Las primeras 200 líneas.
ในปี 2002 ดาวอังคาร เคยเป็นสุสานของยานอวกาศ
ตอนนั้นภารกิจขึ้นบินล้มเหลวถึงสองในสามครั้ง
ถึงคราวของสปิริตและออปปอร์ทูนิตี และพวกมันก็เจอปัญหา
- เราทิ้งตัวได้สำเร็จ - ใช่
แต่การที่ร่มชูชีพระเบิดไม่ใช่เรื่องดีเลย
ผมว่าการไปถึงดาวอังคารก็ถือเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
แต่พวกมันก็ไปถึง จากนั้นพวกมันก็สู้ไม่หยุด
การเดิมพันกับโลกเป็นวิธีเสียเงินที่ดี แต่ผมไม่ทำหรอกนะ
นั่นคือเมื่อ 15 ปีก่อน
นี่มันเหมือนรถที่ขับเป็นล้านไมล์ โดยไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำมัน
คือมันมหัศจรรย์มาก
ตอนนี้ภารกิจของพวกมันจบลงแล้ว และมันได้เปิดพรมแดนสู่ดาวอังคารอย่างถาวร
การคงอยู่และการค้นพบของมัน หมายถึงเราจะกลับไปอีก
"ภารกิจสำรวจดาวอังคาร สปิริตและออปปอร์ทูนิตี"
สปิริตและออปปอร์ทูนิตี เป็นโรเวอร์สำรวจดาวอังคารระดับตำนาน
ทั้งที่คาดว่ามันจะอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือน มันกลับอยู่ได้หลายปี
มันปีนภูเขาและปล่องภูเขาไฟ
รอดจากพายุฝุ่น ความหนาวและล้อที่เสีย
นักสำรวจผู้กล้าหาญ มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ มาตั้งแต่วันที่ถือกำเนิด
หรืออย่างน้อยก็ในเวลานี้
มันจะต้องเกิดขึ้น มันจะต้องประสบความสำเร็จ
ตอนแรกมันไม่ใช่เลย
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะไปถึงแหลมคานาเวอรัล
ว่าเราจะไปถึงแท่นปล่อยตัว
มีบางทีที่เราคิดว่าคงไม่มีโอกาสแน่ ๆ แล้ว
แรกเริ่ม เนิ่นนานก่อนพวกมันจะเป็นวีรบุรุษ
สปิริตและออปปอร์ทูนิตีเป็นความหวังสุดท้าย ที่จะพิสูจน์ว่านาซ่ายังทำโครงการดาวอังคารได้
มันเริ่มจาก... ผมไม่อยากพูดว่าความเข้าตาจน
แต่เราหลังชนฝากันเลยทีเดียว
ปี 1999 นาซ่าขายหน้ากับ ภารกิจดาวอังคารที่ล้มเหลวสองครั้ง
ตัวโคจรที่หลงทางจากการสับสน ระหว่างหน่วยอังกฤษและเมตริก
และตัวลงจอดที่ดับเครื่องยนต์เร็วเกินไป
เราไม่เคยได้ข่าว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับมัน
ดังนั้นช่วงปลายปี 1999 โครงการดาวอังคารจึงเรียกได้ว่าหายนะ
ท่ามกลางคำถามว่าดาวอังคารยังคุ้มเสี่ยงหรือไม่
นาซ่าก็ล้มเลิกแผนการส่วนใหญ่ และถกเรื่องแผนขั้นต่อไป
มันถึงจุดที่เราอาจจะม้วนเสื่อ แล้วพูดว่าลืมมันซะเถอะ
เราจึงย้อนดูงานของเรา และคิดว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรสำเร็จบ้าง
ซึ่งก็มีภารกิจพาร์ทไฟน์เดอร์
มาร์สพาร์ทไฟน์เดอร์เป็นการทดลอง งบประมาณต่ำโดยห้องปฏิบัติการจรวดขับดัน
ก่อนภารกิจที่ล้มเหลวสองครั้งนั้น
เราตัดสินใจพิสูจน์ว่าเราสามารถ
สร้างอะไรที่ง่าย ๆ และลงจอดบนดาวอังคารได้
มันน่าตื่นเต้น เราเป็นทีมเล็ก ๆ
เราทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน
เป้าหมายคือสร้างวิธีลงจอดแบบใหม่ บนดาวอังคารโดยใช้ถุงลม...
ที่มีตัวลงจอดพับได้และข้างในมีโรเวอร์คันเล็ก
ซึ่งขนาดเท่าเตาไมโครเวฟ
ไม่มีใครลงจอดบนดาวอังคารได้มา 20 ปีแล้ว
ทีมงานพาร์ทไฟน์เดอร์ สร้างมันขึ้นมาจากศูนย์
และพวกเขายังหนุ่ม
วันที่ 4 กรกฎาคม ปี 1997 พวกเขาทำสำเร็จ
และประชาชนก็ให้ความสนใจ โรเวอร์คันเล็กนี้อย่างมาก
โครงการต่อของพาร์ทไฟน์เดอร์
ดูเป็นโอกาสเรียกความมั่นใจของ โครงการดาวอังคารคืนมา
ห้องปฏิบัติการจรวดขับดันของนาซ่า ที่พาซาดีน่า แคลิฟอร์เนีย
จะออกแบบและสร้างยานอวกาศ
เพื่อลงบนดาวอังคารและควบคุมภารกิจต่อจากนั้น
นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ สตีฟ สไควร์เออส์ จะเป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์
ในการสำรวจดาวอังคารครั้งใหม่
ด้วยความล้มเหลวก่อนหน้า และความไม่แน่นอนหลายอย่างที่รออยู่
ภารกิจของเราจึงถูกจับตามอง อย่างมากมายมหาศาล
ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร
ถ้าเราล้มเหลว
มันคงไม่ดีแน่ ๆ
สไควเออส์สร้างภาพจำลองนี้ เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ได้เห็นภาพการทำงาน
ตั้งแต่การเข้าสู่บรรยากาศ จนกระทั่งลงสู่พื้น
หลักการมาจากตัวลงจอดพาร์ทไฟน์เดอร์ดั้งเดิม
มีถุงลมพาร์ทไฟน์เดอร์ ร่มชูชีพพาร์ทไฟน์เดอร์
และเราเติมอย่างอื่นเพิ่มเข้าไปข้างใน
ในตัวลงจอดของมาร์สพาร์ทไฟน์เดอร์ จะมีคอมพิวเตอร์
ซึ่งเป็นสมอง และจะมีอุปกรณ์อยู่หลายอย่าง
สิ่งที่ทำให้ภารกิจนี้ต่างออกไปคือโรเวอร์
เราใส่โรเวอร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใส่ได้ เข้าไปในตัวลงจอด
และทุกอย่างเคลื่อนที่ได้
ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปพร้อมกับมัน
อุปกรณ์ทุกอย่าง ระบบพลังงานและคอมพิวเตอร์
และนั่นทำให้เกิดการสำรวจที่แท้จริง
โรเวอร์ตัวนี้ทำมากกว่าลงจอดบนดาวอังคาร
มันสำรวจเหมือนนักธรณีวิทยา
ค้นหาเบาะแสว่าดาวอังคาร เป็นสถานที่ที่สิ่งมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่
นาซ่าตัดสินใจที่จะสร้าง หุ่นยนต์นักธรณีวิทยาแบบนี้ถึงสองตัว
เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จเป็นสองเท่า
และในตอนที่อนุมัติแผน เวลาก็กระชั้นชิดมากแล้ว
ขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ โลกและดาวอังคารจะเข้าใกล้กัน
พอปล่อยยานได้หนึ่งครั้งในทุก 26 เดือน
ถ้าพลาด ก็จะต้องรอไปอีก 26 เดือน
กำหนดการของพวกเขาคือฤดูร้อนปี 2003
ซึ่งเหลือไม่ถึงสามปี
เรารวบรวมทีมงาน
นี่เป็นครั้งแรกของผม
ในฐานะหัวหน้าโครงการมือใหม่ ผมต้องเรียนรู้หลายอย่าง
แต่ไม่มีเวลาเรียนรู้เท่าไหร่นัก
"เมอร์ แล็บระบบขับเคลื่อนเจ็ต"
มันต้องสำเร็จ มีแค่ทางเดียวเท่านั้น
มันต้องสำเร็จ
วิธีของเราคือกดดัน ทีมงานผู้มีพรสวรรค์อันเหลือเชื่อ
ให้มากในแบบที่พวกเขาไม่ควรจะได้เจอ
ชั่วโมงทำงานของเรายาวนานมาก
เรามุ่งมั่นมาก
และทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไป
งานที่ดูธรรมดา ๆ กลายเป็นงานที่ทำยากที่สุดงานหนึ่ง
คือการทำให้ระบบลงจอดพาร์ทไฟน์เดอร์ ซึ่งทดลองแล้วใช้ได้กับโรเวอร์ตัวใหม่
ปกติเมื่อมีภารกิจ เราจะมีเวลาประมาณห้าปี
แต่เรามีเวลาแค่สามปีเท่านั้นในขั้นตอนแรก
สำหรับสปิริตและออปปอร์ทูนิตี ซึ่งกระชั้นชิดมาก
เรานึกว่าคงไม่เป็นไร เพราะเราใช้ ระบบลงจอดพาร์ทไฟน์เดอร์ของเดิม
ผมยังหนุ่มและหิวกระหาย พร้อมปริญญาเอกที่เพิ่งได้มาหมาด ๆ
ผมรับหน้าที่นำทีมวิศวกรกลไกระบบลงจอด
ซึ่งต้องเรียนรู้เรื่องร่มชูชีพ เรื่องถุงลม
เรียนรู้เรื่องจรวด เรื่องเกราะกันความร้อน
เรียนรู้เรื่องใหม่หลายเรื่อง ที่ผมไม่เคยเรียนในมหาวิทยาลัย
เข้าไป ลดระดับ ลงจอด
หรือเรียกย่อว่า "อีดีแอล"
ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่เข้าสู่ ชั้นบรรยากาศดาวอังคารจนลงจอด
ปัญหาเริ่มจากถุงลมพาร์ทไฟน์เดอร์
เราตั้งใจจะใช้เทคนิคเดียวกัน ที่จริงก็คือถุงลมแบบเดียวกันนั่นแหละ
เราแค่ทำถุงลมเหมือนเดิมขึ้นมา
ในการทดสอบแรก พวกเขาใช้ถุงลมสำรอง ที่เหลือมาจากพาร์ทไฟน์เดอร์
เราต้องการทดสอบให้สำเร็จเร็ว ๆ
เราใช้อุโมงค์สุญญากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 100 ฟุต กว้าง 75 ฟุต
ที่เราจะจำลองสภาพของดาวอังคาร และโยนถุงพอง ๆ พวกนี้
ลงไปบนพื้นผิวดาวอังคารจำลอง ซึ่งจำลองสภาพการลงที่เลวร้ายที่สุด
เรานึกว่ามันต้องใช้ได้แน่ ๆ
- เจพีแอลล่ะ - พร้อม
- พร้อม - ปล่อย
เรากางถุงออก
เราเห็นถุงลมกระแทกพื้นผิว
และขณะที่มันกลิ้งไป เราก็เห็นรูขาด
มันน่าผิดหวัง
แต่ทันใดนั้น เราก็บอกว่าเป็นเพราะมันเก่าแล้ว
เราต้องสร้างถุงใหม่แล้วค่อยทดสอบ
และเราก็ทำแบบนั้น
การทดสอบถัดไป มองจากกล้องตัวเดียวกัน
ตู้ม เกิดรูใหญ่ตอนถุงกลิ้งไป
ทีนี้เราเริ่มรู้สึกกดดันแล้ว
จากนั้นก็ร่มชูชีพ
เราทดสอบร่มที่สนามซ้อมยิงของทหาร ทางใต้ของบอยซี รัฐไอดาโฮ
เรายกรถทดสอบที่มีร่มชูชีพติดอยู่
เราขึ้นไปที่ระดับความสูง
และปล่อยรถทดสอบลงมา
เราเห็นร่มชูชีพกางอย่างสวยงาม แล้วก็...
เป็นช่วงที่...
น่าผิดหวังอีกครั้ง
- เราทิ้งตัวได้สำเร็จ - ใช่
แต่การที่ร่มชูชีพระเบิดไม่ใช่เรื่องดีเลย
ก็ใช่ แต่เป็นที่นี่ก็ดีกว่า...
- บนดาวอังคาร - ใช่
ก็ใช่ แต่น่าเสียดาย
ที่ต้องพูดว่าร่มที่เพิ่งระเบิดไป เป็นร่มที่เราคิดจะเอาไปดาวอังคาร
และวันเดียวกันนั้น...
ใช่ ผมด้วย
เรามีร่มทดสอบอีกชิ้น เราผูกมัน
ยกมันขึ้น ปล่อยมันลง
และตูม...
ระเบิดเหมือนกัน
เรากลับมาที่โรงแรม ช่วยกันคิด
เพื่อจะได้พยายามหาคำตอบว่า ทำไมร่มชูชีพของเราถึงระเบิด
ถุงลมขาด ร่มชูชีพระเบิด
ผมทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
นั่นเป็นหน้าที่ของวิศวกรผู้มีความรู้ งานของพวกเขาคือหาทางแก้ปัญหา
และผมทำได้เพียงแค่หวัง
เรารีบเร่งหาเวลาและพลังสมองเพื่อจะออกแบบ
สิ่งที่เราคิดว่ามันน่าจะบินได้อีกครั้ง
ไม่นานพวกเขาก็พบสาเหตุของปัญหา
โรเวอร์ใหญ่และหนักเกินกว่าที่คิด
เกินกว่าที่ระบบพาร์ทไฟน์เดอร์แบบเก่าจะรับไหว
เมื่อเรารู้ว่าโรเวอร์ ต้องมีขนาดแค่ไหนถึงจะทำงาน
ที่เราต้องทำได้ ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยน
เราต้องมีตัวลงจอดใหม่ ถุงลมใหม่ ร่มชูชีพใหม่
ซึ่งมันทำลายกำหนดการของเรา
รวมถึงงบประมาณด้วย
ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ต้องตัดสินใจ ว่าจุดไหนของดาวอังคาร
ที่ควรจะส่งโรเวอร์ไปลงเพื่อหาร่องรอยของน้ำ ซึ่งจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต
จุดที่เป็นไปได้คือที่ราบเมอริเดียนิ พลานัม
ซึ่งยานโคจรตรวจพบแร่ที่อาจก่อตัวในน้ำ
เขตเมอริเดียนิไม่ได้มีความพิเศษอะไร
เหตุผลหลัก ๆ สำหรับที่นี่
คือเพราะมันเรียบและแบน และลมไม่แรงมาก
ดูเป็นจุดที่ลงจอดและแล่นรถได้อย่างปลอดภัย
เป้าหมายที่น่าตื่นเต้นขึ้นมาอีกคือแอ่งกูเซฟ
ซึ่งดูเหมือนเป็นก้นทะเลสาบที่แห้งไป
กูเซฟเป็นแอ่งขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 160 กิโลเมตร
และมีทางน้ำที่แห้งลากยาวลงไปในแอ่ง ไม่มีน้ำในแม่น้ำนั้นมาเป็นพันล้านปีแล้ว
แต่มีรูใหญ่บนพื้นที่แม่น้ำเคยไหลลงไป
มันต้องเคยเป็นทะเลสาบแน่ ๆ
ข้อเสียของกูเซฟคือลม
ลมด้านข้างอาจทำให้ระบบแกว่ง
และถ้าเราจุดจรวดตอนที่แกว่ง
มันก็อาจจะกระดอนไปด้านข้าง และทำให้ถุงลมขาด
ที่แอ่งกูเซฟ พวกเขาต้องใช้จรวดขับเคลื่อนต้านลม
และต้องมีถุงลมกับร่มชูชีพที่ทนทานมากเป็นพิเศษ
"อีก 505 วันจะปล่อยตัว"
หลังจากทำงานอย่างหนักมาปีกว่า ทีมลงจอดก็กลับมาที่ห้องสุญญากาศ
ถุงลมถูกออกแบบใหม่หมด เพื่อรับสภาพเลวร้ายที่สุดของดาวอังคาร
ปล่อย
ดูดีเลย
- ยอดเยี่ยม - ขอบคุณ ขอบคุณมาก
สุดยอดไปเลย
No comments yet. Be the first to leave one.