نخستین 200 خط.
ตามใจรัก (TRUE TO LOVE)
ตามใจรัก (TRUE TO LOVE)
(ตัวละคร เรื่องราว สถานที่ และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ)
และฉันขอยืนยันอีกครั้งให้เข้าใจกันนะคะ
ฉันไม่มีความตั้งใจ จะทำให้ตัวเองอับอายขายขี้หน้าอีกแล้วค่ะ
ฉันอยู่ได้ ฉันเลยไม่จำเป็น
ต้องใช้อดีต เรื่องราว และน้ำตาของตัวเองมาหากินหรอกค่ะ
ไม่มีโอกาสที่ฉันจะร่วมงานกับคุณ
ทำไมฉันต้องทำขนาดนี้ด้วยนะ
งั้นทีนี้เราก็ไม่จำเป็น ต้องเจอกันอีกแล้วใช่ไหม
ถ้าวันนี้ฉันไม่เซ็นสัญญาฉบับนี้ ฉันได้ไปอยู่ข้างถนนแน่
สนใจแค่เรื่องนี้พอ
วันนี้ ฉันเดโบรา ไม่มีความอับอายใดๆ
ก๊อกๆ ฉันเดโบรานะคะ
ช่วยหยุดการวิพากษ์วิจารณ์ไว้ก่อนนะคะ
ฉันจะเปิดประตูเข้าไปแล้วนะคะ
จู่ๆ ฉันก็นึกอยากทำขึ้นมาเลยค่ะ
ทำไมเราไม่มาทำด้วยกันล่ะคะ
เดี๋ยวผมทำเองครับ
(ตอนที่ 7 เราไปกันไหม)
คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ครับ
คุณคิดว่าฉันทำแบบนี้เพราะอยากทำเหรอคะ
งั้นคุณทำแบบนี้ทำไมล่ะครับ
ไม่รู้จริงๆ เหรอคะ
จริงๆ เลย...
ฉันเชื่อว่าคุณจะไม่ทำเรื่องนี้พัง เพราะความโกรธแค้นส่วนตัวต่อฉัน
ถ้าคุณไม่อยากช่วย ก็อย่าพูดแม้แต่คำเดียวนะคะ
ตกลงไหม
นี่ครับ
ขอบคุณค่ะ
เอาละ...
ได้ยินว่าคุณปฏิเสธข้อเสนอ อย่างเด็ดขาดมาก
แล้วจู่ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะครับ
คุณได้ยินมาแบบนั้นสินะ แต่ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ
ถ้าวันนี้ฉันไม่เซ็นสัญญาฉบับนี้ ฉันได้ไปอยู่ข้างถนนแน่
สนใจแค่เรื่องนี้พอ
ครั้งหนึ่งนักเจรจาใจแคบแต่มีพรสวรรค์ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์เคยกล่าวไว้
"สิ่งเลวร้ายที่สุดที่คนเราจะทำได้ ในข้อตกลงที่แทบไม่มีวี่แววจะสำเร็จ
คือการทำให้อีกฝ่ายได้กลิ่น ความอ่อนแอของคู่ต่อสู้
และจากนั้นเราก็โดนขย้ำจนตาย"
ต้องไม่แสดงให้พวกเขาเห็นว่า ฉันอับจนหนทางแค่ไหน
ไม่ว่าข้อเสนอจะดีแค่ไหน
ฉันก็คิดว่ามันจะเป็นการสุภาพ หากปฏิเสธสักครั้ง
คงมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อย ในกระบวนการสื่อสารนะคะ
มันชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วไม่ใช่เหรอครับ
"ฉันไม่จำเป็น
ต้องใช้อดีต เรื่องราว หรือน้ำตาของฉันมาหากิน
ไม่มีโอกาสที่ฉันจะร่วมงานกับคุณ"
คุณเคยพูดไว้แบบนั้นนี่ครับ
ฉันก็ไม่ได้จะบอกว่าไม่เคยพูดแบบนั้นนี่คะ
คุณก็ควรพยายามหาความหมายแฝง ที่ซุกซ่อนอยู่สิคะ
มันก็...
เคยได้ยินไหมคะ ที่เขาว่า เมื่อผู้หญิงบอกว่า "ไม่" มันแปลว่า "ใช่"
ฉันพูดอะไรอยู่เนี่ย
ไร้สาระจริงๆ เลย
ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ ล้อเล่น
ใช่ค่ะ ถูกของคุณแล้ว
ฉันเคยปฏิเสธมันแล้วก็จริง
แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนน่ะค่ะ
ฉันเพิ่งเปิดเจออีเมลที่ประธานฮันส่งให้ฉัน
"ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้" เมื่อเห็นฉันก็มั่นใจทันทีเลย
ดังนั้น
ท่านประธานเคารพฉัน ในฐานะนักเขียนมากขนาดนี้เลยสินะ
ฉันถึงได้คิดว่าฉันตัดสินใจผลุนผลัน
และปฏิเสธข้อเสนอไปอย่างง่ายดาย
ฉันอยากเริ่มโปรเจกต์ กับคนที่ซาบซึ้งในคุณค่าของฉัน
ฉันมีแรงบันดาลใจขึ้นมา
งั้นถ้าจะให้ผมหาความหมายแฝง จากสิ่งที่คุณเพิ่งพูดไป
เงื่อนไขในสัญญาทำให้คุณเปลี่ยนใจ อย่างนั้นใช่ไหมครับ
มันไม่ใช่แค่เรื่องเงื่อนไขในสัญญาหรอกค่ะ
สิ่งที่ท่านประธานเคยบอกกับฉันก่อนหน้านี้
มันติดอยู่ในใจฉันและลืมไม่ลงจริงๆ ค่ะ
ที่ว่าความล้มเหลวของฉัน อาจเป็นแรงบันดาลใจของใครสักคนก็ได้
และยังมี "โค้ชการเดตที่โดนเทอย่างเลือดเย็น
เธอโดนน็อกเต็มเปา แถมเปิดหวอให้ทุกคนเห็น
แต่เธอยังลุกกลับมาสู้อีกครั้ง
จนสุดท้ายก็พลิกกลับมาชนะ" เป็นตอนจบ สุดประทับใจแบบหนังเรื่องร็อคกี้เลย
มันถูกใจฉันประมาณนึงเลยค่ะ
พูดอีกอย่างก็คือท่านประธาน เป็นแรงบันดาลใจของฉันเลยค่ะ
ชมซะผมเขินเลย
ยังไงก็ขอบคุณนะครับ
นั่นคืออะไร
สายตาแบบนั้น อย่าบอกนะว่า...
ปฏิเสธเหรอ
แต่จะทำยังไงดีล่ะครับ
เราเริ่มทำโปรเจกต์อื่นไปได้ไกลแล้ว
และยังมีประเด็นเรื่องกำหนดการตีพิมพ์ด้วย
ถึงจะน่าเสียดายแต่เราคงต้องขอพิจารณา ข้อตกลงกับคุณนักเขียนเดโบราใหม่อีกที
คะ
ที่ว่าไว้พิจารณาใหม่อีกทีนั่น
จะว่าอะไรไหมคะ ถ้าฉันจะถามว่ามันคือเมื่อไร ยังไง
ไม่รู้สิครับ อาจเป็น...
ณ ช่วงเวลาใดในอนาคตที่ไม่อาจระบุได้
เสร็จเขาแล้ว เขาได้กลิ่นความอ่อนแอแล้ว
งั้นก็น่าเสียดายจริงๆ นะคะ
ศิลปินจะพบแรงบันดาลใจ ในยามที่พวกเขาขัดสนและอับจนหนทาง
จริงๆ แล้ว นั่นคือฉันในตอนนี้นี่แหละค่ะ
ฉันต้องการบางอย่างอย่างมาก
และอับจนหนทางอย่างที่สุด
ฉันเลยได้ไอเดียสุดบรรเจิด
ผุดขึ้นมาในหัว
น่าเสียดายที่เราต้องรอโอกาสหน้า
ถ้าเกิดฉันได้รับโอกาสอีกสักครั้ง
ฉันสัญญากับตัวเองเลยว่าจะทุ่มเท
แรงกายแรงใจ และทำโปรเจกต์นี้อย่างดีที่สุดเลยค่ะ
"ฉันคือเชคสเปียร์ ฉันคือวอลท์ ดิสนีย์"
ฉันรู้สึกมั่นใจเบอร์นั้นเลยละค่ะ
เดี๋ยวครับ
ไอ้ไอเดียบรรเจิดที่ว่าน่ะ ช่วยขยายความสักหน่อยได้ไหมครับ
คะ
นี่แหละโอกาสสุดท้ายของฉัน
ฉันต้องหงายไพ่ไม้ตายเพื่อพลิกเกมนี้
คิดสิ คิด
ก็มีเยอะเลย อย่าง...
อัน...
อันโตนีโอเหรอ
อันตอน เชคอฟเคยกล่าวไว้
"ถ้ามีปืนปรากฏในบทที่หนึ่ง ในบทที่สามมันก็ต้องถูกยิงออกมา"
อันดัน อันดันเต้เหรอ
อันตอน เชคอฟ...
"อันตัน" เชคอฟ
"อันตัน" เชคอฟเคยกล่าวไว้ว่า
"ยิงเลย ถ้าในบทที่หนึ่ง กล่าวถึงปืน
ในบทที่สามมันก็ต้องยิง" ปัง
ฉันโดนยิงเข้าที่กลางใจ สองนัด
ฉันทั้งเบื่อ ทั้งเอียนเธอจะแย่แล้ว
ตรงนี้ ตรงนี้มีแผลถูกยิงค่ะ
ฉันโดนไปสองนัดเต็มๆ เลย
คราวนี้ฉันจะเป็นฝ่ายควักปืนออกมา
และยิงเองบ้าง
ฉันจะยิงนะคะ
ใจเย็นๆ ก่อนนะ
ปัง
อย่าให้ผมแกล้งทำเป็นถูกยิงเลยครับ
ปัง
ช่วยฉันสักครั้งเถอะ
หนังสือเกี่ยวกับความรักและการคบหากัน ทั้งสามเล่มของฉัน
มีบางอย่างขาดหายไปค่ะ
ซึ่งก็คือความล้มเหลวในความรัก และการเลิกรา
ฉันคิดว่าตอนจบเจ็บๆ แบบใจสลาย น่าจะเป็นที่ถวิลหาที่สุด
ในกรณีของฉัน อันดับแรก ฉันจะพลิกกลับมาชนะอีกครั้งค่ะ
ฉันจะทำให้คนที่ทำให้ใจฉันแตกสลาย
กลับมาคุกเข่าอ้อนวอน ขอความรักจากฉันอีกครั้ง
เขาคงจะหมอบคลานสยบเท้าฉัน
และก้มลงเลียรองเท้าฉัน ฉันจะทำให้เขาต้องอ้อนวอนค่ะ
แล้วต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น
แก้แค้นเหรอ หรือคืนดีกัน
เรื่องนั้นก็ต้องเอาไว้ตัดสินใจกันทีหลังสิคะ
ไม่ว่าจะเป็นเหมือนเขา และหายตัวไปเพื่อแก้แค้น
หรือกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ในความสัมพันธ์
และแก้ไขความสัมพันธ์นี้
นั่นคือชัยชนะในการคบหากันของเดโบรา
นี่สิวิธีคว้าชัยในการคบหากัน
งั้นคุณกำลังสื่อว่าจะเขียนหนังสือ บอกเล่าเรื่องราวจริง
เรื่องวิธีการที่แท้จริงในการข้ามผ่าน การเลิกราของโค้ชการเดตสินะ
และเคล็ดลับในการคว้าใจแฟนเก่าคืนมา หลังจากเลิกรากันไป
ค่ะ ใช่ค่ะ อย่างนั้นเลยค่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น
ยังมีเคล็ดลับวิธีรับมือ กับการเลิกราของเดโบรา
อย่างวิธีการเอาของขวัญจากแฟนเก่า ไปทำกำไร
และวิธีการลดน้ำหนักหลังการเลิกรา
เคล็ดลับการถ่ายรูปโปรไฟล์
สำหรับใช้ในแอปสนทนา ที่จะทำให้แฟนเก่าอึ้งไปเลย
นี่ เนื้อหาจับต้องได้ แถมจุดขายก็พิเศษไม่ซ้ำใคร
แทบอดใจรอซื้อไม่ไหวเลยใช่ไหมคะ
เท่าไรเหรอครับ
ท่านประธานก็
คิดว่าไง
ฉันคิดว่าคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย ควรเป็นหน้าที่ของนักวางแผนนะ
นักวางแผน...
ผมชอบแนวความคิด ที่จะเปลี่ยนคอนเซปต์ดั้งเดิม
จากแทบทุกเรื่องเกี่ยวกับความรัก ตั้งแต่การคบหาไปยันการแต่งงานนะ
มันมี...
จุดเปลี่ยนที่หนักแน่นดี
มันยากที่จะใช้คอนเซปต์เดิมต่อไปแล้วนี่นา
นั่นฟังดูเห็นอกเห็นใจกันมากกว่า
"โค้ชการเดต ที่โดนผู้ชายเส็งเคร็งทิ้ง" เยอะเลยค่ะ
"มีจุดเปลี่ยน"
เชิญต่อเลยค่ะ เชิญค่ะ
อีกอย่างหนังสือเล่มก่อนๆ ก็ค่อนข้างจะคาดเดาได้ง่าย
แนวคิดนี้ฟังดูน่าสนใจกว่ากันเยอะเลย
แต่ผมมีข้อกังวลอยู่เรื่องนึง
การเปลี่ยนจากหนังสือแนะนำ เรื่องความสัมพันธ์
ไปเป็นหนังสือเรื่องราวชีวิตจริง
รายละเอียดเรื่องความสัมพันธ์ของคุณ จะต้องไปปรากฏอยู่บนหนังสือ
ยังไงครับ จะไม่เป็นไรเหรอครับ ไหนว่าไม่อยากเอาเรื่องตัวเองมาขายไง
ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรสักหน่อย
แค่นี้ฉันก็อับอายขายขี้หน้าไปถึงไหนแล้ว จะเอาเรื่องมาขายบ้าง จะเป็นไรไป
เงินซื้อฉันไม่ได้ถ้าไม่มากพอ
งั้นคำตอบคืออะไร
นายเห็นด้วยใช่ไหม
ฟังดูเข้าท่าดีใช่ไหมคะ
โอเค
เรียบร้อย
นี่ค่ะ
ทีนี้เราก็จะทำงานด้วยกันจริงๆ สักทีนะคะ
ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะครับ
ถ้าตกลงจะทำแล้ว ก็มาทำให้ดีกันสักตั้งนะ
เอาละ
เรียบร้อยแล้วครับ
No comments yet. Be the first to leave one.