पहली 200 पंक्तियाँ।
BBC.Planet Earth.EP01.From Pole To Pole 23.976 fps OCR runtime 00:51:09
เมื่อ 100 ปีก่อน
บนโลกยังมีมนุษย์ เพียงแค่ 1,500 ล้านคน
ปัจจุบัน โลกแออัดไปด้วย
ประชากรมากกว่า 6,000 ล้านคน
เราจะพาคุณไปยังดินแดน แห่งธรรมชาติที่ห่างไกล
เพื่อสำรวจโลกและสัตว์ต่างๆ ที่คุณไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ลองวาดภาพโลกที่ไร้ดวงตะวัน
เพนกวินจักรพรรดิตัวผู้
กำลังเผชิญสภาวะ อย่างที่เราพูดถึง
ในฤดูหนาว แห่งแอนตาร์กติก้า
มีแต่ความมืดที่ยาวนาน
อุณหภูมิก็ลดต่ำถึง - 70 องศาเซลเซียส
เพนกวินยังอยู่ที่นี่ ขณะที่สัตว์อื่นๆ อพยพไปหมด
เนื่องจากพวกมัน ต้องรักษาสมบัติล้ำค่า
นั่นคือไข่ที่วางบนหลังเท้า
ซึ่งอาศัยความอบอุ่น จากหนังหน้าท้อง
ที่ห้อยลงมาคลุมไว้
พวกมันไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร
และจะไม่เห็นดวงตะวัน ไปอีก 4 เดือน
ไม่มีสัตว์ชนิดใดที่จะเจอ ทุกข์ยากแสนเข็ญไปกว่านี้
ดวงอาทิตย์ที่จากลา ทวีปแอนตาร์กติก
กลับส่องสว่าง อยู่ในฟากฟ้าขั้วโลกเหนือ
เดือนมีนาคม
แสงสว่างหวนคืน มายังทวีปอาร์คติก
ขับไล่ความมืด ยาวนาน 4 เดือนให้สิ้นสุดลง
หมีขั้วโลกออกจากโพรง
มันเก็บตัวอยู่ในนั้น มาตลอดฤดูหนาว
และออกจากโพรง ในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ
หลังจากอุดอู้อยู่ใต้ดิน มาหลายเดือน
มันก็ออกมากลิ้งไถล ไปตามลาดเนิน
อาจจะเพื่อทำความสะอาด
หรือแค่เล่นสนุก
ลูกๆ ของมัน
จ้องมองดูโลกใหม่ ที่สว่างสดใสเป็นครั้งแรก
แม่หมีเรียกลูกๆ
แต่เนินลาดชันนี้
ไม่ใช่ที่ที่จะหัดเดิน ก้าวแรกได้สบายๆ
แต่พวกมันกำลังหิว และอยากจะรีบไปหาแม่
ซึ่งยังไม่ยอมให้มันกินนม ในวันพิเศษนี้
แม่หมีล่อหลอกลูก ให้ตามมากินนม
อาหารอย่างเดียว ที่ลูกหมีรู้จัก
นับตั้งแต่เกิดมาใต้โพรงหิมะ เมื่อ 2 เดือนก่อน
โดยไม่เคยได้เห็น หรือได้ยินอะไร
แม่หมีเอง ก็ไม่ได้กินอะไรมา 5 เดือน
และสูญเสีย น้ำหนักตัวไปมาก
มันเปลี่ยนไขมันสำรอง ในตัวเท่าที่เหลืออยู่
ให้เป็นน้ำนมสำหรับลูกๆ
ดวงตะวันฉายแสงอบอุ่น แต่ก็สร้างปัญหาให้แม่หมี
เพราะความร้อน เริ่มจะละลายทะเลน้ำแข็ง
ซึ่งแม่หมี ต้องใช้เป็นที่ล่าแมวน้ำ
เอามาเลี้ยงลูกๆ
แม่หมีต้องออกไปกลางทะเล ก่อนที่น้ำแข็งจะแยกตัว
แต่ตอนนี้อากาศยังหนาว ถึง -30 องศา
ลูกหมียังต้องอาศัยไออุ่น ใต้โพรงหิมะ
6 วันหลังจากพวกหมี ออกจากโพรง
ฤดูใบไม้ผลิ มาถึงอย่างเต็มที่
ทว่าก็อาจจะเกิดพายุหิมะได้ แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ลูกหมียังเล็กมาก
และอาจหนาว จนแข็งตายได้ง่ายๆ
การแอบอยู่ในโพรง น่าจะสุขสบายกว่ามาก
แต่แม่หมี จำเป็นต้องให้พวกมัน
ตามออกมาภายนอก
แม่หมีอ่อนแอลง เพราะความหิว
และเนินหิมะแถบนี้ ก็ไม่มีอาหารใดๆ
ทะเลน้ำแข็งยังแน่นหนาดี แต่ก็คงจะอยู่ไปได้อีกไม่นาน
วันที่ 10
แม่หมีเดินนำลูกออกห่าง จากโพรงได้ 1 ไมล์แล้ว
ลูกหมีเริ่มพบ บททดสอบอันท้าทาย
พวกมันมั่นใจ ในตัวเองขึ้นมาก
แต่แม่หมีดูจะไม่ทันสังเกต เรื่องเดือดร้อนของพวกมัน
ในที่สุดพวกมันก็ดูเหมือน พร้อมจะเดินทาง
ซึ่งก็ทันเวลาพอดี
เพราะนอกชายฝั่งไป ไม่กี่ไมล์
น้ำแข็งเริ่มจะแตกตัว
ตอนนี้แม่หมี สามารถล่าแมวน้ำได้แล้ว
แต่มันก็กำลังพาลูกๆ เข้าสู่โลกใหม่ที่อันตราย
เกือบครึ่งของลูกหมี
ไม่รอดชีวิตในปีแรก บนทวีปน้ำแข็ง
ฤดูร้อนมีแสงแดด ตลอด 24 ชั่วโมง
และพื้นทวีปก็ทั้งละลาย และเคลื่อนตัว
เลยไปทางใต้
หิมะฤดูหนาวหายไป จากที่ราบอาร์คติกทุนดร้า
นี่คือชายแดนเหนือสุด ของแคนาดา
ที่ซึ่งปรากฏภาพชีวิต
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภาพหนึ่ง ในธรรมชาติ
ทุกปี กวางคาริบู 3 ล้านตัว
จะอพยพข้าม ที่ราบอาร์คติกทุนดร้า
ขนาดฝูงที่ใหญ่มหึมานี้
จะเห็นได้เต็มตา ก็ด้วยภาพถ่ายทางอากาศ
สัตว์บางฝูงเดินทางไกล กว่าปีละ 2,000 ไมล์
เพื่อเสาะหา ทุ่งหญ้าเขียวสด
นี่คือการอพยพทางบก ที่ยาวไกลที่สุดของสัตว์
พวกมันต้องอพยพ ตลอดเวลา
ลูกกวางเกิดใหม่ต้องลุกยืน
และวิ่งให้ได้ ตั้งแต่วันแรกเกิด
แต่กวางฝูงมหึมานี้ ไม่ได้เดินทางลำพัง
หมาป่าก็มาด้วย
ฝูงหมาป่า จำนวน 8 ถึง 10 ตัว
ตามติดฝูงกวางอพยพ
พวกมันล้วนหิวโหย
เป้าหมายของพวกมัน คือลูกกวางเกิดใหม่
มันวิ่งตรงเข้าใส่ฝูงกวาง
เพื่อจงใจ สร้างความแตกตื่น
ฝูงกวางแตกฮือ
ทำให้เล็งกวางเดี่ยวๆ แต่ละตัวได้ง่ายขึ้น
ขณะที่อลหม่าน
ลูกกวางก็พลัด จากแม่ของมัน
ลูกกวางยังเล็ก
แต่มันก็อาจจะ วิ่งหนีหมาป่าได้
ถ้าหากมันวิ่งไม่หยุด
ในตอนนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ
ถ้าลูกกวาง ไม่ก้าวพลาดเสียเอง
หรือหมาป่า ไม่เปลี่ยนใจเลิกตาม
กลางฤดูร้อน
ดวงตะวันไม่เคยลับฟ้า เหนือที่ราบทุนดร้า
ที่เส้นรุ้งระดับนี้
แสงอาทิตย์จะส่อง เป็นแนวเฉียง
พลังงานที่ส่งมายังพื้นดิน
จึงไม่มากพอ ที่ต้นไม้จะเติบโต
เราต้องมุ่งลงใต้ไป อีก 500 ไมล์
จึงจะพบเจอต้นไม้
ต้นสนเตี้ยแคระเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นของแนวต้นไม้
ในป่าสนไทก้าทางเหนือ
ใบสนซึ่งแหลมเหมือนเข็มนี้ ใช้กินเป็นอาหารไม่ได้
ป่านี้จึงมีสัตว์ ไม่กี่ชนิดอาศัยอยู่
เป็นที่ซึ่งเงียบสงัด
ไร้รอยเท้าใดๆ เหยียบย่ำบนหิมะ
ในฤดูหนาว ของขั้วโลกเหนือ
แผ่นดินทั้งหมด จะปกคลุมไปด้วยหิมะ
แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิ คืบคลานขึ้นมาจากทางใต้
ป่าไทก้าก็เริ่มเผยโฉม
ป่าอันกว้างใหญ่ ซึ่งแผ่เป็นวงรอบโลก
มีต้นไม้มากถึง 1 ใน 3 ของต้นไม้บนโลก
และผลิตออกซิเจนมากมาย
จนเปลี่ยนสัดส่วนของก๊าซ ในชั้นบรรยากาศได้
ยิ่งมุ่งหน้าลงใต้
อิทธิพลของดวงอาทิตย์ ก็ยิ่งแรงกล้า
ที่เส้นรุ้ง 50 องศาเหนือ
ความเปลี่ยนแปลง แบบพลิกฝ่ามือได้เริ่มต้นขึ้น
ฤดูร้อนที่นี่ยาวนาน จนต้นไม้ใบกว้าง
สามารถงอกงาม แทนที่ต้นสน
ใบไม้แบบนี้ กินง่ายย่อยง่าย
พวกสัตว์ จึงสามารถกินใบไม้
และได้รับพลังงาน ที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์
ในฤดูร้อน ป่าแถบนี้ เต็มไปด้วยสรรพชีวิต
แต่ช่วงเวลาดีๆ ย่อมหมดไป
ต้นไม้ใบกว้างต้องสลัดใบทิ้ง ในฤดูหนาว
ก่อนจะถูกน้ำค้างแข็งทำลาย
เมื่อใบไม้หายไป ผืนดินก็กลับแห้งแล้ง
จนสัตว์ป่าแทบไม่มีอะไรกิน
สัตว์ต่างๆ ต้องอพยพ
หรือจำศีล
หรืออยู่อย่างอดอยาก ไปนานหลายเดือน
เสือดาวหิมะไซบีเรีย เป็นเสือหายากที่สุดในโลก
ในป่าไม้ผลัดใบ ทางภาคตะวันออกของรัสเซีย
การล่าเหยื่อในฤดูหนาว เป็นเรื่องยากลำบาก
เหยื่อหาได้ยาก
และต้นไม้ใบบังต่างๆ ก็ไม่มีเหลือ
ลูกเสือเพิ่งจะขวบเดียว และยังต้องพึ่งพาแม่ของมัน
กวางมักบาดเจ็บล้มตาย ในฤดูหนาวอันยากเข็ญ
และเสือดาวเหล่านี้ ก็ไม่รังเกียจ
ที่จะเก็บกินซากกวาง
เสือดาวแอฟริกา คงไม่มีทางอยู่รอดที่นี่
แต่เสือรัสเซียมีขนหนา
เพื่อปกป้องร่างกาย จากความหนาวเย็น
เสือดาวไซบีเรียในป่า มีเหลือเพียง 40 ตัว
และจำนวนก็ลดไปเรื่อยๆ
เช่นเดียวกับสัตว์ อีกหลายชนิด
เสือดาวพันธุ์นี้ถูกคุกคาม จนใกล้สูญพันธุ์เต็มที
ทั้งจากการล่า
และการทำลาย ถิ่นที่อยู่ของมัน
เสือดาวไซบีเรียคือตัวแทน
ของมรดกธรรมชาติ อันเปราะบาง
อนาคตของเผ่าพันธุ์ของมัน
ขึ้นอยู่กับความอยู่รอด ของแม่เสือไม่กี่ตัว
เช่น แม่เสือตัวนี้
สัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าเป็นสัตว์หายากหรือไม่
ล้วนต้องพึ่งพาพลัง ของดวงอาทิตย์
ในญี่ปุ่นฤดูดอกซากุระบาน
หมายถึง การเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ
พลังแห่งดวงอาทิตย์ นำสีสันมาสู่ผืนแผ่นดิน
ขณะที่โลกโคจร รอบดวงอาทิตย์
แกนโลกจะเอียงเล็กน้อย
และความเอียงนี้เอง ที่ก่อให้เกิดฤดูกาล
ฤดูกาลที่หมุนไป
ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา
เมื่อแสงอาทิตย์ ในซีกโลกเหนือลดน้อยลง
ป่าไม้ผลัดใบในอเมริกา ก็เริ่มหยุดเบ่งบาน
โดยสลัดใบทิ้ง เพื่อเตรียมรับฤดูหนาว
อันมืดครึ้ม หนาวเย็นข้างหน้า
ฤดูกาลหมุนเวียน ไปสู่อีกฤดูหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตบางอย่างเติบโต บนซากพืชผุพังได้
แต่พืชและสัตว์ส่วนใหญ่
ต้องเตรียมรับชีวิตฤดูหนาว ซึ่งมีแสงแดดน้อยนิด
ประชากรสัตว์ทั้งหมด
ถูกบีบบังคับ ให้ต้องเดินทางไกล
เพื่อเสาะหาอาหาร และความอบอุ่น
เป็ดไบคาลร่วม 3 ล้านตัว
พากันอพยพ หนีฤดูหนาวของไซบีเรีย
No comments yet. Be the first to leave one.