पहली 200 पंक्तियाँ।
BBC.Planet Earth.EP02.Mountains - OCR 23.976 fps runtime 00:49:56
มนุษย์ยอมเสี่ยงชีวิต
เพื่อให้ได้ปีนป่าย ภูเขาที่สูงที่สุด
บางคนอาจคิดว่า การปีนภูเขาสูงได้สำเร็จ
คือการได้พิชิตมัน
แต่ที่แท้เราก็เป็นเพียง ผู้มาเยือนชั่วครั้งคราว
เพราะนี่คือ โลกที่หนาวเหน็บ
และแปลกประหลาด
อีกหนึ่งสถานที่ สุดแปลกประหลาด
หนึ่งในที่ซึ่งต่ำที่สุด และร้อนที่สุดในโลก
ที่นี่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เกิน 100 เมตร
แต่มีภูเขาลูกหนึ่ง กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
บ่อกรดกำมะถันนี้ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า
ลึกลงไปใต้ดิน
มีความปั่นป่วน ในระดับมหาศาล
นี่คือแอ่งดานาคิล ในเอธิโอเปีย
ซึ่งทอดตัว อยู่ระหว่างรอยแยก
ขนาดมหึมา ของเปลือกโลก
ซึ่งผืนแผ่นดินกำลังถ่างตัว ออกห่างจากกันไปทุกที
ลาวาไหลพลุ่งขึ้นสู่พื้นผิว ผ่านรอยแยกของเปลือกโลก
ก่อให้เกิดภูเขาไฟอายุน้อย เป็นแนวยาว
ที่นี่คือ เออร์เต้ อาเล่
แนวภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ ซึ่งยาวที่สุดในโลกขณะนี้
ทะเลสาบลาวานี้ เดือดพล่าน
หลอมละลาย มานานกว่า 100 ปี
พลังเดียวกันนี้ จากภูเขาไฟ
ยังทำให้เกิด ที่ราบสูงเอธิโอเปีย
70 ล้านปีก่อน
แผ่นดินตรงนี้ ยังเป็นแอ่งลึก
และแบนเรียบ เหมือนที่แอ่งดานาคิล
ลาวาหลอมเหลว พลุ่งขึ้นมาจากใจกลางโลก
ดันให้เกิดเป็นโดมหินใหญ่ มหึมากว้าง 500 ไมล์
ฉายา หลังคาแห่งแอฟริกา
นับพันๆ ปีที่ฝนและน้ำแข็ง ได้สกัดให้เนินหิน
กลายเป็นสันเขาขรุขระ และหุบเหวลึก
ยอดเขาสูง เกือบ 3 ไมล์เหล่านี้
เป็นที่อยู่ของนักปีนป่าย ที่น่าทึ่งมากชนิดหนึ่ง
คือลิงบาบูนเจลาด้า
พวกมันเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น ของที่ราบสูงเอธิโอเปีย
ผาสูงที่พวกมันใช้นอน
นักปีนที่เชี่ยวชาญเท่านั้น จึงปีนได้
และบาบูนเจลาด้า ก็มีคุณสมบัติเหมาะสม
มันมีนิ้วที่แข็งแรง กว่าลิงชนิดใด
และพวกมันไม่รู้จักกลัว
แต่แค่การไม่กลัว ความสูงนั้น
ยังไม่พอ สำหรับการอยู่ที่นี่
แต่ละวัน ในชีวิตบาบูนเจลาด้า
มีเรื่องที่ท้าทายมากมาย
สำหรับลิงทุกชนิด
ตอนเช้า เป็นเวลาไซ้ขนแต่งตัว
เป็นโอกาส ที่จะได้สังสรรค์กับเพื่อน
เจลาด้าต่างจากลิงชนิดอื่น
ตรงที่มันคุยจ้อกแจ้ก ไปด้วยตลอดเวลา
การคุยช่วยให้สังสรรค์ได้ดี เวลาที่มือไม่ว่าง
แต่เวลาในการสมาคม ก็ไม่ยาวนานนัก
เพราะบาบูนเจลาด้า
มีอะไรหลายอย่าง ให้ต้องทำทั้งวัน
ลิงส่วนมากอยู่บนนี้ไม่ได้
เพราะไม่มีผลไม้ และมีแมลงให้กินน้อยมาก
แต่บาบูนเจลาด้า มีความพิเศษ
มันเป็นลิงชนิดเดียวในโลก
ที่ยังชีพ โดยการกินหญ้าเป็นหลัก
พวกมันอยู่กันเป็นฝูง
ฝูงของมันใหญ่ กว่าฝูงลิงชนิดใด
บางฝูงมีสมาชิก ถึง 800 ตัว
พวกมันเล็มกินหญ้าทั้งทุ่ง ราวกับฝูงวิลเดอบีสต์
บาบูนเจลาด้ากินหญ้า อยู่รวมกับแพะภูเขาวาเลีย
ซึ่งเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น ของที่ราบสูงแถบนี้เช่นกัน
แพะหายากชนิดนี้ ปกติขี้อายมาก
แต่พวกมันจะผ่อนคลาย เวลาอยู่กับบาบูนเจลาด้า
เราอาจคิดว่าสัตว์กินหญ้า
น่าจะหลีกเลี่ยง ไม่กินหญ้าบริเวณเดียวกัน
แต่บาบูนกับแพะภูเขา มีผลประโยชน์ร่วมกัน
จากการอยู่ด้วยกัน
เพราะการก้มหน้าก้มตา กินหญ้าจะปลอดภัยขึ้น
ถ้ามีเพื่อนคอยเฝ้าระวังภัย
หมาป่าเอธิโอเปีย
จะไม่จู่โจมเหยื่อ กลางวันแสกๆ
แต่พอตกค่ำ
ที่ราบสูงแห่งนี้ จะอันตรายกว่าเดิมมาก
เมื่อพวกมัน กินหญ้าเสร็จแล้ว
ก็ยังมีเวลาสังสรรค์ กันอีกหน่อย
ก่อนจะกลับไปนอน ที่หน้าผา
เสียงเตือนภัย ทำให้สมาชิกพากันตื่นตัว
แล้ววันนี้ก็จบลง เหมือนตอนเริ่มต้น
คือทุกตัวปลอดภัย อยู่บนหน้าผา
ภูเขาไฟแห่งเอธิโอเปีย สงบไปแล้ว
แต่ภูเขาไฟที่อื่น ยังคุกรุ่นอยู่
ภูเขาไฟเรียงตัวกัน ตามแนวสันเขา
ของเทือกเขา ที่ยาวที่สุดในโลก
คือเทือกเขาแอนดีส ในอเมริกาใต้
เทือกเขาแอนดีส ทอดยาว 5,000 ไมล์
จากแนวศูนย์สูตร จรดทวีปแอนตาร์กติก
มันก่อตัวขึ้นโดยแผ่นเปลือกโลก ใต้มหาสมุทรแปซิฟิก
มุดเข้าใต้ทวีปอเมริกาใต้ ทำให้ขอบทวีปยกตัวขึ้น
ที่ปลายสุดทางทิศใต้
คือเทือกเขา ในแถบพาตาโกเนีย
ตอนนี้เป็นกลางฤดูร้อน
แต่เทือกเขาแอนดีส มีสภาพอากาศ
ซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้ ที่สุดแห่งหนึ่ง
อาจจะเกิดพายุขึ้น ได้ทุกเมื่อโดยไม่มีวี่แวว
อุณหภูมิลดฮวบลงมา
กัวนาโคแม่ลูกอ่อน
ต้องเผชิญพายุหิมะ อย่างกะทันหัน
มีฤดูกาลครบทุกแบบ ในวันเดียว
เสือพูม่า คือสิงโตแห่งเทือกเขาแอนดีส
ปกติเสือพูม่าจะอยู่โดดเดี่ยว และซ่อนตัว
การได้เห็นพวกมันเดินด้วยกัน เป็นฝูงในที่โล่งแจ้ง
เป็นที่ภาพหาชมยากมาก
นี่คือครอบครัวเสือ แม่กับลูกอีก 4 ตัว
แม่เสือมีแค่ช่วงฤดูร้อน ที่แสนสั้น
สำหรับสอนเทคนิค การเอาชีวิตรอดให้ลูกๆ
การเลี้ยงลูก 4 ตัว จนโตมาได้เท่านี้
เป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่
แต่แม่เสือ ก็มีอาณาเขตหากิน
ที่เพียบพร้อม ด้วยอาหารและน้ำ
แม้ว่าตอนนี้ลูกเสือ จะตัวโตเกือบเท่าแม่
แต่พวกมันก็ยังต้อง พึ่งพาแม่ให้หาอาหารให้
ต้องรอไปอีกปี
กว่าที่ลูกเสือ จะล่าเหยื่อเองเป็น
ถ้าไม่ได้ทักษะ และประสบการณ์ของแม่
ลูกเสือคงไม่มีทางอยู่รอด ผ่านฤดูหนาวไปได้
ลมพายุเฮอริเคน ที่พัดเข้าปะทะ
ทำให้ลาดเขาแห่งนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่
เลยไปทางเหนือ
ยังมีอันตราย ในรูปแบบอื่น
หิมะถล่มซึ่งมีความเร็ว 250 ไมล์ต่อชั่วโมง
สามารถทลายทุกอย่าง ให้ราบเรียบ
ที่เทือกเขาร็อกกี้ ของอเมริกา
มีหิมะถล่มเกิดขึ้น นับแสนครั้งทุกฤดูหนาว
เทือกเขาใหญ่มหึมานี้
มีสันเขาทอดยาวเป็นแนว
จากพาทาโกเนีย ถึงอลาสก้า
ลาดเนินของเทือกเขาร็อกกี้ แม้จะกันดาร
แต่ก็เป็นที่พักพิง ในฤดูหนาว
ของสัตว์หลายชนิด
แม่หมีกริซลี่ โผล่ออกมาจากโพรง
หลังจากหลับจำศีล อยู่ใต้ดินนาน 6 เดือน
ลูกหมี 2 ตัวตามออกมา และเหยียบย่าง
สู่โลกภายนอก เป็นก้าวแรก
ลาดเนินสูงชันนี้
เป็นที่พักพิงปลอดภัย ของลูกหมี
หมีตัวผู้จะฆ่าลูกหมีกินแน่ ถ้ามีโอกาส
แต่หมีตัวใหญ่ ปีนขึ้นมาบนนี้ได้ยาก
หมีตัวผู้มีขนาดใหญ่ เป็น 2 เท่าของตัวเมีย
แค่หมีตัวเมียเอง ก็ปีนป่ายบนนี้ลำบากแล้ว
แต่ลูกหมี ปีนป่ายหิมะได้สบาย
และเล่นสนุกได้กับทุกเรื่อง
แม่หมีมีเรื่องลำบาก ให้ต้องคิด
มันไม่ได้กินอะไร มา 6 เดือนแล้ว
และน้ำนมของมัน ก็เริ่มจะแห้งหมด
แม่หมีต้องออกจาก
ลาดเนินที่ปลอดภัยแห่งนี้ ในเร็ววัน
และพาลูกๆ ไปจากภูเขานี้
ถ้ามันล่าช้า
ทั้งครอบครัว อาจจะต้องอดตาย
ฤดูร้อนเผยให้เห็น
ธรรมชาติแท้จริง ของเทือกเขาร็อกกี้
เมื่อหิมะหายไป ก็แลเห็นเป็นภูผาหินขรุขระ
ถึงตอนนี้พวกนักไต่เขา
จึงสามารถปีนป่าย ขึ้นที่สูงได้
สูงขึ้นไป 2 ไมล์
ลาดเขาที่เป็นหินแตกร่วน ดูจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ
แต่ก็ยังมีสัตว์บางชนิด
หมีกริซลี่
ดูเป็นเรื่องแปลกที่พวกมัน มาอยู่บนลาดเขาสูงๆ
ที่เทือกเขาร็อกกี้
มองไม่ออกเลยว่า อะไรที่ดึงดูดพวกมันมาที่นี่
ในเวลานี้ของปี
พวกหมีต้องกินอาหาร ตุนไว้สำหรับฤดูหนาว
แต่พวกมันหลายตัว ก็อุตส่าห์ขึ้นมา
บนลาดเขาแห้งแล้งนี้
พวกมันกำลังเสาะหา อาหารที่ค่อนข้างแปลก
ผีเสื้อกลางคืนนับล้านๆ ตัว บินหนีความร้อน
จากหุบเขาเบื้องล่าง ขึ้นมาบนนี้
และมาเกาะอยู่ตาม ระหว่างซอกหิน
ผีเสื้อกลางคืนดูไม่น่า จะเลี้ยงปากท้องพวกหมีได้
แต่แมลงชนิดนี้ มีไขมันในตัวมาก
และช่วยประทังชีวิต พวกหมี
ในช่วงที่ต้องดิ้นรน หาอาหารได้เป็นอย่างดี
สงครามอีกรูปแบบ ก็กำลังดำเนินไป
แต่เป็นสงคราม ในระดับใหญ่
ก้อนหินแตกร่วนเหล่านี้ คือภูเขาที่กำลังทรุดลง
เทือกเขาร็อกกี้ ไม่ได้ก่อตัวสูงขึ้น
แต่กลับค่อยๆ แยกตัวทรุดลง
ภูเขาทุกแห่งทั่วโลก สึกกร่อนลงไปเรื่อยๆ
ด้วยน้ำค้างแข็ง หิมะและน้ำแข็ง
เทือกเขาแอลป์ส์ก่อตัวขึ้น
เมื่อประมาณ 15 ล้านปีก่อน
จากการที่แผ่นทวีปแอฟริกา เลื่อนขึ้นเหนือ
มาชนกับขอบทางใต้ ของแผ่นทวีปยุโรป
ยอดเขาระเกะระกะเหล่านี้
อดีตเคยเป็น พื้นทะเลโบราณ
ซึ่งทอดตัว อยู่ระหว่างทวีปทั้งสอง
แต่นี่เป็นเพียงเชิงเขา ของเทือกเขาแอลป์ส์
ตรงกลางแนวเทือกเขานั้น ยอดเขาสูงถึง 3 ไมล์
และหิมะบนยอดเขา ไม่เคยละลาย
ยอดแมตเตอร์ฮอร์น
มีส่วนยอดที่สูงชัน จนหิมะเกาะไม่อยู่
ยอดมองต์บลังค์
No comments yet. Be the first to leave one.