প্রথম 200টি লাইন।
BBC.Planet Earth.EP11.Ocean Deep - OCR 23.976 fps runtime 00:51:08
มหาสมุทรอันเวิ้งว้าง ห่างไกลแผ่นดิน
แผ่นน้ำนี้ปกคลุมมากกว่า ครึ่งหนึ่งของพื้นผิวโลกเรา
และพื้นที่ส่วนใหญ่ ของมหาสมุทร
ยังคงลึกล้ำสุดหยั่ง
พื้นที่ส่วนมาก ของมหาสมุทรนั้นว่างเปล่า
เป็นทะเลทรายที่มีแต่น้ำ
ทุกชีวิตที่นี่ต้องเสาะแสวงหา อาหารอยู่ตลอดเวลา
ต้องดิ้นรนรักษาพลังงาน อันมีค่า
ท่ามกลางมหาสมุทรกว้าง
ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนัก 30 ตัน ยาว 12 เมตร
ฉลามวาฬ
อาหารที่เลี้ยง ร่างกายใหญ่มหึมานี้
เป็นสัตว์ขนาดเล็กจิ๋ว ในท้องทะเล
นั่นคือแพลงตอน
ฉลามวาฬเดินทาง อยู่แต่ในเส้นทางประจำ
ระหว่างแหล่งหากินชั้นยอด
เดือนกุมภาพันธ์ มันจะว่ายขึ้นมาใกล้ผิวน้ำ
ห่างจากชายฝั่งเวเนซุเอลา
ฉลามวาฬตัวอื่น รออยู่ที่นั่นแล้ว
ปลาหลายชนิดก็มาที่นี่ เพื่อกินแพลงตอนเช่นเดียวกัน
ฉลามวาฬกะเวลา ในการมาถึง
ได้เหมาะเจาะพอดี
น่าแปลกที่ปลาเล็กปลาน้อย มากลุ้มรุมรอบตัวมัน
พวกมันใช้ร่างกาย ของฉลามวาฬแทนโล่
ปลานักล่าชนิดอื่นๆ แอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ
ทูน่าครีบเหลือง
ดูจะหวาดเกรง ยักษ์ใหญ่อยู่เหมือนกัน
ฉลามวาฬดำน้ำลง
ราวกับจะหลบหนี จากย่านที่แออัด
ตอนนี้ปลาทูน่ามีโอกาส ที่จะเข้าโจมตีฝูงเหยื่อแล้ว
แต่แล้วยักษ์ใหญ่ ก็ว่ายกลับมาอีก
มันฮุบฝูงปลา เข้าไปเต็มปากเต็มคำ
ดูท่าทางแพลงตอน คงไม่ใช่อาหารอย่างเดียว
ของฉลามวาฬเสียแล้ว
ทั้งฉลามและทูน่า กินเลี้ยงด้วยกัน
แต่ทูน่าต้องระวังตัวไว้
เพราะตัวมันเอง ก็มีสิทธิ์ลงเอย
ในท้องฉลามได้เช่นกัน
นักล่าต้องตะครุบกิน ทุกอย่างเท่าที่ทำได้
เพราะโอกาสดีๆ อย่างนี้ คงมีไม่นาน
ฝูงปลาหนาแน่น ที่เป็นอาหารของนักล่า
จะมีมาให้เห็นก็ต่อเมื่อ สภาพแวดล้อมอำนวย
นักล่าจำนวนมากใช้เวลา
ไปกับการตระเวน ในมหาสมุทรกว้าง
เพื่อหาอาหาร อย่างไม่รู้จักจบสิ้น
กระเบนราหู ซึ่งกินแพลงตอนก็เช่นกัน
มันลอยล่องไป โดยแทบไม่ออกแรง
ฉลามครีบขาว
ก็เป็นนักเดินทาง แบบประหยัดพลังงานอีกราย
มันเชี่ยวชาญการค้นหาเหยื่อ
ท่ามกลางมหาสมุทร อันเวิ้งว้างว่างเปล่า
โดยตระเวนอยู่ในช่วง ความลึก 100 เมตรจากผิวน้ำ
รสชาติในน้ำ เทียบได้กับกลิ่นในอากาศ
ฉลามครีบขาว สามารถรับรู้ได้
แม้แต่รสชาติที่บางเบาที่สุด
ปลาไพล็อตฟิชตัวเล็กๆ ว่ายตามมาด้วย
ฉลามสามารถตรวจหาเหยื่อ ได้เก่งกว่าพวกมันมาก
พวกมันจึงตามมาเพื่อเก็บกิน เศษเหยื่อที่เหลือจากฉลาม
ครีบอกซึ่งยาวและยึดแน่น
ช่วยให้ฉลามแหวกว่ายไป ได้อย่างปราดเปรียว
โดยใช้พลังงานน้อยที่สุด
เจ้าฉลาม พบฝูงปลาเหลืองโพรง
หรือเรนโบว์รันเนอร์
ถ้ามีโอกาสมันต้องกิน ปลาเหลืองโพรงแน่
แต่ปลาเหลืองโพรง ก็หลบหนีว่องไวและจับยาก
มันจึงรอเวลา
เพื่อจะได้มีโอกาสเล็งหา ปลาตัวที่อ่อนแอ
ซึ่งจะจับได้ง่ายขึ้น
นักล่าเฝ้ารอแล้วรอเล่า
มีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้น กลางทะเล
โลมาฝูงนี้มีกันร่วม 500 ตัว
พวกมันรู้ว่า มีอาหารอยู่แถวนี้
และกำลังรีบเร่งไล่ตามให้ทัน
ข่าวกระจายออกไป
ว่าปลาฝูงใหญ่หลายฝูง กำลังมุ่งหน้ามา
พวกมันกำลังมุ่งไปยัง เกาะอะซอเรส
ซึ่งเป็นเกาะภูเขาไฟ ห่างจากโปรตุเกส
ไปทางตะวันตก 1,000 ไมล์
ฝูงโลมาตรวจสอบน่านน้ำ ด้วยคลื่นโซนาร์
พวกมันเข้าใกล้เป้าหมายแล้ว
นี่คือฝูงปลา สแค็ด แมคเคอเรล
เป็นเรื่องยากที่โลมาตัวเดียว จะจับปลาได้
เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียพลังงาน พวกมันจึงทำงานเป็นกลุ่ม
พวกมันต้อนฝูงปลา ขึ้นด้านบน
เพื่อให้ไปจนมุมบนผิวน้ำ
บนนั้นมีนักล่าอีกชนิด รอคอยอยู่
นกจมูกหลอด โครี่ เชียร์วอเตอร์
พวกมันรอให้ฝูงโลมา ต้อนเหยื่อขึ้นมาใกล้กับผิวน้ำ
ตอนนี้นกจมูกหลอด สามารถจับปลาได้
โดยดำลงไป 20 เมตร หรือลึกกว่านั้น
ฝูงโลมาช่วยกันไม่ให้ฝูงเหยื่อ ว่ายถอยหนีไปได้
ฝูงโลมาจากไป ทันทีที่พวกมันกินอิ่ม
ในที่สุดฝูงปลาแมคเคอเรล ก็ว่ายลงไปลึก
เกินกว่าระยะดำน้ำ ของพวกนก
เมื่อตะวันลับฟ้า
ก็เกิดความเปลี่ยนแปลง ในห้วงมหาสมุทร
แพลงตอนน้ำลึกเริ่มลอยขึ้น มาจากเบื้องล่าง
และฝูงนักล่าที่หิวโหย ก็ตั้งทัพรออยู่แล้ว
ทุกคืนตรงบริเวณ ที่มีสภาพพอเหมาะ
สัตว์น้ำจากเบื้องลึก จำนวนนับล้านๆ
จะอพยพขึ้นสู่ผิวน้ำ เพื่อหาอาหาร
ลูกปลากระโทงแทง ตัวยาวแค่ 15 เซนติเมตร
งับกินทุกอย่าง ที่ลอยผ่านหน้า
อีก 3 ปีพวกมันจะโตขึ้น
เป็นนักล่าที่น่าเกรงขาม ที่สุดชนิดหนึ่ง
ด้วยน้ำหนัก 60 กิโลกรัม
แต่ว่าในเวลานี้
พวกมันยังอ่อนแอ และเปราะบาง
กระเบนราหูเหล่านี้ คือยักษ์ใหญ่
กับความกว้างร่วม 8 เมตร และน้ำหนักกว่า 2 ตัน
ส่วนที่ยื่นแผ่ออกมา จาก 2 ข้างของส่วนหัว
ช่วยในการโบกพัด เอาแพลงตอนเข้าปาก
พอรุ่งเช้า แพลงตอนก็ดิ่งลง สู่เบื้องลึกอีกครั้ง
ถ้าหากจะตามไป เราจะต้องใช้เรือดำน้ำ
ยิ่งเราดำลึกลงสู่ความมืด
แรงดันน้ำก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น อุณหภูมิก็จะยิ่งลดลง
ลึกลงไป 500 เมตร
สัตว์ลึกลับอีกชนิด ปรากฏตัวขึ้น
รูปร่างแปลกพิสดารของมัน
ช่วยให้มันลอยตัว อยู่กลางห้วงน้ำมืดมิดได้
บางตัวมองดูคล้ายสัตว์น้ำ ที่เราคุ้นเคยจากเขตน้ำตื้น
บางตัวก็แปลกประหลาด จนไม่รู้จะเรียกอะไร
รอบข้างมีละออง ของอินทรีย์สาร
ลอยลงไปด้านล่าง
เรียกว่า "หิมะใต้ทะเล"
เป็นเศษละออง จากร่างกายสัตว์น้ำ
ที่แหวกว่ายอยู่ ในแสงแดดเบื้องบนนั่นเอง
หิมะนี้เป็นอาหาร ของสัตว์หลายชนิดที่นี่
อย่างเช่น แมงมุมทะเล
ซึ่งเป็นญาติขนาดเล็ก ของพวกกุ้งและปู
ส่วนที่ยื่นออกมา เหมือนขายาวๆ นั้น
มีลักษณะเป็นขนนก เพื่อช่วยในการลอยตัว
แถมยังสามารถใช้ดัก หิมะทะเล
เพื่อส่งเข้าปาก อย่างระมัดระวัง
ปลาไหลฟันเลื่อยลอยตัว ในแนวตั้งโดยไม่เคลื่อนไหว
มันจ้องมองข้างบน ตลอดเวลา
เพื่อเฝ้าดูเงาตะคุ่มของเหยื่อ ในแสงสลัวที่ผิวน้ำ
อาจจะต้องรอเป็นวันๆ
กว่าเหยื่อจะว่ายเข้ามา ใกล้พอที่จะจู่โจมได้
ยิ่งลึกลงไป รอบข้างก็ยิ่งมืดสนิท
ไม่มีแสงสว่างแม้แต่น้อย
ที่จะเล็ดรอดมา ในที่ลึกขนาดนี้
อาหารหายากมาก
สัตว์ทุกชนิดต้องสงวน พลังงานให้มากที่สุด
หมึกดัมโบ้ ใช้วิธีโบกครีบตามธรรมดา
เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ ระบบไอพ่น
เพื่อเคลื่อนที่เหมือนอย่าง ญาติที่อยู่ในเขตน้ำตื้น
สัตว์ที่แปลกประหลาดที่สุด ในโลกพิสดารนี้คือ
"แวมไพโรทูธิส" หมึกแวมไพร์มัจจุราช
ถ้าถูกรบกวน มันจะถอยหนีเพียงนิดเดียว
แต่ถ้าเราไล่ตาม
มันจะมีวิธีป้องกันตัว แบบพิเศษ
ถ้าอยากจะเห็นวิธีการของมัน เราจะต้องดับไฟ
หมึกแวมไพร์มีแสงในตัวเอง
แบคทีเรียเรืองแสงในกระเปาะ ที่แขนแต่ละข้างเปล่งแสง
เพื่อทำให้นักล่าสับสน
นั่นใช่ดวงตามั้ยนะ
ที่จริงนี่คือจุดตรงปลาย แผ่นหนังของมัน
ถ้าถูกกัดตรงนี้ ส่วนหัวก็ยังไม่เป็นอะไร
เมื่อภัยคุกคามหายไป
หมึกแวมไพร์ก็ดับแสง และแฝงตัวกลับคืนสู่ความมืด
ในที่สุดก็ถึงก้นทะเล ลึกลงมากว่า 2 ไมล์
ที่นี่แรงกดอากาศ ดันมากกว่าที่ผิวน้ำถึง 300 เท่า
หิมะทะเล ต้องใช้เวลาหลายเดือน
กว่าจะตกลงมา ถึงก้นทะเลนี้
เมื่อเดินทางออกห่าง จากส่วนที่เป็นไหล่ทวีป
เราจะเห็นพื้นราบกว้างใหญ่ ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า
พื้นราบนี้ แผ่ออกไปหลายพันไมล์
และค่อยๆ ลาดดิ่งลึกลงไป
มีร่องรอยบางๆ อยู่ที่พื้น
เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ที่นี่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิต
นี่เองคือตัวการ ที่สร้างร่องรอย
เม่นทะเลกำลังกรองกิน อาหารที่อยู่ในกระแสน้ำ
กุ้งยืนอย่างสง่างาม บนปลายเท้า
คอยเลือกเฟ้นกิน ละอองอาหารชิ้นที่มันถูกใจ
แต่ในทะเลลึก ก็เช่นเดียวกับทุกหนทุกแห่ง
ที่ใดมีสัตว์กินหญ้า ที่นั่นต้องมีนักล่า
ปลามั้งค์ฟิชกลมกลืน กับพื้นทรายที่มันนอนอยู่
จนแทบแยกไม่ออก
จะต้องเสียแรง ไล่จับเหยื่อทำไม
ในเมื่อสามารถใช้ วิธีล่อเหยื่อเข้ามาหาได้
บางทีตัวนั้น อาจจะใหญ่ไปหน่อย
ถ้าจำเป็นปลามั้งค์ฟิช ก็สามารถรอได้เป็นวันๆ
จนกว่าจะพบเหยื่อ ที่ขนาดกำลังดี
นักเก็บกินซากเสียอีก
เป็นฝ่ายที่ต้องตระเวน ไปทั่วเพื่อหาอาหาร
ปูสามารถรับรส ที่บางเบาที่สุดในน้ำ
ซึ่งจะช่วยให้มันค้นหา ที่ตั้งของซากเหยื่อ
ที่เพิ่งจมลงมาจากข้างบน
ปลาไหลกำลังกิน ซากเหยื่อนั้นอยู่แล้ว
ไอโซพ็อดซึ่งรูปร่างเหมือน เหาขนาดยักษ์
ด้วยขนาดตัว ที่ยาวกว่า 30 เซ็นติเมตร
กำลังกินเนื้อ จากซากเน่าเช่นกัน
ในอีกไม่กี่ชั่วโมง นักเก็บกินซากสารพัดชนิด
จะมาแก่งแย่งกันกินซากนี้ อย่างโกลาหล
นานๆ ครั้งจึงจะมี ซากขนาดใหญ่
จมลงมาเป็นลาภปาก
ซากของวาฬหัวทุย วาฬตัวนี้ตายมา 5 เดือนแล้ว
ไม่มีเนื้อเหลืออยู่อีก มีเพียงไขมันเล็กน้อย
No comments yet. Be the first to leave one.