لومړۍ 200 کرښې.
คุณหมอต้องการพบดิฉันเหรอคะ
คุณได้พบกับคุณนายวอจเลอร์ แล้วใช่ไหม ซิสเตอร์
- ยังไม่ได้พบค่ะ - ฉันจะมอบหมายงานนี้ให้...
...รวมถึงจะบอกเหตุผลว่า ทำไมถึงให้คุณทำหน้าที่ดูแลเธอ
คุณนายวอจเลอร์เป็นนักแสดง อย่างที่คุณรู้ และกำลังแสดงภาพยนตร์เรื่องอิเลคตร้า
ช่วงกลางของการแสดง เธอเกิดหยุดนิ่งไปเฉยๆ แล้วเธอก็กวาดตาไปรอบตัว ราวกับตื่นตกใจ
เธอยังคงนิ่งเงียบไปอีกพักใหญ่
หลังจากนั้นเธอแก้ตัวด้วยการพูดว่า เธอถูกครอบงำโดยอารมณ์ขัน
วันถัดมากองถ่ายโทรศัพท์ไปหาเธอ ถามเธอว่าลืมการซ้อมหรือเปล่า
ตอนที่แม่บ้านเข้าไปในห้อง เธอยังนอนอยู่บนเตียง
เธอตื่นแล้ว แต่ว่า เธอไม่ตอบคำถาม และไม่ขยับตัว
เธอมีอาการอย่างนี้มาแล้วสามเดือน และได้รับการตรวจทุกรูปแบบเท่าที่ทำได้
ผลการตรวจไม่พบอะไร เธอสุขภาพสมบูรณ์ ปกติทั้งร่างกายและจิตใจ
ไม่มีแม้แต่ข้อสงสัยในอาการ ประเภทควบคุมการหัวเราะไม่ได้
มีคำถามไหมคะ ซิสเตอร์ อัลมา
ไม่มีเหรอ งั้นคุณไปพบคุณนายวอจเลอร์ได้แล้ว
สวัสดีค่ะ คุณนายวอจเลอร์ ฉันซิสเตอร์ อัลมา
ฉันถูกจ้างให้มาดูแลคุณค่ะ
ฉันว่าควรเล่าข้อมูลของตัวเองให้คุณทราบ ฉันอายุ 25 หมั้นแล้วค่ะ...
ฉันได้รับประกาศนียบัตร งานพยาบาลมาสองปีแล้ว
พ่อแม่ฉันมีสวน แม่ของฉัน เคยเป็นพยาบาลก่อนที่ท่านจะแต่งงาน
ฉันจะไปรับถาดอาหารเย็น
มีตับทอดและสลัดผลไม้ ดูน่ากินเชียวล่ะ
คุณอยากยกหัวขึ้นไหม อย่างนี้สบายแล้วเหรอ
ซิสเตอร์ อัลมา อะไรคือสิ่งที่คุณประทับใจอย่างแรก
ดิฉันไม่ทราบว่าควรพูดยังไงค่ะ คุณหมอ
อย่างแรกหน้าตาเธออ่อนเยาว์เหมือนเด็ก เมื่อมองที่ดวงตาของเธอ...
ฉันว่าเธอเป็นคนที่ดูเคร่งเครียด
- ดิฉันไม่ทราบค่ะว่า ฉันควรทำ... - คุณคิดยังไงล่ะ
- ดิฉันคิดว่าควรปฏิเสธงานนี้ - มีอะไรทำให้เธอตกใจงั้นเหรอ
เปล่าค่ะ แต่เธอควรได้พยาบาลที่ มีอายุและมีประสบการณ์มากกว่าดิฉัน
- ประสบการณ์ในชีวิตน่ะค่ะ ฉันอาจรับมือไม่ไหว - รับมือเหรอ
- เรื่องจิตใจน่ะค่ะ - เรื่องจิตใจเหรอ
ถ้าการนิ่งเงียบและไม่ขยับเขยื้อน ของคุณนายวอจเลอร์เป็นผลจากการตัดสินใจ...
- ...มันอาจเป็นเพราะว่าเธอดูแข็งแรงดี - งั้นเหรอ
การตกลงใจแบบนั้นแสดงถึงจิตใจที่เข้มแข็งมาก บางทีดิฉันอาจเข้าไม่ถึง
คุณอาจจะอยากเห็นแสงยามเย็น คุณนายวอจเลอร์ ฉันจะวาดรูปให้คุณทีหลัง
ฉันเปิดวิทยุได้ไหม ฉันว่ามีละครนะ
ยกโทษให้ฉันเถอะที่รัก โธ่ คุณต้องยกโทษให้ฉัน
ฉันมิปรารถนาสิ่งใดอื่นใด มากไปกว่าได้รับการให้อภัยจากคุณ
คุณหัวเราะอะไรน่ะ คุณนายวอจเลอร์ นักแสดงคนนี้เล่นตลกเหรอ
คุณรู้จักการเวทนาสงสารบ้างไหมว่ามันคืออะไร คุณรู้จักบ้างไหม
คุณรู้จักการเวทนาสงสารบ้างไหม
ฉันไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย คุณนายวอจเลอร์
ฉันก็ชอบดูหนังดูละคร แต่ไม่ค่อยดูบ่อยนัก
ฉันชื่นชมความสามารถของศิลปินหลายคน
ฉันคิดว่าศิลปะสำคัญอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิต
โดยเฉพาะกับคนที่ ต้องเผชิญกับปัญหาบางประเภท
ฉันไม่ควรคุยเรื่องพวกนี้กับคุณ งั้นฟังอย่างอื่นกันดีกว่า
ฉันจะลองดูเผื่อหาเพลงฟังได้บ้าง
เพลงนี้เพราะดีใช่ไหม
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณนายวอจเลอร์ หลับฝันดีนะคะ
บ้าจริง!
แปลกนะ ที่คุณดำเนินชีวิตตามวิธีการแบบเดิมๆ
ทำอะไรแบบเดิมตามที่เคยทำ
ฉันจะแต่งงานกับคาร์ล เฮนริค แล้วเราก็จะ มีลูกสักสองสามคนที่ฉันจะต้องเลี้ยง
การตัดสินใจทั้งหมด อยู่ในใจฉัน
ไม่มีอะไรที่ต้องไตร่ตรองอีกแล้ว
เป็นความรู้สึกที่แสนจะอบอุ่นปลอดภัย
ตอนนี้ฉันมีงานที่ฉันรัก และมีความสุขที่ได้ทำ
นั่นก็ดีแล้วนี่ แต่อีกใจหนึ่ง
แต่นั่นก็ดีแล้วนี่... ดีแล้ว
ดีแล้ว
ฉันแปลกใจว่า จริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
อลิซาเบท วอจเลอร์...
อลิซาเบท
คุณอยากให้ฉันเปิดจดหมายฉบับนี้ไหมคะ คุณนายวอจเลอร์
ฉันอ่านได้ไหม
ฉันจะอ่านให้คุณฟังเอาไหม
"อลิซาเบทที่รัก: ขณะที่ผมไม่ได้รับอนุญาต ให้พบคุณ ผมเขียนจดหมายมาแทน"
"ถ้าคุณไม่ต้องการอ่านจดหมายผม คุณเพิกเฉยไปเสียก็ได้"
"ผมไม่มีใครช่วยสืบหา ที่อยู่เพื่อติดต่อกับคุณ"
"ขณะที่ผมรู้สึกระทมทุกข์จากคำถามเดิมๆ :"
"ผมเคยทำอันตรายให้คุณบ้างหรือเปล่า ผมเคยทำร้ายคุณแล้วจำไม่ได้บ้างหรือเปล่า"
"มีเรื่องเข้าใจผิดร้ายแรงอะไร เกิดขึ้นระหว่างเราบ้างหรือเปล่า"
ฉันอ่านต่อได้จริงๆ เหรอ
"เท่าที่ฉันรู้ เราก็มีความสุขกันดี เราไม่เคย..."
"...ปันใจให้ใครอื่น"
"คุณจำได้ไหมที่คุณพูดว่า: ตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้วว่า อะไรคือความหมายของชีวิตคู่"
"คุณสอนผม..." ฉันอ่านไม่ออก ว่าเขียนว่ายังไง
"คุณสอนผม..." ฉันอ่านออกแล้ว...
"คุณสอนผมว่าเราต้องมองกันและกัน ในฐานะเด็กสองคนที่น่าเป็นห่วง"
"เติมเต็มให้กันด้วยสิ่งดีงาม และดูแลใส่ใจอย่างที่สุด"
"แต่ถูกครอบ..."
ฉันอ่านออกแล้ว "แต่ถูกครอบงำโดยอำนาจ ที่เราควบคุมได้เพียงบางส่วน"
"คุณยังจำคำพูดทั้งหมดนั้นได้ไหม"
"ตอนที่เรากำลังเดินอยู่ในป่า แล้วคุณก็หยุดถือเข็มขัดของผม..."
มีภาพถ่ายแนบมากับ จดหมายด้วยค่ะ
ภาพถ่ายลูกชายคุณค่ะ ฉันไม่รู้ว่าถ้าหาก...
คุณจะชอบมันไหมคะ คุณนายวอจเลอร์
เขาดูน่ารักเป็นบ้าเลย
ฉันมาคิดดูแล้วนะ อลิซาเบท ฉันไม่คิดว่าคุณควรอยู่ที่โรงพยาบาล
ฉันคิดว่าเกิดเรื่องร้ายแน่ หากคุณไม่อยากกลับบ้าน
คุณกับซิสเตอร์ อัลมาจะย้ายไปพัก ที่บ้านพักริมทะเลของฉันได้นะ ว่าไงล่ะ
คุณคงไม่คิดว่าฉันเข้าใจใช่ไหม การมีชีวิตอยู่กับความฝันแห่งชีวิตที่สิ้นหวัง
ที่ไม่ใช่ดูเหมือน แต่ดำเนินอยู่จริง
กระตือร้อร้นในทุกขณะ
ในเวลาเดียวกันก็เกิดช่องว่างระหว่าง สิ่งที่คุณเป็นกับผู้อื่นและกับตัวคุณเอง
ความรู้สึกคลื่นเหียนและความปรารถนา ที่แน่วแน่ ท้ายที่สุดก็ไหลบ่าออกมา
เพื่อที่จะมองเห็นได้ทะลุปรุโปร่ง ตัดมันซะ บางทีมันอาจถูกทำลายไป
ทุกเส้นเสียงต่างโกหก ทุกกิริยาอาการต่างจอมปลอม ทุกรอยยิ้มแฝงความเจ็บปวด
คิดฆ่าตัวตายงั้นเหรอ โธ่ ไม่หรอก
คุณไม่ทำเรื่องทุเรศพรรคนั้นหรอก
แต่คุณก็ยังอยู่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน แล้วปิดปาก นิ่งเงียบ อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้พูดปด
คุณเลือกเปิดรับคนอื่น หรือปิดประตูใส่กลอนได้ด้วยตัวคุณเอง
ต่อจากนั้นคุณก็ไม่ต้องแสดงบทบาท แสดงออกถึงสีหน้าใดๆ หรือสร้างสิ่งจอมปลอม
คุณคิดแบบนี้...
แต่คุณรู้ไหม ความจริงคือจิตใจหุ้มไว้ด้วยเลือดเนื้อ ไม่ใช่ว่าที่หลบภัยของคุณจะไม่มีรอยโหว่
สิ่งมีชีวิตแผ่ไปทั่วทุกสิ่ง
คุณก็อยู่ใต้ปฏิกิริยานี้เช่นกัน
ไม่มีใครถามหรอกว่า มันเป็นจริง หรือไม่เป็นจริง ว่าคุณถูกหรือคุณผิด
คำถามที่หนักหนา มันอยู่แค่ในละครเท่านั้น แทบจะไม่เกิดขึ้นที่นี่
ฉันเข้าใจคุณ อลิซาเบท ฉันเข้าใจ ที่คุณยังนิ่งเงียบ ไม่ยอมเคลื่อนไหว
ซึ่งคุณจัดการสภาพที่ไม่เป็นอย่างใจนี้ หนีเข้าสู่โลกแห่งความฝัน
ฉันเข้าใจและเห็นใจคุณ
ฉันคิดว่าคุณควรจะแสดงบทนี้ต่อไป จนกระทั่งเรื่องจบ
จนมันไม่น่าสนใจอีกต่อไปแล้ว จากนั้นคุณค่อยทิ้งมันไป
เพียงค่อยๆ เป็นไปทีละนิดทีละน้อย เพื่อละทิ้งบทบาททั้งหมดของคุณ
คุณนายวอจเลอร์และซิสเตอร์ อัลมาย้ายไปพัก ที่บ้านของคุณหมอเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว
ที่พักแรมติดทะเล เป็นที่ชื่นชอบแก่นักแสดง
จากความเมินเฉยที่เธอเคยเป็นในโรงพยาบาล ตอนนี้ยอมออกไปเดินเล่น
ท่องเที่ยวตกปลา ทำอาหาร เขียนจดหมายและกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ
ซิสเตอร์ อัลมาสนุกกับชีวิตสันโดษแบบชนบท และใช้เวลาดูแลคนไข้ของเธออย่างเต็มที่
คุณไม่รู้เหรอ เป็นโชคร้ายนะ การเอามือมาเทียบกันเนี่ย
อลิซาเบท ขอฉันทายคุณบางเรื่อง ตามหนังสือได้ไหม
หรือว่าฉันรบกวนคุณ มันบอกอย่างนี้:
"ความกลัดกลุ้มที่เราแบกไว้ เป็นตัวการขัดขวางความใฝ่ฝัน"
"ช่างทารุณจิตใจโดยที่ไม่มีใครเข้าใจ จนทำให้ความกลัวมลายไป"
"การรู้ซึ้งในความทุกข์ทรมาณ ของสภาวะแห่งโลกีย์วิสัย"
"เข้ากัดกร่อนความหวังอย่างเชื่องช้า จากทางรอดพ้นทางอื่น"
"เสียงโหยหวนแห่งโชคชะตาและความสงสัย ต่อต้านอยู่ในความมืดมิดและความเงียบสงัด"
- "หนึ่งในข้อพิสูจน์ที่เลวร้าย ที่สุดของการเพิกเฉย"
"และความหวาดกลัวใน การตระหนักรู้ที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้"
คุณว่ามันเป็นอย่างนั้นไหม
ฉันไม่เชื่อหรอก
การทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง... ส่วนแย่ที่สุดของฉันคือความเกียจคร้าน
และทำให้ฉันมีจิตสำนึกที่ไม่ดี...คาร์ล เฮนริค ตำหนิฉันว่าขาดความทะเยอทะยาน
เขาบอกว่าฉันเดินไปทั่วเหมือนคนละเมอ ฉันคิดว่านั่นไม่ยุติธรรม
ฉันทำคะแนนได้ดีที่สุดในกลุ่มตอนสอบ แต่บางทีเขาอาจหมายถึงเรื่องอื่นก็ได้
คุณรู้ไหม...
โอ ขอโทษค่ะ คุณรู้ไหมว่า บางครั้งฉันคิดถึงเรื่องอะไร
ในโรงพยาบาลที่ฉันไปสอบ มีบ้านสำหรับพยาบาลสูงอายุ
หลายคนที่นั่นยังเป็นพยาบาล ทำงานในหน้าที่และสวมเครื่องแบบ
พวกเขาพักอยู่ในห้องเล็กๆ ลองคิดดูสิ การอุทิศชีวิตทั้งชีวิตให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ฉันหมายถึงมีความศรัทธาในบางเรื่อง และทำได้เป็นผลสำเร็จ
ความเชื่อที่ว่าชีวิตคนเราต่างมีเป้าประสงค์ ฉันชอบเรื่องแบบนั้น
การยึดติดอยู่กับสิ่งใดอย่างเหนียวแน่น โดยไม่คิดให้ดี ฉันคิดว่าคนเราควรจะคิดบ้าง
หมายถึงบางเรื่องที่เป็นกับคนอื่น คุณไม่คิดแบบเดียวกันใช่ไหม
ฉันรู้ว่ามันฟังเหมือนเป็นเด็กๆ แต่ฉันเชื่ออย่างนั้นนะ
โอ้ ดีจังเลย ฝนตกลงมาตั้งเยอะ!
อ้อ ค่ะ เขาแต่งงานไปแล้ว เราคบกันมาห้าปี
แน่นอน เขาคงเบื่อ
ฉันหลงรักเขามาก เชื่อใจได้เลยนะ และเขาก็เป็นคนรักคนแรก
ฉันจำได้ มันเหมือนความเจ็บปวดที่ยาวนาน
ช่วงเวลายาวนานแห่งความทุกข์ และช่างเป็นนาทีที่แสนสั้นเมื่อ...
ฉันนึกถึงมัน ตอนที่คุณสอนฉันให้ สูบบุหรี่ เขาสูบมวนต่อมวน
มานึกเอาตอนหลังนี่ มันช่างวกวนซ้ำซาก เป็นนิยายน้ำเน่าของแท้
ในทางที่คาดไม่ถึง มันไม่เคยเป็นความจริง
ฉันก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายว่ายังไง อย่างน้อยฉันไม่เคยแสดงตัวจริงกับเขาเลย
แต่ความรู้สึกเจ็บปวดน่ะของจริง
ด้วยเหตุใดมันเป็นเหมือน ส่วนหนึ่งในวิถีทางที่น่ารังเกียจ
ราวกับว่า ยังไงมันต้องเป็นไปอย่างนั้น
แม้แต่สิ่งเราเคยพูดให้กันและกันฟัง...
หลายคนบอกฉันว่า ฉันเป็นผู้ฟังที่ดี น่าขำ ซื้อ
แต่ก็ไม่มีใครเคยเบื่อหน่ายที่จะฟังฉัน เหมือนอย่างคุณตอนนี้ คุณก็กำลังฟังอยู่
ฉันคิดว่าคุณเป็นคนแรกที่ฟังฉัน
หากมันไม่น่าสนใจแล้วล่ะก็ คุณจะอ่านหนังสือแทนก็ได้นะ
พระเจ้า ฉันต้องพูดต่อไป คุณคงไม่รู้สึกว่า ฉันกวนประสาทคุณนะ
เป็นการพูดคุยที่วิเศษ มันรู้สึกเป็นสุขและอบอุ่น
ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้ มาก่อนเลยตลอดทั้งชีวิต
ฉันอยากมีพี่สาวมาตลอด ฉันมีแต่พี่ชายตั้งเจ็ดคน
ตลกนะ ตลอดที่ผ่านมา ชีวิตฉัน ล้อมรอบด้วยเด็กผู้ชาย
ฉันเหมือนเด็กผู้ชาย แต่คุณเองคงรู้ด้วย ประสบการณ์ในฐานะนักแสดง
ฉันชอบคาร์ล เฮนริคจริงๆ นะ แต่คุณรู้ไหม คุณรักได้แค่หนเดียวเท่านั้น
ฉันศรัทธาในเขา ในวิชาชีพอย่างฉัน มีโอกาสต่างๆ มากมาย ฉันบอกคุณได้เลย
คาร์ล เฮนริคกับฉันเช่ากระท่อมติดทะเลไว้
เดือนมิถุนายน เราไปอยู่กันลำพัง
วันหนึ่งตอนที่คาร์ล เฮนริคเข้าไปในเมือง ฉันเดินไปที่ชายหาดคนเดียว
เป็นวันที่สวยและอบอุ่นจริงๆ
มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่ที่นั่น เธออาศัยอยู่บนเกาะใกล้ๆ กัน
แต่ข้ามมานอนหาดของเรา ที่หันไปทิศใต้ซึ่งสบายกว่า
เรานอนอยู่ใกล้กัน อาบแดดในสภาพเปลือยเปล่า
เรางีบไปนิดหนึ่ง พอเราตื่นขึ้น ก็ทาน้ำมันที่ตัว
เราสวมหมวกแบบนี้เอาไว้ คุณรู้จักไหม เป็นหมวกฟางข้าวราคาถูก
ฉันมีริบบินสีฟ้าพันไว้รอบหมวก
ฉันนอนมองลอดหมวกออกไป
กวาดสายตาไปตามพื้นดิน ท้องทะเล และดวงอาทิตย์
ช่างน่าสนใจ
ทันใดนั้น ฉันเห็นร่างสองร่าง กำลังกระโดดไปมาอยู่บนโขดหินเหนือพวกเรา
พวกเขาซ่อนตัวและแอบมองมาเป็นครั้งคราว
ฉันพูดกับเธอว่า "มีเด็กผู้ชายสองคน กำลังมองมาที่เรา" เธอชื่อว่าแคทารินา
"เขาอยากดูก็ให้ดูไปสิ" เธอพูด แล้วก็หันหลังกลับ
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก
ฉันอยากจะวิ่งไปสวมเสื้อผ้า แต่ฉันกลับนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น...
ฉันนอนคว่ำก้นชี้ขึ้น ปราศจากยางอาย กลับรู้สึกสงบนิ่ง
ตลอดเวลาฉันมีแคทารินาอยู่เคียงข้าง ด้วยหน้าอกและต้นขาใหญ่หนาของเธอ
เธอเพียงแต่นอนอยู่ตรงนั้น และหัวเราะคิกคักเล็กน้อยกับตัวเอง
แล้วฉันก็เห็นว่าเด็กๆ พวกนั้นเข้ามาใกล้ พวกเขาเพียงยืนมองดูพวกเรา
ฉันเห็นว่าพวกเขายังเด็กมาก
แล้วคนนึงซึ่งเป็นคนที่กล้าหาญที่สุด
No comments yet. Be the first to leave one.