Las primeras 138 líneas.
วันนั้นเองที่มนุษยชาติต้องจดจำ…
ความน่าสะพรึงกลัว ที่ต้องอยู่ในเงื้อมมือของพวกมัน
ที่ต้องพบกับความอัปยศ ที่ต้องถูกกักขังอยู่ในกรง
ทหารทุกนาย เตรียมประจัญบาน
เรามีศัตรูแค่ตัวเดียว
ปราบมันให้ได้แล้วยึดพื้นที่นี้
เป็นฐานที่มั่นแรกของมนุษยชาติ นอกกำแพง
เป้าหมายใกล้เข้ามาแล้ว
แยกออกเป็นห้ากองตามที่เราซ้อมมา
เราจะเข้าไปล่อมันเอง
หน่วยจู่โจมทั้งหมด เปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสามมิติ
จู่โจมจากทุกทิศทางพร้อมกัน
จงรับรู้พลัง
ของมนุษยชาติซะ
อะไรนะ มิคาสะ
เรากลับกันเถอะนะ
เรามาทำอะไรกันที่นี่
เธอคงหลับไปลึกมาก ถ้าเธอยังไม่ได้สติคืนมา
เปล่า
มันเหมือนกับว่าฉันฝันไปนานมาก
ฝันถึงเรื่องอะไร
ฉันจำไม่ได้เลย
เอเรน เธอร้องไห้ทำไม
หา
จงฟัง
กำแพงนี้สร้างขึ้นมา ด้วยความปราดเปรื่องของพระเจ้า
นี่เป็นกำแพงศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ท่าน
ห้ามใครทำให้กำแพงมีมลทิน
ห้ามบอกใครเรื่องที่ฉันร้องไห้ล่ะ
ไม่หรอก
แต่จู่ๆ ก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ…
ให้พ่อเธอตรวจอาการดูหน่อยมั้ย
อย่าพูดโง่ๆ จะบอกพ่อได้ยังไง
ร้องไห้เรื่องอะไร เอเรน
คุณฮานเนส
มิคาสะกวนอะไรเธอรึเปล่า
ทำไมถึงคิดว่าผมร้องไห้เล่า
โห เหม็นเหล้าที่สุด
มันก็แบบว่า… เถอะน่า
คุณดื่มอีกแล้ว
พวกเธออยากร่วมวงด้วยมั้ยล่ะ
แล้ว… คุณไม่ต้องทำงานเหรอ
ทำสิ วันนี้พวกเราต้องเฝ้าประตู
เราติดอยู่ที่นี่ทั้งวัน ก็เลยหิวข้าวแล้วก็คอแห้งด้วย
ถ้ามีเหล้าผสมอยู่นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่นา
แล้วถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา คุณจะสู้ได้ยังไง
- หมายถึงอะไร "ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา" - คุณก็รู้ว่าผมพูดถึงอะไร
ถ้าพวกนั้นพังกำแพงเข้ามาในเมืองได้
โอย
โธ่ เอเรน อย่าตะโกนไปสิ
ลูกชายคุณหมอนี่กล้าจริง
ถ้าพวกนั้นพังกำแพงลงมา เราจะรับมือเอง ไม่ต้องห่วง
แต่ว่าร้อยปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยเห็นเกิดเรื่องอะไรนี่นา
พ่อผมบอก
ว่าไม่มีอะไรอันตรายไปกว่าความชะล่าใจ
คุณหมอเยเกอร์งั้นเหรอ
ใช่ เขาพูดถูก
เขาเคยช่วยเมืองนี้จากโรคระบาดมาแล้ว
ฉันไม่ขอเถียง
แต่ว่ามันคนละเรื่องกันเลย
สำหรับพวกเราทหาร เราได้เห็นพวกนั้น เพ่นพ่านอยู่รอบนอก
ระหว่างทำหน้าที่คุ้มกันกำแพง
กำแพงพวกนี้สูง 50 เมตร ฉันนึกไม่ออกว่าพวกมันจะทะลวงเข้ามายังไง
งั้น พวกคุณก็ไม่เตรียมตัวสู้พวกมันเลยรึไง
ใช่แล้ว
ว่าไงนะ
งั้นก็เลิกใช้ชื่อ "กองทหารรักษาการณ์" ซะ
เรียกว่า "กองสร้างกำแพง" เถอะ
ไอเดียไม่เลว
แต่เธอต้องเข้าใจนะ เอเรน
ถ้าทหารทำหน้าที่ นั่นแปลว่าเกิดเหตุการณ์รุนแรงแล้ว
ดีแล้วที่ทุกคนเรียกเราว่าพวกไร้ประโยชน์ เป็นกาฝากไปวันๆ
เพราะนั่นหมายถึงบ้านเมืองสงบสุข
แน่ล่ะ เราอยู่แต่ในกำแพงไปตลอดชีวิต
ไม่ต้องทำอะไรนอกจากกินกับนอนก็ได้
แต่นั่น…
เท่ากับว่าเราเป็นวัวเป็นควาย
เด็กนี่อาจหาญไม่เบา
ทั้งที่ป้องกันตัวเองยังไม่ได้เลย จริงมั้ย ฮานเนส
หา อ้อใช่
นี่ เอเรน
เจ้าเด็กพิลึก
เดี๋ยว อย่าบอกนะว่า เขาอยากเข้าหน่วยสำรวจ
เอเรน ถ้าฉันเป็นนาย ฉันจะลืมเรื่องเข้าหน่วยสำรวจไปซะ
ว่าไงนะ เธอคิดว่าหน่วยสำรวจเป็นเรื่องตลก ด้วยอีกคนสินะ
ไม่เกี่ยวว่าฉันคิดยังไง
หน่วยสำรวจกลับมาแล้ว
พวกเขากำลังจะเปิดประตูเมือง
เราไปดูการกลับมาผู้กล้ากันเถอะ มิคาสะ
โธ่เว้ย ฉันมองไม่เห็น
เหลือกันกลับมาแค่นี้เองเหรอ
คนอื่นคงถูกกินไปแล้ว
ออกไปนอกกำแพงก็เป็นแบบนี้ล่ะนะ
โมเสส
ขอโทษนะ
ฉันไม่เห็นโมเสส ลูกชายฉันเลย
เขาอยู่ไหนเหรอ
นี่แม่ของโมเสสสินะ
ไปเอามาที
เรานำเขากลับมาได้แค่นี้เอง
แต่ว่าลูกชายฉัน…
เขามีประโยชน์ ใช่มั้ย
ถึงเขาจะยังทำไม่ได้ทำอะไร สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน
แต่แน่นอนว่าการตายของเขา ได้ช่วยมนุษยชาติตอบโต้ ใช่มั้ย
แน่นอน
ไม่สิ
ภารกิจสำรวจครั้งล่าสุดนี้ พวกเรา…
ไม่สิ
ก็เหมือนกับภารกิจครั้งอื่นๆ
พวกเราไม่ได้อะไรกลับมาเลย
เพราะผมไร้ความสามารถ
ส่งทหารไปตายโดยไม่จำเป็น
เราไม่ได้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพวกมันเลย
พูดถึงเรื่องสยดสยอง
พูดใหม่ซิ
ภาษีของพวกเราก็เอาไปบำรุง ให้พวกมันอ้วนท้วนแท้ๆ
อะไรวะ เจ้าเด็กบ้านี่
นี่ เธอทำบ้าอะไร มิคาสะ
นี่ กลับมาก่อน
มิคาสะ พอได้แล้ว
ทำอะไรของเธอ ฟืนหล่นกระจายหมดแล้ว
เอเรน
เปลี่ยนใจเรื่องเข้าร่วมกับหน่วยสำรวจรึยัง
มาช่วยกันเก็บนี่ที
มันก็ไม่ได้เยอะอะไรนี่
กลับมาแล้วครับ
ยินดีต้อนรับจ้ะ
โอ้โฮ เอเรน ลูกขยันน่าดู
ครับ
อะไรกันครับ
หูแดงเชียว กำลังโกหกอะไรอยู่สินะ
ให้มิคาสะช่วยใช่มั้ยล่ะ
พ่อจะออกไปเหรอ
ไปทำงานใช่มั้ยครับ
ใช่แล้ว มีตรวจคนไข้ในเมืองชั้นใน
คงใช้เวลาสองสามวัน
เอเรนบอกว่าจะเข้าร่วมกับหน่วยสำรวจค่ะ
มิคาสะ ฉันบอกไม่ให้พูดไง
No comments yet. Be the first to leave one.