Primo

Primo

Scarica il sottotitolo Thai

Informazioni sulla release

Primo 2005 HBO WEBRIp th
Primo 2005 HBO WEB-DL th
Un commento di Ferdi125

Tag

other
Pubblicato il: 2021-07-03
Download: 13
Sottotitoli per non udenti: No

Anteprima dei sottotitoli in Thai

Le prime 200 righe.

ผมโชคดีที่ถูกนำตัวมายังเอาชวิทซ์ ในปี 1944

นั่นคือหลังรัฐบาลเยอรมันคิด เพิ่มระยะเวลามีชีวิตโดยเฉลี่ย

ของนักโทษที่ควรกำจัด เนื่องจากแรงงานขาดแคลนมากขึ้น

ผมโดนจับโดยกองกำลังฟาสซิสต์ ในวันที่ 13 ธันวาคม 1943

เนื่องจากเป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง เล็กๆ ที่เกี่ยวพันกับขบวนการกู้ชาติ

ระหว่างการซักถาม

ผมยอมรับว่าตนเองเป็น พลเมืองอิตาเลียนเชื้อสายยิว

หากผมยอมรับว่า ทำกิจกรรมทางการเมืองอะไรไปบ้าง

เชื่อว่าคงจะถูกทรมาน หรือต้องตายอย่างแน่นอน

ตอนนั้นผมอายุ 24 เบาปัญญา ไร้ประสบการณ์

และมีแนวโน้ม... ซึ่งเป็นผลจากชีวิตที่เต็มไปด้วย

การแบ่งแยกโดยกฎแห่งชาติพันธุ์

ที่จะอยู่ในโลกแห่งความไม่จริง ของตัวผมเอง

ตอนแรกผมถูกส่งไปค่ายกักกัน ที่ฟอสโซลี

แล้วในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1944

เราก็ได้รู้ว่าคนยิวทั้งหมด จะต้อง ออกไปในวันรุ่งขึ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น

จุดหมายของเรานั้นหรือ ไม่มีใครรู้

เราทำได้แค่เตรียมตัวเดินทาง

เช้าวันถัดมา เราก็ถูกพาไปสถานีรถไฟที่คาร์ปี

มีรถไฟขบวนนึงรอเราอยู่

พร้อมทหารที่จะคุมเราตอนเดินทาง

ที่นี่เองที่เราโดนทำร้ายเป็นครั้งแรก

มันเป็นเรื่องที่ทั้งใหม่และไร้เหตุผล จนเราไม่รู้สึกเจ็บ มีแต่ประหลาดใจ

มนุษย์ทุบตีมนุษย์ ทั้งที่ไม่ได้โกรธกันได้ด้วยหรือ

แล้วเราก็ได้เห็นด้วยตา

และบัดนี้มันอยู่ใต้เท้าเรานี่แล้ว

นี่คือรถไฟขนเชลยที่เราได้ยินบ่อยๆ

แบบนี้เลย เหมือนทุกรายละเอียด

ตู้บรรทุกอย่างดี ประตูล็อกแน่นหนา

ขนสินค้าเป็นผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก

เพียงแต่ครั้งนี้ที่อยู่ข้างใน คือพวกเรา

เราโล่งใจเมื่อได้รู้จุดหมายปลายทาง

เอาชวิทซ์ ตอนนั้นชื่อนี้ ไม่สลักสำคัญอะไรกับเราเลย

บางคนนึกว่าเป็นออสเทอร์ลิทซ์ เมืองในโบฮีเมีย

อย่างน้อยมันก็เป็นสถานที่บนโลกนี้

รถไฟเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า

จะหยุดทีก็นานจนประสาทเสีย

เราเห็นผาชันสีซีดเผือด ของหุบเขาอะดิเจผ่านช่องอากาศ

และชื่อเมืองท้ายๆ ของอิตาลี ก็คล้อยหลังเราไป

เที่ยงวันที่สอง เราก็ผ่านเทือกเขาเบรนเนอร์

ชายแดนออสเตรีย

แล้วทุกคนก็ยืนขึ้น แต่ไม่มีใครพูดอะไร

ระหว่างวัน ความเครียด ความกลัว ทำให้เราทนสิ่งเหล่านี้ได้

ความหิว ความกระหาย การไร้วัฒนธรรมเพราะไม่มีห้องน้ำ

แต่ความมืดมิดนานหลายชั่วโมง เปรียบได้กับฝันร้ายที่ไม่มีวันจบ

ครั้งแล้วครั้งเล่า การนอนหลับถูกรบกวนโดย

เสียงทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ

คำสบถ เสียงร้องไห้ คนเตะและต่อยกันทั้งที่มองไม่เห็น

แล้วใครคนนึงก็จะจุดเทียน

เปลวไฟริบหรี่ของมันทำให้เห็น ร่างมนุษย์กองเกลื่อนพื้น

เงื่องหงอย เจ็บปวด ลุกขึ้นมาชักกระตุก แล้วกองลงไป

ที่เราเห็นผ่านช่องระบาย คือชื่อเมืองของออสเตรีย

ซัลซ์เบิร์ก เวียนนา ต่อด้วยเมืองเช็ก

ในที่สุดก็เห็นชื่อเมืองโปแลนด์

เย็นวันที่สี่ ความหนาวทวีคูณขึ้น

รถไฟวิ่งผ่านป่าสนสีดำ อันไม่รู้จักจบสิ้น

และไต่ระดับชันขึ้น

มันหยุดกลางทุ่งหญ้าอยู่นาน

แล้วเราก็ไปต่ออีกครั้ง อย่างช้าๆ

แล้วมันก็หยุดครั้งสุดท้าย ตอนนั้นดึกมากแล้ว

กลางที่ราบอันมืดสงัดแห่งหนึ่ง

เมื่อไฟจากเทียนเล่มสุดท้ายมอด จังหวะล้อรถไฟหยุด

และเสียงมนุษย์ทุกคนเงียบ

เรารอว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออกอย่างแรง

พร้อมเสียงตะคอกอันหยาบคาย ของทหารเยอรมันที่พุ่งเข้ามา

ชานชาลาขนาดใหญ่ ปรากฎอยู่หน้าเรา

มันสว่างด้วยโคมสะท้อนแสง ด้านหลังมันคือแถวรถบรรทุก

แล้วทุกอย่างก็เงียบไปอีกครั้ง

ใครบางคนกระซิบคำแปล... ลงมา ทิ้งกระเป๋าไว้ข้างรถไฟ

ไม่นาน ชานชาลาก็เต็มไปด้วยเงาของคน

ทหารเอสเอสสิบกว่าคนยืนล้อมเราไว้ สีหน้าพวกเขาว่างเปล่า

พอถึงเวลา พวกนั้นก็เข้ามาใกล้เรา และเริ่มถามเบาๆ

ด้วยภาษาอิตาเลียนอย่างแย่ว่า

อายุเท่าไหร่ แข็งแรงหรือป่วย

ทำงานอะไร

และพวกเขาจะชี้ให้เราเดินไปสองทาง ขึ้นอยู่กับคำตอบ

ทุกอย่างยังคงเงียบอยู่

เงียบเหมือนในป่าช้า หรือความฝัน

เรานึกว่ามันจะวุ่นวายกว่านี้

แต่ท่าทางพวกเขาช่างใจเย็น ช่างมั่นใจ

เหมือนคนที่กำลังทำงานปกติของเขา

หนึ่งในพวกเรารวบรวมความกล้า ถามหากระเป๋า

พวกนั้นตอบว่า กระเป๋า ทีหลัง

อีกคนไม่อยากถูกแยกจากภรรยา

พวกนั้นบอก เดี๋ยวก็ได้เจอกัน

แม่หลายคนไม่อยากถูกแยกจากลูก

พวกนั้นว่า ดี ดี อยู่กับลูกไป

ในไม่ถึงสิบนาที ผู้ชายทุกคนที่แข็งแรง

หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในอาชีพ ก็ถูกจับไปรวมกลุ่มกัน

เกิดอะไรขึ้นกับคนอื่นๆ เราไม่รู้

เราเห็นพวกเขาแป๊บเดียว เป็นภาพรางๆ ที่อีกด้านของชานชาลา

จากนั้นรัตติกาลก็กลืนพวกเขาหายไป ง่ายๆ เช่นนั้นเอง

เราถูกพาขึ้นรถบรรทุก มันวิ่งไปด้วยความเร็วเต็มพิกัด

ในนี้มืดจนไม่เห็นอะไรเลย

นี่เราไม่มีคนคุมแล้วรึ โดดหนีออกไปดีไหม

สายไปแล้ว มียามคนนึงอยู่ด้วย ทหารเยอรมันคนนั้นมีอาวุธ

เขาเปิดไฟฉายที่พกมา

เรานึกว่าเขาจะขู่ตะคอกใส่ แต่เขากลับถามเราอย่างสุภาพ

ในภาษาเยอรมันและภาษาผสม

ว่าถ้ามีเงินหรือนาฬิกาก็ให้ส่งให้เขา

เพราะเราจะไม่ได้ใช้มันอีกแล้ว

นี่ไม่ใช่คำสั่งหรือกฎ

เป็นแค่การชวนคุยเล็กๆ โดย แครอน ของเรา

มันทำให้เราโกรธ ทำให้เราหัวเราะ

ทำให้เราโล่งใจ แล้วรถบรรทุกก็หยุด

ประตู... ด้านบนคือป้ายมีไฟสาดส่อง

จงทำงาน แล้วจะเป็นอิสระ

ทุกวันนี้ผมยังฝันเห็นภาพนั้นอยู่

เราโดนต้อนเข้าไปใน ห้องว่างขนาดใหญ่

แทบไม่มีความอบอุ่น

เรากระหายน้ำกันมาก เพราะไม่ได้ดื่มอะไรมาสี่วันแล้ว

เราเห็นก๊อกน้ำ มีน้ำหยดออกมาด้วย

บนก๊อกมีป้ายเล็กๆ ห้ามกินน้ำ

ไร้สาระ ป้ายนี่หลอกเรา

พวกนั้นรู้ว่าเราหิวแทบตาย เลยให้เรามาอยู่ในห้องที่มีก๊อก

แต่ดันมีป้ายห้ามกินน้ำ

ผมไม่สนใจแล้วดื่มน้ำ ผมต้องถุยมันออก

น้ำนั่นจืดๆ หวานๆ เหม็นเหมือนน้ำในปลัก

นรกก็คงเป็นแบบนี้

ห้องใหญ่ที่ว่างเปล่า

ก๊อกมีน้ำหยดออกมา แต่เรากินมันไม่ได้

พวกเราเหนื่อย เรายืนรอให้บางสิ่งเกิด

ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่เลวร้ายแน่ๆ

แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีอะไร

มีแค่...เวลาที่ผ่านไป

ประตูเปิดออก ทหารเอสเอสคนนึงสูบบุหรี่เข้ามา

เขามองเราช้าๆ

เขาถาม ใครพูดเยอรมันได้บ้าง

หนึ่งในพวกเรา เฟลสช์ ก้าวออกไป

เขาเป็นล่ามให้เรา

ทหารเอสเอส พูดอย่างใจเย็นและยืดยาว

เฟลสช์แปลให้เราฟัง

เราต้องตั้งแถวแถวละห้าคน

แต่ละคนเว้นช่องห่างกันสองหลา

เราต้องถอดเสื้อผ้าเอามาห่อๆ ไว้

เราต้องดูแลรองเท้าให้ดี อย่าให้โดนขโมย

ใครจะขโมยล่ะ ทำไมต้องมาขโมยรองเท้าเรา

แล้วเอกสารของเราล่ะ นาฬิกา ข้าวของในกระเป๋าเราล่ะ

เฟลสช์แปลคำถาม ให้ทหารเยอรมันฟัง

ทหารเยอรมันสูบบุหรี่ แล้วมองผ่านเขาไป

เหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ เหมือนไม่มีใครพูด

ผมเพิ่งเคยเห็นคนแก่เปลือยก็วันนั้น

คุณเบิร์กมันน์ใส่ชั้นในกันไส้เลื่อน เขาถามเฟลสช์ว่าต้องถอดไหม

ทหารเยอรมันตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมชี้ไปที่คนอื่น

เฟลสช์แปลให้ฟัง เราดูออกเลยว่าเขาไม่อยากพูด

คุณทหารบอกให้ถอดชั้นใน แล้วเอาของคุณโคนมาใส่แทน

นี่ล่ะอารมณ์ขันแบบเยอรมัน

ชายสี่คนปรี่เข้ามาพร้อมมีดโกน แปรงจุ่มสบู่และปัตตาเลี่ยน

ใส่เสื้อและกางเกงขายาวลายขวาง มีหมายเลขเย็บติดด้านหน้า

เราถามอะไรไปมากมาย แต่พวกเขาแค่จับเราเหมือนจับแกะ

แล้วก็กร้อนผมเราอย่างรวดเร็ว

เมื่อไม่มีผม หน้าพวกเราก็ดูแปลก ออกไปทางตลกด้วยซ้ำ

ขนตามตัวเราก็โดนกร้อนจนเกลี้ยง

ตอนนี้เรายิ่งกว่าโป๊เปลือย เพราะเราล่อนจ้อนไม่มีแม้แต่ขน

ประตูอีกบานเปิดออก แล้วเราก็โดนต้อนเข้าห้องอาบน้ำ

เราถูกขังไว้

สภาพของเราตอนนี้ เปลือยเปล่า ไร้ขน และไม่มีใคร

เราค่อยๆ เริ่มคุยกัน ทุกคนมีแต่คำถาม ไม่มีใครมีคำตอบ

ถ้าเราจะได้อาบน้ำ แปลว่าพวกเขาจะไม่ฆ่าเราใช่ไหม

แต่เขาให้เรามายืนในนี้ทำไม ทำไมไม่ให้เราดื่มน้ำ

คนหิวข้าวอย่างมากก็หมดแรง แต่คนหิวน้ำยิ่งหิวก็ยิ่งโกรธ

ขณะที่เราเดินคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ทหารเอสเอสก็กลับมา

เฟลสช์แปลให้ฟัง อย่างไม่อยากจะพูดออกมาเท่าไหร่

คุณทหารบอกว่าเราต้องเงียบ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนยิว

แล้วทหารเอสเอสก็ออกไป เราเงียบ

นี่แปลว่าเช้าแล้วใช่ไหม

เราได้ยินเสียงค่าย อันมืดดำและนิ่งงันตื่นขึ้น

จู่ๆ น้ำก็พุ่งออกมาจากฝักบัว

น้ำร้อน มันคือห้านาทีแห่งสวรรค์

แล้วเราก็โดนต้อนไปอีกครั้ง พวกคนที่ตะโกนอยู่

โยนผ้าขี้ริ้วลายทาง กับรองเท้าพื้นไม้ให้เรา

ตอนนี้เราออกมาอยู่กลางที่โล่ง กลางลานหิมะอันเย็นเยือกตอนรุ่งเช้า

เราเท้าเปล่า ล่อนจ้อน ถือเสื้อผ้าอยู่ในมือ

เราถูกพามาที่กระท่อมอีกหลัง

แล้วสุดท้ายก็ได้รับอนุญาต ให้ใส่เสื้อผ้า

เมื่อเรียบร้อย ทุกคนต่างอยู่ในมุมของตัวเอง

เราไม่กล้ามองขึ้นมา

ในนั้นไม่มีกระจก แต่เราก็เห็น ภาพสะท้อนตัวเองอยู่ข้างหน้า

ใบหน้าขาวๆ หัวล้านเป็นร้อยหน้า หุ่นเชิดที่สกปรกเป็นร้อยตัว

ไม่มีอะไรเป็นของเราอีกต่อไป

พวกนั้นเอาเสื้อผ้า รองเท้า เอาแม้แต่เส้นผมเราไป

ถึงเราพูด พวกนั้นก็ไม่ฟัง ถึงจะฟัง พวกนั้นก็ไม่เข้าใจ

ลองนึกถึงค่าของสมบัติ ชิ้นเล็กที่สุดของเรา

สมบัติที่แม้แต่ขอทานก็มี

จดหมาย รูปถ่าย หรือผ้าเช็ดหน้าแค่ผืนเดียว

สิ่งเหล่านี้คือส่วนนึงของตัวเรา

การโดนยึดมันไป เป็นเรื่องที่ไม่มีใครนึกถึง

ลองคิดดู

แล้วคุณจะเข้าใจความหมายคำว่า ค่ายมรณะ

ชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงเล่า ที่วันแรก อันยาวนานของการถูกขังผ่านไป

เมื่อตะวันตกดิน พวกนั้น ก็ต้อนเราออกจากกระท่อมอีกครั้ง

เราจะได้ดื่มอะไรแล้วใช่ไหม

ไม่ พวกนั้นพาเราไป ห้องสี่เหลี่ยมใหญ่กลางค่าย

และจัดเราเป็นกลุ่มอย่างพิถีพิถัน

เรารออีกหนึ่งชั่วโมง

แล้วที่ใกล้ประตู วงดนตรีเล็กๆ ก็เริ่มเล่นเพลง

เพลงนั้น ช่างคุ้นหู ช่างสะเทือนอารมณ์

ช่างผิดธรรมดาที่นี่

Commenti

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left