Into the Wind

Into the Wind

د Thai ژباړه ډاونلوډ کړئ

د خپرونې معلومات

Into the Wind 2010 WEBRip Disney Hotstar th
Into the Wind 2010 WEB-DL Disney Hotstar th
د لخوا تبصره Ferdi125

تګونه

Web-DL
web-dl
web
WEB-DL
TS
webrip
BRip
په خپور شو: 2022-03-26
ډاونلوډونه: 5
د اوریدلو معیوبیت: No

د Thai سرليکونو مخکتنه

لومړۍ 200 کرښې.

เซนต์จอห์นส์

มาคิดตอนนี้ มันค่อนข้างจะเหลือเชื่อ

แต่ในตอนนั้น ตอนที่เขาหย่อนเท้า ลงไปในมหาสมุทรแอตแลนติก

ไม่มีใครรู้เลยว่าเทอร์รี่ ฟอกซ์เป็นใคร

เขาเกือบจะต้องอ้อนวอนช่องโทรทัศน์ในประเทศ

ให้ส่งทีมงานมาถ่ายทำที่นั่น

ซีบีซีไม่อยากจะ

ส่งนักข่าวมาเพราะต้องจ่าย ค่าทำงานล่วงเวลาวันเสาร์

แต่หลังจากตื้อมากๆ พวกเขาก็ส่งตากล้องมา

เทอร์รี่ คุณได้ไม่กี่กิโลเมตรต่อวันหรอกนะ

จะต้องใช้เวลามากแค่ไหน คุณถึงจะวิ่งข้ามประเทศได้

น่าจะเป็นเดือนกันยายน หรือไม่ก็ตุลาคม ผมก็จะไปถึงที่ครับ

ผมหวังว่าจะวิ่งได้ห้าสิบถึงหกสิบกิโลเมตรต่อวัน

มีหลายคนที่เคยวิ่ง หรือเดินข้ามแคนาดา

แต่ฟอกซ์หวังว่าจะเป็น คนใส่ขาเทียมคนแรกที่ทำได้

ฟอกซ์มีรองเท้าวิ่งสำรองแปดคู่

และมีขาสำรองอีกสามข้างอยู่ในรถตู้ด้วย

เพื่อนจากบ้านเกิด จะขับไปจนสุดทางกับเขา

ผมไม่คิดว่าผมเข้าใจว่า มันจะยากแค่ไหนที่ต้องเห็นเขาวิ่ง

มาราธอนหนึ่งครั้งต่อวันด้วยขาข้างเดียว

ผมคิดว่าผมไม่มั่นใจมากกว่าเทอร์รี่อีก

เทอร์รี่ก็แค่พูดว่า...

"ฉันจะทำได้แน่"

เทอร์รี่วิ่งจากชายฝั่งหนึ่ง ไปยังอีกชายฝั่งหนึ่ง

โดยหวังระดมทุน

ให้กับสมาคมมะเร็งแคนาดา

ผมอยากเป็นตัวอย่างให้กับคนที่พิการ

การมีคนวิ่งข้ามแคนาดาไม่ใช่เรื่องใหม่ค่ะ

เทอร์รี่ ฟอกซ์เป็นสัญลักษณ์ของพวกเราทุกคน

สิ่งที่เป็นเรื่องใหม่ก็คือ พวกเราทุกคนสนใจมัน

อย่างหนึ่งก็คือเขาวิ่งต้านลม

คนส่วนใหญ่ไม่ทำแบบนั้นกันนะคะ

ถ้าผมทำไม่ได้ ก็จะไม่มีใครทำได้

แคนาดาตะวันออก ปี 1980

เยี่ยมมาก เทอร์รี่

ผมจะพูดตรงนี้ซักเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะไปวิ่งต่อนะครับ

ผมหวังว่าพวกคุณทุกคนจะเข้าใจผม

ตอนผมอายุ 18 ปี พวกเขาบอกผมว่า

ผมมีเนื้อร้ายซึ่งทำให้ผมต้องตัดขา

และผมตัดสินใจหลังจากทำคีโมมาปีครึ่ง

ว่าผมจะลองวิ่งข้ามแคนาดา

และระดมเงินให้ได้มากที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ให้กับสมาคมมะเร็งแคนาดา

ฉันเป็นนักข่าวหน้าใหม่ที่โตรอนโตสตาร์

และบรรณาธิการของฉัน ก็มาหาแล้วก็บอกว่า

"มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลัง วิ่งข้ามแคนาดาอยู่ ไปดูซิว่าเขาจริงจังไหม"

เลสลี่ สคริฟเนอร์ โตรอนโตสตาร์

ผมว่าจะวิ่ง 19 กิโลเมตร จากนั้นก็พัก

แล้วก็วิ่งต่ออีก 16 แล้วก็พัก

เขาหล่อมากๆ เลยค่ะ

ถึงตอนนั้นผมจะ...

แข็งแกร่ง

เขางดงามมาก

และจากนั้นเราก็เริ่มโทรศัพท์คุยกัน

เราคุยกันสัปดาห์ละครั้ง บางทีก็สองครั้ง

วันที่ 26 เมษายน 542 กิโลเมตร

วันนี้เราตื่นตอนตีสี่

มันก็ยากเหมือนอย่างเคย

เราขับรถ 56 กิโลเมตร กลับมาทางจุดเริ่มต้น

แล้วผมก็ออกวิ่งอีกครั้ง

ต่อจากนั้น ระบบวาล์วที่ขาผมก็สึกจนหมด

มันทำให้ผมเจ็บมากๆ

ผมก็เลยต้องเปลี่ยนเป็นขาสำรอง

เราไม่รู้เลยว่า

ตอนนั้นมันจะยังเป็น หน้าหนาวที่นิวฟันด์แลนด์

เราต้องอยู่ในรถตู้กันนานมากๆ

วันแรก เครื่องทำความร้อนเสีย

ดั๊ก อัลวาร์ด เพื่อนของเทอร์รี่

เราเกือบจะแข็งตายแล้ว

ช่วงสัปดาห์แรกๆ มันยากลำบากมากๆ เลย

มันเปล่าเปลี่ยวมากๆ

มันมีพายุหิมะ แล้วก็ลมแรง

นี่คือชายหนุ่มสองคนในรถตู้สกปรก

พวกเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำ

ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่

สิบปีก่อนหน้านั้น

แคนาดาตะวันตก

เราเจอกันครั้งแรกตอนเราอายุ 11 ปี

แต่เราไม่ได้ทำความรู้จักกันนัก

และจากนั้นช่วงหน้าร้อน ระหว่างเกรดแปดกับเก้า

โรงเรียนมัธยมต้นแมรี่ ฮิล พอร์ตโคควิทแลม บีซี เทอร์รี่ ฟอกซ์

เทอร์รี่โทรมาหาผมแล้วก็บอกว่า

"นายอยากเล่นบาสเกตบอลไหม"

ผมก็คิดว่า "ฉันไม่อยากเล่นกับนาย

"นายน่ะถือว่าเป็นผู้เล่นเกรดแปด ที่ห่วยแตกที่สุดในแคนาดาเลย"

แต่ผมไม่ได้บอกเขาแบบนั้น ผมแค่บอกว่า "ฉันยุ่งๆ น่ะ"

เทอร์รี่เป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดแล้วก็ช้าที่สุด

บ็อบ แมคกิลล์ โค้ชบาสเกตบอลของเทอร์รี่

เขาเป็นหนึ่งในเด็กที่ อ่อนแอที่สุดในชั้นเรียนนั้นเลย

ตอนที่เขานั่งอยู่ที่โต๊ะเรียน

เท้าเขาไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ

และคืนต่อมา เขาก็โทรมาหาผมอีก

และแน่นอนว่าผมก็คิดว่า

"เขานี่ตั้งใจใช้ได้เลย ก็ได้

"เราจะไปซ้อมด้วยกัน"

แล้วเราก็ซ้อมด้วยกันตลอดหน้าร้อน

เทอร์รี่โทรหาผม แล้วก็วิ่งข้ามเมืองมาบ้านผม

เจ้าเด็กนี่ไม่เคยยอมแพ้เลย

เขาเป็นคนแรกที่มาซ้อม

แล้วก็กลับคนสุดท้าย

ตอนผ่านเกรดสิบไปได้หนึ่งเทอม

ในที่สุดเขาก็ได้เข้าร่วมแข่ง

และพอถึงตอนที่เขาขึ้นเกรด 12

เขาก็ได้เป็นกัปตันทีม

เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโรงเรียนเรา

เทอร์รี่ เธอพยายามจะระดมทุน ให้กับสมาคมมะเร็งแคนาดา

เธอตัดสินใจจะทำยังไงบ้าง

มันขึ้นอยู่กับว่าผมอยู่ที่เมืองไหนครับ

ผมไประดมทุนที่ปอร์โตบาสก์ ผมได้มาหนึ่งหมื่นดอลลาร์

และเมืองนั้นมีประชากร แค่แปดพันหรือหมื่นคนเอง

แต่ในอีกเมืองหนึ่ง ที่มีประชากรในเมืองน้อย

เราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย

เพราะว่าสื่อและสมาคมมะเร็ง ไม่ได้นัดหมายหรือว่าเตรียมการไว้

ถ้าเราได้ห้าหรือสิบดอลลาร์ ก็โชคดีแล้ว

ในช่วงวันที่เราวิ่งไปตามถนน

ส่วนใหญ่เป็นเพราะ ไม่มีใครรู้ว่าเราทำอะไรอยู่

นิวฟันด์แลนด์ ปอร์โตบาสก์ 939 กิโลเมตร

คอร์เนอร์บรูก สปริงเดล กานเดอร์ เซนต์จอห์นส์

เขาเพิ่งเริ่มการวิ่งครั้งนี้

แต่ว่ายังไม่มีใครสนใจเลย

ผมเป็นนายกของเมืองเล็กๆ ในนิวบรันส์วิก

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง

ที่เทอร์รี่ ฟอกซ์เลือกวิ่ง

มีผู้คนเห็นเด็กหนุ่มตัวผอม

วิ่งด้วยขาข้างเดียว

แล้วก็สงสัยว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

มันน่าทึ่งที่เขาได้เข้าทีมบาสเกตบอล ของมหาวิทยาลัยไซมอนเฟรเซอร์

เราเคยขับรถไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน

และเขาก็จะบ่นเรื่องเจ็บหัวเข่า

เขาคิดว่ามันอาจจะเป็น เพราะกระดูกอ่อนหรืออะไรซักอย่าง

แต่เป็นเพราะนิสัยเทอร์รี่ เขาเลยไม่อยากบอกโค้ช

เช้าวันหนึ่ง ผมตื่นมา แล้วมันก็ปวดมากจนขยับไม่ได้เลย

ขาผมบวมไปหมด ผมลุกจากเตียงไม่ได้ด้วยซ้ำ

วันนั้นผมไปที่โรงพยาบาลรอยัลโคลัมเบียน ในแวนคูเวอร์

และวันต่อมา ผมก็รู้ว่าผมมีเนื้อร้าย

ซึ่งมันก็คือมะเร็ง

ตอนพวกเขาบอกคุณว่า

คุณจะต้องตัดขาออก

เพื่อพยายามรักษาชีวิตไว้ นั่นมันน่าตกใจมากๆ เลย

สำหรับคนที่ยังเด็กและเป็นนักกีฬา

เช้านี้ผมรู้สึกดี และสามกิโลเมตรแรกผ่านไปด้วยดี

จากนั้นอยู่ๆ ผมก็ตาพร่าไปหมด

ผมเวียนหัวแล้วก็หน้ามืด

ทุกอย่างมันสิ้นสุดแล้วเหรอ

ทุกอย่างมันจบแค่นี้เหรอ

ผมจะทำให้ทุกคนผิดหวังหรือเปล่า

ตอนนั้นมีแค่ไม่กี่คนที่รู้

แต่หัวใจเขาเสียหาย

จากการทำเคมีบำบัด

และเขามีอาการใจสั่นซึ่งมันทำให้เขากลัว

ผมบอกตัวเองว่าจะยอมแพ้ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว

ผมจะต้องไปต่อไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ถ้าผมตาย ผมก็จะตายอย่างเป็นสุข เพราะผมได้ทำสิ่งที่ผมอยากจะทำ

เหมือนว่าเขาต้องฝึกจิตใจตัวเอง

ให้ทำไปโดยอัตโนมัติ

แม้ว่าตอนนั้นร่างกายเขาจะทำไม่ได้ก็ตาม

ตีห้าออกจากรถตู้

วิ่ง 19 กิโลเมตร

กินมื้อเช้า

กล่าวสุนทรพจน์

งีบ วิ่ง 12 กิโลเมตร

เขาน่าจะเป็นนักกีฬา ที่มุ่งมั่นที่ผมเคยเห็นแล้วครับ

แต่ผมไม่รู้ว่ามะเร็งทำอะไรกับเขา

ไม่รู้ว่าการเห็นเด็ก ที่เสียชีวิตจากมะเร็งในโรงพยาบาล

ส่งผลกับเทอร์รี่มากแค่ไหน

เขาเป็นมะเร็ง และ...

ดักลาส โคปแลนด์ นักเขียนเรื่อง "เทอร์รี่"

ฉันยังเด็กเกินกว่าจะตายนะ

เขาต้องผ่านความรู้สึก

ของมนุษย์ทั่วไปมากมายในช่วงเวลานั้น

ห้องตรวจสอง

เขาอาจจะไม่รอดด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเสียขาเลย

เบ็ตตี้ ฟอกซ์ แม่ของเทอร์รี่

และเขาก็พูดในทันทีว่า

ผมจะสู้กับมัน

ฤดูใบไม้ผลิ ปี 1979

เทอร์รี่มองไปรอบๆ ห้อง

และเห็นว่าเรารับมือกับข้อมูลนี้ยังไง

และเขาก็รู้ว่าเขาต้องแข็งแกร่ง เพื่อทุกคนในครอบครัวของเขา

แดร์ริล ฟอกซ์ น้องชายของเทอร์รี่

เทอร์รี่ที่อายุ 18 ปี เลยเป็นคนทำให้เรารู้สึกดีขึ้น

กับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเขา

และตอนผมไปเจอเขา

ทั้งหมดที่เขาพูดก็คือ

โค้ช ผมไม่เข้าใจเลยว่ามะเร็ง

มันจะเกิดกับคนอายุน้อยได้ด้วย

เขาบอก "ที่นี่มีคนอายุน้อยมากมาย

"และพวกเขาก็ยอมแพ้แล้ว

"พวกเขาไม่พยายามด้วยซ้ำ"

ตอนนี้มีคนที่อยู่บนเตียง ซึ่งอาจจะไม่รอด

เด็กอายุเท่าผมแล้วก็เด็กกว่าผม

เด็กที่เคยแข็งแรง ตอนที่ผมเริ่มการรักษา

ที่เสียชีวิตตอนที่ผมรักษาเสร็จ

คุณจะปล่อยอะไรแบบนั้นไปเฉยๆ แล้วก็พยายามลืมมันไปไม่ได้

ยังไงผมก็ทำไม่ได้

ภายในไม่กี่วันของการตัดขา

เขาก็คิดว่า "โอเค

"ฉันมีขาเดียว ฉันจะทำอะไรกับขาเดียวได้บ้าง"

เขาเริ่มคิด

"ถ้าฉันออกไปทำอะไรซักอย่าง

"ฉันอาจจะทำให้คนพวกนี้มีความหวังขึ้นมา"

تبصرې

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left