The first 200 lines.
Mr. Pip (2012) OCR 23.976 fps runtime 01:55:27
"กว่าหมื่นปีมาแล้วที่ทองแดงถูกนำมาใช้ในการ ผลิตเครื่องมือเครื่องประดับและอาวุธต่าง ๆ"
"วันนี้เราผลาญทองแดง มากกว่า 150 ล้านตันต่อปี"
"ในปี 1989 เหมืองทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ถูกเปิดขึ้น ในบูเกนวิลล์"
"เกาะอันไกลโพ้น ในแปซิฟิกใต้"
"เหมืองจุดประกายความขัดแย้ง ที่ก่อให้เกิด การล้มตายหลายพันชีวิต"
"และได้เห็นผู้คนมากมาย หลบหนีจากบ้านของพวกเขาไปตลอดกาล"
"ต่อจากนี้คือแรงบันดาลใจ จากเหตุการณ์จริงเหล่านั้น"
"SATIS HOUSE จากหนังสือ ความคาดหวังอันยิ่งใหญ่"
"ชาร์ล ดิคเคนส์ แกลลอรี่"
"มันคือสิ่งที่น่าสังเวชที่สุด ที่รู้สึกถึง ความน่าละอายของบ้าน..."
ตอนที่ฉันเป็นเด็ก แม่ทอเสื่อให้ฉันนอน
แม่บอกว่าถ้าฉันหายเข้าไปในฝันร้าย
ที่ฉันต้องทำคือกลิ้งตัวไปมา และรู้สึกถึงตะเข็บที่นูนขึ้นมา
ตะเข็บนั่นจะพาฉันกลับมายังบ้านของฉัน
แต่จะเป็นยังไงถ้าบ้านคือฝันร้าย
คุณครูของเราบอกกับเราว่าสถานที่ ที่เราอาศัยอยู่เรียกว่าบูเกนวิลล์
ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะแปซิฟิกขนาดเล็ก ที่เป็นเจ้าของโดยปาปัวนิวกินี
แต่คำบอกเล่าของแม่ฉันว่า
เกาะของเราเป็นผู้หญิง และเราอาศัยอยู่ในหัวใจของเธอ
แม่บอกว่า ไม่มีใครสามารถเป็นเจ้าของได้
แต่ปาปัวนิวกีนีขายหัวใจของเรา ให้กับบริษัททำเหมือง
พ่อของฉันทำงานที่เหมือง
แต่เมื่อปัญหาทั้งหมดเริ่มขึ้น พ่อออกไปหางานทำในออสเตรเลีย
แม่กับพ่อเถียงกันอย่างหนัก เกี่ยวกับเรื่องนั้น
เราจะไปอยู่กับเขาทีหลัง
แม่บอกว่าเราจะไปที่นั่น กับเรือเที่ยวต่อไป
นั่นคือสิ่งที่แม่พูด หลังจากเรือทุก ๆ ลำออกไปแล้ว
- สูงอีก - มันสูงเท่าที่ผมจะทำได้แล้ว
ข่าวสงครามมาถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเรา ในเวลาไม่นานและข่าวลือต่าง ๆ
เราได้ยินว่ามีบางคนในหมู่พวกเรา ประกาศสงครามในเหมืองและปิดมันลง
เราได้ยินว่า ปาปัวนิวกินีกำลังถูกส่งเข้าไปในกองทัพ
เราได้ยินว่าพวกเขากำลังจะปิดเกาะของเรา ดังนั้นไม่มีใครจะเข้าหรือออกได้
ตอนแรกพวกเขาปิดเหมือง
ตัดการขนส่งของอาหารของเรายาของเรา...
และปิดโรงเรียน
คนขาวทั้งหมดจากไป
ทุกคนยกเว้นป็อปอายแค่นั้น
แม่บอกว่าเขายังอยู่ก็เพราะภรรยาของเขา เกรซจะไม่ไปจากเกาะอีก
ป็อปอาย
นายเห็นอะไรบ้างจากบนนั้น
ใช่ และมันใหญ่ทีเดียว
เราคิดว่าชนเผ่าของป็อปอายลืมเขาไปแล้ว
หรือนั่นอาจเป็นไปได้ว่าเขากำลังถูกลงโทษ สำหรับความผิดทางอาญาเก่า ๆ
ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นเหตุผลของเขา มันง่ายที่ได้เห็นเกรซเป็นบ้า
ป็อปอายเป็นยิ่งกว่าความลี้ลับ
ป็อปอาย
สนใจเรื่องของตัวเองเถอะ
รัฐบาลพีเอ็นจีทำให้เราอดอยาก
- แต่อับบราฮัมกล่าวว่า "พระเจ้าจะประทานลูกแกะ" - เอเมน
เรายังมีสิ่งที่เรามีเสมอ
- เรามีปลาของเรา - เอเมน
- หมูของเราไก่ของเราผลไม้ของเรา - เอเมน
และเรามีศรัทธาของเรา
เอเมน
ของขวัญที่ดีทั้งหมดอยู่รอบตัวเรา
ที่ส่งลงมาจากสวรรค์เบื้องบน
เช่นนั้นจงขอบคุณพระเจ้า
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์
เช่นนั้นจงขอบคุณพระเจ้า
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์
แม่คะ
หนูอยากถามอะไรสักอย่าง
เราพูดภาษาอังกฤษในบ้านหลังนี้
แม่คิดถึงพ่อไหมคะ
ทำไมลูกถึงได้ถามอย่างนั้นสาวน้อย
ไม่มีเรือลำอื่นไปที่นั่นอีกเลยหรือคะ
การปิดล้อมจะไม่ยาวนานตลอดไป
นั่นมันทำให้แตกต่างกันหรือคะ
บางครั้งแม่ก็คิดถึงพ่อนะ
บางครั้งแม่จะมองไปที่ชายหาด
พ่อของลูกอยู่ที่นั่นมาทิลด้า และเขากำลังเดินตรงมาหาแม่
และหนูล่ะคะ
และลูกด้วย พ่อของลูกกำลังเดินเข้ามาหาเราทั้งคู่
ลุกได้แล้ว
เร็วเข้าอย่าขี้เกียจลูกต้องไปโรงเรียน
แม่กำลังพูดเรื่องอะไร
โรงเรียนถูกปิดมาหลายเดือนแล้ว เราไม่มีครู
ตอนนี้ลูกเรียนแล้ว
เขามาแล้วนั่งลง
ขอบใจที่เข้ามานะ
ฉันไม่แน่ใจว่าแกจะเรียนด้วย
ไม่แน่ใจว่า..
ฉันพูดตามตรง..
ฉัน..
ฉันไม่ใช่คนฉลาด ฉันไม่ใช่ครู
แต่ฉันจะพยายามให้ดีที่สุด
นั่นคือสัญญาของฉันต่อพวกเธอเด็ก ๆ
ได้ไหม
ครับมิสเตอร์วัทส์
- มิสเตอร์วัทส์ - ครับป็อปอาย
ฉันรู้ว่าพวกเธอบางคน เรียกฉันว่าป็อบอายและ...
ไม่เป็นไรอันที่จริงฉันก็เหมือนป็อปอาย
- ป็อบอาย - ครับมิสเตอร์วัทส์
ตอนนี้ฉันต้องการให้สถานที่นี้มีแสงสว่าง
ไม่สำคัญว่าเกิดอะไรขึ้น
เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เราต้องทำ
คือเคลียร์พื้นที่เพื่อเรียนหนังสือ
และฉันต้องการประหยัดพลังงานบางส่วน
เพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะฉะนั้น
เปิดหน้าต่างทุกบานและจากนั้น ก็โยนขยะทั้งหมดออกไปจากโต๊ะเรียน
นามสกุลของพ่อฉันคือเพียริพ
และชื่อคริสเตียนของฉันคือฟิลลิปส์
ตอนเล็กๆ ลิ้นของฉันสามารถทำให้ทั้ง 2 ชื่อ ไม่ยาวเกินไป หรือชัดเจนมากไปกว่าพิพ
ฉันก็เลยเรียกตัวเองว่าพิพ
และก็ถูกเรียกว่าพิพ
ฉันยินดีตอบคำถาม
และถ้าเธอมีคำถาม บางทีเธอ พอจะกรุณาบอกชื่อของเธอกับฉันด้วย
แดเนียลครับ
ยินดีที่ได้พบเธอนะแดเนียล
เราควรจะเรียกคุณว่าป็อปอาย หรือมิสเตอร์วัทส์หรือมิสเตอร์พิพ
คำเหล่านั้นไม่ใช่ของฉันแดเนียล
พวกมันเป็นของมิสเตอร์ดิคเคนส์
คำพวกนั้นฉันคิดว่าสามารถ ทำให้เกิดความแตกต่างในชีวิตของเรา
และพรุ่งนี้
ฉันจะแนะนำให้พวกเธอ ได้รู้จักกับมิสเตอร์ดิคเคนส์
นั่นเป็นชื่อของคนขาว
ไม่มาทิลด้า
ลูกฟังผิดแล้วล่ะ
ป็อปอายเป็นคนขาวคนสุดท้าย ที่อยู่แถวๆ นี้
ไม่มีคนอื่นอีก
แต่มิสเตอร์วัทส์พูดอย่างนี้
นี่ลีโอล่า เธอเคยได้ยินว่ามีคนขาวบางคน ถูกเรียกว่ามิสเตอร์ดิคเคนส์แถวๆ นี้ไหม
ไม่นะแต่ฉันรู้จักคนหัวขี้เลื่อยบางคนนะ
เธอจะเห็นพวกเขาได้ทุกที่
เอาล่ะมาทิลด้า
ถ้าลูกเห็นมิสเตอร์ดิคเคนส์คนนี้
บอกเขาให้มาซ่อมเครื่องปั่นไฟให้เราด้วย
และบอกเขาว่าให้เขามาค้าง ที่บ้านฉันก็ได้นะ ถ้าเขามีข้าว
เธอจะทำอะไรกับสามีคนขาวงั้นเหรอ
มิสเตอร์วัทส์
- มิสเตอร์วัทส์แม่ของหนูเป็น.. - เธอชื่ออะไร
มาเบลค่ะมิสเตอร์วัทส์
ยินดีที่ได้พบเธอนะมาเบล
แม่ของหนูกำลังคิดว่ามิสเตอรืดิคเคนส์ อาจจะมียาแก้ไข้มาลาเรียบ้างหรือเปล่า
พ่อของผมก็อยากได้น้ำมันก๊าด
มีเบียร์บ้างไหมครับ
มิสเตอร์ดิคเคนส์อยู่ไหนคะ
เขาอยู่นี่
ประโยคที่เธอได้ยินเมื่อวานนี้
เป็นประโยคแรกของความคาดหวังอันยิ่งใหญ่
โดยนักเขียนชาวอังกฤษที่ดีที่สุด ในศตวรรษที่สิบเก้าชาร์ล ดิคเคนส์
ตอนนี้เมื่อเธอได้อ่าน งานของนักเขียนที่ยอดเยี่ยม
เธอกำลังได้พบกับคน ๆ นั้น
เพราะฉะนั้นเธอสมารถพูดได้ว่าเธอได้พบ กับชาร์ล ดิคเคนส์ต่อหน้าเพื่อที่จะพูดคุย
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักเขาสักนิดเดียว
เมื่อไหร่เราจะได้รู้จักเขาคะ
ฉันหวังว่าพวกเธอบางคน จะได้รู้จักเขาเมื่อเราอ่านหนังสือจบ
หนังสือเล่มนี้มีห้าสิบเก้าบทและ เราจะอ่านวันละบทเพราะฉะนั้นนั่นคือ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1990
อะไรนะ
เราจะรู้จักมิสเตอรืดิคเคนส์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ปีหน้า
เอาล่ะ ฉันจะเชื่อเธอ
หนูชื่อมาทิลด้า
มาทิลด้า เป็นชื่อที่เพราะมาก
เธอไปได้ชื่อที่เพราะ ๆ อย่างนี้มาจากไหน
คนออสเตรเลี่ยนที่เหมืองมอบมันให้ พ่อมามอบให้แม่มามอบให้หนูค่ะ
ในทำนองเดียวกันเธอสามารถพูดได้ว่า มิสเตอร์ดิคเคนส์ได้รับชื่อพิพจากพ่อของเขา
ใครจะรู้ว่าเธออาจจะมีเหมือนกันก็ได้
เอาล่ะ ใครอยากจะพบกับมิสเตอร์ดิคเคนส์บ้าง
ผมได้สลักคำว่าพีริพซึ่งเป็น นามสกุลของครอบครัวของพ่อของผม
ไว้บนแผ่นศิลาหน้าหลุมฝังศพของเขา และพี่สาวของผม
มิสซิสโจ การ์เจอรี่ คนที่แต่งงานกับช่างตีเหล็ก
ขณะที่ผมไม่เคยเห็นพ่อของผม หรือแม่ของผม
และไม่เคยเห็นภาพใด ๆ เลยของพวกเขา
สำหรับวันเวลาที่ยาวนานของพวกเขา ก่อนวันที่จะถ่ายภาพ
ความเพ้อฝันแรกของผม เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาชอบ
มันดูไม่สมเหตุสมผลที่ได้มาจาก ศิลาหน้าหลุมฝังศพของพวกเขา
รูปทรงของตัวอักษรบนชื่อของพ่อผม
ทำให้ผมได้ความคิดแปลก ๆ ว่า เขามีหน้าเหลี่ยม อ้วนผิวดำกับผมหยิกสีดำ
จากตัวอักษรและข้อความที่จารึก "แด่จอร์เจียน่าภรรยาอันเป็นที่รัก"
ผมวาดภาพแบบเด็กๆ ว่าแม่ของผม หน้าตกกระและไม่แข็งแรง
แผ่นหินหน้าหลุมฝังศพเล็กๆ 5 แผ่น
แต่ละแผ่นห่างกันก้าวครึ่ง
ซึ่งได้รับการจัดเรียงอย่างเรียบร้อย เป็นแถวด้านข้างหลุมศพของพวกเขา...
และเป็นความศักดิ์สิทธิ์ต่อความทรงจำ ของน้องชายทั้ง 5 คนของผม...
คนที่ถอดใจในการพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ มากไปหน่อยในการต่อสู้กับจักรวาลนี้...
ผมเป็นหนี้บุญคุณสำหรับความเชื่อ ที่ผมเลื่อมใสในการยอมรับที่พวกเขา
มีทั้งหมดที่มันเกิดมาพร้อมกับพวกเขา
ด้วยมือของพวกเขา ในกระเป๋ากางเกงของพวกเขา
และไม่เคยทำให้เขาหายเข้าไป ในสภาวะของสิ่งที่มีอยู่จริง
ในเวลานั้น
ผมพบความจริงที่ว่า สถานที่อันเยือกเย็น ที่เต็มไปด้วยต้นตำแยนี้
คือสุสาน
เธอเป็นใคร
แล้วมาทำอะไรที่นี่
ฉันมาหาน้องชายของฉัน
เสียใจด้วย
ฉันไม่เคยรู้จักพวกเขาจริง ๆ
อันที่จริงฉันเคยคิดว่า พวกเขาเกิดมาก็เป็นแบบนั้น
หลังของพวกเขาด้วยมือของพวกเขา ในกระเป๋ากางเกงของพวกเขา
แค่ไม่เคยเอาพวกมันออกมา
ฉันชอบคิดถึงพวกเขาแบบนั้น
อยู่นี่เองเรอะ
หลบเร็ว
- อยู่ตรงนี้นะ - เดี๋ยว
มานี่เลย
- ไม่ อย่าทำผม - ยอมรับมันซะ แล้วอยู่เฉย ๆ
แกมันวายร้ายหรือจะให้ฉันปาดคอแก
No comments yet. Be the first to leave one.