لومړۍ 200 کرښې.
("สิ่งที่ยิ่งใหญ่ย่อมนำคำสาป เข้ามาสู่ชีวิตคนเป็นด้วย")
(โซโฟเคลส)
ครับ เชิญเลย ลองดูว่านั่งสบายไหม
โอเคนะ
ครับ
เทคหนึ่ง ทำเครื่องหมาย
อยากเริ่มด้วยการแนะนำตัวเองไหม
สวัสดีชาวโลก ฉันเบลีย์ เทคสาม
- โอเคนะครับ - ส่วนนี้แหละที่แย่ที่สุด
ผมไม่ชอบเลย
ผมทำงานที่เฟซบุ๊กในปี 2011 และ 2012
ฉันคือหนึ่งในพนักงานยุคแรกๆ ของอินสตาแกรม
ผมทำงานที่กูเกิล ยูทูบ
แอปเปิ้ล กูเกิล ทวิตเตอร์ ปาล์ม
ผมช่วยก่อตั้งมอซิลลา แล็บส์ จากนั้นก็ย้ายไปอยู่ฝั่งไฟร์ฟอกซ์
เราถ่ายหรือยัง ทุกคน...
เยี่ยม
ผมทำงานที่ทวิตเตอร์ ตำแหน่งสุดท้ายของผม คือรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรม
ผมคือประธานของพินเทอเรสต์
ก่อนหน้านั้นผมเป็นผู้อำนวยการ แผนกการสร้างรายได้
อยู่ที่เฟซบุ๊กเป็นเวลาห้าปี
ผมดูแลแพลตฟอร์มนักพัฒนา ให้กับทวิตเตอร์อยู่หลายปี
ก่อนจะขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค
ผมคือผู้ร่วมคิดค้นกูเกิลไดรฟ์ จีเมลแชท
เฟซบุ๊กเพจ และปุ่ม "ไลก์" ของเฟซบุ๊ก
ครับ เพราะแบบนี้แหละผมถึงต้องหารือกับทนาย
เป็นเวลานานถึงแปดเดือน
ผมสติแตกไปเลย
ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น ลึกๆ ผมรู้สึกอยู่เสมอ ว่ามันคือขุมพลังเพื่อความดีงาม
ผมไม่แน่ใจว่าผมยังรู้สึกแบบนั้นไหม
ผมออกจากกูเกิลเดือนมิถุนายน ปี 2017 เพราะกังวลในประเด็นจริยธรรม
และไม่ใช่แค่กับกูเกิล แต่เป็นกับทั้งวงการนี้
ผมกังวลมากๆ
มากๆ เลย
ทุกวันนี้มันง่ายมากที่เราจะลืมข้อเท็จจริง
ว่าเครื่องมือเหล่านี้ มันได้สร้างความมหัศจรรย์แก่โลก
มันพาครอบครัวที่พลัดพรากมาเจอกัน มันช่วยหาผู้บริจาคอวัยวะ
มันมีความเปลี่ยนแปลง อย่างเป็นระบบและเปี่ยมความหมาย
เกิดขึ้นทั่วโลก
เพราะแพลตฟอร์มเหล่านี้ นั่นคือข้อดีของมัน
แต่เรามองด้านตรงข้ามของเหรียญ อย่างใสซื่อเกินไป
ครับ สิ่งเหล่านี้ พอเราปล่อยมันแล้ว เราก็หมดสิทธิ์จะควบคุมมันได้อีก
และพวกมันก็ถูกใช้ไปในทางที่เราไม่ได้คิดไว้
ผมเชื่อลึกๆ ว่าไม่มีใคร ตั้งใจจะให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
ผู้ร้ายไม่ได้มีคนเดียว ไม่ค่ะ ไม่ใช่แน่นอน
งั้นปัญหาคืออะไรครับ
มันมีปัญหาไหม และปัญหาคืออะไร
จะให้ตอบสั้นๆ มันก็ยาก...
ผมจะพยายามสรุปปัญหาต่างๆ ให้ฟัง
ปัญหาคืออะไร
(ผลงานภาพยนตร์สารคดีจาก NETFLIX)
แม้จะเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์
แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ก็ยังโตขึ้นเรื่อยๆ
วงการเทคโนโลยีกำลังต้องเจอกับ การตรวจสอบในอีกระดับ
และการศึกษาล่าสุดก็เปิดเผยว่า
การใช้โซเชียลมีเดียเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
มาว่ากันถึงงานวิจัยล่าสุด...
โดยปราศจากความคุ้มครองใดๆ
มีชาวอเมริกาหลายสิบล้านคนที่เสพติด
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเกินเยียวยา
การที่เราสามารถเลือกรายล้อมตัวเอง ด้วยคนที่เห็นตรงกับเรา...
(เพื่อนของคุณแท็กคุณในภาพ)
เพราะเทคโนโลยีของเราก็ทำให้มันแย่ลงอีก
ข่าวปลอมนั้นล้ำหน้ามากขึ้น
และเป็นภัยต่อหลายสังคมทั่วโลก
เราไม่ได้คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ตอนที่เราสร้างทวิตเตอร์เมื่อ 12 ปีก่อน
ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเขาไม่มีเหตุผลให้เชื่อ
ว่าการโจมตีทางไซเบอร์ของรัสเซียจะหยุดลง
ยูทูบถูกบีบให้ต้องจริงจัง กับการชำระเนื้อหาในเว็บไซต์
ติ๊กต็อก ถ้าคุณไปคุยกับเด็กวัยไม่ถึง 15
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะลบแอปนี้...
นี่ ไอส์ล่า ช่วยจัดโต๊ะหน่อยสิ
คำถามสำคัญก็คือ
โซเชียลมีเดียทำให้เด็กเกิดภาวะซึมเศร้าหรือไม่
ไอส์ล่า ช่วยจัดโต๊ะทีได้ไหม
วิธีการเสริมความงามเหล่านี้ กลายเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น
แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง ได้ตั้งชื่อให้กับกลุ่มอาการใหม่นี้
โรคเกลียดรูปลักษณ์ตัวเองสแนปแชท เพื่อใช้เรียกคนไข้วัยรุ่น
ที่อยากศัลยกรรมให้ตัวเอง ดูเหมือนรูปเซลฟีที่ปรับแต่งแล้ว
หนูยังไม่เข้าใจว่าแม่ซื้อมันให้เธอทำไม
แล้วจะให้แม่ทำยังไงล่ะ
เพื่อนร่วมชั้นของเธอมีมันกันทุกคน
เธออายุแค่ 11 เอง
แคส ไม่มีใครบังคับให้เธอใช้
ถ้าไม่อยากเชื่อมต่อกับโลก มันก็แล้วแต่เธอ
ไม่มีมือถือฉันก็เชื่อมต่อได้ โอเคนะ ตอนนี้ฉันใช้อินเทอร์เน็ตอยู่
แถมนั่นมันก็ไม่ใช่การเชื่อมต่อของจริง มันมีแต่เรื่องประสาท...
ทุนนิยมสอดแนมได้เปลี่ยนโฉมหน้าการเมือง และวัฒนธรรมของพวกเรา
ในแบบที่คนส่วนมากไม่รับรู้
พวกไอซิสปลุกปั่นสาวกผ่านเน็ต
และตอนนี้กลุ่มผู้นิยมผิวขาวสุดโต่ง ก็กำลังทำแบบเดียวกัน
เมื่อเร็วๆ นี้ที่อินเดีย
ม็อบจากเน็ตได้รุมประชาทัณฑ์ และสังหารคน 12 ชีวิตซึ่งรวมถึงห้าคน...
มันไม่ใช่แค่ข่าวลวง แต่เป็นข่าวลวงที่นำมาซึ่งผลลัพธ์
เราจะรับมือกับโรคระบาด ในยุคสมัยของข่าวลือได้ยังไง
ถ้ากินอาหารจีน เราจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาไหม
เราได้ก้าวจากยุคสารสนเทศมาสู่ยุคข่าวปลอม
ประชาธิปไตยของเรากำลังถูกโจมตี
ที่ผมบอกก็คือ "ผมคิดว่าเครื่องมือ ที่ถูกสร้างขึ้นในวันนี้
กำลังเริ่มกัดกร่อนสายใยทางสังคม ที่พาสังคมเราขับเคลื่อน"
เอซากล่าวต้อนรับ เราจะเล่นวิดีโอ
จากนั้นก็ "สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ เชิญพบกับทริสทัน แฮร์ริส"
- ครับ - ดี
แล้วผมก็ขึ้นมา และ...
(ฮิวเมน แผนใหม่สำหรับเทคโนโลยี)
ผมจะพูดว่า "ขอบคุณที่มานะครับ"
ทีนี้ วันนี้ผมอยากจะพูดเรื่อง แผนการใหม่สำหรับเทคโนโลยี
และสาเหตุที่เราอยากทำแบบนั้น ก็เพราะถ้าคุณถามใครๆ ว่า
"ปัญหาของวงการเทคโนโลยีทุกวันนี้คืออะไร"
มันจะมีเสียงก่นด่าผสมปนเปกับข่าวอื้อฉาว
"พวกนั้นขโมยข้อมูลเรา" มีปัญหาเสพติดเทคโนโลยี
มีข่าวปลอม มีปัญหาการแบ่งขั้ว
มีการแทรกแซงการเลือกตั้ง
แต่ภายใต้ปัญหาพวกนี้ มันมีอะไร
ที่ทำให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกันหรือเปล่า
- ผมพูดเป็นไง - ดีมากเลย
ผมตั้งใจว่า ผมอยากให้ผู้คนเห็น...
ว่าในแวดวงเทคโนโลยีมันมีปัญหาเกิดขึ้น
มันไม่มีชื่อเรียก และมันมีแหล่งที่มาเดียว...
เวลามองไปรอบตัว เราจะรู้สึกเหมือนโลกมันผิดเพี้ยนไปแล้ว
เราจะอดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่มันปกติเหรอ
หรือว่าเราตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอะไร
(ทริสทัน แฮร์ริส อดีตนักจริยธรรมการออกแบบที่กูเกิล)
(ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ฮิวเมน เทคโนโลยี)
ผมหวังว่าจะมีคนเข้าใจกลไกของเรื่องนี้มากขึ้น
เพราะมันไม่ควรเป็นเรื่องที่รู้กัน แค่เฉพาะในวงการเทคโนโลยี
มันควรเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้
- สวัสดีค่ะ - ไงครับ
- ผมทริสทัน ดีใจที่ได้พบ - ทริสทันใช่ไหม
- ครับ - เยี่ยมเลยค่ะ
ทริสทัน แฮร์ริส คืออดีตนักจริยธรรมการออกแบบของกูเกิล
และถูกขนานนามว่าเป็น คนที่มีมโนธรรมที่สุดในซิลิคอนแวลลีย์
เขาเรียกร้องให้วงการเทคโนโลยี
เพิ่มสิ่งที่เขาเรียกว่า "จริยธรรมการออกแบบ" เข้าไปในผลิตภัณฑ์ของตน
คนในแวดวงเทคโนโลยีที่พูดความจริงนั้นหายาก
แต่ทริสทันเห็นว่ามันต้องมีคนที่ทำแบบนั้น
ตอนผมอยู่ที่กูเกิล
ผมอยู่ทีมจีเมลและตอนนั้นผมก็เหนื่อยเต็มที
กับการหารือกันไม่หยุดหย่อนเกี่ยวกับ...
หน้าตาของกล่องข้อความขาเข้า และสีที่มันควรจะเป็น
และโดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคนเสพติดอีเมล
และผมว่ามันน่าสนใจมาก
ที่ในทีมจีเมลไม่มีใครคิดหาวิธี ทำให้คนเสพติดมันน้อยลงเลย
ผมคิดว่า "ไม่มีคนอื่นที่คิดเรื่องนี้บ้างเหรอ
ผมไม่เคยได้ยินใครพูดเรื่องนี้"
และผมก็รู้สึกขมขื่นแบบนี้ กับวงการเทคโนโลยีทั้งหมด
มันเหมือนเรากำลังหลงทาง
ผมพยายามอย่างหนักเพื่อหาคำตอบว่า
เราจะเปลี่ยนแปลงมันจากข้างในได้ยังไง
และตอนนั้นเองที่ผมตัดสินใจทำสื่อนำเสนอ เพื่อเรียกร้องให้มีการทำอะไรสักอย่าง
ทุกวันพอถึงบ้าน ผมจะทำมันคืนละสองชั่วโมง
เนื้อหาของมันมีอยู่ว่า การที่นักออกแบบผิวขาวอายุ 20 ถึง 35
จำนวน 50 คนในแคลฟอร์เนีย ได้ตัดสินใจเรื่องบางอย่าง
และส่งผลกระทบต่อผู้คนสองพันล้าน เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน
แค่นักออกแบบที่กูเกิลบอกว่า "นี่คือวิธีการทำงานของระบบแจ้งเตือน
ที่คุณจะตื่นมาเจอบนหน้าจอในตอนเช้า"
อาจไม่ได้ทำให้คนสองพันล้านต้องการมัน
และในฐานะกูเกิล เรามีหน้าที่ทางศีลธรรม ที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้
ผมส่งสื่อนำเสนอตัวนี้
ไปให้เพื่อนร่วมงานที่สนิทด้วยในกูเกิล ราวๆ 15 ถึง 20 คน
ผมกังวลเรื่องมันมาก ผมไม่รู้ว่าผลตอบรับจะเป็นยังไง
วันต่อมาพอผมไปทำงาน
ผมเห็นสื่อนำเสนอตัวนี้บนหน้าจอส่วนใหญ่
(ฟังทางนี้)
ภายในวันนั้นมีผู้คนดูมันพร้อมกันถึง 400 คน
และจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผมได้รับอีเมลจากทั่วบริษัท
พนักงานในทุกแผนกบอกว่า
"ผมเห็นด้วยเต็มร้อย ผมเห็นว่ามันทำอะไรกับลูกผม
ผมเห็นว่ามันทำอะไรกับคนรอบตัวผม เราต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้"
ผมรู้สึกเหมือนผมได้เปิดฉากการปฏิวัติ หรืออะไรทำนองนั้นเลย
ต่อมาผมมารู้ว่าแลร์รี่ เพจ ได้รับแจ้งเกี่ยวกับสื่อนำเสนอตัวนี้
ในที่ประชุมสามครั้งของวันนั้น
และมันก็ทำให้เกิดช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรม
ซึ่งกูเกิลจำเป็นจะต้องใส่ใจ
แล้วจากนั้น ก็สูญ
ทุกคนในปี 2006...
รวมถึงเราทุกคนที่เฟซบุ๊ก
ต่างก็ชื่นชมกูเกิลและสิ่งที่กูเกิลได้สร้างขึ้น
อันได้แก่การบริการ ที่เป็นประโยชน์อย่างน่าเหลือเชื่อ
ซึ่งเท่าที่เราบอกได้ มันได้สร้างประโยชน์มากมายแก่โลก
และได้สร้างบ่อเงินบ่อทองคู่ขนานนี้ขึ้นมา
พวกเราอิจฉาเรื่องนั้น เรามองว่ามันงามสง่า...
และสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
เฟซบุ๊กเพิ่งก่อตั้งมาได้ราวสองปี
และผมก็ถูกจ้างมาเพื่อตีให้แตกว่า
บริษัทควรมีโมเดลทางธุรกิจยังไง
ผมเป็นผอ. แผนกการสร้างรายได้ งานคือ...
"คุณคือคนที่ต้องคิดให้ออกว่า จะหารายได้จากเจ้านี่ยังไง"
ที่นั่นมีหลายคนที่ทำงานหลายอย่าง
แต่ชัดเจนว่า ผมคือหนึ่งในคนที่มีหน้าที่ชี้บอกทิศทาง...
แรกที่สุด เราต้องทำเงิน...
และผมคิดว่าโมเดลธุรกิจโฆษณา ดูจะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุด
แม่ส่งวิดีโออะไรมาให้เราเนี่ย
จากรายการทอล์กโชว์น่ะ แต่มันดีมากเลย ผู้ชายคนนั้นเป็นอัจฉริยะ
เขาพูดเรื่องลบโซเชียลมีเดียทิ้งและนายก็ควรทำ
ฉันน่าจะบล็อกอีเมลแม่ซะ
พูดตรงๆ นะ ฉันฟังแม่พูดไม่เข้าใจด้วยซ้ำ แม่อาการหนักกว่าฉันอีก
- ไม่หรอก แม่ใช้แค่ดูสูตรอาหาร - ใช่ และทำงาน
- ใช้ดูวิดีโอออกกำลัง - และเช็คดูเรา
No comments yet. Be the first to leave one.