192 baris pertama.
อีกเดี๋ยวจะได้กลับบ้านแล้วเหรอเนี่ย!
อยากกลับจัง อยากกลับไว ๆ จัง!
- อา... กลับไปยังสโนว์ฟิลด์ - อา... กลับไปยังสโนว์ฟิลด์
นี่มัน...
เกินขอบเขตของเวทมนตร์ปกติ...
ไปไกลเลยนะเนี่ย
ไปไกลเลยนะเนี่ย
ทหารม้า... ไรเดอร์งั้นเหรอ
ดนตรีที่ทำให้หัวใจเต้นรัว! เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ
เอาละ
ต้องหาคนมาทำพันธมิตรก่อนแล้ว
คุณจะไปที่นั่นไม่ได้นะครับ
จากบทเรียน ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งก่อน ๆ
ทางหอคอยนาฬิกา ตัดสินใจไม่อนุญาตให้ระดับ 'ลอร์ด'
ออกไปยังพื้นที่จริง
แล้วมีข้อมูลใหม่อะไรอีกสินะ
ครับ
ผมคิดว่าต้องรีบบอกคุณเป็นคนแรก
เบลแมน
มะ... เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน มีวงดนตรีอินดี้วงหนึ่งอัปโหลดคลิปครับ
ถัดจากข่าวก็เป็นวิดีโอสตรีมมิงงั้นเหรอ
ดูสิ นี่ไงครับ
ซาโจ...
เป็นอะไรเหรอ อายากะ
เปล่าหรอก
สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ
ถ้ามีอะไรเป็นกังวลละก็ บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจนะ
ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง
อ๊ะ หรือว่าจะเหนื่อยเหรอ
ตอนอยู่ที่ไลฟ์เฮาส์เจ้าก็ไม่ได้นอนเลยนี่
โธ่เอ๊ย! กังวลไปหมดทุกอย่างนั่นแหละ!
ที่นี่อาจจะมีมาสเตอร์คนอื่น ซ่อนอยู่ก็ได้ไม่ใช่หรือไง
อื้อ! พลังเวทที่ปกคลุมไปทั่วทั้งป่านี่น่ะ เหมือนกับเขตแดนเลยนะ!
ถ้าถูกโจมตีขึ้นมาล่ะ
ถ้าเขาคิดจะทำละก็ คงทำไปนานแล้วละ
ทำไมถึงเชื่อคนง่ายขนาดนั้นนะ
อ้าว ๆ ๆ! เซเบอร์หายตัวไปซะแล้วสิ
ทำไมคนที่มาถึงไม่ใช่อัลโตะจัง แต่กลายเป็นเซเบอร์พิลึกคนนั้นไปได้ล่ะ
แล้วใช้สื่ออัญเชิญอะไรไปล่ะ
ก็เขาบอกว่าฝักดาบในตำนานมันหายไปแล้ว
เลยใช้กล่องที่เคยบรรจุของสิ่งนั้นไว้ อัญเชิญแทนน่ะสิ
นึกว่าจะเรียกอัลโตะจังออกมาได้แท้ ๆ
โธ่ ป่านี้น่ารำคาญจัง!
ไง
มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ
ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าเจ้าเป็นวิญญาณวีรชนแบบไหน
แต่ตั้งใจไว้ว่า จะมาขอร้องเซอร์แวนท์ตนแรกที่เจอน่ะ
เอ๊ะ เซอร์แวนท์เหรอ
สนใจมาเป็นพันธมิตรกับพวกเราไหม
ก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ
แต่มาสเตอร์ของผม จะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ล่ะ
งั้นข้าอยากคุยกับมาสเตอร์ของเจ้าน่ะ
เขาไม่อยู่ที่นี่เหรอ
โอ๊ะ
เป็นมาสเตอร์ที่วิเศษมากเลย
ไม่ใช่ว่าเขาชอบมนุษย์หรอกนะ
แต่มาสเตอร์ของเธอดูจะพิเศษกว่าคนอื่น
อาจเพราะนางไม่ค่อยเหมือนมาสเตอร์ละมั้ง
ก็นะ จริง ๆ นางก็ไม่ใช่มาสเตอร์หรอก
กลับเข้าเรื่องเถอะ เมื่อคืนข้าเห็นสัตว์ประหลาด
สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้
ถ้าไม่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องแสนยุ่งยาก
ก็คงกำลังถูกใครบางคนใช้เป็นเครื่องมืออยู่
ไม่ว่าจะเป็นทางไหน
เรามาขจัดเรื่องพวกนั้น ให้หมดแล้วเริ่มใหม่กันดีไหม
ขืนต่อให้ข้าแพ้ แล้วอายากะหนีไปลี้ภัยที่โบสถ์...
ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย
ให้ความสำคัญกับมาสเตอร์จังเลยนะ
เป็นความผิดของข้าที่ดึงนางมาพัวพันน่ะ
ถ้าไม่รับผิดชอบเรื่องนี้
ก็เท่ากับเป็นการหลู่เกียรติอาณาจักร ที่สืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูลของข้า
และทำให้ชื่อขององค์ปฐมกษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่ต้องมัวหมอง
น่าสนใจนะ
เธอเองก็คงเป็นราชา
แต่ดูจะต่างจากราชาที่ผมรู้จัก
โดยเฉพาะตรงที่ มีเพื่อนเยอะกว่าใครเลยนี่แหละ
งั้นเหรอ ข้าว่าเจ้าน่าจะมีเพื่อนเยอะกว่าอีกนะ
ผมถือว่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกคือเพื่อนน่ะ
ถึงส่วนใหญ่จะเป็นความรู้สึกข้างเดียวก็เถอะ
แต่เพื่อนแท้ที่ผมจะยอมเปิดใจให้...
ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะมีแค่ 'คนเดียว' น่ะ
เฮ้ย ๆ เจรจาล้มเหลวงั้นเหรอ
หรือว่ายังไง
เพื่อนคนนั้นค่อนข้างเอาใจยากทีเดียว
ถ้าเธออ่อนแอ เขาก็คงฆ่าทิ้งทันที
ผมเลยอยากทดสอบดูว่าเธอจะสู้กับเขา...
ได้หรือเปล่าน่ะ
ข้าชอบอะไรที่เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้แหละ
สรุปคือแค่ต้องแสดงฝีมือให้เห็นสินะ
ดะ เดี๋ยวสิพวกคุณ จะทำอะไร... อ๊ะ
วางใจได้เลย อายากะ
นี่คือการประลองฝีมือเพื่อสร้างพันธมิตร
เอาละ
มาเริ่มสงครามกันเลย!
ไง น้องชาย! ดาบของเซเบอร์ที่ว่าส่งมาถึงแล้วนะ
แต่นี่ไม่ใช่โฮกุหรืออะไรทั้งนั้น เป็นแค่ดาบประดับธรรมดา ๆ น่ะ
แต่เจ้านั่นทำลายโอเปร่าเฮาส์ได้ ด้วยการโจมตีจากดาบนั่นแค่ครั้งเดียวนะ
อัศวินผมทองปนแดง
แบบนี้ดูยังไงร้อยทั้งร้อย...
ก็ "ราชาใจสิงห์" ชัด ๆ เลยนี่
แกก็คิดแบบนั้นเหมือนกันสินะ
อื้อ ถ้าพูดถึงราชาใจสิงห์ละก็ เรียกได้ว่าเป็นพวกคลั่งราชาอาเธอร์ขั้นหนักเลย
มีทฤษฎีว่าที่แกล้งทำเป็นเที่ยวเตร่ไปทั่ว จริง ๆ แล้วคือไปตามหามรดกของราชาอาเธอร์ด้วย
แต่เจ้าเป็นวีรชนในยุคที่ความลึกลับ เริ่มจางลงไปค่อนข้างมากแล้วไม่ใช่เหรอ
ฟังนะน้องชาย ราชาใจสิงห์น่ะ
ในยุคของฉัน ถูกเรียกว่า 'ราชาผู้พเนจร' เชียวนะ
นั่นก็จริง
ตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่เขาครองราชย์
ดูเหมือนจะอยู่ในอาณาจักรตัวเองไม่ถึงปีด้วยซ้ำ
ไม่ใช่แบบนั้น
ฉันหมายถึงเขาอยู่ตรง 'เส้นแบ่งระหว่างตำนาน กับประวัติศาสตร์' ต่างหากล่ะ
เขาคือราชาองค์สุดท้าย
ที่ก้าวขาข้างหนึ่งเหยียบลงไป ในยุคสมัยที่ความลึกลับอย่างพวกภูตพราย
หรือรูนเวทมนตร์ยังคงแพร่หลายอยู่น่ะ
ร็อกซ์เลย์!
เร็วจังนะ เวทเสริมแกร่งงั้นเหรอ
ไม่ใช่ของข้าหรอกนะ
เรียนวิชาหมัดมาด้วยเหรอ
เป็นเทคนิคที่เพิ่งเห็น ในสิ่งที่เรียกว่า 'ภาพยนตร์' มาเมื่อกี้
แล้วเอามาผสมกับศิลปะการต่อสู้ของข้าน่ะ
เคลื่อนไหวได้ขนาดนี้ สุดยอดเลยนะ
ในฐานะคลาสแลนเซอร์
ผมคงต้องเอาจริงหน่อยแล้วละ
ข้าเป็นเซเบอร์น่ะ ฝากตัวด้วยนะ!
ความรู้แค่ชั่วคราวเอาไม่อยู่จริง ๆ สินะ
จากนี้ไป ในฐานะคลาสเซเบอร์ ข้าจะขอใช้ดาบละกัน!
อยากลองทำแบบนี้มานานแล้วละ
"อัศวินจะไม่ตายด้วยมือเปล่า"
พูดแบบนั้นแล้วก็เอากิ่งไม้ที่เก็บได้ เพียงกิ่งเดียวเข้าฟาดฟันศัตรู
เป็นการเลียนแบบ 'อัศวินแห่งทะเลสาบ' น่ะนะ
น้องชาย! ฉันจะบอกอะไรดี ๆ ให้
ว่าความคลั่งอาเธอร์ของหมอนั่น มันหนักขนาดไหน
หนักขนาดที่ว่า สิ่งของทุกอย่างที่อยู่ในมือตัวเอง
จะตั้งชื่อให้เหมือนกับ ดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้นไปซะหมดเลย
ไม่ว่าจะเป็นดาบของจริง มีด กระดาษหนังสัตว์
หรือแม้แต่กิ่งไม้ที่ตกอยู่แถวนั้นก็เถอะ
ดาบเล่มนี้นี่แหละ!
คือเศษเสี้ยวแห่งเจตจำนง ที่มุ่งสู่เกียรติยศแห่งปาฏิหาริย์!
คือผลึกแห่งความศรัทธาที่ข้าเทิดทูน!
ความฝันอันแสนเศร้าและสูงส่งนี้!
จักฟาดฟันสู่ปลายทางที่มิอาจมีผู้ใดขัดขวาง!
จารึกไว้อีกครา ณ บัดนี้!
ดาบเล่มนั้นก็คือ...
เอ็กซ์...
คาลิเบอร์!
เฮ้ย ๆ
พลังระดับนี้เอาไปแกะเปลือกวอลนัท ได้สบายเลยนะเนี่ย
กิ่งไม้มีอานุภาพขนาดนี้เชียวเหรอ
สอบผ่านไหมล่ะ
ดูเหมือนทางนั้น จะยังไม่ได้เอาจริงถึงครึ่งเลยนะ
เธอนี่แข็งแกร่งจังนะ
ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเพื่อนของผมจะพูดว่ายังไง
อายากะ! การทำพันธมิตรเสร็จสิ้นด้วยดีแล้วนะ!
ด้วยดีเหรอ...
นี่มันกะเอาตายเลยไม่ใช่เหรอ
ก็นะ ในโลกนี้มีการประลองฝีมือ ที่เดิมพันด้วยชีวิตอยู่เหมือนกันนี่
อย่ามาล้อเล่นนะ
อย่าไปโกรธเขาเลยนะ
ที่เขาทำเรื่องบ้าบิ่นก็เพื่อเธอนะ
เจ้านี่... เคยมีคนบอกไหม ว่าอ่านบรรยากาศไม่เป็นน่ะ
ท่านเทพเคยบอกบ่อย ๆ เลยละ
อย่างตอนที่ไปปราบวัวนั่นน่ะ
ปราบวัวเหรอ!
ช่วยเล่าเรื่องนั้นให้ฟังละเอียด ๆ ได้ไหม!
วัวแบบไหน ยังไง ทำได้ยังไง...
หยุดนะ อายากะ
โอ๊ย เจ็บ ๆ ข้าผิดเองก็ได้
ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะ
ทำไมงั้นเหรอ
ฉันรู้แหละว่าคุณพยายามจะทำอะไร เพื่อคนอย่างฉันจริง ๆ
แต่ว่า...
ฉันไม่ได้ขอแบบนั้นสักหน่อย
ก็บอกแล้วนี่ ว่าข้าจะดูแลเจ้าตามใจชอบเองน่ะ
ถ้าต้องการมานา จะใช้เวทมนตร์อะไรก็ได้
หรือจะทำให้ฉันเป็นแค่ตุ๊กตาก็ได้!
ทั้งที่เป็นแบบนั้น ทำไมถึงต้อง...
เชื่อใจคนอย่างฉัน
ฉันรู้สึกขอบคุณคุณนะ ขอบคุณจริง ๆ แต่...
คนอย่างฉันไม่มีค่าขนาดนั้น
ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการปกป้อง
หรือได้รับความเชื่อใจจากใครทั้งนั้นแหละ
นี่ รู้เรื่อง "หนูน้อยหมวกแดง แห่งเซมินะแมนชั่น" หรือเปล่า
มีครอบครัวพ่อแม่ลูกสาว ย้ายเข้ามาอยู่ข้างห้องของคุณเอ
เด็กสาวตัวน้อยคนนั้นถูกทารุณกรรม และมักจะสวมฮู้ดสีแดงปกปิดบาดแผลเสมอ
ทุกครั้งที่เจอกันในลิฟต์ เธอจะเอ่ยปากขอร้องคุณเอว่า...
"นี่ ช่วยกดปุ่มทีสิ"
จนกระทั่งวันหนึ่ง ครอบครัวนั้นตัดสินใจฆ่าตัวตาย
เด็กสาวพยายามหนีมาขอความช่วยเหลือ แต่คุณเอกลับเลือกที่จะเพิกเฉย
และทอดทิ้งเธอไป เพียงเพราะไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน
นับตั้งแต่วันที่เด็กสาวหายสาบสูญไป เสียงเคาะประตูห้องก็เริ่มดังขึ้นไม่หยุด
จนในที่สุดเมื่อคุณเอทนไม่ไหว และตัดสินใจเปิดประตูออกไปจึงพบกับ...
- นี่ ช่วยกดปุ่มทีสิ - นี่ ช่วยกดปุ่มทีสิ
No comments yet. Be the first to leave one.