لومړۍ 200 کرښې.
(สแตนด์อัพคอมเมดี้จาก NETFLIX)
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณที่มา
ได้ออกจากบ้านดีต่อใจเนอะ
จริง
ผมไม่…
คืนนี้ผมไม่อยากพูดเกี่ยวกับโควิด
แต่มีสองอย่างที่ผมจะขอพูดหน่อย
ช่วงที่โควิดระบาด ผมได้เรียนรู้สองสิ่ง
หนึ่ง
ผมได้เรียนรู้จากการใส่หน้ากากในทุกๆ ที่ที่ผมไป
และสูดลมหายใจของตัวเองเข้าไป
ผมต้องกลับไปขอโทษทุกคน ที่ผมคุยด้วยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
ให้ตายเถอะ
ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าปากผมเหม็นมาก
มีอยู่วันหนึ่งผมอยู่ในร้านขายของชำแล้วก็แบบ
"มีวัวอึในกองเครื่องในเหรอ กลิ่นอะไรอะ"
"อ๋อ กลิ่นปากฉัน"
อีกอย่างที่ผมได้เรียนรู้ในช่วงที่โควิดระบาด
โดยเฉพาะช่วงที่มีล็อกดาวน์
คือผมไม่มีคุณสมบัติพอ
ที่จะตอบสนองความต้องการ ด้านการสนทนาของภรรยาผมทั้งหมด
ต้องยกกันมาทั้งหมู่บ้านถึงจะเอาอยู่
แต่ผมตัวคนเดียวไง
ผมรักภรรยาที่น่ารักของผมมาก
แต่เธอคุยเก่งมาก
เธอสามารถคุย จนสุนัขสามตัวเดินหนีแล้วเลิกตามรถขนเนื้อ
เธอคือสิ่งที่คนเรียกกันว่า ต้องพูดก่อน ปัญญาถึงจะเกิด
ซึ่งแปลว่าทุกครั้งที่เธอนึกอะไรออกหรือมีไอเดีย
เธอจะไม่แค่คิด เธอจะพูดออกมาดังๆ
ทุกเช้าในช่วงล็อกดาวน์
ผมจะตื่นมาแล้วรินกาแฟดื่มหนึ่งแก้ว
ผมหันไป ก็จะเห็นเธออยู่ตรงนั้น
ทุกเช้าจะแบบว่า
"คิดรึยังว่า พอไม่มีโรคระบาดแล้วเราจะไปที่ไหน
เพราะฉันต้องออกจากบ้าน"
"พูดถึงเรื่องออกจากบ้าน
คุณจะต้องตกใจกับข้อมูลที่ฉันได้มา เกี่ยวกับครอบครัวที่ย้ายมาอยู่ตรงนั้นของถนน
ฉันบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นท่าทางแปลกๆ"
"ไฟในห้องครัวเสียดวงหนึ่ง ฉันทำอาหารในที่มืดไม่ได้
ถ้าคุณอยากกินข้าว ไปหยิบบันไดมาซ่อมก่อนก็ดี"
"ทำไมในนี้ร้อนจัง
คุณไม่ร้อนเหรอ ฉันร้อนมาก"
"โรบินบอกฉันว่า เธอหาซื้อกระดาษชำระที่ไหนไม่ได้เลย
คนตุนกันใหญ่เลย
นรกควรมีช่องด่วนสำหรับคนตุนกระดาษชำระ
คือมันผิดไง ผิดมาก"
"อุ๊ยตายละ ฉันเพิ่งเห็นก้นฉันในกระจก
ทำไมคุณไม่บอกฉัน
ก้นฉันจะกว้างเท่ารถโรงเรียนอยู่แล้ว
น่าทึ่งมากที่มันไม่ปัดโคมไฟตกโต๊ะ"
"เมื่อคืนฉันฝันแปลกที่สุดเท่าที่เคยฝันมาเลย
ฉันฝันว่าแม่คุณกับวิล สมิธแต่งงานกัน
ซึ่งตรงนี้ไม่ได้แปลกอะไร
ที่แปลกคือแม่คุณกับเขา ใส่หมวกนักดับเพลิงกระโดดแทรมโพลีน
แล้วก็กล่าวคำปฏิญาณ
คุณว่าทั้งหมดที่ฉันฝันแปลว่าอะไร"
"ทำไมมองฉันอย่างนั้น ผมฉันยุ่งเหรอ"
"ไม่เอาสิ ตั้งใจหน่อย
ฉันอยากให้คุณช่วยฉันคิด ว่าจะให้ไคล์หลานฉันเดทกับใครดี
น่าสงสารจริงๆ เขาอยู่คนเดียว เขาต้องการใครสักคน"
"พูดถึงเรื่องความต้องการ
คุณไปดูรถฉันให้หน่อย ไฟเครื่องยนต์ไม่ดับมาสักพักละ
คำว่าสักพักของฉันแปลว่าสองสามเดือนแล้ว
ทุกครั้งที่ฉันขับ จะมีกลิ่นไหม้ๆ
ฉันว่ามันไม่ควรเป็นแบบนั้น"
"ตายละ ถ้าไคล์เป็นเกย์แต่ยังไม่ได้เปิดตัวล่ะ"
"สวดมนต์ภาวนา ให้หลานของชิปกับเจนนิเฟอร์กัน
วันนี้หลานเขาจะขลิบหนังหุ้มปลาย"
"อ๋อ พูดถึงลดราคา 30 เปอร์เซ็นต์
สร้อยคอที่ฉันอยากได้กำลังลดราคา
ถ้าคุณจะซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดฉัน ก็โอเคนะ"
"ถ้าไคล์เป็นเกย์ คุณรู้จักใครที่เราพอจะแนะนำให้เขาได้บ้างมั้ย
คุณทำงานในวงการบันเทิง วงการบันเทิงมีเกย์เยอะ"
"ฉันรู้ว่าคุณจะต้องกลอกตา แล้วบอกว่ามันอีกตั้งนาน
ปิกนิก 4 กรกฎาคมปีหน้า
ฉันทำสลัดมันฝรั่งเหมือนปีนี้ดีมั้ย
หรือทำมักกะโรนีอบเฟตาชีสกับมะเขือเทศดี แบบที่ฉันทำเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนแล้วคุณชอบมาก
ฉันทำเมนูไหนก็ได้ มันไม่สำคัญสำหรับฉัน"
"เออ ช่วงนี้น้องคุณเป็นอะไร
เหวี่ยงเป็นมูดี้จูดี้มาก ฉันไม่อยากคุยกับเขาเลย"
"คุณทำบ่วงเชือกทำไม"
"แก้เชือกออกจากพัดลมเพดานแล้วลุกจากเตียง
หมอนฉันเยินหมดแล้ว"
ชีวิตผมเจอแบบนั้นทุกวันช่วงล็อกดาวน์
แต่ช่วงที่โควิดระบาดก็มีเรื่องดีๆ เหมือนกัน
เรื่องดีมากๆ ด้วย
ผมได้เป็นคุณตาครั้งแรกในช่วงที่โควิดระบาด
ดังนั้น…
ผมรักเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนี้ มากกว่ามนุษย์คนไหนในโลก
ผมไม่รู้ว่าลูกสาวผมทำยังไง
แต่ด้วยวิธีไหนไม่รู้
เธอได้ไปออกรายการเจอร์รี่ สปริงเงอร์ โชว์
และเราสืบจนรู้ว่าพ่อเด็กคือใคร
โดยไม่ได้ออกเงินแม้แต่ไดม์เดียว ดังนั้น…
มันดีงามมาก
ผมพูดเล่นนะ
เราไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร
อีกหนึ่งเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นคือ
มือถือพับได้ของแม่ผมพังสักที
กว่าจะพังล่อไป 20 ปี
หลังเกิดโควิดหนึ่งเดือน มือถือพับได้ของแม่ผมพัง
เราเลยซื้อไอโฟนเครื่องแรกให้เธอ
ถ้าคืนนี้คุณถามผมว่า
"เจฟฟ์ ถ้าเลือกได้ คุณจะสอนแม่คุณพิมพ์ข้อความส่ง
หรือจะสอนสุนัขคุณให้เช็ดก้นเอง"
ผมน่าจะตอบว่า
"เอากระดาษชำระมา ผมขอลองสักตั้ง"
การพิมพ์ข้อความส่งแอบท้าทายอยู่เหมือนกัน
ลูกสาวผมตื่นเต้นมาก ที่ย่าของพวกเธอส่งข้อความเป็นสักที
พวกเธอส่งข้อความให้ย่า
มีอยู่คนหนึ่งแม่ผมโทรหาผม
แล้วถามว่า
"อะไรคือ 'โลล'"
ผมก็ถามว่า "แม่พูดถึงอะไร"
แม่ตอบว่า "จอร์แดนส่งข้อความหาแม่
ท้ายประโยคเขียนว่าโลล"
ผมถามว่า "สะกดยังไง"
แม่ตอบว่า "แอล โอ แอล"
ผมก็บอกว่า "แม่ มันไม่ได้อ่านว่าโลล มันแปลว่า 'หัวเราะหนักมาก'
สมัยนี้เด็กๆ เขียนกันแบบนี้ ไม่เขียนเต็มแล้ว
พวกเขาใช้อักษรย่อกัน
เช่น ไอดีเค แปลว่า 'ฉันไม่รู้'
โอเอ็มจี ก็ 'โอ้แม่เจ้า'"
ผมบอกว่า "เขาพิมพ์กันแบบนี้"
หลังจากนั้นไม่กี่คืน
ผมก็ได้ข้อความจากแม่ว่า
"ไอ วาย จี ที ที จี เอส ไอ เอ็น เอส เค"
ผมก็แบบ "ตายแล้ว แม่หลอดเลือดในสมองแตก"
ผมโทรหาแม่แล้วถามว่า "แม่ส่งอะไรมาให้ผม"
แม่ตอบว่า "ก็พิมพ์เหมือนที่หลานสาวแม่พิมพ์ไง
แม่ส่งไปว่า 'ถ้าไปร้านขายของชำ ซื้อซอสมะเขือเทศมาด้วย'"
"นั่นสิเนอะ ทำไมผมนึกไม่ออก"
แม่ผมชอบไอไฟนที่เธอใช้มาก
เพราะมันมีฟังก์ชั่นที่มือถือพับได้ของเธอไม่มี
เช่น รับสัญญาณได้
มีอยู่คืนหนึ่งแม่โทรหาผม
ผมรับสาย
เพราะผมไม่มีอะไรทำ ว่างหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ก็เลย
ผมเลยคุยกับแม่
ในระหว่างคุยกัน แม่บอกว่าในย่านที่เธออยู่มีโจรขึ้นบ้านสองครั้ง
ผมก็บอกว่า "แม่ น่าเป็นห่วงนะนั่น"
แม่ตอบว่า "นั่นสิ"
แม่บอกว่า "เนี่ย แม่ว่าจะไปขอใบอนุญาตพกปืนละ"
แม่ผมอายุ 85
ตาก็ไม่ค่อยดี หูก็ไม่ค่อยได้ยิน
หลังเที่ยงคืน แม่จะทรงตัวเหมือนรอน ไวท์
แล้วคิดจะพกปืนสั้น
ผมบอกแม่ว่า "แม่ ผมสนับสนุนข้อแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราสอง"
ผมบอกว่า "จะหาว่าผมระวังเกินก็ได้"
แล้วผมก็บอกว่า "แต่
แม่อาจจะไม่ควรพกปืน ถ้าแม่ใส่สร้อยคอแจ้งเหตุฉุกเฉินช่วยชีวิต"
ถึงเธอจะใช้กล่องยาแยกลูกกระสุนได้ก็เหอะ
ผมบอกว่า "แม่คิดให้ถี่ถ้วนก่อนดีมั้ย"
ผมบอกว่า "แม่ภาวนาให้การใส่กระสุน ดีกว่าการเปิดขวดแตงกวาดองดีกว่าเหอะ
เพราะไม่งั้นแม่มีปัญหาแน่"
ข้อนิ้วมือแม่ผมอักเสบ
แล้วผมก็คิดว่า "เออว่ะ ผู้จัดการน่าจะหางานโฆษณาให้แม่ได้"
"ข้อต่อกระดูกแม่อักเสบมาก
จนหมุนลูกบิดเข้าห้องแทบไม่ได้
แต่เดี๋ยวนี้ยาบัฟเฟอรินตัวใหม่พัฒนาดีขึ้น
แม่ยิงให้โดนทุกนัดยังได้
เข้าใจใช่ปะ"
ผมวางสายแล้วก็บอกภรรยาว่า
"ผมรู้แล้วว่าคริสต์มาสนี้จะเอาอะไรให้แม่ดี
ผมจะซื้อแม่เหล็กติดปืน ให้แม่เอาไปติดที่ข้างโครงช่วยเดิน
เวลาจะใช้ก็ตบเอา
แล้วผมก็จะซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนให้สามีแม่
เอาให้เขาใส่ใต้เสื้อกันหนาวคาร์ดิแกน
เผื่อแม่สติแตกแล้วคลั่ง ตอนกำลังเล่นวงล้อแห่งโชคชะตา"
ตอนนี้ชีวิตผมกับภรรยาถึงจุดนั้น
เราเลี้ยงลูกจนโต
แล้วให้พวกเขาออกจากบ้าน
เราได้พักอยู่ช่วงหนึ่ง
แล้วตอนนี้ก็มาเลี้ยงพ่อแม่ต่อ
ลูกผมกับพ่อแม่ผม สวนกันบนถนนทางเข้าบ้านแน่นอน
ผมขอบอกอะไรหน่อย เมื่อก่อนผมคิดว่าพวกวัยรุ่นบ้า
จริงๆ แล้ววัยรุ่นรับมือง่ายมากเมื่อเทียบกับคนแก่
คนแก่คือสุดมาก
ช่วงก่อนผมเอารถไปเข้าศูนย์ ศูนย์บอกว่ารถผมพร้อมรับแล้ว
ผมโทรหาพ่อตาแล้วถามว่า "ส่งผมไปศูนย์หน่อยได้มั้ย"
ในระหว่างขับรถไปศูนย์ เขาต้องจอดเติมน้ำมัน
การจอดสั้นๆ ครั้งนั้นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า
เราสามารถล้างรถทั้งคัน
ได้ด้วยไม้รีดน้ำจากปั๊มน้ำมัน
ที่ผมรู้ก็เพราะผมนั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้โดยสาร
แล้วดูเขาใช้ไม้รีดน้ำล้างรถทั้งคัน
ผมนั่งจนกระทั่ง ผู้ชายที่อยู่ตู้ถัดไปอัดวิดีโอพ่อตาผม
แล้วผมก็ก้มไปหลบที่พื้น
เพราะผมไม่อยากโดนแท็กในอินสตาแกรม
พ่อตาผมกลับเข้ามาในรถ ผมก็ถามว่า
"รู้ใช่มั้ยว่าที่ปั๊มมีบริการล้างรถตรงนั้น"
เขาตอบว่า "รู้ แต่มันตั้งหกดอล"
ผมก็แบบ "ประหยัดเงินหกดอลลาร์
ด้วยการยอมลดตัวไปล้างรถ
โดยใช้ไม้รีดน้ำกับน้ำที่สกปรกที่สุดในโลกเนี่ยนะ"
ผมเคยจินตนาการนะว่าอยากไปเที่ยวกับสาว
ที่สกปรกเหมือนน้ำจากไม้รีดน้ำที่ปั๊มน้ำมัน
No comments yet. Be the first to leave one.