Le prime 200 righe.
สำหรับฉัน คำว่าคุณหมอ
อาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ
ฉันจัดให้อยู่ในประเภทเดียวกับ คนที่คุณเชื่อใจได้เหมือนบาทหลวง
ฉันรู้สึกว่าเชื่อใจพวกเขาได้ มากพอที่จะฝากชีวิตไว้ในมือเขา
ฉันคิดไม่ออกว่าจะมีเหตุผลอะไร ที่เขาจะทำร้ายฉัน
เขาเป็นคุณหมอ ถ้ามีอะไรผิดพลาด
เขาต้องพยายามแก้ไขมันสิ
ผมต้องเชื่อใจคุณหมออีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่ทำใจลำบากที่สุด
เมื่อต้องพูดว่าคุณเป็นมืออาชีพ คุณแก้ไขมันได้ใช่ไหม
ใช่ไหม
"ลูซีล"
ฉันชอบเดินเล่น และอยู่นอกบ้าน
อาชีพฉันคือจัดสวน
ต้องอยู่กับธรรมชาติ ต้องสัมผัสกับพื้นดินอยู่แล้ว
ฉันไม่เคยอยาก ทำศัลยกรรมพลาสติก
ฉันชอบหน้าตา รูปร่างตัวเอง
ไม่เคยต้องการ จะเปลี่ยนมันเลย
ฉันชอบที่เป็นตัวของตัวเอง
ฉันยังจำได้ที่เคยพูดว่า
ฉันอยากหน้าตาแบบนี้ และรู้สึกแบบนี้
ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป
มันคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในชีวิตที่เคยทำมา
ฉันมีริ้วรอยตรงนี้ และร่องข้างจมูกเหนือริมฝีปาก
เขาเติมที่ปากของฉัน แต่แค่นิดเดียวนะ
ไปเก็บมา ฉันจะโยนให้แล้วไปเก็บมา
ไปเลย
ผลที่ได้ มันช่วยให้ดีขึ้นในทันที
ริ้วรอยดูตื้นขึ้นมาเลย ดูฉันสิ ฉันดูดีขึ้นมากมายแค่ไหน
ฉันชอบมากเพราะมันดูดีมาก ก็เลยกลับไปทำแล้วทำอีก
นั่นคือจุดเริ่มต้น การทำศัลยกรรมพลาสติกของฉัน
คุณเอาไว้ข้างหลังแบบนี้ จะโยนไม่ได้
ต้องยกบอลขึ้น แล้วเอาลงแบบนี้
ทุกครั้งที่เล่นกีฬาอะไร ฉันจะทุ่มเทสุดๆ
เพราะมันคือการแข่งขัน
ตอนที่เล่นซอฟท์บอล ก็ต้องทำให้ดีที่สุด
ต้องเป็นที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น โบว์ลิ่ง กอล์ฟ...
แต่โบว์ลิ่ง เป็นกีฬาที่ฉันรักมาก
ทุกคนชอบเธอ ยกเว้นพวกสาวๆ
เราเล่นมาเกือบทั้งชีวิตก็ว่าได้ ลงแข่งให้สมาคมในวันธรรมดา
ไปแข่งทัวร์นาเมนท์ วันหยุดสุดสัปดาห์
เราทำทุกอย่าง ไม่เคยอยู่บ้านกันเลย
ไม่เคยเลย เราออกนอกบ้านกันทุกสุดสัปดาห์
เราคิดว่าจะเกษียณตัวเองสักที มีที่สัก 2-3 เอเคอร์ แล้วก็เลี้ยงม้า
แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้
ส่วนหนึ่งของฉันตายไปแล้ว เพราะพวกเขา
ทุกเช้าวันจันทร์-พฤหัสฯ ฉันจะเข้าโรงยิม
หลังมื้อเย็น ฉันกับบ๊อบจะไปเดินเล่นกัน
แต่ไม่ว่ายังไงพุงก็ไม่ลดลงเลย ไม่ว่าจะทำยังไงก็ตาม
ซิทอัพก็ไม่ได้เรื่อง ทำอะไรก็ไม่ได้ผลเลย
พอเห็นโฆษณาทางทีวี
ฉันเลยคิดว่า นี่แหละสิ่งที่ฉันต้องการ
พวกเขาโฆษณาทุกวัน เกือบจะทุกช่อง
คุณต้องการมัน คุณต้องการแบบนั้น
เธอมีห่วงยางรอบเอว ผมเรียกแบบนั้น
ผมคิดว่าไม่เป็นไรหรอก แต่เธอคิดว่าพวกนั้นจะช่วยเธอได้
ช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะเป็นเบาหวาน
สุดท้ายเธอบอก เป็นเบาหวานก็ทำได้
ผมยอม เราก็เลยไปคุยเรื่องนี้กัน
ฉันคิดว่าโชคดี เพราะได้เจอสุดยอดฝีมือแล้ว
เขาบอกว่ามันจะเยี่ยมมาก ถ้าเอาไขมันออกไปภายในครั้งเดียว
มันจะช่วยเรื่องเบาหวาน และทุกอย่าง
ฉันเลยหมดข้อสงสัย เรื่องเบาหวาน
เพราะนั่น คือปัญหาสำคัญที่สุดของฉัน
การทำแบบนี้ จะช่วยเรื่องสุขภาพฉันได้
เขาบอกฉันด้วยว่า ตัวเขาเองก็ดูดไขมัน
วันรุ่งขึ้น ก็กลับไปทำงานเลย
เขาทำให้ฉันเชื่อมั่นว่า ไม่ต้องหยุดพักเลย
หลังจากผ่าตัด ฉันรู้สึกคลื่นไส้
ความเจ็บปวด มันมากเกินจะรับได้
วันต่อมา ฉันไม่สบายมาก
ขยับไม่ได้เลย
พวกเขาบอกว่า มันเป็นเรื่องปกติ
แบบนี้ปกติเหรอ
ครั้งต่อมาที่เราไปที่นั่น พวกเขาต้องเข็นเธอเข้าไป
เธอก้มตัวคุดคู้ หายใจไม่ออก
ผมพาเธอไปทั้งอย่างนั้น ใช้รถเข็น นางพยาบาลกับผมเข็นเธอเข้าไป
พวกเขาตรวจร่างกายเธอ
แล้วบอกว่าปกติดี เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวก็ดีขึ้น
2 อาทิตย์ต่อมา ฉันก็หายใจไม่ออก
โมนากลับเข้ารับการตรวจ ที่คลินิกเป็นครั้งที่ 3
เขาเข้ามาตบแขนฉันแล้วพูดว่า เดี๋ยวคุณก็จะหายดี
ตอนนั้นฉันคว้าแขนเขาไว้ แล้วพูดว่า ฉันหายใจไม่ออก
ฉันแทบจะพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ก็พูดไปว่าฉันหายใจไม่ออก
เขาใช้หูฟัง...
ตรวจหัวใจของฉัน
จากนั้นก็ไม่พูดกับฉันอีกเลย หันไปพูดกับนางพยาบาลว่า
บอกสามีเธอ ให้พาไปหาหมออายุรกรรม
เธอต้องเอ็กซเรย์ทรวงอก
ตอนที่เข้าห้องฉุกเฉิน มีคุณหมอมาตรวจเธอ
ผมโมโหมาก จำไม่ได้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่
โมโหมาก ที่เขาปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้
พวกเขาเอ็กซเรย์ ช่องท้องของฉัน
ตรวจเลือด ตรวจทุกอย่าง พวกเขาบอกมีบางอย่างผิดปกติ
อุจจาระ และทุกอย่างในตัวฉัน
มันไม่เหมือนภาพฝัน มันไม่ใช่รายการทีวีโชว์
แต่มันกำลังเกิดขึ้นกับฉัน
คืนนั้น ฉันก็เลยต้องเข้าผ่าตัด
พวกเขาไม่คิดว่า ฉันจะฟื้นขึ้นมาอีก
ตอนที่พวกเขาเข้าห้องผ่าตัด ทุกอย่างมันเลวร้าย วุ่นวายไปหมด
เพราะมันติดเชื้อ มา 2 อาทิตย์แล้ว
และกำลังจะเน่า
ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร
ในใจคิดว่า จะได้สมหวังในวันคริสต์มาส
สิ่งที่ฉันต้องทำคือกลับไปนอนต่อ นี่คือวันคริสต์มาส
พระเจ้าต้องให้ฉันสมหวัง ในวันคริสต์มาส
เรื่องนี้ คงแค่มาเตือนบางอย่าง
ฉันคิดแต่ว่า ต้องกลับไปนอนต่อ
แต่พอตื่น มันก็ยังเหมือนเดิม
ไม่ใช่ของขวัญวันคริสต์มาสแล้ว แบบนี้มันฝันร้ายชัด ๆ
ผมว่าอย่างแรกเลย คงเป็นเพราะอยากดูดี
ตอนแรกผมไม่ชอบจมูกของผมเลย เพราะทำให้ผมดูแก่ ประมาณนั้น
ตอนนั้นผมหวังไว้สูงมาก
คิดว่าเรื่องแบบนี้ง่ายๆ รวดเร็ว เดี๋ยวเดียวผมก็จะได้เป็นคนใหม่
ผมคิดเรื่องนี้ตลอด และยากที่จะทำเป็นลืมได้
เพราะคนอื่นทำแล้ว รู้สึกดีกับตัวเอง
ผมเคยเห็นทางทีวีแล้ว เรื่องแบบนี้ธรรมดามาก
นอกนั้นก็เหมือน อยากจัดการเรื่องวุ่นๆ นี่
เพราะมันคือ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้
- ทำไมพ่อต้องทำอีก - พ่อขอโทษ
หวังว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายนะเพราะ...
ต้องเรียบร้อยดีน่า
ต้องไม่เป็นไรน่า
พ่อสัญญานะ
พ่อสัญญาว่า ครั้งนี้จะต้องไม่เป็นไร
ไม่ต้องห่วงนะ
ไม่เป็นไรหรอก
ในนี้ระบุว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินอะไร คุณยินยอมให้เราดำเนินการต่อได้
นี่เป็นการศัลยกรรมครั้งที่ 5 ผ่าตัดใหญ่ซะด้วย
มีความเป็นไปได้ ที่อาจจะแย่กว่าเดิม
คุณต้องยอมรับได้นะ
ถ้าคุณบอกกับผมเลยว่า
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น กับจมูกของผม
ผมไม่สามารถจะยอมรับได้
เราจะไม่ทำการผ่าตัดกัน เพราะมันคงจะไม่เหมาะแน่
"3 ปีก่อนหน้านี้ โทนี่เคยทำศัลยกรรมจมูกผิดพลาด"
"ตามด้วยการผ่าตัดแก้ไขใหม่"
หลังทำไปครั้งที่ 2 ผมไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เห็น
สิ่งที่เขาทำคือทำปลายจมูกของผม ให้ยื่นออกมาด้านหน้า
มันดูแย่กว่าเดิม แล้วผมจะทำอะไรได้บ้าง
ถ้าผมฟ้องร้องผู้ชายคนนี้ หมอคนอื่นๆ คงไม่ยอมผ่าตัดผมอีก
ผมอยู่ในสภาพ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
คุณจ่ายเงิน เพื่อจะแก้ไขปัญหานี้
"ศัลยกรรมครั้งที่ 3: ใส่ซิลิโคน"
ผมรู้สึกได้ว่ามีพลาสติกเล็กๆ คิดว่าน่าจะเป็นซิลิโคน
รู้สึกได้ถึงปลายซิลิโคน ถ้าคุณทำแบบนี้จะกดมันขึ้นลงได้
เหมือนมันไม่ได้ติดกับจมูก
เขาไม่ได้ติดมันอย่างที่ควรจะทำ และซิลิโคนที่ใช้ก็ใหญ่เกินไป
สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันหลุด และไหลลงมาตรงปลายจมูก
ถ้าไม่ทำอะไรกับมัน คงทะลุจมูกออกมา
เพราะมันไม่ได้ยึดติด อย่างถูกวิธี
"ศัลยกรรมครั้งที่ 4 : ส่งผลร้ายมากขึ้น"
"รวมทั้ง มีปัญหาเรื่องการหายใจ"
ผิวหนังผมบางลงมาก จากการทำศัลยธรรมที่ผ่านมา
และเพราะจากการแก้ไข ขูดเนื้อเยื่อทิ้งไป
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ผิดรูปเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงเรื่องการหายใจด้วย
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ปัญหามันคืออะไร
เรื่องนี้มันน่าจะแก้ไขกันได้ง่ายๆ เพราะเขาบอกเองว่าต้องแก้ไขได้
ทำไมผมถึง
ผมหงุดหงิดมาก ทำไมถึงไม่ได้ดั่งใจสักที
ทำไมถึงหาหมอที่ได้เรื่อง ไม่ได้สักที
ผมต้องทำยังไงเหรอ
ผมต้องหมดตัวก่อนไหม กว่าจะหาหมอที่แก้ปัญหานี้ได้
ผมแค่อยากดูปกติ เวลาไปไหนมาไหน ผมไม่สนแล้ว
"1 ปีหลังฉีดคอลลาเจน ลูซีลเข้ารับการทำศัลยกรรมดึงหน้า"
ฉันเป็นคนไข้ ที่ระมัดระวังเสมอ
ฉันให้หมอ อธิบายรายละเอียดต่างๆ
เทคนิคต่างๆ ที่เขาจะใช้ ให้ฉันฟังโดยละเอียด
ผลที่ได้ออกมาวิเศษมาก
ศัลยกรรมดึงหน้า ออกมาสวยงาม
จมูกฉัน มีรอยนูนขึ้นมาหน่อย
ก็เลยถามพวกเขาว่า ทำให้หายไปได้ไหม
พวกเขาบอกว่าทำให้ได้
8 สัปดาห์ หลังศัลยกรรมดึงหน้า ลูซีลเข้ารับการทำศัลยกรรมจมูก
ตอนที่เขา ถอดผ้าพันแผลออก
หน้าฉันบวมฉึ่งเหมือนลูกโป่ง คอของฉัน...
หน้าของฉันที่เพิ่งดึงมา บวมใหญ่ขนาดนี้เลย
จากนั้นทั้งหน้าก็ยุบลง
เนื้อของฉัน ไม่ได้ยึดติดกับกล้ามเนื้อ
พอฉันยิ้ม หน้าฉันจะเหมือนถูกตรึงไว้
บางที ถ้าใช้วิธีการผ่าตัดแบบปกติ
และผิวหนัง ไม่ได้ถูกดึงไปตั้งแต่แรก
ก็คงไม่ทำให้บวมขนาดนั้น แผลยังไม่ทันจะสมานดีเลย
พวกเขาไม่ฟัง ได้แต่พูดแค่ว่า
การร้องเรียนของคุณ ไม่มีเหตุผลเพียงพอ
ทฤษฎีของคุณเกี่ยวกับ วิธีการผ่าตัดก็เป็นไปไม่ได้
เป็นไปไม่ได้ทั้งทางการแพทย์ และทางกายภาพ
พวกเขาอยากให้ฉันไปหานักบำบัด ฉันก็ไปหานักบำบัด
จากนั้น ก็ให้ฉันไปหานักบำบัดของเขา
ฉันตกลงยอมทำตามทุกอย่าง ฉันไปหานักบำบัดของคุณก็ได้
พวกเขาไม่ได้บอกว่า นักบำบัดที่ว่า
เป็นผู้เชี่ยวชาญ โรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตนเอง
"ลูซีลได้รับแจ้งว่า เธอเป็นโรคดิสมอร์เฟีย"
"โรคที่ลุ่มหลงอยู่กับ รูปร่างหน้าตาตัวเอง"
ฉันเริ่มโมโห
จากนั้นก็เริ่มค้นคว้า ส่งจดหมาย และรูปถ่ายไปให้พวกเขา
ฉันมีจดหมายทุกอย่าง
ช่วยผ่าเนื้อเยื่อ ไปตรวจทีได้ไหม
ฉันยอมให้คุณทำเลย ยอมเป็นหนูทดลองก็ได้
ฉันเคยเขียนโน้ตไว้ว่า
No comments yet. Be the first to leave one.