最初の200行です。
กองบรรณาธิการโชเน็น จัมป์ครับ
ใช่ครับ...
ใช่..
คุณโทรมาถูกที่แล้ว
จากทางเข้าหลัก เดินเข้ามาที่แผนกต้อนรับ
ใช่
ครับ
พวกมาเสนอผลงานเหรอ
เมื่อก่อนเป็นนักศึกษา เดี๋ยวนี้เป็นเด็กมัธยม
ปิดเทอมหน้าร้อนก็อย่างนี้แหละ
ถ้าเจอพวกเก่งจริงบ้าง ก็คงดี
36.5% ของสิ่งพิมพ์ทั้งหมดในญี่ปุ่น
เป็นการตีพิมพ์การ์ตูนมังงะ
ไม่มีมังงะ
อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ก็คงล่มสลาย
ราชาแห่งวงการนี้ผู้อยู่บนหอคอยเหนือทุกคน
ก็คือ โชเน็น จัมป์
นิตยสารโชเน็น จัมป์รายสัปดาห์ ก่อตั้งในปี 1968
พวกเขาเข้าวงการมาทีหลัง
ด้วยความที่รั้งนักเขียนดังอยู่ในสังกัดไม่ได้
จึงเอาจุดนี้ มาใช้ควบคุมนักเขียนโนเนมที่ตนเองปั้น
พอถึงปลายยุค 70 นิตยสารนี้เน้นไปที่การ์ตูนแก๊ก
กระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ยอดขายพุ่ง 2 ล้านฉบับ
ยุค 80 ดร.สลัมป์กับหนูน้อยอาราเล่ กลายเป็นการ์ตูนฮิต
ผลักดันยอดขายทะลุถึง 3 ล้านฉบับต่อสัปดาห์
ทั้งเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ ฮิตจนได้เป็นอนิเมะในทีวี
สร้างโอกาสในการขายสินค้ามากมาย
และยังคงผลักดันยอดขายทะลุ 4 ล้าน ในปี 1985
จนปี 1988 สูงถึง 5 ล้านฉบับ
ทุก 1 ใน 20 ของนักเรียนประถมชายของญี่ปุ่น
ต่างเป็นแฟนคลับนิตยสารเล่มนี้
ในปี 1995 มีการออกฉบับรวมเล่มรายปักษ์
มียอดจำหน่ายสูงถึง 6.53 ล้านฉบับ
จากยอดตีพิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นทั่วโลก
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือนิตยสาร
พวกเขายังคงเป็นจ้าวสถิติที่ยากที่ใครจะล้มได้
พวกเขายังคงยึดแนวเรื่องมิตรภาพ การต่อสู้ และชัยชนะ
การแนบแบบสอบถามผู้อ่านในนิตยสาร
จับนักเขียนเซ็นสัญญาอยู่ในสังกัด
ความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทำให้จัมป์ครองโลกแห่งมังงะ
วันนี้เราจึงมาเสนอมังงะเรื่องแรก ของเรากับบก.จัมป์
ช่วยส่งต่อแบบฟอร์มแนะแนวเข้ามหา'ลัยนี้ที
กรอกชื่อมหา'ลัยที่พวกเธออยากเข้า
แล้วส่งคืนมาให้ครู ภายในวันนี้นะ
ฟังก่อน เงียบ ๆ กันก่อน
เข้าใจไหม
ดีมาก
ครูเชื่อว่าพวกเธอคงรู้นะ...
ว่าภายในวันนี้ ไม่ใช่ไปส่งให้ที่บ้านครู ตอนเที่ยงคืน
ถึงเกรดเธอจะแค่นี้ ก็ยังเข้ามหา"ลัยได้นะ
มีที่ไหนในใจรึยัง
ไม่มีเลยครับ...
งั้นครูก็จะบอกว่า
เธอยังพอมีเวลาไปคิดถามใจตัวเองดู
เธอคงไม่คิดจะทิ้งโอกาสไปใช่ไหม
ครับ
ทาคากิ
นั่นสมุดฉัน
อาซึกิ มิโฮะ
น่ารักจัง ไกลไปนิด สวยน่ารักที่สุดในกลุ่มสาวๆ
เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตั้งแต่ประถมใช่ไหม
นายวาดสวยไม่เบา
วาดมานานเท่าไรแล้ว
เทคนิคแบบนี้ ต้องใช้เวลาฝึกหลายปี
ไม่ใช่ฉัน
จะบอกว่านายหัดวาดเองเหรอ
พอได้แล้ว
งั้นแจ๋ว พวกเรามาทำทีมกัน
นายกับฉัน มาเขียนมังงะด้วยกัน
ฉันหลงรักการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ใฝ่ฝันมาตลอด
ฉันจะไม่ห้ามนายหรอก
แต่ฉันมีจุดบอดอันใหญ่ยิ่ง...
ฉันวาดรูปได้ห่วยสุด ๆ
งั้นก็เลิกฝันเถอะ
เรื่องอะไร ฉันเป็นอัจฉริยะด้านงานเขียน
ผลงานเขียนของฉันสุดยอดมากนะ
เคยได้รางวัลจากกระทรวงศึกษาฯ ด้วย
แล้วไง
เรามาเป็นคู่หูกันเถอะ
ฉันเขียนเนื้อหา แล้วนายก็วาด
สนไหม
ฉันขอบาย
เดี๋ยวสิ
อย่างน้อยก็ฟังฉันก่อนสิ
มีพรสวรรค์ก็ไม่ได้การันตี ว่าจะประสบความสำเร็จ
ถูกของนาย
ถ้าความสำเร็จของนาย คือทำมาหากินด้วยการเขียนมังงะ
ถ้าความนิยมของนายตก นายจะร่วงในชั่วข้ามคืน
มีแค่ส่วนน้อยที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ แค่ 0.001%
อาจจะมากพอๆ กับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป
แต่เราไม่มีสวัสดิการไม่มีความมั่นคงในอาชีพ
แล้วจะทำไปเพื่อ
แค่คิดว่าได้ทำงานในแวดวงมังงะ ก็เจ๋งมากแล้ว
มีแค่คนกลุ่มน้อยนิดที่ได้เข้าไป
เอาชีวิตไปเสี่ยงกับมันคือการเดิมพันล้วนๆ
ถูกต้องที่สุด
แล้วทำไมไม่ลองเสี่ยงดูเล่า
ฉันกับนายเพิ่งพยายามไปแค่นิดเดียวเอง
ลองสักตั้ง มันอาจจะเป็นโรงเรียนที่ 2 ของเรา
แล้วเป็นบริษัทที่ 2 ของเรา และเป็นอนาคตทางที่ 2 ของเรา
แต่พวกเรามีพรสวรรค์
ต้องเอามาใช้ อย่าให้เสียของ
ถ้าเราสร้างมังงะที่ฮิตถล่มทลายได้
เราจะได้ใช้ชีวิตอิสระ ไม่ต้องถูกใครบงการ
ความสำเร็จไม่ได้ทำให้เรามีอิสระหรอก
พวกลูกคนมีเงินที่จบโรงเรียนดี ๆ จะมาเป็นบก. แล้วเขาก็จะบงการชีวิตของเรา
เพราะอย่างนี้ฉันถึงไม่ทำไงล่ะ
เดี๋ยวสิ เดี๋ยว ฟังฉันก่อน
ฉันฟังพอแล้ว
เดี๋ยวสิ..
เลิกตื๊อฉันซะที
เป็นอะไรกันรึเปล่า
ฉันไม่เป็นไร สบายมาก
ฟังฉันอธิบายก่อน...
ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ..
อาซึกิซัง
พวกเราจะเป็นนักเขียนการ์ตูน
ฉันเขียน เขาวาด เราจะทำทีมกัน
อย่าพูดเหลวไหลสิ
เธอเองก็อยากเป็นนักพากย์ ใช่ไหม
คนพูดกันว่าเธอส่งเทปเดโมไปตามบริษัท
ผลตอบรับก็ดีด้วย ใช่ไหมล่ะ
พวกเราจะเป็นนักเขียนการ์ตูน เธอก็เป็นนักแสดง
แล้วพอมังงะของเราฮิตจนได้เป็นอนิเมะ
เธอจะได้พากย์เสียงนางเอกให้เรา
เลิกพูดบ้า ๆ ได้แล้ว....
เอาสิ
ฉันจะพยายาม พวกเธอก็ต้องสู้ ๆ นะ
แล้ว...
เมื่อความฝันของเราเป็นจริง...
เธอจะแต่งงานกับฉันได้ไหม
ฉันเอง
ก็แอบชอบเธอเหมือนกัน
ฉะนั้นฉันจะรอนะ...
ฉันเอาด้วย
ฉันจะต้องเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้
นายอย่าทำเลย
ทำไมล่ะฮะ
นักเขียนการ์ตูนไม่มีทางได้แอ้มสาว
งั้นอามาเป็นนักเขียนการ์ตูนทำไมล่ะฮะ
ฉันปวดอึแล้ว
ไม่เห็นต้องมาบอกเลย
ตอบโต้ไวไม่เบา
นายนี่มีพรสวรรค์ด้านการ์ตูนนะ
ขอโทษนะครับ
ที่นี่สุดยอดเลย
สุดยอด
พวกนี้การ์ตูนโชเน็น จัมป์ทั้งนั้นเลยนี่
อึ้งเลย
มีดราก้อนบอลพิมพ์ครั้งแรกด้วย
มีกระทั่งสแลมดังก์เล่มสุดท้ายด้วยเหรอ
ที่นี่นี่สุดยอดจริง ๆ
นายไม่เห็นเล่าว่าเป็นญาติ กับนักเขียนมังงะชั้นนำ
ตำนานสุดยอดมนุษย์
อย่าบอกนะว่าอานายคือ คาวางุจิ ทาโร่
ฉันติดเรื่องนี้งอมแงมตอนอยู่ประถม
แล้วตอนนี้อานายไปไหนแล้วล่ะ
ตายแล้ว
เมื่อ 8 ปีที่แล้ว
เราควรเก็บของในห้องนี้แล้ว แต่ก็ยังทิ้งไว้ตามเดิม
จริงเหรอ
ฉันจำที่อาเคยบอกได้..
มี 2 วิธีที่จะเข้าสู่โลกแห่งการ์ตูนมังงะได้
ลงแข่งชิงรางวัลนักเขียนการ์ตูนหน้าใหม่
แล้วอีกวิธีล่ะ
ไปเสนอขายโดยตรงกับกับบก.
แต่นายต้องร่างต้นฉบับก่อน
พวกนี้เป็นภาพร่างของอาฉัน
มันก็คล้ายกับพิมพ์เขียวของมังงะน่ะ
ฉันรู้แล้ว
นายจะเขียนมังงะไม่ได้ ถ้าไม่ได้ร่างก่อน
อย่างที่รู้ ว่ามันจะถูกแก้ไขอีกที
แต่ทำฉบับร่างให้เป๊ะจะปูพื้นไปสู่ทุกอย่าง
พอร่างเสร็จ ใช้ดินสอวาดก่อน แล้วค่อยลงหมึกทีหลัง
อย่าเขียนเนื้อเรื่องเป็นตัวหนังสือมาให้ฉัน
ฉันอยากให้วาดร่างมา
จากนั้น ฉันจะวาดเอง เราจะทำงานกันแบบนี้นะ
อะไรเหรอ
นี่นาย...
นายคิดไว้หมดแล้วโดยที่ฉันไม่ต้องพูด
อะไร
วิธีการเป็นนักเขียนมังงะไง
ก็ตอนเด็ก ๆ ฉันชอบมาขลุกอยู่ที่นี่
ฉันไม่เล่นวิดีโอเกมหรือเล่นอะไรกลางแจ้ง
ฉันชอบมาที่นี่ นั่งอ่านการ์ตูน
อีกอย่าง.
ฉันคิดว่าอาฉันเท่มากตอนที่เขานั่งวาดรูปตรงนั้น
ต้องจัมป์เท่านั้น
เราจะเอาการ์ตูนไปเสนอที่โชเน็น จัมป์
ฉันก็กะจะไปขายที่จัมป์เหมือนกัน
เราจะต้องเป็นนักเขียนมังงะ ที่เจ๋งที่สุดของญี่ปุ่นให้ได้
เราจะต้องดังกว่าดราก้อนบอลหรือวันพีซ
อัตราการเกิดของญี่ปุ่นลดลงอย่างนี้ ลืมไปได้เลย
อย่าลืมความรักที่นายมีให้มันสิ
เล่าเรื่องที่นายคิดไว้ให้ฟังซิ
อย่าบอกนะว่านายไม่มี
ฉันมีเยอะแยะ คับแก้วอยู่ในนี้
งั้นเล่ามาสักเรื่องซิ
จัดให้
เรื่องนึงเป็นแนวผจญภัยแฟนตาซี
No comments yet. Be the first to leave one.