200 ensimmäistä riviä.
โอ้ อะไรล่ะเนี่ย
ตายแล้ว กลัวจัง
คงไม่มีอะไรโป๊นะ
ที่รัก ฉันถ่ายวิดีโออยู่
ผมรักพาเมล่าของผม
พาเมล่าของคุณเหรอ
ไม่ยักรู้ว่ามีวิดีโอพวกนี้อยู่
(เพลย์บอย เซนเตอร์โฟลด์)
เจ๋ง
แพมที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ที่รัก
สุดยอดไปเลย
ตายจริง
- บุหรี่ทำเสียบรรยากาศหมด - เหรอ
ไม่พูดด้วยแล้ว
- แค่คุณหายใจก็ทำลายบรรยากาศแล้ว - ฉันเนี่ยนะ
รู้สึกแปลกจังเวลามาดู
อะไรกันเนี่ย
ไม่รู้เหมือนกัน
ดูหมอนั่นซะก่อน
โอ้ พระเจ้า
โอ้ ว้าว
ว้าว
พาเมล่า ผมเคยพูดแล้ว และผมจะพูดอีกรอบ
ผมรอคอยมาทั้งชีวิต กว่าจะเจอผู้หญิงที่วิเศษอย่างคุณ
ผมแค่อยากเป็นอัศวินสวมเสื้อเกราะ ที่คอยปกป้องคุณ
ผมถึงมาอยู่ตรงนี้
มาเถิด นางฟ้าของผม จับมือผม
ได้โปรดแต่งงานกับผมอีกรอบได้ไหม
ค่ะ
บาย
บายนะ ทุกคน
คืนนี้ วันที่ 1 มิถุนายน
พอได้ฟังเสียงของตัวเองอีกครั้ง ตอนนั้นฉันมีความสุขนะ
ตอนที่ดูวิดีโอพวกนั้น ฉันก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา เพราะฉันคิดว่า
ตอนนั้นแหละคือตอนที่ฉันได้มีความรักจริงๆ
ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง
ว้าว ที่รัก คุณสวยจังเลย
และฉันก็ไม่รู้จริงๆ ว่าฉันจะไปทางไหนต่อ ใจฉันสับสนวุ่นวาย
ฉันกำลังตามหาความรู้สึกที่หาไม่ได้
พาเมล่า แอนเดอร์สันครับ
พาเมล่า แอนเดอร์สันคือเทพีแห่งความเซ็กซี่ ในยุคนี้เลยก็ว่าได้
ฮอลลีวูดกับสาวเซ็กซี่ผมบลอนด์
ซูเปอร์สตาร์กระฉ่อนโลกจากบทบาทในเบย์วอทช์
อาจเป็นสาวผมบลอนด์ ที่โด่งดังที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เธอวิ่งบนหาดทรายในมาลิบู ในชุดไลฟ์การ์ดสีแดงสด
หรือโพสท่าลงปกเพลย์บอย
ฉันพาเมล่า แอนเดอร์สัน มิสเฟบรูเอรี่ ปี 1990 ค่ะ
คุณทั้งถ่ายเพลย์บอย เล่นในเบย์วอทช์
มีหลายมุมที่ดูวับๆ แวมๆ คุณเคยกังวลเรื่องนี้บ้างไหม
- ไม่ค่ะ - ครับ เข้าใจ งั้นมาคุยต่อกัน
ทอมมี่ พาเมล่า หันมาหน่อย
พาเมล่าแต่งงานกับทอมมี่ ลี มือกลองวงมอตลีย์ครู หลังรู้จักกันได้สี่วัน
ทำไมถึงคิดว่าพวกสื่อสิ่งพิมพ์ถึงสนใจใครรู้
เรื่องชีวิตเซ็กส์หรือชีวิตรักของคุณนัก
อาจจะเป็นเพราะเรื่องเทปนั่นก็ได้
เซ็กส์เทปอื้อฉาว ที่ถูกขโมยไปจากบ้านของพวกเขา
เคยแต่งงานมากี่ครั้งแล้วนะครับ สี่ครั้งใช่ไหม
ก็ผู้ชายคนเดียวไม่พอนี่คะ
ถ้าอ่านพวกข่าวซุบซิบอะไรแบบนั้น
จะนึกภาพว่าฉันเป็นอีกคนหนึ่งเลย
ฉันก็ได้แต่หวังว่าจะทำให้ผู้คนนึกไม่ถึง
- โอเค สรุปว่าคุณไม่ใช่นักแสดง - ค่ะ
- แล้วเป็นอะไรล่ะ - ยังไม่รู้เหมือนกัน
- โตขึ้นอยากเป็นอะไรเหรอ - นั่นสิคะ ฉันก็ยังไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร
(ความรักของพาเมล่า)
สวัสดีค่ะ แม่
ฉันอยู่ที่นี่
อยู่ในบ้านที่โตมา ซึ่งก็… ทำให้รู้สึกหวั่นไหวและสะเทือนอารมณ์
เหมือนเวลาแต่งงานกับพวกร็อกสตาร์
เหมือนกลับมาอยู่บ้านที่แสนจะวุ่นวาย ที่ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความทรงจำวัยเด็ก
นี่จ้ะ เด็กดี
(เลดี้สมิธ รัฐบริติชโคลัมเบีย แคนาดา ประชากร: 8,990 คน)
ฉันมักจะกลับมาอยู่ที่บ้านเวลามีปัญหา
และมักจะกลับไปพร้อมทางออกเสมอ
เหมือนได้มาเบิกเนตร
นั่งอยู่กลางทุ่งหญ้า
มองดูดาว
แล้วก็จะเข้าใจทุกอย่าง
โอ้ พระเจ้า
หาดแบบนี้ถ่ายทำไม่ง่ายนะ ไม่เหมือนที่แคลิฟอร์เนีย
เชื่อสิ ให้ฉันวิ่งสโลว์โมชั่นบนหาดนี่ไม่ได้หรอก
วันที่ 1 เมษายน พ่อจะปลุกฉันขึ้นมาจากเตียง
เอาฉันขี่คอเดินมานี่แล้วโยนฉันลงน้ำ เป็นการฉลองวันเมษาหน้าโง่
นั่นเป็นวันแรกที่เราได้รับอนุญาต ให้เล่นน้ำในทะเลได้
แล้วก็ต้องว่ายน้ำด้วย วันที่ 1 เมษายนนี่แหละ ยังหนาวอยู่เลย
เห็นกำแพงอิฐนั่นไหม บ้านฉันเคยอยู่ตรงนั้นแหละ
เมื่อก่อนเป็นแค่เพิงเล็กๆ
แม่ฉันเป็นเด็กเสิร์ฟ ทำงานที่ร้านแพนเค้กสมิตตี้ส์
(ร้านแพนเค้กสมิตตี้ส์)
แต่พ่อฉันเป็นเซียนโป๊กเกอร์
สิบแปดมงกุฏ คนทำความสะอาดปล่องไฟ ใส่หมวกทรงสูงแบบนั้นเลย
ทุกคนมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพ่อฉันเสมอ พ่อเป็นขาใหญ่ของเลดี้สมิธเลยก็ว่าได้
พ่อฉันชอบแข่งรถ
แม่มีแผลเป็นที่หน้าผาก
เพราะหัวแม่ทะลุกระจกหน้าตอนที่ฉันยังอยู่ในท้อง
ยังชอบคุยเล่นกันอยู่เลยว่า คงเพราะแบบนี้ฉันถึงเป็นคนบ้าๆ บอๆ
ฉันรักเกาะนี้
ได้อยู่ใกล้น้ำ
ผู้คนเป็นมิตรมาก
เลดี้สมิธเป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงาม
เกาะแวนคูเวอร์คือที่ที่น่าใช้ชีวิตอยู่
พาเมล่าเกิดวันที่ 1 กรกฎาคมปี 1967
พอเกิดมาปุ๊บก็ได้ลงข่าวปั๊บ
แพมเป็นเด็กคนแรกที่เกิด ในปีที่ประเทศมีอายุครบ 100
เด็กทุกคนที่เกิดวันนั้นก็เลยได้รับเหรียญตรา
แพมชอบไปที่ร้านอยู่เรื่อย
พอผมไปถึง คนก็จะบอกว่า
"ของพาเมล่าต้องจ่าย 50 ดอลลาร์"
ผมก็ว่า "ค่าอะไร"
"ก็ลูกคุณมากินช็อกโกแลตเป็นแท่งๆ แล้วเชื่อไว้น่ะสิ"
ก็คงเป็นเด็กแสบหน่อยๆ ละมั้ง
พ่อแม่ฉันแต่งงานกัน
น่าจะตอนอายุได้ 17 กับ 19 ตอนที่แม่ตั้งท้องฉัน
ก็เลยยังเป็นวัยรุ่นสนุกกันอยู่
พ่อฉันดื่มเหล้าหนักมาก
ทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย
ด่าทอกัน บางทีก็ตบตีกัน
แม่ฉันดูดฝุ่นตอนที่กำลังดูเกมฮอกกี้กันอยู่
พ่อก็เลยหยิบเครื่องดูดฝุ่นโยนข้ามหัวแม่ไปเลย
โยนข้ามไปตกอยู่บนหาดเลย
ห้ามดูดฝุ่นตอนดูฮอกกี้
ฉันรู้ว่าต้องพาน้องชายออกไปนอกบ้าน และรอจนกว่าเสียงตะโกนด่าจะสงบลง
แล้วพอเข้าบ้านก็จะเห็นพ่อกับแม่ อยู่แนบชิดติดกำแพงหรือไม่ก็บนโต๊ะ
จูบกันอย่างดูดดื่ม แล้วเข้าห้องไป ปิดประตูเสียงดัง
เราก็จะคิดว่า "อืม แบบนี้ดีกว่าแหละ"
แต่ก็รู้สึกถึงพลังแบบเดียวกันนะ
เราหนีไปจากพ่ออยู่สองสามครั้งเห็นจะได้
ไปอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์ ใช้สวัสดิการรัฐ
กินนมผม… รสชาตินมผงยังติดปากฉันอยู่เลย
จำได้ว่าพ่อฉันโทรมาหา แล้วข้างๆ โทรศัพท์มีซองจดหมายอยู่
ฉันเลยบอกที่อยู่พ่อไป แล้วพ่อก็มารับพวกเรากลับไปอยู่บนเกาะ
แต่พ่อกับแม่ไม่อยากกลับไปอยู่เลดี้สมิธ
คงเพราะมีแต่ความทรงจำที่เลวร้ายสำหรับแม่ ก็เลยย้ายไปอยู่เมืองอื่นที่ใกล้ๆ กัน
แม่ฉันยืนกรานแบบนั้น
แต่ฉันก็ได้เข้าใจว่า ไม่มีใครที่มีวัยเด็กที่สมบูรณ์แบบหรอก
เคยมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับฉันตอนเด็กๆ
ฉันเคยมีพี่เลี้ยง
พ่อกับแม่นึกว่าเธอเป็นคนดี เพราะเอาของมาฝากอยู่เรื่อย
แต่เธอลวนลามฉัน
ฉันโดนกระทำอยู่ถึงสามสี่ปี
เธอห้ามไม่ให้ฉันบอกพ่อแม่
ฉันพยายามปกป้องน้องชายจากเธอ
พยายามฆ่าเธอด้วย
ฉันพยายามแทงเข้าไปที่หัวใจ โดยใช้ปากการูปลูกกวาดไม้เท้า
บอกว่าฉันอยากให้เธอตายๆ ไปซะ วันรุ่งขึ้นเธอก็ขับรถชนตาย
ฉันนึกว่าฉันฆ่าเธอด้วยพลังจิตวิเศษ ฉันเลยไม่กล้าบอกใคร
แต่ฉันมั่นใจว่าเป็นฝีมือฉันแน่ๆ ฉันแช่งให้เธอตายและเธอก็ตาย
ฉันต้องอยู่กับความรู้สึกนั้นตลอดเวลาที่เป็นเด็ก
พอเกิดเรื่องราวที่สะเทือนอารมณ์ขึ้นมา ฉันจะถอดจิตออกจากร่าง
แล้วล่องลอยไป และสร้างโลกเล็กๆ ใบใหม่ขึ้นมา
ฉันพยายามขุดหลุมไปถึงประเทศจีน คิดในใจว่า "เกลียดที่สุดเลย อยากไปจากที่นี่"
คิดแต่ว่าจะต้องไปจากเกาะนี้ให้ได้
พอโตขึ้นฉันก็เริ่มออกแนวทอมบอย
ฉันเล่นยิมนาสติกและตัวเล็ก
เป็นสาวช้ามาก
พอเริ่มมีก้อนนูนขึ้นที่หน้าอก
ฉันก็ซ้อมพูดอยู่ตั้งนานว่าจะบอกแม่ยังไง ว่าฉันเป็นมะเร็งใกล้ตาย
ฉันนึกว่ามันเป็นมะเร็ง และพยายามกดให้มันยุบกลับเข้าไปในอก
พอบอกแม่ แม่ก็หัวเราะแล้วพูดว่า "ลูกกำลังจะเป็นสาวแล้ว"
แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วเป็นฉากๆ แล้วก็มีแต่เรื่องวุ่นๆ หลังจากนั้น
แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้น
แล้วเราก็มาอยู่ตรงนี้
หลังจากที่มีก้อนปูดขึ้นมาอีกมากกว่าสอง
พระเจ้า
ไม่รู้ทำไม ตอนที่ฉันเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก
ฉันส่งสิ่งของที่สำคัญมาไว้ที่นี่หมด เพราะคิดว่าสักวันฉันจะมาที่นี่
แต่ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้ เพราะฉันมาอยู่ท่ามกลางของพวกนี้แล้ว
ฉันเก็บไดอารี่กับของต่างๆ สมัยเด็ก แล้วก็ความทรงจำทั้งหมดในชีวิต
มีกระดาษโน้ตหน้าเหลืองเต็มไปหมด ชีวิตฉันก็คือกระดาษโน้ตหน้าเหลืองนี่แหละ
ฉันอยากจดไว้เผื่อว่าจะลืม
ก็เลยจดไว้เพราะคิดว่า
ถ้าฉันเป็นอะไรไปก็จะได้มีหลักฐาน
บางทีก็จดเรื่องพวกนี้ไว้ บางทีก็แค่ระบายความรู้สึก
โดยที่ไม่คิดว่าใครจะมาอ่าน
ไหนๆ คุณก็เอาไดอารี่มาให้ดูแล้ว
ถ้าจะขอให้อ่านให้คนดูฟังจะได้ไหมครับ
หรือคุณคิดว่ายังไง
ฉันไม่แน่ใจว่าอยากอ่านหรือเปล่า
ไม่รู้จะดูสารคดีเรื่องนี้หรือเปล่าด้วยซ้ำ
ฉันแค่อยากทำอะไร เพื่อเสพประสบการณ์เท่านั้นแหละ
ฉันอยากใช้ชีวิตทำเรื่องอื่นๆ ต่อไป
เพราะงั้นมันคงจะง่ายกว่า ถ้าคุณจะให้คนอื่นมาอ่านแทน
เพราะฉันอาจพูดว่า "ไม่เอา ฉันไม่อยากอ่านตรงนั้นตรงนี้"
เพราะงั้นฉันอนุญาตค่ะ
การต้องเผชิญกับมันอีกทีมันยากนะ
เพราะถ้าต้องเผชิญกับมันอีก ก็จะรู้สึกเหมือนกับครั้งแรก
มัน… เจ็บปวดนะ
"ดีใจจังที่ได้ไดอารี่เล่มนี้มา
มันน่าจะช่วยได้นะ
สักวันฉันอาจจะเขียนหนังสือก็ได้
ฉันชอบถ้อยคำต่างๆ
มันทำให้ฉันลืมเรื่องบ้าๆ พวกนี้ไปได้
มากับฉันสิ ฉันกรุยทางให้
โลกเปิดกว้างเมื่อฉันจรดปากกา
สมัยเรียน ฉันมักจะเขียนถึง เรื่องพ่อแม่ที่ทอดทิ้งลูก
ตอนนั้นฉันคงเจ็บปวดมาก
ชีวิตเล่นตลกกับฉันอยู่เรื่อย
ฉันพยายามหาทางทำให้คนเห็นว่า ฉันเป็นพวกบ้าบอไปวันๆ
ฉันรู้ว่าทุกคนสร้างเรื่องราวดราม่า ในชีวิตของตัวเองเสมอ
No comments yet. Be the first to leave one.