처음 200줄입니다.
(ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการติดตาม ถ่ายชีวิตในช่วงหนึ่งสัปดาห์)
(ของโฮเซ่ อัลวาโร โอโซริโอ บัลบิน หรือ เจ บัลบิน)
เดี๋ยว บัลบิน
ขอแค่รูปเดียวครับ นะครับ
ฉันรักคุณ
เต็มเหนี่ยวเลยนะพวก
ให้คนดูกลับบ้านไม่ถูกเลย
เม็กซิโก
ผมมาแล้วครับ
บินตรงมาจากเมเดยิน โคลอมเบียเลย
เจ บัลบิน!
ชูมือขึ้นเม็กซิโก
หวัดดีครับเม็กซิโก
ขอดูมือหน่อยเม็กซิโก
ชูมือขึ้น
ขอบคุณๆ ขอบคุณมากครับ
โฮเซ่ อัลวาโร โอโซริโอ บัลบิน อยากบอกทุกคนว่า
ผมเป็นชาวโคลอมเบียและผมภูมิใจ ที่ได้ทำให้ประเทศเป็นที่รู้จัก
ผมไม่ฝักใฝ่ฝ่ายซ้ายหรือขวา แต่ผมจะก้าวไปข้างหน้า
อย่างมีศักดิ์ศรีและนอบน้อม
ผมจะเล่าเรื่องจริงหลายเรื่อง ที่เกิดขึ้นกับผมให้ฟัง
นั่นคือผมเป็นโรควิตกกังวล และซึมเศร้า นี่เรื่องจริงนะครับ
สำหรับคนที่กำลังมีปัญหา
มองไม่เห็นทางออก
รู้สึกเหมือนมืดแปดด้าน
ขอให้รู้ไว้ว่าผมก็เป็นเหมือนกัน
ทุกคนเปิดไฟมือถือขึ้นมาครับ
ไฟทุกดวงเหมือนเทียนภาวนา เหมือนประกายแห่งความหวัง
โอเค
ขอบคุณสำหรับพลังครับเม็กซิโก ทั้งสวยและเลอค่าจริงๆ
ถ้าคุณเห็นด้วย และอยากสัมผัสความรู้สึกนั้น
ก็ร้องเพลงพร้อมผม ให้ไปถึงโคลอมเบียเลย
ส่งความสันติสุขและความรักไป
อรุณสวัสดิ์ๆ
ว่าไงลูกพี่
- หลับสบายนะ - สบายมาก
เรียบร้อยแล้ว
หกโมง 21 นาที ตั้งเป็นเวลาโคลอมเบียไว้นะ
อรุณสวัสดิ์ครับ สบายดีไหม
ดีนะ
ผมกำลังจะกลับบ้านไปเล่นคอนเสิร์ต ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในสนามกีฬา
ผมตื่นเต้นที่จะได้กลับเมเดยิน
คิดถึงบ้านเกิด
คิดถึงพลังของมัน
เดี๋ยวเครื่องลงแล้วจะรีบโทรหา
โอเค ผมก็รักพ่อ บายครับ
ผมจากเมเดยินไปไกลมาก
ลำบากอยู่แล้วครับ
ยิ่งต้องไปทัวร์คอนเสิร์ตด้วย
แต่ผมเหนื่อยมามากกว่าจะมาถึงจุดนี้
ขอต้อนรับเจ บัลบินครับ
เจ บัลบินได้เสนอชื่อเข้าชิง รางวัลลาตินแกรมมี่ 2018 เยอะที่สุด
ทั้งหมดแปดสาขา
เจ บัลบิน
เขาเป็นนักร้องเพลงเรเกตอนคนแรก ที่ได้ไปออกแซเทอร์เดย์ไนต์ไลฟ์
ไหนใครไม่ชอบเจ บัลบินกับเพลงเรเกตอน
บัลบินได้ยอดวิวยูทูบสูงมาก
เจ บัลบิน เป็นศิลปินชาวโคลอมเบีย ที่มียอดวิวสูงที่สุดของปี
แฮปปี้ๆ
ขอต้อนรับสู่เมเดยินนะเพื่อน
ยินดีมาก
(เมเดยิน โคลอมเบีย หนึ่งอาทิตย์ก่อนถึงคอนเสิร์ต)
สุดตีน
ผมเป็นคนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
ตอนนี้ผมกำลังปรับสมดุลของตัวเอง
ไปกันเหอะ
ไม่ให้ละเลยแก่นของชีวิตไป
นั่นก็คือตัวตนจริงๆ ของผม ไม่ใช่ในฐานะศิลปิน
คือโฮเซ่
ดูนั่นสิ
เขียนว่า "เจ บัลบิน"
หวัดดีครับ
เอ้าเด็กๆ ทักเขาหน่อยสิ
สบายดีนะครับ
เจ บัลบิน
ไปนะ
รับฟังข่าวล่าสุดกันครับ
สหภาพแรงงาน องค์กรทางสังคม และนักศึกษามหาวิทยาลัย
ประท้วงทั่วประเทศอีกครั้ง
ไอ้หนูชาวเมเดยิน
เจ บัลบินนำเสนอ
อาร์โกอิริสทัวร์
ในเมืองที่หล่อหลอมเขาขึ้นมา
วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ในสนามอตานาซิโอกิราร์ดอต
โอเค สิ่งแรกที่ต้องทำพรุ่งนี้
คือออกกำลังกาย
เอ๊ะ ทำสมาธิก่อน
ทำสมาธิ
เขียนว่า "ทำสมาธิ" สองครั้งเลย ฉันจะได้ไม่ลืม
(นิโคล โรเมโร่ ผู้ช่วยผู้บริหาร)
แล้ววันอังคารไปหาพ่อแม่
แต่ต้องหาเวลาไปสนามด้วยนะ
จะไปสนามทุกวันเลย
(ริค คาเซเรส ผู้ช่วยส่วนตัว)
- สมุดอะไรน่ะ - อ้าว อีวาน
(อีวาน อลาร์คอน ผู้จัดการธุรกิจ)
อยากเห็นอะไรน่าตื่นเต้นไหม
ทุกสิ่งที่ฉันเคยฝัน
เป็นจริง 99 เปอร์เซ็นต์แล้ว
มอนเทอเรย์โชว์
เม็กซิโกซิตี
ชิลี อาร์เจนตินา ซาอุดีอาระเบีย
แล้วก็มาถึงสนามเมเดยิน
ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
แต่ทำไมนายดูเครียดจัง
ไม่เครียดได้ไง นี่มันสนามบ้านเกิดนะ
ฉันไม่ใช่ศิลปิน ฉันไม่เข้าใจนายหรอก
นี่เป็นครั้งแรกที่ ฉันจะขึ้นแสดงคนเดียว
แต่บัตรขายหมดแล้ว จะกลัวอะไร
เพราะฉันจำได้ว่าเมื่อ 15 ปีก่อน เคยไปดูคอนเสิร์ต
นิคกี้ แยงกี้ ไอวี่ควีน และนักร้องดังๆ ที่นั่น
และฝันว่า สักวันฉันจะได้ขึ้นแสดงเดี่ยว
คอนเสิร์ตครั้งไหนยากที่สุด
เปอร์โตริโก
ยากจริง
ตอนนั้นสภาพจิตใจฉันย่ำแย่มาก
เมื่อวานตอนเข้ายิมกับกอร์โด ฉันก็รู้สึกแบบนั้นอีก
ก็คิดว่า "แม่ง กลับมาอีกแล้ว"
ความรู้สึกอะไร
เหมือนไม่มีตัวตน ไม่ได้อยู่ในร่างกายนี้
- แต่ทุกอย่างปกติดีใช่ไหม - ใช่
ทุกอย่างรอบตัวปกติ แต่จิตใจฉันไม่ปกติ
มันเลวร้ายจริงๆ
เข้าใจไหม
แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้
ฉันกลัวความกลัว
ถ้าจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน สมองจะไม่คิดถึงเรื่องนี้
อย่างตอนขึ้นเวที ฉันจดจ่ออยู่กับการร้องเพลง
ก็ทำให้ลืมคิดไปได้
เพราะมีคนมาดูคอนเสิร์ต
เพราะมีเรื่องอื่นต้องใส่ใจ
อย่างเลวร้ายที่สุด คือต้องยกเลิกคอนเสิร์ต
ถ้าได้ก้าวขึ้นเวทีก็สบายแล้ว
เราเหมือนตัวตลกบนเวที
ยิ้มแย้มแจ่มใส
ฉันถึงชอบเพลงเอลกันเต็นเต ของเฮคเตอร์ ลาโวไง
เพลงนี้โคตรเพราะ
ใช่ เพลงโปรดฉันเลย
ผมโตมาในเมเดยิน
ในครอบครัวชนชั้นกลาง ที่อยู่ในสังคมสองแบบ
เพื่อนที่รวยมองว่าผมจน
เพื่อนที่จนมองว่าผมรวย
พ่อสอนให้ผมทำงานหนัก
ส่วนแม่เชียร์ให้ผมมีความฝัน
ตอนผมอายุ 17 พ่อตกงาน
ครอบครัวเลยมีปัญหาด้านการเงิน
ผมอยากช่วยเหลือครอบครัว แต่ผมถนัดแค่เรื่องดนตรี
ผมฝันอยากเป็นนักร้องดัง
แต่ก็รู้ดีว่าต้องดิ้นรนมากแค่ไหน
ผมกับลา โมนา แฟนคนแรก
ย้ายไปอยู่ไมแอมี เพื่อคว้าฝันของผมในอเมริกา
แต่ชีวิตคนต่างด้าวในไมแอมีมันลำบาก
ลำบากมากๆ
ผมมีชีวิตสองด้าน
ตอนกลางวันทำงานเป็นช่างทาสี
ตอนกลางคืนสวมรอยเป็นนักร้องดัง
นั่งลิมูซีนของคนอื่น
แต่งตัวเท่ไปแสดงก๊อกๆ แก๊กๆ
ตอนนั้นผมเครียดมาก
เพราะผมอยากเป็นที่รู้จัก
ไม่อยากกลับโคลอมเบียอย่างหมาจนตรอก
แต่อยู่อเมริกาก็ไม่มีความสุข
กับการสวมหน้ากาก
นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมมีอาการหดหู่
ตอนนั้นผมรู้สึกอยากตาย
หัวใจเต้นแรง มีอาการวิตกกังวล
เริ่มรู้สึกสิ้นหวัง
มีคนแนะนำให้กินยานอนหลับ
แล้วผมกินทีละห้าเม็ดทุกคืน
สมงสมองผมพังไปหมด
โรคซึมเศร้ามันเลวร้าย
มันครอบงำเราได้
ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมด
ผมเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ
จำได้ว่าตอนนั้นผมโทรไปร้องไห้กับแม่
ว่า "ทำไมผมต้องเลือกอาชีพนี้ด้วย"
แล้วผมก็ตัดสินใจกลับเมเดยิน
แต่ใจก็ยังไม่อยากล้มเลิกความฝัน
ช่วยฟังผมร้องแล้ววิจารณ์หน่อยนะ
นี่เป็นไอเดียคร่าวๆ นะ
ว่าไงชาโก
ว่าไงเพื่อน
พอกลับไปเมเดยิน ผมก็เหมือนเริ่มต้นใหม่
ต้องทำงานตลอดเวลา
เปิดแสดงทั่วเมือง ไม่ว่าจะข้างถนน ในโรงเรียน โรงยิม
ทุกที่ที่จ้างผม
ผมไปหมด
El Negocio โดยเจ บัลบิน
มิวสิคเพลงต่อไป เราจะถ่ายที่โรงแรมห้าดาว
ไม่ในนิวยอร์กก็ลอสแอนเจลิส
พระเจ้าประทาน พระเจ้าทรงโปรด
เอเมน
ครั้งแรกที่ได้ยินเพลงตัวเองทางวิทยุ คือตอนตีสาม
จำได้เลยว่าตอนนั้นผม...
ร้องไห้
ร้องไห้เพราะความดีใจ
เพลงนั้นดังมากในเมืองผม
ทำให้ผมรู้ว่า "โอ้โฮ มีคนชอบเหมือนผมแฮะ"
บ้านเกิดผมเพิ่มพลังให้ผม
No comments yet. Be the first to leave one.