The Fever

The Fever

دانلود زیرنویس Thai

هماهنگ با نسخه‌های زیر

The Fever 2004 Thai
ناشر Ferdi125

برچسب‌ها

other
تاریخ انتشار: 2021-07-03
تعداد دانلود: 23
مخصوص ناشنوایان: No

پیش‌نمایش زیرنویس Thai

نخستین 200 خط.

ฉันกำลังเดินทาง

มีบางอย่างแปลกไป ฉันรู้สึกไม่ปกติ

ฉันกลับมาที่นี่ 2 วันก่อน

กลับมาสู่ประเทศยากจน

ยากจนและน่ากลัว

ในประเทศนี้มีสงคราม

พวกกบฏชอบระเบิดตึกผลิตไฟฟ้า

ยังดีที่โรงแรมรอบคอบ และเตรียมเทียนไว้ให้

ฉันนั่งอยู่บนกระเบื้องสี่เหลี่ยม เย็นเฉียบ ในคืนอันหนาวเหน็บ

ในประเทศที่หนาวเย็น

ฉันลุกยืนไม่ไหว

ทันใดนั้น ฉันมองเห็นตัวเองจากภายนอก

ราวกับว่าฉันกำลังนั่งมองตัวเองอยู่

จากภายนอก ฉันดูเหมือนกับคนทั่วไป

เช่น ฉันหน้าตาคล้ายจีน ที่อยู่ข้างบ้าน

ถ้าคุณมองฉัน จากข้อเท็จจริงภายนอก

แต่ฉันไม่เคยสนใจ ข้อเท็จจริงภายนอก

ฉันสามารถใส่เรื่องราวทั้งชีวิต ของตัวเอง

ในหนังสือบางๆ แค่เล่มเดียว

และมันคงเป็นหนังสือ ที่ฉันไม่อยากเปิดอ่าน

เพราะมันคงน่าเบื่อเหลือแสน

บทที่หนึ่ง เกิด ไปโรงเรียน

บทที่สอง ที่เหลือ

แต่งงาน มีลูก หย่า

ทำงาน การงาน เฟอร์นิเจอร์ วันหยุด

ปาร์ตี้ ซื้อรถ ซื้อเสื้อผ้า

นั่นไม่ใช่ฉันเลย

สิ่งสำคัญสำหรับฉัน คือชีวิตข้างใน

ความคิดความเห็นของฉัน ความรู้สึกกับเรื่องต่างๆ

สิ่งที่ฉันรัก

ฉันรักบีโธเฟน

ฉันชอบเห็นคันชักไวโอลิน เสียดสีกับสาย

ฉันชอบออกไปเที่ยวยามค่ำคืน ในเมืองใหญ่ ที่ฉันอยู่มาตลอดชีวิต

เมืองที่ฉันเลี้ยงดูลูก เมืองที่พวกเขาก็เลี้ยงลูกของตัวเอง

ฉันชอบแสงสีของเมือง

ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ โรงละคร

ฉันชอบนั่งในโรงละครมืดๆ ดูนักบัลเล่ต์ล่องลอยในอากาศ

ทั้งตอนนี้และเมื่อ 30 ปีก่อน

ตอนที่ฉันยังเด็ก...

พ่อแม่รักฉันมาก พวกท่านสอนให้ฉันคิดถึงผู้คน...

โลก มวลมนุษย์ และความงาม

ท่านอ่านหนังสือให้ฉันฟัง เรื่องคนที่ใส่เครื่องแบบต่างๆ

ที่มาช่วยพวกเราที่บ้าน

บุรุษไปรษณีย์ช่วยส่งจดหมาย คนส่งของจากร้านขายของชำ

ทุกคนช่างมีน้ำใจ

บนถนนที่เราอยู่ มีสิ่งตื่นตาตื่นใจให้ดูมากมาย

ที่ปลายถนนมีหญิงชราคนนึง ทำงานในร้านเบเกอรี่

และมักจะก้มลง ยื่นขนมปังเคลือบน้ำตาลให้ฉัน

พ่อแม่สอนให้ฉันรักการท่องเที่ยว

ฉันยังจำตอนนั่งรถไฟเที่ยว

ผ่านทุ่งนายามค่ำคืนที่สวยงาม

เมื่อนึกถึงวัยเด็ก ฉันจะนึกถึงคริสต์มาส

ของขวัญของเราถูกห่อเตรียมไว้

และมักจะมีกล่องที่ดูราวกับว่า จะมีม้าโยก

หรือจักรยานสามล้ออยู่ข้างใน เพราะกล่องมันใหญ่เหลือเกิน

แต่พอเปิดกล่อง เราจะเจอกล่อง ซ้อนอยู่ข้างใน ผูกไว้ด้วยโบแสนสวย

สุดท้ายก็จะเจอของขวัญ

บางครั้งก็อันเล็กนิดเดียว หรือเป็นแค่ของธรรมดา

แต่หลังจากที่เราเปิดกล่อง อันแล้วอันเล่า...

มันจะดูเหมือนของที่สวย และมีค่าที่สุด

มันช่างดูแบบบาง เปราะบาง และมีค่า

เพื่อนๆ กับฉันเป็นเด็กที่แบบบาง เปราะบาง และมีค่า

เราเองก็รู้ดี จากวิธีที่เราถูกทะนุถนอม

ชั้นในเนื้อนุ่ม วางเตรียมไว้ให้บนเตียง

ถุงเท้านุ่มๆ เพื่อปกป้องเท้าเรา

แม่มักจะพูดกับเราว่า ระวังนะจ๊ะ อย่าไปเล่นแถวสถานีรถไฟ

ตรงนั้นเป็นย่านไม่ดี

คนดีๆ มาอยู่รวมกัน ในละแวกบ้านเรา ย่านที่ดี

แต่แถวสถานีรถไฟกับละแวกอื่น คนไม่ดีไปอยู่รวมกันที่นั่น

ย่านที่เราต้องหลีกเลี่ยง ย่านที่ไม่ดี สถานที่ที่น่ากลัว

บรรดาเพื่อนฉันก็ยังหลีกเลี่ยง ย่านที่ไม่ดี

คนที่อาศัยในที่แบบนั้นจะทำร้ายเรา ทุบตีเรา แทงเรา หรือฆ่าเรา

คนไม่ดีมารวมตัวกันในย่านนั้น เหมือนน้ำในท่อน้ำทิ้ง

ฉันเองก็หลีกเลี่ยงย่านอันตรายเสมอ แต่ฉันก็ยังกลับมาที่นี่

ฉันต้องถึงกับล้มไปกอง บนพื้นห้องน้ำ ในประเทศยากจน

ที่ซึ่งไม่มีหนังสือในภาษาของฉัน

ถึงจะยอมเปิดหนังสือชีวิตของตัวเอง อันแสนน่าเบื่ออ่านหรือนี่

ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม

จึงเริ่มมีเรื่องพวกนี้ เกิดขึ้นกับฉัน ราวหนึ่งปีก่อนหน้า

ฉันเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน

มันอาจจะเริ่มในวันนั้น วันที่ฉันไปห้องแสดงงานศิลปะ

เธอจ๋า เห็นยังคนรวยๆ สกปรก ก็แค่นั้น

- ทุกคนเลยเหรอ - แบบนั้นเลย

มีผู้หญิงคนหนึ่ง เธอดูอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

เธอออกความเห็นที่รุนแรง หลายอย่าง

เธอพูดถึงคนรวย

ในแง่บทบาทของพวกเขาในสังคม ก็เหมือนกันหมดทุกคนน่ะแหละ

ฉันรู้จักคนจนหลายคนที่นิสัยไม่ดี

แล้วก็รู้จักคนรวยหลายคน ที่นิสัยดีมากๆ

คนรวยน่ะทุเรศ

แต่หมายถึงการกระทำของพวกเขา บทบาทของเขา พวกเขากดขี่คนจน

ต่อให้ทำดีกับคนรับใช้ หรือทำดีกับหมา

กับเพื่อน หรือใครก็ตาม

ชนชั้นปกครอง ก็คือชนชั้นปกครองวันยังค่ำ

ฉันได้ยินคำพูดแบบนี้ มาตลอดชีวิต

แต่ไม่เคยเจอใครที่พูดออกมาโต้งๆ

แต่แล้วทุกที่ที่ฉันไป

ฉันกลับพบ คนที่พูดเหมือนกับผู้หญิงคนนั้น

เอาเลย ลุกขึ้นแล้วทำเลย คว้าโอกาสซะ

ดินแดนแห่งโอกาส ทำมาเป็นพูด

แล้วสักวันนึง

พวกเขาจะเจอกรรมตามสนอง

ฉันเริ่มคิดว่าหรือฉันจะเป็นบ้า ฉันนึกว่าตัวเองสติแตก

มันเกิดขึ้นจริงๆ หรือนี่

พวกเขาใช้เงินซื้อทุกอย่าง

ทุกคนกลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปแล้วรึ ยกเว้นฉัน

คอมมิวนิสต์ตายไปนานแล้วนี่นา และไม่มีใครเสียใจด้วย

แล้วคนพวกนี้ที่มาคุยกับฉัน เป็นใครกัน

วันหนึ่ง ก็มีของขวัญสนเท่ห์ห่อนึง วางอยู่หน้าบ้านฉัน

"คาร์ล มาร์กซ์ - ทุน เล่มหนึ่ง"

ล้อเล่นรึเปล่า เอาจริงเหรอ

ใครส่งมา

คืนนั้น ฉันเปิดอ่าน

ตอนต้นนั้นไม่รู้เรื่องเลย

ฉันไม่เข้าใจ

แต่พอถึงช่วงเกี่ยวกับชีวิตคนงาน

แรงงานเด็ก และคนงานโรงงาน

ฉันรู้สึกได้ว่า ตัวเองเริ่มหายใจช้าลง

เขาฉุนเฉียวเหลือเกิน

ฉันเปิดอ่านหน้าแล้วหน้าเล่า

แล้วก็ย้อนไปตอนต้น ตรงคำที่ฉันเคยได้ยินมาก่อน

คำแปลกๆ ที่ฟังแล้วชวนหัวเสีย

"ลัทธิบูชาสินค้า"

ฉันอยากเข้าใจคำนั้น

แต่ฉันรู้ดีว่า มันจะทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป

เขาอธิบายว่าทุกสิ่งในโลก มีมูลค่าดังที่ระบุไว้ตามราคา

กาแฟแก้วนี้ เสื้อสเว็ตเตอร์ เสื้อโค้ท

ของทุกสิ่งมีราคาค่างวด หรือเทียบเท่าของอื่นในจำนวนหนึ่ง

เราบอกว่าเสื้อโค้ทมีมูลค่า

แม้มันจะทำมาจากชิ้นผ้า

เราก็เชื่อว่ามันมีความคิดจิตใจ

ราวกับเสื้อโค้ทเป็นสิ่งมีชีวิต

แล้วอะไรล่ะ ที่กำหนดราคาของเสื้อโค้ท

ราคาของมันมาจากความเป็นมา

ความเป็นมาของผู้คนที่เกี่ยวข้อง ในการผลิต ในการขาย

และความสัมพันธ์อื่นๆ

ถ้าเราซื้อเสื้อโค้ท

ก็เท่ากับเราสร้างความสัมพันธ์ กับคนเหล่านั้น

แต่เราก็ยังทำเป็นไม่รับรู้ ความสัมพันธ์นั้น

โดยหลอกตัวเองว่า อยู่ในโลกที่เสื้อโค้ทไม่มีความเป็นมา

มันแค่ตกลงมาจากสวรรค์ พร้อมราคาแปะไว้

"ฉันชอบเสื้อตัวนี้จัง ไม่แพงเลย"

ราวกับว่า นั่นคือข้อเท็จจริงของมัน

ไม่ใช่จุดสิ้นสุดเรื่องราวของผู้คน ที่ผลิตและขายเสื้อโค้ทตัวนี้

2 วันต่อมา

ฉันเห็นลัทธิคลั่งไคล้สินค้า รอบตัวฉันเต็มไปหมด

เป็นความรู้สึกที่แปลกจริงๆ

พอวันที่สาม ก็ไม่มีแล้ว

หายไปเลย ฉันไม่เห็นมันอีกเลย

- รอรถนานหรือยังคะ - ราวครึ่งชั่วโมงได้

- สงสัยเกิดเรื่องล่ะมั้ง - นั่นสิคะ

- ต่างหูสวยจังเลยนะคะ - ขอบคุณค่ะ

นั่นตัวหนังสือหรือเปล่าคะ แปลว่าอะไรคะ

ใกล้เคียงที่สุด คงเป็น

"รวมกันเราอยู่"

แปลแบบง่ายที่สุดน่ะค่ะ

คุณซื้อมาจากไหนหรือ

มีคนให้มาค่ะ เป็นของขวัญจากเพื่อนในหมู่บ้าน

เธอเล่าว่า ได้มาจากประเทศที่เธอเพิ่งไปมา

เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมาก

ตอนที่เห็น แค่นึกถึงสีหน้าเปี่ยมสุข ของคนที่ร่วมมือร่วมใจทำของสวยๆ

เป็นสถานที่ที่ฉันไม่ค่อยรู้จัก

พอลงจากเครื่องบินปุ๊บ ทั้งสีสันเอย ทั้งกลิ่นเอย และผู้คน...

ขณะที่เธออธิบาย รถเมล์ก็มาพอดี

มันทำจากเหรียญเก่า

สมัยนี้เขาไม่ใช้กันแล้ว ก็เลยเอามาทำเครื่องประดับ

แต่มันไม่ใช่สายที่ฉันนั่ง

6 เดือนต่อมา ฉันไปงานปาร์ตี้

ฉันดื่มไปหลายแก้ว

หลังงานเลิก ฉันเดินเล่นอีกพักใหญ่

คุณมาทำอะไรที่นี่

เปล่าซะหน่อย

ผมรอแท็กซี่อยู่

- คุณเป็นเพื่อนฟิลลิสหรือ - เปล่าค่ะ เจค

เจค เพื่อนคุณน่ะเอง

หมายความว่าไงคะ

ชื่อเขาเล็กไปไม่สมตัว

มาซะที

คุณจะไปฝั่งตะวันตกรึเปล่า

ใช่ค่ะ

งั้นก็ขึ้นมาเลย

ขอบคุณ

ผมสูบบุหรี่ได้ไหม

- ไม่ได้ครับ - โอเคๆ

สูบแบบไม่จุดไฟก็ได้

แบบนี้

- ถามอะไรหน่อยได้ไหม - เชิญเลย

ฉันพยายามเดาสำเนียงคุณ คุณมาจากไหนคะ

ผมมาจากประเทศเล็กๆ

เขาเล่าว่ามาจากประเทศเดียวกับ

ที่ผู้หญิงที่ฉันเจอตรงป้ายรถเมล์ ได้รับต่างหูมา

แต่เมื่อ 2 ปีก่อน คนที่นั่นฆ่ากันเอง

เกิดสงครามขึ้นในหัวใจ

ในชีวิตของพวกเขา

เขาเป็นทูตจากประเทศนั้น

ตอนนี้เหตุการณ์สงบแล้ว

ผู้คนได้ฝัน ร้องเพลง

ใช้ชีวิตร่วมกัน ฝันไปด้วยกัน

คนที่นั่นน่ารักมากๆ

- ไปยากไหมคะ - ไม่เลย

The Fever subtitles in other languages

نظرات

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left