฝัน
รู้สึกเหมือนเวลา ไม่ได้ผ่านไปมากเท่าไหร่เลย
No comments yet. Be the first to leave one.