The first 189 lines.
โธ่ อย่าจ้องนักสิครับ
ประหม่านะครับเนี่ย
ก็บอกว่ามันรอบออดิชันแล้วไง
ตลกดีแฮะ
ไม่ต่างจากร้องขำ ๆ เลยแฮะ
ไหน มีใครจะร้องต่ออีกไหม
อาสะจัง
โอเค งั้นเชิญคุณทาคุมิเลย
ถ้าไม่มีมาคิโอะจังอยู่ด้วยหนูก็คง...
ไม่ได้เล่นดนตรีเบาหรอก
ไม่หรอกมั้ง
คนตัดสินใจคือเธอนะ
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนกับใคร ถ้ามันเป็นเรื่องที่ เธออยากทำจริง ๆ ก็ทำตามนั้นไปเถอะ
ถ้าเป็นคุณพ่อกับคุณแม่...
จะพูดว่ายังไงกันนะ
ไม่รู้สิ
ลองคิดดูไหม
ลองจินตนาการดู
ไม่เอาน่า ตัดผมอะไรของลูกเนี่ย
ก็เอาที่อาสะสบายใจเลยสิ
ถ้าเป็นตอนนี้จะพูดว่ายังไงกันนะ
เราไม่รู้...
คำตอบเลยแม้แต่นิดเดียว
อ้อ...
แบบว่า...
โดดเด่นดีนะ
เธอชอบเป็นจุดสนใจเหรอ
ความโดดเด่นสะดุดตา มันมาจากความพยามใช่ไหมล่ะ
การเป็นจุดเด่นเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีคะ
คือแบบ จะว่าไงดี...
จะว่าไม่เข้าก็ไม่เชิง
จะว่าไม่ใช่คาแรกเตอร์ก็ไม่เชิงเหมือนกัน
หา คาแรกเตอร์เหรอ
ช่างหัวมันก็ได้ปะ
เสียใจกับทุกเรื่องเลยละ
ก็ในขณะที่มัวแต่คิดเรื่องแบบนั้นอยู่...
กลายเป็นว่าตัวเราไม่รู้แล้วว่า ตัวเองอยากทำอะไรกันแน่
ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง
ถ้าใครหน้าไหนมันมีปัญหา กับความเด่นของเธอ...
ก็ฆ่ามันซะ
อันนี้เราก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว
ก็อยากใช้ชีวิตต่อไป อย่างทุกข์ทรมานใช่ไหมล่ะ
พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด
เพราะไม่เข้าใจนี่แหละ...
เอาเป็นว่าตัวเรา...
จะร้องแล้วนะคะ
เอ๋ มื้อเที่ยงเหรอ
คงงั้น กินกับแม่ฉันน่ะ
ง่ะ
ก็เลยออกไปข้างนอกสินะ
สนิทกันผิดคาดเลย
งั้นมาเล่นที่บ้านฉันไหม
มีนัดแล้วอะ
โอเค
ว่างจัง
เอ๋
เดินผ่านมาตลอดแท้ ๆ
แต่ไม่เคยเห็นร้านนี้ผ่านตาเลย
แต่ไม่เคยเห็นร้านนี้ผ่านตาเลย
ร้านดีนะคะเนี่ย
ทั้งกว้างทั้งสว่างเลย
ใช่ไหมล่ะ
ร้านไม่ค่อยเงียบสงบเท่าไหร่
แต่ถึงคนจะแน่นก็ยังมีที่นั่งอยู่ดี
แฮมเบิร์กล่อตาล่อใจจริง ๆ
ก็ดีนะ
เนื้อแน่น ๆ เลยละ
เบียร์
ดื่มเบียร์ตั้งแต่หัววันก็ดีเหมือนกันเนอะ
อารมณ์แบบคนดีแตกไง
ร้ายมาก เอาด้วยดีกว่า
ตอนไปเคลียร์บ้าน น่าจะพาอาสะมาแวะร้านนี้แฮะ
ลำบากมากไหม
ก็นิดนึงค่ะ
ใช้เวลาประมาณกี่วันเหรอ
หนึ่งสัปดาห์...
ไม่สิ นานกว่านั้นนิดหน่อยละมั้ง
เหรอ
พอมาคิดดูดี ๆ แล้วตอนนั้นก็ได้ไป ทักทายที่บ้านคุณนาระด้วยสินะคะ
นึกอะไรไม่ออกเลย
ช่างเรื่องนั้นไปเถอะน่า
ช่วงนั้นฉันก็สับสนอยู่เหมือนกัน
แค่ได้เห็นหน้าคุณมาคิโอะ...
ฉันก็ต่อมน้ำตาแตกแล้วละ
เพราะฉันหน้าเหมือนพี่เหรอคะ
แค่เบ้าหน้าน่ะนะ
พอรู้สึกเหมือนคนที่ตายไปแล้ว โผล่มาให้เห็นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย...
ใจมันก็หวิว ๆ ขึ้นมาเลย
ถ้าเป็นตอนนั้นคงจะ แอบกลัวอยู่หน่อย ๆ ละมั้ง
ฉันเองก็...
ลดลงไปเยอะเลยมั้ง
ไอ้ความรู้สึกแบบนั้นน่ะ
ส่วนอาสะ...
อาจจะยังต้องใช้เวลาอีกหน่อยก็เถอะ
อ๊ะ
สวัสดีครับ
โอ้
บังเอิญว่าผมมีนัดพบปะทางนี้พอดีน่ะครับ
เหรอครับ
นาน ๆ ทีผมก็มาเยี่ยมคนที่นี่เหมือนกัน
งั้น...
เรื่องบังเอิญทำให้เราบังเอิญเจอกัน
ก็นะ
ยินดีมากเลยครับที่ชวนมากินข้าวด้วยกัน
ไม่เป็นไรครับ
อาจจะไม่มีครั้งที่สองแล้วก็ได้ครับ
อ๊ะ ผมไม่ได้รังเกียจอะไรนะครับ
ไม่เป็นไรครับ
ผมเข้าใจ
นี่จ้ะ ของคนที่สั่งอาหารชุดประจำวัน
ครับ
ไม่ค่อยชอบแชร์กับคนอื่นแบบนี้
ตอนไปพวกงานกินดื่ม คงลำบากน่าดูเลยนะครับ
ครับ
ตอนนี้ผมทำงานอยู่สำนักงานที่อิสระก็เลยดีไป
แต่สมัยเรียนมหาลัยลำบากพอตัวเลยครับ
อ๋อ มหาลัย
มีงานกินดื่มเยอะด้วยนะครับ
ผมเกลียดพวกที่พูดประมาณว่า "ดื่มเหล้าของฉันไม่ได้รึไง" ที่สุดเลยครับ
เข้าใจเลยครับ
ผมก็เกลียดมากเหมือนกัน ถึงจะดื่มแบบให้มันผ่าน ๆ ไปก็เถอะ
อาจารย์เหมือนจะไม่ชอบ ทำอะไรแบบส่ง ๆ ด้วยสินะครับ
ใช่เลยครับ
แต่ผมก็โกรธทุกครั้งที่โดนทำแบบนั้นใส่ ก็เลยไม่มีใครมาชวนแล้วครับ
ในทางผลลัพธ์ถือว่าดีเลยนี่ครับ
นั่นสินะครับ
ถึงตอนนั้นผมจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ก็เถอะ
แต่ผมก็คิดอยู่เสมอ...
ว่าการถูกเมินจาก "อะไรแบบนั้น"
เป็นโชคดีมากกว่าครับ
ผมเป็นพวกบ้าเรียนที่ไม่อ่านบรรยากาศด้วย
อะไรแบบนั้น...
สิ่งที่คล้าย ๆ พิธีรับศีลจุ่ม ของสังคมผู้ชายน่ะครับ
คนที่เป็นปีสองต้องรู้ตัวอยู่เสมอ ว่าตนเป็นรุ่นพี่แล้ว
ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างเด็กใหม่กับปีสาม
- นี่ โยชิมุระล่ะ - ไม่ใช่แค่การเล่น จงเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิต
- ไม่รู้ - ใส่แรงกายแรงใจให้เต็มที่
แค่นี้ละ
ครับ
จะว่าไป เรื่องของคุณอาสะน่ะครับ
ตอนพบปะกันเมื่อวันก่อน ผมโดนเธอถามคำถามประมาณว่า...
"การเป็นตัวเองที่อยากเป็นต้องทำยังไง" น่ะครับ
เห
ตัวเองที่อยากเป็น...
วัยรุ่นดีนะเนี่ย
แล้วตอบคำถามนั้นไปว่าไงครับ
คือ...
เรื่องนั้น...
ตอบไปว่า "ไม่เข้าใจเลยว่าพูดอะไรอยู่" น่ะครับ
ไม่เข้าใจเลยครับว่าพูดอะไรอยู่
โห แย่ชะมัด
เอ๋ เป็นคำตอบที่แย่เหรอครับ
เปล่า ๆ มันก็แอบตลกอยู่นะครับ
ตลกเหรอ...
ตัวเองที่อยากเป็นเนอะ...
ควรจะตอบยังไงดีครับ
ตัวเองที่อยากเป็น...
งั้นเหรอ...
ตั้งท่าแบบนั้นน่าจะดีรึเปล่านะ
เอ๋
ดูสุขุมเยือกเย็นมากเลยนะครับ
เอ๋
ผมน่ะเหรอครับ
ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น...
เป็นแบบนั้นแหละครับ
ถ้าเป็นงั้นจริงก็ดีแล้วละครับ
ถ้าเห็นเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็แสดงว่า...
ไอ้นั่นละมั้ง
ที่คุณพูดมาเมื่อกี้
อาจเป็นเพราะผมถอนตัว จากไอ้นั่นแล้วก็ได้ครับ
ไอ้นั่นเหรอ
พิธีรับศีลจุ่มของสังคมผู้ชาย
จะว่างั้นก็ได้มั้ง
พอตัดสินใจว่าจะไม่ขึ้นเวทีนั้นแล้ว
จู่ ๆ อะไรหลาย ๆ อย่าง ก็สบายขึ้นมาในทันใดเลยครับ
คนที่ทำเรื่องอันตรายกว่าเป็นฝ่ายชนะ
คนที่ปฏิบัติกับผู้หญิง เยี่ยงสิ่งของได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ
คนที่ทำเรื่องที่สบายกว่า แล้วได้เจอเรื่องที่ดีกว่าเป็นฝ่ายชนะ
ทั้งที่จริง ๆ ตัวเองเกือบจะตาย เพราะแรงกดดันแท้ ๆ
เอาแต่หัวเราะเยาะ แถมยังรู้อยู่แค่นั้น
คิดว่าถ้าร่วงจากจุดนั้นก็เป็นอันจบเห่
ถึงได้ดิ้นรนเกาะมันเอาไว้
ตัวเลือกอื่นก็มีให้เลือกเป็นตั้งเยอะแยะ
ไม่จำเป็นต้องเอาคุณค่าของตัวเอง ไปพิสูจน์ในเกมวัดใจบ้า ๆ นั่นเลยแท้ ๆ
ลูกผู้ชายเขาไม่ร้องไห้หรอกนะ
ถอนตัวออกมาจากจุดจุดนั้น
หนีออกมา
จนรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นมนุษย์สักที
No comments yet. Be the first to leave one.