200 บรรทัดแรก
คุณต้องเป็นหนึ่งเดียวกับรถ
คุณควรรู้ว่าคุณจะใช้งานรถได้หนักถึงแค่ไหน
เพราะมีขีดจำกัดเสมอ
และคุณควรระวัง เหมือนที่คุณระวังเวลาคุณใช้ของที่คุณชอบ
คุณต้องมีความรู้สึก ที่จะไม่ทำเกินพอดีหรือทำน้อยเกินพอดี
ถ้าคุณทำแบบนั้น เราทั้งสองฝ่ายจะพอใจ
หมายถึงผมกับรถนะ
ความสมบูรณ์แบบเต็มร้อย
ไปให้ถึงร้อย
นั่นแหละเป้าหมายผม
ผมเป็นคนแบบนั้น
อะไรที่ต่ำกว่านั้นผมรับไม่ได้
ผมไม่ชอบพูดถึงคุณภาพของตัวเอง เพราะมันจะฟังดูขี้อวดและมั่นใจเกิน
และผมไม่ชอบพูดถึงความล้มเหลวของตัวเอง เพราะมันคือหน้าที่คุณที่ต้องหาเอาเอง
(สปา ประเทศเบลเยียม 24 สิงหาคม 1991)
(การแข่งฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์ครั้งแรก ของชูมัคเคอร์ )
บรรยากาศในแพดด็อกเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
(เจมส์ แอลเล็น อดีตผู้บรรยายกีฬาเอฟวันทางทีวี)
เพราะทุกคนรู้ว่าใครที่จะออกมาจากตรงนั้น
เรามีความรู้สึกว่าเขาคือคนที่มีโอกาสชนะสูง
ตอนที่มิชชาเอลเข้ามาเป็นนักแข่งฟอร์มูล่าวัน…
(ริชาร์ด วิลเลียมส์ อดีตนักข่าวฟอร์มูล่าวัน)
ตอนนั้นมีนักแข่งเก่งๆ ดังๆ แล้วนะ
เซนนาเป็นแชมป์โลกแข่งให้แม็คลาเรน
แมนเซลล์แข่งให้วิลเลียมส์
พรอสต์แข่งให้เฟอร์รารี่
พวกเขาเป็นนักแข่งชื่อดัง
นักแข่งทุกคนอายุเกิน 27 28 และมากประสบการณ์
ในขณะที่มิชชาเอลเป็นนักแข่งวัยหนุ่ม
ตอนที่มิชชาเอลเข้ามา นักแข่งทุกคนมองเขาแล้วก็แบบ…
(ฟลาวิโอ บริอาตอเร ผอ.ทีมเบเนตตอง 1989 - 1997)
"เด็กไป ไวไป เร็วไป"
นักแข่งฟอร์มูล่าวันส่วนใหญ่ มาจากการแข่งโกคาร์ทในรายการฟอร์มูล่าทรี
เขามีคนช่วยดึงมาอยู่ในฟอร์มูล่าวัน
จากการขับรถสปอร์ตแข่งให้เมอร์เซเดส
โชคช่วยให้เขาได้มาอยู่ในวงการฟอร์มูล่าวัน
นักแข่งคนหนึ่งออกพอดี และพวกเขาต้องการนักแข่งคนใหม่
(รอล์ฟ ชูมัคเคอร์ พ่อ)
มิชชาเอลได้เข้ามาเป็นนักแข่งฟอร์มูล่าวัน เพราะโชคช่วย
ตอนที่เอ็ดดี้ จอร์แดนกำลังหานักแข่งคนใหม่
และทันใดนั้น เขาก็ได้เข้าไปแข่งในช่วงหนึ่งของซีซั่น
พอผมรู้ ผมก็ยกหูโทรศัพท์โทรหาเอ็ดดี้ จอร์แดนทันที
(วิลลี่ เวเบอร์ ผู้จัดการ 1988 - 2009)
ผมบอกว่า "เอ็ดดี้ คุณต้องให้โอกาสนี้กับผม"
แล้วเขาก็ถามว่า "ใครคือมิชชาเอล ชูมัคเคอร์"
ผมตอบว่า "คุณต้องจำได้สิ
ที่แข่งฟอร์มูล่าทรีไง ที่ชนะการแข่งที่มาเก๊า ชนะการแข่งที่ฟูจิ"
"อ๋อๆ นึกออกละ"
ผมเห็นเขาในฟอร์มูล่าทรี ผมมี…
(เอ็ดดี้ จอร์แดน เจ้าของทีมจอร์แดน)
ทีมมีแนวคิดว่าเราควรให้โอกาสเด็ก
ทีมเราเกิดขึ้นมาด้วยแนวคิดนั้น
ทุกอย่างในอนาคตที่รอเราอยู่
ความเป็นไปได้ที่เขาจะได้แสดงความสามารถ
มันเหลือเชื่อจริงๆ เราไม่รู้ด้วยซ้ำ
เย็นวันนั้นเรานั่งกินพิซซ่าที่จัตุรัส ไม่มีใครมารบกวน
ที่นั่นคนแน่นมาก ผมว่าสี่ห้าร้อยคนได้เลยมั้ง
ไม่มีใครเดินมาหาเรา
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ไม่มีใครมารบกวนเรา
ผมจำได้เลย เสียงคนบรรยายในระบบกระจายเสียง…
กำลังบรรยายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในรอบควอลิฟาย
แล้วผู้บรรยาย ก็พูดชื่อมิชชาเอล ชูมัคเคอร์หลายครั้งมาก
เขาเป็นคนที่ใครๆ ก็ต้องสนใจ
ตอนที่มิชชาเอลได้อันดับเจ็ด
มันแบบว่า "นี่ดาวรุ่งดวงใหม่ชัดๆ"
ทุกคนตื่นเต้นมาก ที่นักแข่งหน้าใหม่คนนี้แจ้งเกิดไวมาก
ผมดีใจมากครับ
แต่ก็ต้องบอกว่าด้วยรถคันนั้น มันเป็นไปได้ที่จะทำเวลานั้นในรอบควอลิฟาย
รถขับสนุกมาก
ผมดีใจมากที่ทำเวลานั้นได้
ทุกคนสังเกตเห็น
ทุกคนในทีมอื่นก็สังเกตเห็น
เขากลายเป็นคนที่ใครๆ
ก็ต้องการตัวขึ้นมาในทันที
หลังจากแข่งที่สปา
ผมโทรหาวิลลี่ เวเบอร์
เราเจอกับมิชชาเอล วันจันทร์มั้ง
วันจันทร์หรือวันอังคารนี่แหละ ที่ลอนดอน
ตอนนั้นทีมเราพยายามแข่ง เพื่อให้ได้ไปยืนบนโพเดียม
เราไม่ได้แข่งเพื่อเอาแชมป์
แต่ในบางครั้งเราก็เกือบจะได้ไปยืนบนโพเดียม
สรุปคือ เราเซ็นสัญญากันครับ
มันเกิดขึ้นไวมาก ผมไปไม่ถูกเลยครับ
ผมเพิ่งแข่งครั้งแรกได้ไม่นาน
แต่ทีมอันดับสี่ของโลกยื่นข้อเสนอให้ผมแล้ว
ผมดีใจจนพูดไม่ออก
ผมประหลาดใจที่มันเกิดขึ้นเร็วมาก
ผมดีใจมากที่ได้เซ็นสัญญากับพวกเขา
มันเป็นสถานการณ์ที่วิเศษจริงๆ
เขามีความสดใสอยู่ในตัว
ผิวที่หน้าเขากระชับมาก หนวดเคราโกนมาเนียนกริบ
และมีออร่าของความมั่นใจ
มิชชาเอลเป็นหนุ่มนักแข่ง ที่แข่งกับนักแข่งเก่งๆ ที่มากประสบการณ์
(สปา ประเทศเบลเยียม 30 สิงหาคม 1992)
ชูมัคเคอร์มาเป็นอันดับสี่ในรถเบเนตตอง
ชูมัคเคอร์กำลังไล่จี้จะแซงอาอีร์ตง เซนนา
ตอนนี้มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ ขึ้นมานำในเบลเยียมกรังด์ปรีซ์แล้วครับ
มิชชาเอล ชูมัคเคอร์ จะชนะกรังด์ปรีซ์รายการแรกของเขา
ที่สนามที่เขาแข่งรายการกรังด์ปรีซ์ เป็นครั้งแรกหรือไม่
อายุเพียง 23 ปีเท่านั้น
ผู้ชนะรายการกรังด์ปรีซ์ที่อายุน้อยที่สุด หลังจากไม่มีใครทุบสถิติมานาน
นี่เป็นชัยชนะครั้งแรกของมิชชาเอล ชูมัคเคอร์
เขาชูแขนขึ้นมาด้วยครับ เขาดีใจมากจริงๆ
เขาพูดว่า "เย่! ฉันชนะ"
ผมอธิบายไม่ถูก มันเหลือเชื่อจริงๆ ครับ
ผมว่าแฟนคลับชาวเยอรมัน คงรอชัยชนะฟอร์มูล่าวันกรังด์ปรีซ์มานานแล้ว
และผมมอบชัยชนะนั้นให้กับแฟนคลับชาวเยอรมัน
อยากกล่าวอะไรก่อนจบถึงคนที่บ้านมั้ยครับ
คงเป็นพ่อกับแม่ครับ
ผมอยากทักทายพวกเขา
ทุกอย่างเริ่มขึ้นตอนผมอายุสี่ขวบ
พ่อผมสนใจซ่อมพวกแบบว่า
มอเตอร์ไซค์หรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่เสมอ
สิ่งที่เขาทำคือ
เรามีรถมอเตอร์ไซค์เล็กๆ คันเก่า
ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เขาเอามันมาแต่งใส่รถโกคาร์ทของเด็ก
ผมชอบมากตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ
ผมชอบมันทุกครั้งที่ขับ
ผมจำได้เลย ตอนผมอายุหกเจ็ดขวบ
พ่อผมเริ่มปล่อยเช่ารถโกคาร์ทให้สโมสร
ผมอยู่กับพ่อตลอดเพื่อตรวจดูรถโกคาร์ท
เพื่อช่วยเขา
และทดสอบรถโกคาร์ท
พอเขาตรวจรถโกคาร์ทคันหนึ่งเสร็จ ผมก็จะนำไปทดสอบเพื่อดูว่าใช้งานได้โอเคมั้ย
ผมนั่งรถโกคาร์ทกับเขาเป็นประจำ
เราทำทุกอย่างด้วยกัน
มันเป็นอะไรที่มีความสุขมาก
พอมิชชาเอลอายุได้แปดเก้าขวบ เขาก็ดูแลน้องชายเขาในยามที่จำเป็น
ผมขอให้เขาตรวจดูว่าประตูหน้าต่างล็อกหมดรึยัง
และเขาก็ทำ
มิชชาเอลเป็นคนที่พึ่งพาได้เสมอ
ครอบครัวชูมัคเคอร์
ตอนแรกทำธุรกิจรถอาหารเคลื่อนที่
หลังจากนั้นก็มาทำร้านอาหาร
ในแง่การเงิน ครอบครัวชูมัคเคอร์…
(แกร์ฮาร์ด โนอาค ผู้สนับสนุนในช่วงแรก)
รอล์ฟเริ่มชีวิตการทำงาน ด้วยการเป็นช่างปูนทำปล่องไฟ
จนสุดท้ายได้เป็นคนบริหารสนามแข่งรถโกคาร์ท
ส่วนเอลิซาเบธ
เธอต้องอยู่จนทุกอย่างจบ อยู่จนแขกทุกคนกลับ
พ่อแม่ผมทำงานหนักมาก เพื่อให้เรามีชีวิตเหมือนคนทั่วไป
แต่เด็กรวยๆ หลายคนก็ยากจนเหมือนกัน เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาให้
(ราล์ฟ ชูมัคเคอร์ น้องชาย)
พ่อแม่เราอยู่ด้วยที่สนามแข่ง
ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นที่ใหญ่มาก
ทุกครั้งเราจะใช้ชิ้นส่วนที่ถูกที่สุดที่มีอยู่
ผมหาล้อที่คนไม่ใช้แล้วจากถังขยะ
เอามันมาใส่ที่รถโกคาร์ทของผม และคว้าชัยชนะในการแข่งขัน
ผมดีใจทุกครั้งที่ชนะด้วยชิ้นส่วนที่แย่ที่สุด ด้วยชิ้นส่วนที่ไม่ได้ดีที่สุด
การที่ต้องสู้ด้วยชิ้นส่วนที่ไม่ได้ดีที่สุด เป็นแรงกระตุ้นอีกหนึ่งอย่างสำหรับผม
สวัสดีตอนบ่าย ยินดีต้อนรับสู่แคร์เพน
และการแข่งขันชิงแชม์โลกโกคาร์ทรุ่นเยาว์
ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน มีทั้งหมด 18 ประเทศ
และมีนักแข่งประมาณ 80 คน
มีนักแข่งคนหนึ่งเป็นชาวเยอรมัน แต่ไม่ได้แข่งให้เยอรมนี
และเป็นตัวเต็งของรายการ
เขาคนนั้นคือมิชชาเอล ชูมัคเคอร์
คุณแข่งให้ลักเซมเบิร์ก เพราะอะไร
รอบควอลิฟายในเยอรมนีต้องใช้เงินครับ
ถ้าเราถูกคัดออก เราจะไม่มีคุณสมบัติไปแข่งรอบชิงแชมป์โลก
แต่ที่ลักเซมเบิร์ก คู่แข่งก็มีแต่เรา
ไม่ต้องเสียเงิน
และเราก็มีคุณสมบัติด้วย
ตอนที่เขายังเด็ก เขาฝึกเหมือนแชมป์โลกแล้วนะครับ
ยังเด็กก็จริง แต่รู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร
เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ไปอยู่ในจุดสูงสุด
ผมว่าเขาได้ความเป็นมืออาชีพสุดๆ แบบนี้ มาจากสมัยที่ยังเป็นเด็กมากๆ
เพราะถ้าพลาดแค่นิดเดียว ก็อาจจะเป็นจุดจบของทุกอย่างได้
ปี 1983 ในแคร์เพน-แมนไฮม์
ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่เราแข่งด้วยกัน
มันคือหนึ่งในความทรงจำ ที่ผมจำได้แม่นในอาชีพแข่งรถของผม
(มิก้า ฮักคิเนน แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 1998 และ 1999)
มันคือสนามแข่งในประเทศของมิชชาเอล
แน่นอนว่าเขารู้จักทุกมุมเป็นอย่างดี
มันจึงยากที่จะแข่งกับเขาในสนามนั้น
ดูจากวิธีที่เขาขับ มันเหลือเชื่อครับ
ในสนามจะมีโค้งชิเคนอยู่โค้งหนึ่ง อยู่ตรงหน้าคนดู
เป็นโค้งที่ต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง
มันน่าตื่นเต้นมาก เวลาเห็นมิชชาเอลขับออกมาจากโค้งชิเคนนั้น
โดยขับต่างจากนักแข่งคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
ควบคุมได้ดีมาก
วิธีการขับของเขาคือใช้ร่างกายบังคับ
ระดับการผิดพลาดของเขา เวลาเลี้ยวตรงโค้งชิเคนในแต่ละครั้งต่ำมาก
นักแข่งคนอื่นขับรอบแรกได้ดี
แต่พอรอบสอง มีผิดพลาดนิดหน่อย
ในขณะที่มิชชาเอลขับดีตลอด ควบคุมรถได้ดีมาก
ตอนที่ผมดู ผมรู้เลยทันที
คนนี้เก่ง
ตอนนั้นเราอายุประมาณ 13 14
และก็
มั่นใจมาก
ที่หนึ่งคือ มิชชาเอล ชูมัคเคอร์
วันนี้เขาชนะไปแล้ว 460 มาร์ค
และตอนนี้จะได้รับอีก 236 มาร์ค
หลังจากหลายปีในช่วงนั้น
ผมเชื่อว่า ยังไงผมก็คงเป็นนักแข่งโกคาร์ทไปตลอด
เพราะผมไม่กล้าคิด ที่จะเข้าไปอยู่ในระดับฟอร์มูล่า
ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือเงิน
ในปี 1988 มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เตะตาผมอยู่ตลอด
No comments yet. Be the first to leave one.