لومړۍ 200 کرښې.
ภาพยนตร์ "พ่อและแม่ของผม" จากนวนิยาย "หวนรำลึก" ชื่อภาษาอังกฤษ : ทางกลับบ้าน
พ่อผมตายอย่างกระทันหัน
ผมเพิ่งรู้ข่าวเมื่อคืนนี้
ผู้ใหญ่บ้านโทรศัพท์มาบอก
ผมไม่อยากเชื่อเลย
บ้านเกิดของผมอยู่ในหุบเขา
ในหมู่บ้านชื่อซานเหอถุน
ผมจากบ้านเพื่อไปทํางานในเมือง
และงานยุ่งมาก จนไม่ได้กลับบ้านหลายปี
พ่อเป็นครูใหญ่ประจําหมู่บ้าน
สอนหนังสือมาตลอดชีวิต
ผมเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่
และเป็นคนเดียวในหมู่บ้าน ที่ได้เรียนวิทยาลัย
ผมรู้สึกเป็นห่วงแม่มาก กลัวว่าอยู่คนเดียวจะไม่ไหว
นำแสดง: จางจื่ออี๋
เข้ามานั่งพักดื่มน้ำซักหน่อยก่อนสิ
ไม่ได้หรอก ผมต้องรีบกลับ
ฝากบอกเจ้านายด้วยนะ ว่ากลับไปผมจะไปขอบคุณท่าน
- ไม่ต้องเกรงใจ - ขอบคุณครับ
กำกับภาพยนตร์: จางอี้โหมว
แม่ครับ
เซินจื่อ
อ้าวผู้ใหญ่ อาเซี่ย
เห็นมีรถมา ก็รู้ว่าเธอกลับมาแล้ว
เชิญครับ
ข้างในอุ่นสบายกว่า
เชิญนั่งสิครับ
เล่าอะไรให้ฟังทางโทรศัพท์ไม่ได้มาก
ตอนนี้เธอมาแล้ว จะเล่าทุกอย่างให้ฟัง
เรื่องโรงเรียนน่ะ
หลายปีแล้ว ที่พ่อเธออยากสร้างมันใหม่
แต่ก็มีอุปสรรคทุกครั้ง เลยยังไม่รับปาก
ไม่นานนี้ พ่อเธอเขาก็พูดถึงเรื่องสร้างโรงเรียนอีก
และคราวนี้ชาวบ้านก็เห็นด้วย ที่จะสร้างโรงเรียน
เรามีวัสดุที่จําเป็นแล้ว แต่ยังมีเงินไม่พอ
พ่อเธอก็วิตก เลยตัดสินใจว่า...เขาจะหาเงิน
และเริ่มเดินทางไปทั่ว เพื่อพยายามขอยืมเงิน
เขาเดินทางไปทั่วประเทศ
ถ้าที่ไหนมีความหวัง เขาก็จะไป
ในเที่ยวสุดท้าย ขณะเดินทางกลับบ้าน
เขาเจอพายุหิมะ พายุหนัก และแรงมาก
เขาติดอยู่ในพายุและล้มป่วย
ป่วยจนขยับไม่ไหว
และยิ่งทําให้เขากังวล อาการเขาหนักมากเมื่อมาถึง
เราจึงพาเขาไปโรงพยาบาล
หมอตรวจดูอาการ
แล้วบอกว่าเขาเป็นโรคหัวใจ
เรารู้จักพ่อเธอมานาน
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นโรคหัวใจ พอเป็นโรคหัวใจ
หมอก็พยายามช่วยแล้ว
เขาเองสู้เต็มที่ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด
แล้วตอนนี้ พ่อผมอยู่ที่ไหน
ที่โรงพยาบาลจังหวัด ในห้องดับจิต
เราถึงอยากให้เธอกลับมา
เพื่อเล่าเรื่องให้เธอฟัง
ครั้งสุดท้ายที่คุยกัน ก็ดูพ่อแข็งแรงดี เกิดอะไรขึ้น
- อายุก็มากแล้ว - พายุมันหนักมาก
หนักเกินไป สําหรับคนอายุขนาดพ่อเธอ
ไม่ว่ากับใคร ก็คงหนักทั้งนั้น
เธอคิดมั้ยล่ะ ก็คนถึงคราวตายนี่นะ
ทางหมู่บ้านมีความเห็นกันว่าให้รออีกสักวัน
วันมะรืน เราจะจัดรถสักคัน เพื่อพาพ่อเธอกลับมา
- นี่ก็ 3 วันแล้ว - นําเขากลับมาฝังที่หมู่บ้านของเรานี่
นี่คือสิ่งที่เราคิดกันไว้
งั้นก็ทำตามที่ผู้ใหญ่บ้านว่าได้เลยครับ
แต่มีปัญหาอยู่เรื่องนึง
และปัญหาก็คือว่า แม่เธอไม่ต้องการให้ใช้รถ
แต่ให้แบกพ่อเธอกลับบ้าน
หมายความว่าอย่างไร
เธอต้องการให้แบกโลง เดินมา
และให้บอกว่า นี่เป็นทางกลับบ้าน
เพื่อพ่อเธอ จะได้ไม่ลืมทางกลับบ้าน
มันเป็นประเพณีเก่าแก่
แล้วเธอยังบอกว่าเธอต้องการเดินกับเราด้วย
งั้นก็ทําตามนั้น
แบบนั้น พวกเราก็อยากทํา
เขาสอนคนหมู่บ้านนี้มาหลายปี
อยากบอกว่า เรื่องแบกโลงไม่ใช่ปัญหาหรอก
แต่พวกหนุ่ม ๆ เข้าไปอยู่ในเมืองกันหมด พวกเขาไปทํางานกัน
เหลือแต่คนแก่และเด็ก ๆ
สภาหมู่บ้านคิดว่า อยากจะใช้รถแทรกเตอร์
ซึ่งจะใช้เวลาเดินทาง เพียงครึ่งวัน ก็มาถึงแล้ว
ที่ให้เธอกลับมาคราวนี้ ก็เพื่อมาทำหน้าที่แทนแม่
ลุงผู้ใหญ่ ไม่ต้องห่วงครับ
ผมจะลองพูดกับแม่ดู
- ดี - แล้วแม่ผมอยู่ไหนล่ะ
ตั้งแต่พ่อเธอตาย เธอก็ไปนั่งอยู่ที่โรงเรียน
เธอไปนั่งอยู่ทุกวัน ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ใครเรียกก็ไม่ยอมกลับ
- เธอไปนั่งอยู่ที่นั่น - นั่งอยู่ที่โรงเรียนซักครึ่งวันได้
- แม่สบายดีใช่มั้ย - คิดว่าอย่างนั้น
ฉันเกรงว่า..
- ที่โรงเรียนเก่าใช่มั้ย - ที่โรงเรียนเก่านั่นแหละ
งั้นผมจะไปหาแม่ก่อนล่ะ
แม่ครับ
ที่นี่หนาวมาก กลับบ้านเถอะ
พ่อของลูกตายแล้ว
เรากลับบ้านกันเถอะแม่
ลูกจะไม่ได้เห็นพ่ออีกแล้ว
ขึ้นไปบนเตียงเถอะ มันอุ่นกว่า
เซินจื่อ
เอากี่ของแม่มาให้หน่อย
กี่งั้นหรือ
เอามาทําอะไร
แม่อยากทออะไรหน่อย
ทออะไร
แม่อยากทอผ้าห่อศพของพ่อ
แม่ว่าเอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ
เราอย่าทอเลย ไปร้านสหกรณ์ซื้อเอาก็ได้
แม่ไม่อยากซื้อ
กี่นั่นมันเก่าหลายสิบปี
คงพังหมดแล้ว
สมัยนี้ ใครเขาทอผ้าใช้เองบ้าง
พังแล้ว ก็บอกให้อาเซี่ยแกซ่อมสิ
ผมว่าสองวันมานี่ แม่เหนื่อยมามากแล้วนะ
แม่ต้องทอผ้าโลงศพผืนนี้ด้วยมือแม่เอง
แม่ซื้อเอาไม่ได้เหรอ นะครับ
บอกว่าไม่ซื้อไง แม่บอกให้ทำก็ทำสิ
หมู่บ้านเรา เดิมทีก็ไม่มีกี่ทอผ้าเหลืออยู่แล้ว
แม่เธอสิ ยังเก็บเอาไว้
เธอรักษามันอย่างกับสมบัติล้ำค่า
ดูท่าแล้ว แม่เธอให้ซ่อมกี่ แล้วก็จะทอผ้า
งั้นก็คงต้องแบกโลงแล้ว
การแบกศพคนตายเป็นประเพณีเก่าแก่
จะต้องแบกข้ามภูเขา
ข้ามคูน้ำ
แบกผ่านทางแยก
เราต้องคอยตะโกนบอก
ตะโกนบอกตลอดทาง บอกเพื่ออะไรรู้มั้ย
บอกว่านี่คือทางกลับบ้าน ให้เขาจำเอาไว้
ทุกคนคอยตะโกนบอก เพื่อเขาจะได้จําทางได้
นี่คือเจตนาของเรื่องนี้
คุณอาเซี่ย ผมขอถามหน่อย
มันยากมากหรือครับ ที่จะทําอย่างที่แม่ผมต้องการ
มันเป็นปัญหา ใช่
เราไม่มี...คนจะมาช่วย
คนหนุ่ม ๆ ก็ไปกันหมด ตอนนี้ ก็มีแต่คนแก่กับเด็กเท่านั้น
การแบกโลงนี่ เป็นเรื่องก่อนมีการปฏิวัติวัฒนธรรม
ใครจะช่วยเธอแบกล่ะ ไม่มีคนแล้วนี่
ผมไม่อยากให้แม่ทอผ้าผืนนี้
แต่ไม่รู้จะห้ามแม่ได้อย่างไร
พิธีแห่ศพพ่อกลับมา
ดูจะเป็นสิ่งเดียวที่แม่นึกถึงในขณะนี้
แม่ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า แม่อยากให้แบกศพพ่อกลับมา
ใช่ แม่อยากทำแบบนั้นแหละ
ผมคิดว่ามันยุ่งยากมาก พอจะมีวิธีอื่นบ้างมั้ย
ลูกไม่ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้แทนพวกเขา
ลูกคิดดู พ่อเขาอยู่ที่นี่มา 40 กว่าปี
เพื่อโรงเรียนนี้แล้ว พ่อช่วยพวกเขาสอนนักเรียนมาเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
ตั้งแต่เช้ายันค่ำ จนหัวใจทนไม่ไหว
พวกเราต้องการเพียงแค่นี้ พวกเขายังมาบอกว่าลำบากอีกเหรอ
แม่ ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้หมายความอย่างนั้น
เขาแค่บอกว่ามันมีปัญหา
ผม...ผมเพิ่งคิดได้นะ
แม่บอกให้คนแบกกลับมา ผมว่าให้รถแทรกเตอร์ลากโลงกลับมา
ก็พาพ่อกลับมาได้เหมือนกันใช่มั้ย
มันไม่เหมือนกันหรอกนะ
ยังไงแม่ก็จะหาคนไป...
ให้แบกพ่อของลูกกลับมาให้ได้
ถ้าพวกเขาว่ามันลำบากนัก เราหาวิธีอื่นกัน
เราจะหาคน...แบกพ่อของลูกกลับมา
คืนนี้แม่อย่าทอผ้าอีกเลยนะ
ผ้าผืนนี้...แม่ต้องทอให้เสร็จ
แม่เหนื่อยมากี่วันแล้ว พักบ้างเถอะนะ
ลูกนอนในห้องทํางานของพ่อแล้วกัน
แม่ยังต้องทอผ้าต่อ
รูปถ่ายใบนี้ ถ่ายตอนที่พ่อกับแม่แต่งงานกัน
พ่อผมไมใช่คนในหมู่บ้านซานเหอถุนนี้
พ่อมาอยู่ภายหลัง
เรื่องราวที่ท่านมาชอบพอกัน
ดังไปทั้งหมู่บ้าน
เล่ากันไปเล่ากันมา จนกลายเป็นเหมือนนิทาน
ตอนนั้นแม่ผมเพิ่งจะเต็ม 18
พ่อผมเพิ่งจะอายุ 20
จากที่แม่เล่า
พ่อนั่งรถม้า มาที่หมู่บ้านซานเหอถุน
นี่คือครูที่จะมาสอนที่หมู่บ้านซานเหอถุนของพวกเรา
- เขาชี่อลั่ว ลั่ว ฉางอวี๋ - อย่าเรียกคุณเลยครับ เรียกครูก็พอ
ตี้เอ๋อเหรอ
ตื่นเต้นดีใจเรื่องอะไร
ไม่ได้ตื่นเต้นจ้ะ
มีเสียงเอะอะตั้งแต่เช้า
ใคร ๆ ก็บอกว่าจะไปดูหน้าครู
- ครูมารึยัง - มาแล้ว
ดีจริง ๆ
ซานเหอถุนเรา จะได้มีครูซะที
แล้วเขาเป็นยังไง
เขายังหนุ่มอยู่เลย
ยังหนุ่มหรือ เด็กหนุ่มขนาดนี้ก็ได้เป็นครูแล้ว
เด็กหนุ่มคนนี้ต้องเก่งแน่ ๆ
แล้วเขาพักที่ไหน
ที่ทําการสภาหมู่บ้าน
ที่ทําการสภาก็ดี บ้านทางตะวันออกมีที่นอน
แล้วเขาจะกินที่ไหนล่ะ
กินกับทุกครอบครัว ผลัดไปแต่ละวัน
งั้นพอถึงตาของบ้านเรา
ถึงตอนนั้น ต้องทําอาหารอร่อย ๆ นะ
ตี้เอ๋อ
ทําอะไรอยู่ล่ะ
เปล่าจ้ะ
No comments yet. Be the first to leave one.