Dear Rider: The Jake Burton Story

Dear Rider: The Jake Burton Story

ดาวน์โหลดคำบรรยายThai

ข้อมูลรุ่น

Dear Rider: The Jake Burton Story 23 976 FPS Web
ความคิดเห็นโดย mlove
itunes แปลโดย: สมหทัย หาญวัฒนะชัย

แท็ก

web
เผยแพร่เมื่อ: 2022-05-31
ดาวน์โหลด: 44
ผู้พิการทางการได้ยิน: No

ตัวอย่างคำบรรยาย Thai

200 บรรทัดแรก

การเลื่อนไถลไปบนหิมะ...

ในหัวของผม ผมรู้มาตลอดว่ามันเป็นกีฬาได้

ผมเห็นกีฬา แต่ผมไม่ได้คิดว่า

ชอน ไวท์จะได้ขึ้นปก 〝โรลลิงสโตน〞 สองครั้ง

หรือสโนว์บอร์ด จะได้เป็นกีฬาในโอลิมปิก

แต่มันเกินกว่านั้นไปแล้ว

ผมคงไม่ใช้คำว่า 〝ความฝัน〞

เพราะผมไม่เคยฝันอะไร ในระดับที่เราอยู่กันตอนนี้เลย

ตำนานสโนว์บอร์ด หัวใจแกร่ง

เมืองเวล รัฐโคโลราโด 29 กุมภาพันธ์ 2020

ถ่ายทอดสดจาก เมืองเวลที่สวยงามในโคโลราโด

ฟ้าสีครามปลอดโปร่งไร้ก้อนเมฆ

และตอนนี้ เราก็อยู่ในแนวผู้ชมที่เนืองแน่น

เพื่อฉลองให้กับมรดก จากเจค เบอร์ตันหนึ่งเดียวคนนี้

ไถลไปกับเจค

ฝูงชนแน่นขนัดต่อแถวอยู่สองข้างทาง ของสุดยอดสนามแข่งที่ถูกดัดแปลงนี้

ที่เบอร์ตันยูเอสโอเพน

เบอร์ตันยูเอสโอเพน เป็นการแข่งขันสโนว์บอร์ด

ที่จัดขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก

จะมีอะไรดียิ่งกว่า

ความมหัศจรรย์ของจิตวิญญาณเจค เบอร์ตัน ที่อบอวลอยู่ในอากาศในตอนนี้

ดอนน่า คาร์เพนเทอร์ ภรรยาของเจค

ผมนึกไม่ออกว่าจะมีผู้เล่นคนไหน

เหมาะจะเปิดการแข่ง มากกว่าแดนนี่ เดวิสอีกแล้ว

ใช่ อย่างนั่นแหละ

วันนี้มาลุยให้ราบเลย ที่รัก

เพื่อไม่ให้ผู้เล่นเหล่านี้ต้องเสียเวลา

ไปกันเลยครับ

แดนนี่ เดวิส ปูทิศทางให้กับการแข่งครั้งนี้

สัมผัสพลังนั่นสิครับ

ล้อเล่นรึเปล่า

ได้เวลาเอาจริงแล้ว

เหลือเชื่อเลย!

ห้ำหั่นกันเอง

- ดูสิว่าเขาลอยขึ้นไปได้สูงขนาดไหน - นั่นสูงมากเลยนะ

ผู้เล่นลอยขึ้นไปอย่างสมบูรณ์แบบ

พระเจ้าช่วย

และถ้าในทีวีมันดูสูงมากละก็ ลองมายืนที่ขอบสนามดูครับ

สัมภาษณ์เจค เทคหนึ่ง มาร์ก

สดจากสโตว์ นี่คือชายที่มีคุณูปการต่อสโนว์บอร์ด

แบบที่บิลล์ เกตส์มีต่อคอมพิวเตอร์

ผู้ที่หลายคนบอกว่าริเริ่มกีฬานี้ขึ้น คือเจค เบอร์ตัน

เจคคือคุณปู่สุดเทพ แห่งโลกสโนว์บอร์ดจริงๆ

เมื่อพูดถึงกีฬาสโนว์บอร์ด คนแรกที่คุณจะนึกถึง

ในแง่ของความเป็นตำนานก็คือเจค

เจ้าพ่อ!

ผู้ให้กำเนิดกีฬาชนิดนี้ คือเจค เบอร์ตัน

ผู้ทำลายภาพจำเดิมๆ ซึ่งในช่วงปลายทศวรรษ 1970

เขาได้สอนให้โลกรู้จัก วิธีการโต้คลื่นบนหิมะ

ตอนเริ่มแรก ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นที่นิยมขนาดนี้

ผมมองมันเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการเล่นสกี

- เจคมีวิสัยทัศน์ - ผู้คนเดินตามรอยเขา

สิ่งที่สำคัญในการอยู่ในวงการนี้ คือต้องมีใจรักมันจริงๆ

เขาดูเป็นคนสบายๆ เท่ๆ

แต่ข้างในนั้นเขามุ่งมั่นมาก

เขาจะแข่งขัน วางเป้าหมาย ทำสำเร็จ วางอีกเป้า และทำจนได้

ถ้าคุณเคยท้าเขาแข่งอะไรสักอย่าง เจคตัวจริงก็จะออกมา

บริษัทไหนที่อยากแข่งกับเรา

ควรจะหลีกไป ไม่ก็ต้องทนอยู่ในโลกแห่งความเจ็บปวด

- เขาเหี้ยมมาก - เขามีดวงตาที่แน่วแน่พร้อมสู้

และเขาชอบพูดจาเรื่อยเปื่อย

เป็นคนที่ถ่อมตัวที่สุดที่เคยรู้จัก

เป็นเหมือนพ่อที่พูดจาตรงไปตรงมา

เขาได้สร้างกีฬาโอลิมปิก สร้างกิจกรรมที่เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง

และอุตสาหกรรมระดับโลก

ทั้งหมดเกิดขึ้นจาก ของเล่นในวัยเด็กของเขา

ผมเกิดปี 1954 ที่นิวยอร์ก ในแมนฮัตตัน

และโตมาในลองไอแลนด์ ใกล้กับมหาสมุทร

ความทรงจำเชิงบวกแรกสุดของผม แน่นอนว่าเกี่ยวกับหิมะ

ไม่ต้องไปโรงเรียน

เล่นเลื่อนหิมะ...

เนินเล่นเลื่อนหิมะมีบรรยากาศที่ดีมาก เหมือนสวนสเกตในยุคนี้หรืออะไรทำนองนั้น

ครอบครัวผมเป็นชนชั้นกลาง

พี่สาวสองคนกับพี่ชายของผม เป็นพวกฉลาดเกินตัว

ส่วนผมก็แค่เด็กอวดฉลาด

เจคได้ลักษณะ จากทั้งพ่อและแม่ของเรา

ทั้งอารมณ์ขันและความเป็นตัวป่วน จากแม่ของเรา

แม่เข้าขากับเจคได้ดีจริงๆ

พ่อเป็นคนมีระเบียบวินัย และแน่วแน่ในทางของเขามาก

เขาบอกว่า 〝สิ่งที่สำคัญจริงๆ...

แคโรลีน ไรท์ พี่สาวเจค

〝คือการมีใจรัก〞

ความเชื่อนั้นเบ่งบานในตัวเจค

ตอนผมอายุเจ็ดขวบ เพื่อนของเรามีบ้านที่เวอร์มอนต์

เราจะไปที่นั่น และพ่อของผม ก็มาหัดเล่นสกีตอนอายุ 40 กว่า

ผมรักมันในทันที

ฉันยังจำตอนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เลื่อน

แล้วพอก้มลงมอง ฉันก็เห็นรอยยิ้มกว้างบนหน้าเจค

เสื้อคลุมกันหิมะเปิดกว้าง ปลิวอยู่ข้างหลังเขา

และเขาก็ตรงดิ่งลงเนิน เขาชอบมัน

ผมรักการเล่นสกีมากจริงๆ ถึงตอนนั้นผมจะอยู่ลองไอแลนด์

แต่บางที

ผมอาจเป็นนักสกีที่เก่งที่สุดในเมืองก็ได้ และผมก็อยากจะเป็นนักโต้คลื่นด้วย

พ่อแม่ผมไม่เคยซื้อกระดานโต้คลื่นให้ ผมไม่มีวันให้อภัยพวกเขา

มีปีหนึ่ง พวกเขาจะซื้อของขวัญคริสต์มาสให้ผม

แล้วผมก็นึกว่า 〝พวกเขาต้องซื้อกระดานโต้คลื่นมาแน่〞

แต่มันเป็นโต๊ะตัวใหม่ ผมก็คิดว่า 〝ให้ตาย ล้อเล่นรึเปล่าเนี่ย〞

สเนิร์ฟเฟอร์

ตอนที่สเนิร์ฟเฟอร์ออกมา ผมตกหลุมรักมันทันที

เพราะผมดูหิมะเป็นจากการเล่นสกี และผมอยากจะโต้คลื่น

เจคบอกว่า 〝ผมอยากอวดของขวัญชิ้นใหม่นี่ให้พี่ดู〞

และเขาก็แค่เล่นมันด้วยสัญชาตญาณ

สำหรับผม สเนิร์ฟเฟอร์เป็นเหมือนมนตร์วิเศษ

นั่นหมายถึงโอกาส ในการโต้คลื่นบนหิมะ

ทันทีที่ผมเริ่มเล่นแบบนั้น ผมก็รู้สึกว่า 〝พระเจ้า นี่มันคือกีฬา〞

มันเป็นแผ่นไม้ยาวสี่ฟุต กว้างประมาณหกนิ้ว

บรันสวิคผลิตมันขึ้นมา พวกเขาขายได้ประมาณแปดแสนชิ้น

แต่มันได้พัฒนา 〝ลัทธิ〞 นี้ขึ้นมา ในความหมายเชิงบวกน่ะนะ

ตั้งแต่แรกเริ่ม ผมหลงใหลในสเนิร์ฟเฟอร์

แต่ผมไม่ได้มองมันเป็นโอกาส

จนกระทั่งอายุประมาณ 16 ปี

มันค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในใจผม

นิวยอร์กซิตี้ ปี 1977

ผมเข้ามหาวิทยาลัย และผมเริ่มทำงานตอนปีสุดท้าย

ในบริษัทที่ขายบริษัทเล็กๆ ให้กับบริษัทใหญ่

ผมอยากทำอย่างอื่น และมันก็ไม่คุ้มค่า

ผมมีความคิด ที่จะทำให้การเล่นสเนิร์ฟเฟอร์เป็นกีฬา

และผมไม่อยากจะเชื่อว่า มันก็ยังไม่เกิดขึ้นสักที

เจคเป็นคนไม่ทำอะไรตามขนบ

เขาไม่ได้รู้สึกว่า คนเรามีแนวทางที่จะต้องปฏิบัติตาม

ตราบใดที่เรามีแผน

ผมคิดได้ว่า ถ้าผมผลิตสโนว์บอร์ดได้วันละ 50 ชิ้น

ผมก็จะทำเงินได้หนึ่งแสนเหรียญต่อปี

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น จากแผนการที่อยากจะรวยเร็วๆ

ผมเลยตั้งบริษัทขึ้นในปี 1977

ผลิตตัวอย่างชิ้นแรกของผม ในนิวยอร์กซิตี้

แล้วผมก็คิดว่า 〝ฉันต้องย้ายไปเวอร์มอนต์〞

เราคงไม่ได้สโนว์บอร์ดชิ้นแรกมา ถ้าหากเราไม่มีสกี

ซึ่งมีขอบและโพลีเอทิลีน กระดานโต้คลื่นซึ่งมีครีบติดอยู่

แล้วก็มีสเกตบอร์ด ซึ่งถูกเรียงซ้อนกันในแนวราบ

แพท บริดจ์

นั่นคือโครโมโซมที่เกิดขึ้น เป็นพื้นฐานของสโนว์บอร์ดชิ้นแรก

ผมสร้างต้นแบบขึ้น ประมาณร้อยชิ้นพอดี

เบอร์ตันบอร์ด

ผมลองใช้โครงสร้างแบบเครื่องเรือน โครงสร้างแบบเรือ

จากนั้นผมก็ลอง โครงสร้างแบบกระดานโต้คลื่น

แต่กระดานพวกนั้นเปราะบางมาก

ผมเริ่มทดลอง ด้วยโครงสร้างแบบสเกตบอร์ด

ค่อนข้างเบาและยืดหยุ่นทีเดียว

และมันได้ผล

ผมขับรถไปมอนต์เพเลียร์ เวอร์มอนต์ และตั้งบริษัทขึ้น

จัดการเรื่องเอกสาร มันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม

เบอร์ตันบอร์ด เวอร์มอนต์ 05155

นี่คือหน้าตาของบอร์ด และนี่คือแบบพิมพ์

นี่คือหน้าตาตอนที่มันเสร็จออกมา พวกเขาเคลือบด้านไว้ แต่มันคือยูรีเทน

และมันมีเลขประจำแผ่น แบบพิมพ์แผ่นข้างล่างก็ด้วย

ผมจ้างญาติสองคนกับเพื่อนอีกคน และเราก็ผลิตสโนว์บอร์ดได้วันละ 50 ชิ้น

ปัญหาก็คือ ในปีแรก ผมขายมันได้แค่ 350 ชิ้น

จากที่มีผมกับพนักงานประจำอีกสามคน ผมก็ลดเหลือแค่ตัวผมเองคนเดียว

ส่วนที่ยากที่สุดของมัน คือความเงียบเหงา

ผมไม่มีเพื่อนฝูงหรือใคร

จะเล่นสโนว์บอร์ด หรือทำอะไรเป็นเพื่อนผมเลย

และในตอนที่ผมโตขึ้นมา

ผมก็ตกอยู่ในความเหงาเป็นเวลานาน

เจคอายุได้ 12 ปี

ตอนที่จอร์จ พี่ชายของเรา เสียชีวิตในเวียดนาม

และต่อมา เจคก็อายุแค่ 17 ปี ตอนที่แม่จากไป

แคทเธอรีน แมคคัลลัม พี่สาว

ตอนที่เรื่องนี้เกิดขึ้น เขารู้สึกหลงทางและโดดเดี่ยว

ผมกลายเป็น คนที่มีพึ่งพาตัวเองอย่างเหลือเชื่อ

และผมคิดว่า ผมยกความดีความชอบอย่างมาก

ให้กับการพึ่งพาตนเอง ที่ผมพัฒนาขึ้นมา

ผ่านประสบการณ์ การสูญเสียผู้คนที่ใกล้ชิดกับผมมาก

ผมไม่ใช่คนขายของเก่ง

แต่ผมบรรทุกของใส่รถวากอนจนเต็ม

และพยายามจะขายให้ร้านค้าปลีก ร้านแล้วร้านเล่า

และทำการสาธิตให้ดู

จำได้ว่าครั้งหนึ่งผมออกไป พร้อมสโนว์บอร์ด 38 ชิ้น แต่ขากลับมี 40

เพราะคนขายคนหนึ่งบอกว่า 〝ฉันไม่ต้องการขยะนี่หรอก〞

ผมกลับไปที่นิวยอร์ก ผมสอนเทนนิสกับการชงเหล้า

เพื่อนๆ คงหัวเราะเยาะ

ผมคิดว่า 〝ฉันจะพิสูจน์ว่าพวกนั้นคิดผิด และนี่จะต้องเป็นกีฬา〞

แค่นั้นเอง... ผมไม่ได้สนใจเรื่องเงินเลย

และเมื่อผม มุ่งความสนใจไปที่เรื่องกีฬา

และทุ่มเททุกอย่าง ทั้งแรงกาย ความรัก เวลา และเงินทุน

เพื่อทำให้มันกลายเป็นกีฬา และนั่นคือตอนที่ทุกอย่างเริ่มเห็นผล

เพราะทั่วประเทศจะมีพื้นที่เล็กๆ

ที่คนไปเล่นสเนิร์ฟเฟอร์กัน และพวกเขาก็เข้าใจ

เราลงโฆษณาในนิตยสารสเกตบอร์ด และในนิตยสารสกีอีกนิดหน่อย

เราส่งแผ่นพับไป

แค่เนินลาด หิมะ และเบอร์ตันบอร์ด

เราส่งมันออกไป พร้อมฟอร์มการสั่งซื้อทางไปรษณีย์

เมื่อผมเปิดซองจดหมายก็เจอว่า

เอาสโนว์บอร์ดสี่ชิ้น ให้ครอบครัวในคอนเนตทิคัต

แล้วจากนั้นพวกญี่ปุ่นก็มา

และพวกเขาสั่งสโนว์บอร์ดร้อยชิ้น แล้วผมก็แบบว่า 〝อะไรนะ〞

ปีถัดมา ผมมีเด็กคนหนึ่งมาทำงานพาร์ตไทม์

เราใส่ของลงกล่องแล้วก็พบว่า 〝นั่นคือชิ้นที่ 700〞

และคิดว่า 〝ว้าว ถ้าเราเพิ่มยอดได้สองเท่า ก็จะรู้ว่ามันโตเร็วขนาดไหน〞

ตอนนั้นแหละ ที่รู้สึกว่า 〝มันมาถูกทางแล้ว〞

- แอคชั่น - ได้เลย

ผมเจค เบอร์ตัน คาร์เพนเทอร์ จากเบอร์ตันสโนว์บอร์ดในเวอร์มอนต์

หมอนี่แหละที่ไปร้านแล้วร้านเล่า ไปมาทุกลานสกี

เผยแพร่โอกาสนี้ ให้ผู้คนได้เพลิดเพลิน

กับโลกแห่งกีฬาฤดูหนาว

มันเป็นกีฬาที่ดี และหวังว่าทุกคนจะมาลองเล่นกัน

ในยุคก่อนอินเทอร์เน็ต

แคตาล็อกของเบอร์ตัน เป็นจุดสัมผัสที่ใหญ่ที่สุด

ที่ผู้คนมีต่อสโนว์บอร์ด

เจคจะเขียนบทนำไว้ในแคตาล็อก

Dear Rider: The Jake Burton Story subtitles in other languages

ความคิดเห็น

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left