প্রথম 200টি লাইন।
Mother and Child (2009) OCR 23.976 fps runtime 02:06:31
ใกล้จะถึงวันเกิดเธอแล้วนะ
จะอายุ 37 ได้แล้วมั้ง
ผมถามบิล โคลเด้น ว่าคุณเป็นคนยังไง
เขาก็บอกว่า คุณเป็นทนายที่ยอดเยี่ยมที่สุด ที่เขาเคยทำงานด้วย
และผมก็รู้จักเขามานาน เขาไม่ใช่คนที่จะเอ่ยปากชมใครง่ายๆ
เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันค่ะ
เขาบริหารสำนักกฎหมายได้ดีทีเดียว
ครับแน่นอน
แล้วถ้าคุณประเมินตัวเอง
คุณจะถนัดอะไรมากที่สุด
คือฉันไม่ใช่คนพูดไม่คิด
ก็เลยวางแผนแต่ละงานอย่างรัดกุม
วางตัวอยู่เหนือลูกความ
ควบคุมพวกเขาเอาไว้
ปกป้องลูกความ
จากตัวลูกความเอง
ปกติฉันเน้นลุยเดี่ยวมากกว่า
แต่ถ้าจำเป็น ก็สามารถทำงานร่วมกัน เป็นทีมได้ค่ะ
ปฏิบัติเท่าเทียมกันทั้งชายหญิง
แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากทำงานร่วมกับผู้ชายค่ะ
ทำไมล่ะ
พวกเธอคิดว่าดิฉัน เป็นตัวอันตรายน่ะค่ะ
นี่ยังสัมภาษณ์อยู่ใช่ไหมคะ
ใช่
งั้น
ก็คงไม่มีอะไร ต้องเป็นห่วงเท่าไหร่
ทำไมพวกผู้หญิงถึงคิดว่า คุณเป็นตัวอันตรายล่ะ
ฉันไม่ใช่พวกชอบจับกลุ่มกับใคร
ฉันเป็นตัวของตัวเองค่ะ
ผม
อ่านจากในนี้แล้วก็เห็นว่า คุณย้ายเข้าๆ ออกๆ แถบย่านนี้ประจำ
ฉันไปได้ทุกที่ๆ ทำให้ฉันก้าวหน้าขึ้นน่ะค่ะ
แต่คุณก็กลับมาที่นี่เสมอ
จะที่ไหนก็เหมือนกันนี่คะ
อลิซาเบธ เอกสารแนะนำตัวของคุณทำให้ผมประทับใจ
พูดตามตรง คุณน่าจะทำประโยชน์ให้กับเราได้มาก
ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังค่ะ
ถ้าคุณไม่ว่าอะไร
พอจะเล่าประวัติส่วนตัวให้ฟังสักหน่อยได้ไหม
ฉันเกิดที่ลอสแองเจลิสนี่
แล้วก็ถูกทิ้งให้เป็นเด็กกำพร้า ตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลก
แม่ของฉันอายุ 14 ตอนที่มีฉัน
และนั่นเป็นอย่างเดียวที่ฉันรู้เกี่ยวกับเธอ
พ่อบุญธรรมก็เสียไปตอนฉัน 10 ขวบ
แม่บุญธรรมก็ไม่ได้สนิทกันมาก
ชื่อของฉัน
อลิซาเบธ จอยส์ ก็เป็นชื่อที่ฉันตั้งเองตอนอยู่ม.ต้น
แล้วตอนนี้มันก็เป็นชื่อตามกฎหมายของฉัน และฉันก็ไม่คิดจะเปลี่ยน
อาศัยอยู่ตัวคนเดียว
มาตลอดตั้งแต่อายุ 17
ไม่เคยจดทะเบียนสมรส
แล้วก็ไม่คิดจะแต่งงาน
ฉันให้ความสำคัญกับ ความอิสระของตัวเองมากกว่าอย่างอื่น
เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพยายามทำอะไรให้ใคร
ยกเว้นแต่จะทำเพื่อตัวเอง
ซึ่งนั่นก็พอแล้ว
เธอเขียนไว้แค่นั้นแหละ
เราแต่งงานกันมาได้ 4 ปีแล้ว
แล้วเราก็พยายามเต็มที่มาตั้งแต่แรก
แต่
ก็ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง
เราก็เลยแบบที่เขาว่าหวังโดยไม่คาดหวัง
มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
และพวกเราก็ถอดใจแล้ว
แต่เราก็ไม่ได้นึกแค้นอะไรนะคะ
คือฉันเองก็ไม่ได้น้อยใจอะไร คุณคิดว่าเราน้อยใจอะไรไหม
ไม่ค่ะ เราไม่
เอ่อเพราะงั้น
เราก็เลยน่าจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้ค่ะ
โจเซฟเขาเป็นคนอ่อนโยน
เป็นที่รักใคร่
แล้วเราก็เชื่อว่า
เราจะมอบความรัก ให้กับเด็กได้ทันที
แม้เจ้าตัว จะไม่ใช่ลูกของเราค่ะ
เราจะตั้งชื่อใหม่ ให้ลูกได้ไหมคะ
อันนี้แล้วแต่กรณีค่ะ
บางครั้งก็ต้องให้ครอบครัวแท้ๆ
กับครอบครัวอุปการะ
ตกลงกันเรื่องชื่อ
เราพร้อมที่จะตอบตกลงค่ะ
แล้วตอนนี้เราก็พร้อมทุกอย่างแล้ว
จริงๆ
ที่จะอุปการะ สายเลือดมันสำคัญก็จริง
แต่เวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน ต่างหากที่สำคัญที่สุด
ใช่ไหมคะ
โอ้ยให้ตายเถอะ
อะไร มีอะไรฮึ
ทำไมคุณไม่ห้ามอะไรฉันเลย
ไม่เป็นไรน่าลูซี่ จะใครหน้าไหน ก็ประหม่ากันกันหมดแหละถ้ามาที่นี่
พล่ามสวยหรูเรื่องเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน
นี่ฉันพูดออกมาได้ยังไง
- ที่รักคือผมไม่ได้ - ทำไมคุณไม่ปริปากอะไรสักคำ
- ลูซี่อย่า ที่รัก - ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลย
เธอถูกใจคุณนะ
- คุณคิดแบบนั้นเหรอ - ใช่ผมคิด ผ่อนคลายบ้างก็ได้
โอเค
รู้สึกไงล่ะ
มันก็โอเค
แค่โอเคเหรอ
รู้สึกดีมากๆ
ข้าแต่พระเจ้า ขอให้เราได้มีลูกด้วยเถอะ
ฉันรับไว้แล้ว
ดีมากลูอิส
เอามือจับขอบสระไว้ ดีมาก
นี่เป็นพื้นที่บำบัดที่เราไว้ใช้สำหรับ หรือมีบาดแผลฉกรรจ์
ส่วนตรงนี้จะเป็น....
- สวัสดี ฉันจาเนลล์ - สวัสดี ผมพาโก้ เอ้านี่
ขอบคุณ
นั่นเขากำลังอ่อยคุณรึเปล่า
ใช่ เขาอ่อยฉันอยู่
หวัดดี
หวัดดี
ทักทายคาเรนหน่อยสิลูก
หวัดดีค่ะ
วันนี้แม่เธออารมณ์ดีนะ
เจริญอาหารพอสมควร
เธอหลับไปนานรึยัง
สักชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้
เธอควรจะได้พักผ่อนบ้าง
ก่อนกลับ ให้ฉันเปลี่ยนชุดนอนให้เธอด้วยเลยไหม
เดี๋ยวฉันทำเอง
พรุ่งนี้ฉันจะมาช้าสักหน่อย
พอดีถึงช่วงเปิดเทอมแล้ว
ได้
ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ
ต้องตัดเล็บได้แล้วนะ
แม่คะ หนูว่าจะหาคนใหม่มาดูแลแม่น่ะค่ะ
โซเฟียไม่เคยบอกหนูเลย
ว่าเธอจะพาลูกมาอยู่ด้วย ช่วงปิดเทอม
ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่หล่อนน่าจะขออนุญาตหนูก่อน
ลูกจะไล่เธอออกไม่ได้
หวัดดี
ฉันเทรซี่ส่วนนี่สตีเว่นจากห้องข้างๆ
พวกเราแค่แวะมาทักทาย
แล้วก็ยินดีที่ได้ย้ายเข้ามา
ขอบคุณ
เราก็เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อ 2 เดือนก่อน
ก็เลยพอเข้าใจนะ ว่าการไม่รู้จักใครเลยมันรู้สึกยังไง
แต่ที่นี่ปลอดภัยดีนะ แบบว่า พวกเราคิดว่างั้น
ใช่ ไม่มีเสียงรบกวน
แล้วก็เอ่อ คุณอาศัยอยู่ที่นี่คนเดียวใช่ไหม
ใช่ ทำนองนั้น
ฉันบอกสตีเว่นแล้วว่ามันเป็นงั้นใช่ไหม
เอ้อ ใช่
คนที่อาศัยที่นี่ส่วนใหญ่ ก็อยู่คนเดียวทั้งนั้น
แบบ ไม่มีลูกมีหลาน ส่วนใหญ่น่ะนะ
เอ่อคือฉันกำลังยุ่งอยู่นิดหน่อยน่ะ
โอ ไม่ต้องห่วง
ได้คุยกันอีกแน่ ฉันอยู่แต่ในห้องทั้งวัน
อาจจะแบบว่างๆ ก็ยืมน้ำตาล ไปหยอดนั่นนี่บ้างอะไรบ้าง
ยินดีที่ได้รู้จัก
ลูซี่ อยู่รึเปล่า
ลูซี่ลู
อยู่รึเปล่า หรือไม่อยู่
ลูซี่
ลูซี่
ฉันไม่ได้อยู่บ้าน
งั้นโทรหาฉันกลับด้วย ฉันจะติดต่อไปอีกเป็นระยะๆ นะ
นั่นแหละ นั่นแหละ อย่างนั้น ไม่ ไม่ๆ
- มันยังบันทึกอยู่มั้ย รึฉันเพิ่งวางสาย - อย่าหยุดน่า
- ลูซี่ ลูซี่ - ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้
โอเคๆ ฉันไปละ โอเค บาย
ช่วงนี้แมั่ฝนอะไรแปลกๆ
ัฝนว่ากลับมาบ้านกำลังจะเปิดประตู แต่กุญแจก็หักคากลอนประตู
แม่ชะเง้อมองผ่านหน้าต่าง
ก็เห็นลูกนอนอยู่บนเตียง
แล้วก็อ้อมไปเข้าทางประตูหลังบ้าน
ไปหอมลูกให้ชื่นใจ
แต่แล้ว
ก็ได้กลิ่นน้ำนม ของผู้หญิงคนอื่น
ที่ไม่ใช่ของแม่
เตียงก็เปียก
ลูกฉี่รดที่นอน
แล้วแม่ก็เริ่มร้องไห้
เพราะแม่ไม่มีผ้า จะมาเช็ดให้ลูก
โทษที ไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูหรอกนะ
ผมพาโก้ คุณคือคาเรนใช่ไหม
คลาร่าบอกผม เรื่องชื่อคุณน่ะ
คลาร่าเหรอ
เธอเล่าอะไรเรื่องฉัน ให้คุณฟังอีกบ้าง
ก็ไม่มีนะ
เธอมักจะโดดงาน ไปมีเวลาว่าง คุยกับชาวบ้านชาวช่องเสมอ
ทำให้งานเธอออกมาเละเทะ ไม่เรียบร้อย
แล้ว
ตกลงใครเป็นคนต้นคิด ลูกหรือเขา
ไม่เอาน่า อย่าถามเลย หนูแค่อยากให้แม่ ช่วยอะไรหนูบ้าง
น่า แม่ก็แค่ แบบว่า อยากรู้ว่านี่ เป็นความคิดใครเฉยๆ เอง
ความคิดหนูเองค่ะแม่ โอเค
แม่สามีของลูกคงจะหัวเสียน่าดู
ที่ลูกชายต้องมาเลี้ยงลูกคนแปลกหน้า
แล้วแม่ล่ะคะ
แม่จะยอมเอ็นดูเจ้าตัวน้อยบ้างไหม
แหมก็
ยังไม่เห็นเจ้าตัวน้อยเลยนี่นา
แล้วต้องทำอะไรต่อนะ
เราจะไปคุยกับ
ผู้หญิงคนนึง วันพุธนี้น่ะค่ะ
เธอท้องได้ 6 เดือนแล้ว
แล้วเธอก็คิด จะยกเจ้าตัวน้อย ให้กับลูกน่ะเหรอ
No comments yet. Be the first to leave one.