The first 189 lines.
เก็บได้แล้วละ
อันนี้ก็กินได้เหรอ
ปลาตัวใหญ่จัง
ท่านเซราฟีนาจะคุ้นชินกับที่นี่ มากเกินไปแล้วไหมคะ
อะ เอ่อคือ...
ท่านเซราฟีนาคะ ขอเวลาหน่อย
มีอะไรเหรอมาร์เซียส
เห็นท่านบอกว่าสักวันจะกลับไปอิลเดรน
แต่รับสิ่งนั้นไว้มันจะดีจริงๆ เหรอคะ
ไม่ดีหรอก
ท่าจะไม่ได้แฮะ
ถึงการแต่งงานในศาสนาโคโมเนรา จะไม่ได้มีการผูกมัดอะไร
แต่ยังไงการหมั้นก็เร็วเกินไปอยู่ดี
แต่ท่านพี่เลเซียน่ะสิ
ถึงจะเป็นอดีตราชินี
แต่จะเชื่อคำพูดของภรรยาหัวหน้าใหญ่ ของพวกคนเถื่อนก็แย่สิคะ
ไม่ต้องห่วง มาร์เซียส
ฉันไม่ได้ลืมหน้าที่ ในฐานะขุนนางของตัวเองหรอกนะ
ไม่มีความน่าเชื่อถือเลยสักนิด
แต่ว่านะ
ก็อย่างที่ท่านพี่เลเซียพูดไว้
ว่าอยากลองตามหา สิ่งที่เป็นความสุขของตัวเองดู
บางครั้งฉันก็คิดแบบนั้นบ้างเหมือนกัน
แล้วผลลัพธ์คือการโลเลอยู่แบบนี้น่ะเหรอคะ
โลเล
เรื่องนั้นฉันก็รู้
ก็รู้อยู่แหละ
แต่พอคิดว่าความสุขของฉันที่มีแค่ดาบ และวิถีนักรบมันคืออะไรแล้วก็...
ไม่รู้ ฉันไม่รู้อะไรแล้ว
ทำไมพูดจาน่าสมเพชแบบนั้น
แต่จะว่ายังไงดีล่ะ
อัศวินในหมู่อัศวินที่ถูกขนานนามว่า "ลาวีลองต์แห่งน้ำแข็ง"
เหมือนสาวชาวบ้าน ที่ไร้เดียงสาเลยไม่ใช่เหรอคะ
เรื่องนั้น...
ก็อาจจะใช่ ไม่สิ
อันที่จริงน่าจะถูกเข้าใจผิดมากกว่า
แค่เพราะตัวฉันในเมื่อก่อน รู้จักแค่การต่อสู้และหน้าที่เท่านั้นไงล่ะ
ในฐานะอัศวินแล้วฉันต้องทำหน้าที่ ของชาติตระกูลและผู้มีพรสวรรค์ด้านดาบ
ตั้งแต่เด็กฉันก็อุทิศตัว เพื่อสิ่งนั้นอย่างเดียวมาตลอด
เรื่องนั้น...
มาคิดดูตอนนี้แล้ว ฉันคงคิดมากเกินไปเองก็ได้
สำหรับเธอแล้ว คงมองว่าฉันเป็นอัศวินในอุดมคติ
ฉันไม่ได้จะต่อว่าหรอกนะ
เพียงแต่ว่า...
พอได้มาดินแดนนี้ ได้รู้จักการใช้ชีวิต ได้สัมผัสผู้คน
ถึงจะเป็นแม่ทัพและอัศวินอันดับหนึ่ง ของกองทัพพิชิตบูรพา
แต่สุดท้ายก็รู้ตัวแล้วว่า ฉันมันก็แค่ผู้รุกรานจากตะวันตกเท่านั้น
ท่านเซราฟีนา
แน่นอนว่าฉันไม่เคยเสียใจ กับเจ็ดปีที่ต่อสู้เพื่อประชากรเลย
เพราะยังไงมันก็คือการกระทำที่ถูกต้อง สำหรับตัวฉันในอดีตที่ผ่านมาจริงๆ
แต่ว่า...
ฉันไม่เคยคิดเลยสักครั้งนะว่าผู้คนที่นี่
จะไม่ต่อว่าเรื่องนั้นเลย
เรื่องนั้น
ท่านรู้สึกติดค้างเหรอคะ
อาจเพราะมีความรู้สึกติดค้างบุญคุณนั้น
ท่านเลยทอดทิ้งบ้านเกิดของตัวเองเหรอคะ
บ้านเกิด
ผืนแผ่นดินอิลเดรนอันแห้งแล้ง และไร้พืชพรรณขจี
การพิชิตบูรพาในครั้งนี้ ลากยาวมาเจ็ดปีและสร้างกำไรมหาศาล
แต่มีอัศวินและทหารมากมาย ที่พ่ายแพ้ในศึกที่ดินแดนแห่งนี้
มีผู้ต้องเสียสละมากกว่าที่คาดไว้
บ้านเกิดกับความรู้สึกติดค้างนี้
จะเลือกทางไหนก็กระอักกระอ่วนเกินไปทั้งหมด
เดี๋ยวนะ
เรื่องเมื่อกี้คงจะปล่อยผ่านไม่ได้หรอกนะคะ
เซซี
ถ้าเป็นเธอก็คงพูดแบบนั้นละนะ
ต่อให้คนในดินแดนนี้จะไม่สนใจ
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ได้
ฉันรู้ดีกว่าสิ่งที่เคยทำมา โดยปกติแล้วต้องโดนเกลียดและแค้น
ป่านนี้แล้ว ช่างเรื่องพวกนั้นเถอะค่ะ
ต่อให้พูดว่ารู้สึกติดค้างหรือหน้าที่
แต่สุดท้าย ก็ยังใส่ปลอกคอหมั้นไว้อยู่ดีนี่คะ
ใส่สิ่งที่ถ้าอยากถอดก็ตั้งจิต และถอดออกได้เลยไว้แบบนั้น
ต่อให้พูดเรื่องกลุ้มใจแบบนั้น ก็น่าขันอยู่ดีค่ะ
เอาเถอะ จะกลุ้มใจหรือไม่ก็หิวค่ะ
ยังไงซะสำหรับพวกเราแล้ว เรื่องอาหารการกินก็สำคัญกว่านะคะ
แล้วก็เป็นสิ่งที่คิดได้อีกครั้ง
อาหารของดินแดนนี้อุดมสมบูรณ์มากจริงๆ
รายล้อมไปด้วยทรัพยากรจากป่า และทะเลสาบที่อุดมสมบูรณ์
แล้วยังมีมังกรที่ดุร้ายและรสชาติอร่อย
และป่าที่เป็นถิ่นอาศัยของอสูรยักษ์ที่ล่า เพียงหนึ่งเดียวก็เลี้ยงคนได้หลายร้อยชีวิต
ใช่แล้ว ป่า
ป่าของดินแดนนี้ลึก ภูเขาสูงชัน
ไม่มีทางสร้างไร่นาให้ผู้คนเพาะปลูกได้
หากไม่ถางป่า ผู้คนก็อยู่ไม่ได้ ข้าวสาลีก็ปลูกไม่ขึ้น
แต่หากผืนป่าถูกทำลาย ความอุดมก็จะสูญสลายไปในไม่ช้า
กว่าสิบชั่วอายุคน ที่แย่งชิงผืนดินมาต่อเนื่อง 700 ปี
อาณาเขตของตะวันออก
ก็ขยายกว้างกว่าก่อนศึกชิงบูรพา
น่าจะครอบครองผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ได้แท้ๆ
แต่ที่ยังเพียงพอ เป็นเพราะมันเหือดแห้งไปงั้นเหรอ
เซรา
ดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนกระรอกแล้วนะ
ท่านเซราฟีนา ดื่มนี่ก่อนค่ะ
ขอโทษที ขอบคุณมาก
เป็นอะไรรึเปล่าเซรา
สิ่งที่กำลังคิดอยู่ คือเรื่องเมื่อกลางวันเหรอ
เปล่า เมื่อกี้ฉันกำลังคิด เรื่องความหมายของศึกพิชิตบูรพา
ในฐานะอัศวินและในฐานะขุนนางอยู่น่ะ
การที่พวกเรามาบุกเบิกดินแดน ของพวกนายเพื่อประชากร
"พอมาคิดูตอนนี้ก็พูดไม่ได้แล้วว่า มันคือการกระทำที่ถูกต้องจริงๆ"
ถ้าพูดแบบนั้นไป
พวกอัศวินและเหล่าทหารที่ตายไป
รวมถึงประชากรที่ถูกช่วยไว้จะโกรธแค้นไหมนะ
เซรา
กินข้าวเสร็จแล้ว ไปคุยกันข้างหลังหน่อยได้ไหม
จะตะวันตกหรือตะวันออก
ความงามของพระจันทร์สามดวงก็ไม่ต่างกันเลยนะ
อืม สวยดีเนอะ เซรา
อื้ม
เรื่องเมื่อกลางวันกับเรื่องเมื่อกี้
มันเหมือนทำให้ฉันไม่รู้แล้วว่า ต่อจากนี้ไปอยากจะทำอะไร
ฉันที่ควรกลับไปเพื่อประชากรของบ้านเกิด และเพื่อพวกพ้องที่ต่อสู้มาด้วยกัน
กับตัวฉันที่ตั้งใจ จะคิดเรื่องความสุขของตัวเอง
มันเหมือนเกิดความย้อนแย้งขึ้นมาเลย
ถ้างั้นก็ นั่นสินะ
ลองคิดเพ้อฝันดูสักครั้งดีไหมล่ะ
เพ้อฝัน...
คาดไม่ถึงเลยนะ
ว่านายจะพูดอะไรแบบนั้น
คาดไม่ถึงอะไรกัน
ฉันเป็นพวกให้ความสำคัญกับความฝัน และอุดมคติมากกว่าใครเลยละนะ
อย่างเช่นที่เทฟิวพูดกัน
เจตจำนงแรงกล้าอย่าง "จงเป็นแบบนั้น"
ว่ากันว่าพลังแห่งเจตจำนง จะชักนำผลลัพธ์ที่ปรารถนามาได้
ถ้าอย่างนั้นความลังเล ก็คงทิ้งไว้แค่ความเสียใจ
เพราะงั้นนะเซรา
ลองเพ้อฝันดูว่าอยากเป็นแบบไหน อยากกลายเป็นแบบไหนดูก็อาจจะดีนะ
เพ้อฝัน
เพ้อฝันเหรอ
อย่างเช่น...
มีผลลัพธ์ดีๆ สักอย่าง แล้วกลับไปยังประเทศบ้านเกิด...
ยะฮู้
อย่างน้อยก็อยากให้ประชากร อยู่ดีกินดีโดยไม่ต้องอดอยาก
จนจบการพิชิตบูรพาได้
พอเป็นแบบนั้นแล้วตัวเรา...
เมื่อกลายเป็นเชลยศึก ก็คงจบในฐานะลูกสาวขุนนางไปแล้วละนะ
ถ้าคิดในมุมปกติแล้ว ก็คงต้องเก็บตัวอยู่แต่ห้องไปตลอดชีวิต
ยิ่งคิดก็ยิ่งหมดหนทางแฮะ
เอาเถอะ เรื่องนั้นก็เตรียมใจไว้แล้วละ
ถ้างั้นแค่สมมตินะ
ถ้าฉันละทิ้งหน้าที่ในฐานะอัศวิน และเลือกเวออลละก็...
ถึงจะหยาบกระด้างไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ต่ำช้า
ถึงฝีมือดาบจะยังเทียบเราไม่ได้ แต่ก็บุกด้วยพละกำลังและร่างกายกำยำ
ไม่สิ แค่อายุ 18 เองนี่
หากสั่งสมประสบการณ์ก็อาจเทียบชั้นเราได้
สายเลือดของท่านพี่เลเซียก็ย่อมดีอยู่แล้ว
ยังนึกภาพไม่ออก
แต่ถ้าสมมติมีลูกด้วยกัน
ลูกเหรอ
จะคลอดลูกของฉันกับเวออลเหรอ
ก็คงต้องมีแหละนะ
เอ๊ะ
อาจจะไม่แย่ก็ได้
ไม่ใช่ นี่มันคิดฟุ้งซ่านไปแล้ว
สุดท้ายมันก็ ตัดสินใจอะไรไม่ได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอเนี่ย
งั้นเหรอ กลุ้มใจด้วยเหรอ
ฉันน่ะ ถ้าให้พูดตามความจริง
นึกว่าจะถูกปฏิเสธมากกว่านี้ซะอีก
เพราะงั้นถ้ากลุ้มใจเรื่องฉันด้วยก็ดีใจนะ
นั่นคือการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของเธอ
จะคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อฉัน
เทียบเคียงกับความเชื่อ และเกียรติได้เลยใช่ไหม
ถ้างั้นตอนนี้ก็เอาเป็นแบบนั้นก็ได้นี่
นายนี่นะ
มันย้อนแย้งกับสิ่งที่พูดเมื่อกี้นะ
เดี๋ยวก็บอกว่าอย่าลังเล เดี๋ยวก็บอกให้กลุ้มใจต่อไป
เพราะนั่นเป็นปัญหาของเซราไง
ฉันทำได้แค่อยู่ข้างๆ น่ะ
แต่ว่า...
นั่นสินะ
ฉันอยากให้เซราได้เปิดหูเปิดตา เพื่อจะช่วยคลายความกลุ้มใจนั้นได้บ้าง
นั่นคือ...
มาลองคิดเรื่องออกเดินทางไกลกันดูไหม
ท่านซิดิอุส กระผมฮิลเบน
กลับมาจากดินแดนคนเถื่อน ในฐานะผู้ส่งสารแล้วครับ
เนื่องด้วยสารด่วนฉุกเฉิน
โปรดอภัยที่ไม่ได้แจ้งมาล่วงหน้าครับ
เข้ามา
ครับ
ก่อนอื่นต้องกล่าวว่าทำได้ดีมาก ที่กลับมาส่งสารแนวรบได้
แค่นายกลายเป็นผู้ส่งสาร ฉันก็พอคาดเดาเนื้อหารายงานได้แล้ว
เซราฟีนาถูกจัดการไปแล้วสินะ
เปล่าครับ ยังไม่มีการพบศพ
คาดว่าคงถูกจับไปเป็นเชลย
หลังทำหน้าที่คุ้มกันกองหลัง เพื่อรั้งตัวแม่ทัพของฝ่ายศัตรูไว้
ก็เหมือนกันแหละ
No comments yet. Be the first to leave one.