نخستین 200 خط.
มาเปิดสังเวียนกันเลย
นักชกจากฝ่ายแดง
นักชกจากซารางกานิ ฟิลิปปินส์
แมนนี่ ปาเกียว
ปาเกียว ปะทะ มาร์เกสที่ 5 8 ธันวาคม 2012
นี่ยกแรกหรือยก 37 แล้ว
ปาเกียวเริ่มด้วยหมัดซ้าย แย็บอีกสอง
ต่างคนต่างวืด
หมัดซ้ายอย่างแจ่มจากปาเกียว ป้องกันมาร์เกส
ปาเกียวปล่อยหมัดซ้ายไปอีก
สวนหมัดซ้ายเข้าคางมาร์เกสอย่างจัง
มาร์เกสยังโต้กลับไม่ได้
มาร์เกสปล่อยหมัดขวา เป็นครั้งแรกในสี่นัด
แมนนี่ ปาเกียวโดนน็อกครับ
ครั้งแรกในรอบ 39 ยก
ฮวน มาร์เกสน็อกแมนนี่ ปาเกียวได้
น็อกได้ด้วยหมัดขวา หมัดเด็ดประจำตัว ว่าไง ดัทช์
ต้องระวังล่ะครับ
เพราะปาเกียวยังออมอยู่
เริ่มเล็งหน้าแล้ว
- นั่นล่ะ - โดนน็อกไปแล้ว
แมนนี่ ปาเกียวน็อกคืนบ้างครับ
มาร์เกสเซลงไปกองแล้ว
ปาเกียวค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย
เขาต้องผ่านยกนี้ไปให้ได้ มาร์เกสกลับลำไม่ไหว
มาร์เกสเจ็บหนักครับ
มาร์เกสน่วม
มาร์เกสโดนซะน่วม
มาร์เกสไม่ไหวแน่
เหมือนจมูกมาร์เกสจะหัก
ปาเกียวปล่อยหมัดไม่มีกั๊ก
ซ้ายอีกหมัด ซ้ายอีกหมัด
มาร์เกสเซอีกแล้ว
มาร์เกสพยายามล่อให้ตาม
กะสอยปาเกียวด้วยหมัดขวา
- โดนน็อกอีกแล้วครับ - ไม่ลุกเลย จิมมี่
ไม่ลุกเลยครับ
โดนน็อกไปแล้ว
ดุเด็ดเผ็ดมันจริงๆ
ทำไมผมถึงชกมวย
ทำไมมาเป็นนักสู้
กีฬาชกมวยต้องการการทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจ
ไม่มีกีฬาไหนที่ผู้แข่งขัน ต้องเสียสละตัวเองขนาดนี้
แมนนี่ ปาเกียวคร่ำหวอด อยู่ในวงการนี้มายี่สิบปี
เขารู้ความโหดร้ายทารุณ ของการชกมวยดีกว่าใคร
แต่ถ้าคุณเป็นนักสู้ เป็นนักสู้โดยแท้จริง
คุณจะลุกขึ้นมา
และสู้ต่อเสมอ
ร้านซักผ้า
ไวด์การ์ด
- แมนนี่ - เป็นไงบ้าง
ว่าไง บอส ดีใจที่เจอ
น็อกให้เรียบเลยนะ
คุณพร้อมเมื่อไร เราจะให้ พวกนักข่าวเข้ามาสิบถึงสิบห้าคน
- คุยสักสิบนาที - ไปทางโน้นเลยครับ
หวัดดีครับ ยินดีที่ได้เจอ เชิญนั่งสิ
แมนนี่ คุณเคยเหลิงบ้างมั้ย
เพราะมีแต่คนมารายล้อม
ชื่นชมความเก่งของคุณ
คุณคิดว่าจะได้เป็น สุดยอดนักชกตลอดกาลมั้ย
ไม่รู้สิ
ไม่สนสิ่งที่คนอื่นคิดเหรอครับ
เขายกย่องมูฮัมหมัด อาลีกัน
ไม่อยากให้คนยกย่องแบบนั้นเหรอ
หลายคนเข้ามาชมว่าผมยิ่งใหญ่
อยากรู้ว่าผมมาอยู่จุดนี้ได้ยังไง
- แมนนี่ ทางนี้ - แมนนี่ กล้องนี้
หนึ่งเดียวคนนี้ แมนนี่ ปาเกียวค่ะ
คุณอยากชกกับใครอีก
คนทั่วโลกรู้ว่า คุณเป็นนักมนุษยธรรม
คุณกะน็อกให้ชนะนัดนี้มั้ย
มองย้อนกลับไปแล้ว...
คุณว่าคุณแกร่งกว่ามั้ย...
ผมผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมามาก
คนที่ชื่นชมยกย่องผมตอนนี้ ไม่เข้าใจความเป็นมาของผมหรอก
แมนนี่เกิดวันที่ 17 ธันวาคม 1978
ที่เมืองเจเนอรัลซานโตส
กำลังเกิดสงครามกลางเมือง ในฟิลิปปินส์
ไม่เอามาร์คอส ไม่เอาฟาสซิสต์
เฟอร์ดินานด์ มาร์คอส ผู้นำเผด็จการบังคับใช้กฎอัยการศึก
เกิดเหตุจลาจลทั่วประเทศ
ในยุคปี 1970 และต้นยุคปี 1980
เกิดการกบฎในแถบจังหวัดภาคใต้
แมนนี่เติบโตขึ้นภายใต้สงคราม
ผมจำได้แค่ว่าเรายากจนข้นแค้นมาก
บ้านเราเป็นกระท่อมเล็กๆ
เอาใบมะพร้าวมามุงหลังคา กั้นเป็นผนังบ้าน
บ้านเราเคยอยู่ตรงที่ ตอนนี้เป็นต้นมะพร้าวเล็กๆ
บ้านเคยอยู่ตรงนั้น
สมัยก่อนนะ ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว
ก็... นั่นล่ะครับ
เห็นแล้วนึกถึงอดีต
แม่เป็นคนดูแลผมกับพี่น้อง เพราะพ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน
พี่น้องผมต้องออกไปหางานทำ
เพื่อจะได้มีกินมีใช้ไปวันๆ
บางทีเราก็ต้องอดข้าวหลายวัน
ตรงโน้นครับ กำลังลากอวนกลับมา
ตอนเช้าตรู่ แม่จะปลุกเรา ให้ตื่นมาสวดมนต์
ให้อธิษฐานกับพระเจ้าว่า
พอโตขึ้น ชีวิตจะเป็นยังไง
เพราะเรามีแต่ตัว
เสร็จแล้วก็ไปหางานทำ
ผมไปตกปลา
ผมไปถามเจ้าของอวน ว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย
ทำเสร็จแล้วก็ขอแบ่งปลากลับบ้าน
ตอนแรกพวกเขาลังเล เพราะผมยังเด็กเกิน จะทำอะไรเป็น
แต่พวกเขาก็ให้โอกาส เพราะผมต้องทำงานจริงๆ
เราต้องประทังชีวิต
แล้วผมก็จับปลาได้
ผมได้แบ่งปลากลับบ้าน ผมเอาไปขายครึ่งนึง
อีกครึ่งก็เอากลับไปกินบ้าน
มีครั้งนึง พวกกบฎปะทะกับทหาร
พวกกบฎมาขอน้ำกิน
เพราะบ้านเราอยู่บนยอดเขา
เดินขึ้นมาก็ล้าแล้ว
20 นาทีต่อมา
ก็มีหน่วยทหารผ่านบ้านเราไป
ทหารมาถามแม่ผมว่า เห็นพวกคนติดอาวุธบ้างมั้ย
แม่ผมก็แบบว่า
ไม่นะ ไม่เห็นมีเลย
แล้วทหารก็ไปกัน แล้วจากนั้นสัก 20-30 นาทีมั้ง
ห่างบ้านผมไป 500 เมตร
ผมเห็นศพทหารกับกบฎโดนตัดหัว
ตอนนั้นผม 5 ขวบ
เราเลยลงจากดอย ไปอยู่ในเมือง
ที่ซารางกานิ
เขตซารางกานิ
ขอต้อนรับสู่เจเนอรัลาซานโตส
ผมได้เห็นรถยนต์เป็นครั้งแรก
ผมกลัวมากเลยล่ะ
ผมถามว่า นั่นอะไรน่ะ
แล้วก็เห็นรถอีแต๋น
รถตุ๊กตุ๊ก เวลารถขับผ่านทีไร
ผมหนีไปซ่อนในบ้านทุกที เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร
ตอนเห็นทีวีครั้งแรก ผมตะลึงไปเลยล่ะ
แบบว่า
ผมเห็นคนอยู่ในจอทีวี แล้วผมก็เลยโดนอ้อม
ไปหลังทีวี ไปดูว่า
มีคนอยู่ข้างหลังรึเปล่า
สมมติว่านี่เป็นทีวีนะ
ผมก็อ้อมไปดูแบบนี้
มองหาคน
แมนนี่ออกจากโรงเรียนตอนป.6
เขาอดข้าวหิวโซ
แต่ก็เดินขายโดนัทอุ่นๆตามถนน เพื่อประทังชีวิต
เขายอมอดข้าว เพื่อให้แม่กับพี่น้องได้กิน
พอครบ 12 ขวบ แมนนี่ก็กลายเป็นหัวหน้าครอบครัว
เมื่ออยู่ด้วยตัวเองไม่ไหว
ครอบครัวแมนนี่จึงย้าย ไปอาศัยอยู่กับลุง
แมนนี่เป็นคนแรกที่ผมฝึก
เขาไปวิ่ง ทั้งๆที่ไม่มีรองเท้าใส่
ผมมองดูเขาแล้วเห็นว่ามีใจรัก
ผมเห็นว่าแม่เขาไม่มีเงินส่งให้เรียน
ลุงของแมนนี่
ผมเลยฝึกให้ต่อยมวย
นี่คือนวมคู่แรกที่แมนนี่ใช้
ตอนผมเริ่มฝึกให้เขาต่อยมวย
ตอนนั้นเขาอายุได้ 12 ขวบ
ของพวกนี้เป็นความทรงจำ
ที่เขาจะไม่มีวันลืม
แล้วอยู่มาวันนึง ลุงก็พาผม ไปขึ้นชกที่สนามวันอาทิตย์
ขอบคุณพระเจ้าที่ผมชนะ
ผมได้เงินมา 100 เปโซ ราวๆ 2 ดอลลาร์
ผมก็ขึ้นชกเรื่อยๆ ชนะมาตลอด
มีเปิดให้ลงแข่งรายการมินดานาว
ผมก็ขึ้นชกตลอดเจ็ดวันเลย
ผมชนะคืนวันจันทร์
วันอังคารก็ชนะอีก
วันพุธผมขึ้นชกชิงเหรียญทองแดง
วันพฤหัสฯ ผมชกชิงเหรียญเงิน
แล้ววันเสาร์ผมก็ได้เหรียญทอง
เงินที่ได้จากเวทีท้องถิ่น ไม่พอเลี้ยงชีวิต
เขาจึงต้องจากครอบครัวมา
ด้วยวัย 13 ปี เขานั่งเรือสามวันไปมะนิลา
ไม่มีเงินติดตัว ไม่มีข้าวกิน
เรามีกันสองคนแม่ลูก
พยายามหาทางหาเงิน มาจุนเจือครอบครัว
ดิโอนีเซีย ปาเกียว คุณแม่
ฉันตกใจมากตอนได้จดหมายมาบอก
ว่าเขาอยู่มะนิลาแล้ว ฉันร้องไห้เลย
แต่แมนนี่บอกว่า ถ้าผมขอแม่ไปมะนิลา
แม่คงไม่ให้แน่
ผมขอโทษนะ แม่ แต่ผมจะทำงานหาเงิน
ส่งไปช่วยครอบครัวเรา
ผมไม่ได้ดันทุรังเพื่อตัวเอง
ผมทำเพื่อพวกเรา
ฉันถามว่า ไปต่อยมวยอยู่นั่นเหรอ
เราอยู่ที่มาลาบอน
ผมนอนโรงยิมนี่แหละ
ผมไม่มีญาติอยู่ในมะนิลา
ผมเลยนอนบนเวทีเลย
ผมอยากเป็นนักชกอาชีพ
ผมเลยไปลงชื่อเอาใบอนุญาตชก
เขาบอกว่าตามเกณฑ์ต้องอายุ 18 แต่ตอนนั้นผมเพิ่ง 16
ผมเลยโกหกไปว่าผม 18 แล้ว
ตอนนั้นผมหนัก 98 ปอนด์
น้อยกว่าน้ำหนักขั้นต่ำอยู่ 10 ปอนด์
เพื่อให้น้ำหนักถึงตามเกณฑ์ ผมก็หาของหนักๆ
มาใส่กระเป๋า
ปาเกียว นักชกหนุ่มดาวรุ่ง
No comments yet. Be the first to leave one.