The first 187 lines.
ผมกำลังเดินจากบ้านไปที่ทำการไปรษณีย์
ที่ห่างไปสามหรือสี่ช่วงตึก
และผมเห็นชายรูปร่างผอม
ยืนอยู่กลางถนน
ผมคิดว่าเขาไม่ใช่คนอเมริกัน
เราแยกคนยุโรปออกโดยดูที่รองเท้า
รองเท้าที่เขาใส่เป็นรองเท้าหนังทันสมัย ไม่ใช่รองเท้าบูทคาวบอย
เขาพูด "คุณอยู่แถวนี้หรือ" ผมบอก "ใช่ แถวนี้"
และเขาบอก "พวกเขากำลังมา
คนอื่นกำลังมาที่นี่"
และเขาบอก "กำลังจะมีปัญหาเกิดขึ้นเยอะ
จะมีคนมาที่นี่เยอะ"
และมันฟังดูไม่น่าเชื่อ
ใครจะคาดคิดได้ว่าเรื่องมันจะเป็นอย่างที่เห็น
แม้แต่ในฝันยังจินตนาการไม่ออกเลย ตอนแรกน่ะครับ
น่ากลัวกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
แอนเทอโลปเป็นเมืองเล็กไกลผู้คน
ค่อนข้างห่างไกลจากทุกสิ่ง
เมืองแอนเทอโลป
เป็นเมืองที่มีคนราว 50 คน
เป็นเมืองเล็กและเงียบ
มีที่ทำการไปรษณีย์
ร้านค้า
อาคารโรงเรียนเก่า
และโบสถ์เก่าที่อยู่ในแอนเทอโลป
แอนเทอโลปเป็นเมืองที่เงียบมาก
ทุกคนในแอนเทอโลปรู้จักกันดี
และทุกคนเข้ากันได้ดีและช่วยเหลือกันและกัน
มีบาร์บีคิวชุมชนและงานเลี้ยงสังสรรค์คริสต์มาส ในชุมชนและกิจกรรมอื่นๆ คล้ายๆ กัน
ส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นกลางที่เกษียณแล้ว
และเจอบ้านที่พวกเขามีปัญญาซื้อ เป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก
พวกเขาจะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ
และเพลิดเพลินกับการอยู่อย่างสันโดษ
มีบทความเล็กๆ ในหนังสือพิมพ์
มีแค่สองสามประโยค
(คนกลุ่มหนึ่งซื้อฟาร์มปศุสัตว์ ขนาดใหญ่ในออริกอน)
พระอาจารย์ของเศรษฐีที่ขับโรลส์รอยซ์
ซื้อฟาร์มปศุสัตว์ในแอนเทอโลป
และผมแค่นึกว่าเป็นเรื่องบ้า
ผมไม่รู้จะพูดอย่างไงดี
พวกเขาซื้อฟาร์มปศุสัตว์บิกมัดดี ที่มีขนาดราว 80,000 เอเคอร์
เนินเขาชัน ขรุขระ สุดลูกหูลูกตา
เป็นพื้นที่ป่าขรุขระ
ที่นั่นไม่มีอะไรเลย
แค่อาคารเก่าเล็กไม่กี่หลังและ ที่ดินมีแต่หิน 60,000 เอเคอร์
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่
เราแค่ได้ยินว่าลัทธิได้ซื้อ
ใช่ไหม ตอนนั้นยังไม่เรียกว่าลัทธิ
- ยัง - ไม่รู้สิ
แค่คนกลุ่มหนึ่งซื้อชุมชนเกษตรกรรม
ซึ่งดูแปลกเล็กน้อย
และทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขาพูดว่า "ผมเป็นเจ้าของฟาร์ม และคนเหล่านี้ก็เข้ามา"
และเขาพูด "คุณทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาไปที่นั่น"
เกิดอะไรขึ้นกัน
โลกใหม่คงกำลังเปิดให้ผมอย่างเห็นชัด
เราสงสัยว่าเป็นใคร
พวกเขามาทำไม
พวกเขาจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน
นี่มันเรื่องอะไรกัน
แล้วพวกเขาก็ปิดถนนรอบบ้าน
ไม่ให้คนอื่นเข้าไป
และเราก็เริ่มสงสัยว่า
"เราบูชาอะไรกันที่นี่"
และจากนั้นไม่นานภควันก็มาถึง
และเราก็ได้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นกันแน่
เพื่อนบ้านผมบางคนที่อยู่ใกล้แอนเทอโลปเห็น
วัสดุก่อสร้างและบ้านเคลื่อนที่ถูกขนเข้า
คันแล้วคันเล่า
เห็นชัดว่าพวกเขาไม่ได้ซื้อที่ไปทำฟาร์ม
มีข่าวลือว่า
เขามีวิสัยทัศน์สร้างเมืองที่มี ประชากร 50,000 คนในทะเลทรายสักแห่ง
และเรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ในเวลาหนึ่งหรือสองสัปดาห์
หลายคนสงสัยว่าพวกเขามีแผนระยะยาว
ไม่มีใครจินตนาการว่า เรื่องจะบานปลายอย่างที่เห็น
ปัจจุบันผมเล่าเรื่องนี้ยังแทบไม่มีคนเชื่อ
เพราะมันเหลือเชื่อเกินจะเป็นไปได้
ใครบางคนจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้
และผมรับประกันได้เลยว่าเมื่อหนังสือออกมา
คนอ่านจะบอกว่าเป็นเรื่องแต่ง
เราไม่รู้ว่าเราจะเจอ
(ลินน์ เอนยาร์ต หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษเอฟบีไอ)
คดีการวางยาพิษที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
คดีการดักฟังที่ใหญ่ที่สุด
และตบตาข้าเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในสหรัฐฯ
ตอนแรกเมื่อพวกเขามาถึงที่นี่ พวกเขาแวะมาแนะนำตัวเอง
และพูดหลักๆ ว่า "เราแค่อยากทำไร่ทำนา
ทำตามความเชื่อทางศาสนาของเรา และเป็นเพื่อนบ้านที่ดี"
และผมว่าคุณพูดได้ว่าปัญหาเริ่มเกิดเมื่อชีลามาถึง
มา อนันดา ชีลาคุมมูลนิธิราจนีช
และเงินหลายสิบล้าน
พระอาจารย์บอกว่า
มา อนันดา ชีลาเป็นเลขาส่วนตัวของภควัน
เธอเลยเป็นโฆษกของเขาด้วย
โดยส่วนตัว ผมว่าเธอจัดการทั้งชุมชน
มา อนันดา ชีลา องครักษ์คนสนิทของภควัน
และผู้นำคนอื่นอีกสิบกว่าคนของชุมชน
กำลังซ่อนตัวอยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนี
เธอพัวพันกับภควันเกือบตลอดชีวิตเธอ
อาจพูดได้ว่าเธอเกิดมาเพื่อทำงานนี้
แต่ที่แน่เธอประจบประแจงจนได้เป็นใหญ่เป็นโต
ที่เธอเป็นผู้แทนที่ได้รับการไว้วางใจอย่างยิ่ง
อัยการประเทศนี้ขอให้รัฐบาลเยอรมันตะวันตก
ส่งตัวมา อนันดา ชีลากลับสหรัฐฯ
ชีลา อดีตเลขาของภควัน ราจนีช
เผชิญข้อหาฉ้อโกงและพยายามฆ่าในออริกอน
เธอมีแผนการและไม่คิดว่าจะมีคนขัดขวางเธอ
ตำรวจรู้ไหมว่าชีลาอยู่ไหนตอนนี้
ตำรวจบอกว่าเธออาศัยในป่าแถวนอกเมืองซูริก
อำนาจมาพร้อมกับการฆ่าคน
ถ้าไม่ฆ่าคน คุณก็อาจรักษาอำนาจไว้ไม่ได้
และนั่นคือชะตากรรมของฉัน
แต่ทำไมคนคนหนึ่งต้องพยายามฆ่าใครบางคนด้วย
เพราะความแข็งแกร่งของเขา
คนต้องการทำลายความแข็งแกร่งของคนคนนั้น
และถึงแม้พวกเขาจะพยายามฆ่าฉัน ฉันก็ยังไม่ตาย
พวกเขายังไม่ได้ทำลายจิตวิญญาณฉัน
ไม่ว่าฉันจะไปไหน ฉันจะมีอำนาจเสมอ
โดยที่ฉันไม่กลัวการถูกประหาร
ฉันถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมชั่วร้ายมากมาย
แน่นอนฉันแค่พยายามก่ออาชญากรรมเหล่านั้น
ปกติฉันประสบความสำเร็จในสิ่งที่ฉันทำ
ฉันเพิ่งพูดตลก
โลกจึงลอบสังหารฉัน
และความเป็นตัวฉันบ่อยครั้ง
ฉันไม่มีอะไรจะสูญเสีย
ฉันต้องเสียอะไรเหรอ
ตอนฉันเจอภควันครั้งแรก
ฉันเป็นเด็กอายุ 16 ปี
พ่อเราบอกว่าเราจะไปหาภควัน
พ่อบอกว่าถ้าเขามีอายุยืนยาว เขาจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สอง
เขามีพระสุรัสวดีบนลิ้นเขา
พระแม่เจ้าแห่งความรู้บนลิ้นเขา
และเราไปอะพาร์ตเมนต์เขา
ฉันนั่งหลังชนผนังด้านหลังกับพ่อฉัน
ห้องนั่งเล่นมีลมยามเช้าเดือนธันวาคมพัดเข้ามา
ผนังเต็มไปด้วยหนังสือ
และ
ฉันเห็นภควันและฉันก็จบแค่นั้น
ภควันเดินมาจากข้างหลังอย่างนั้น
เขามีผ้าคลุมไหล่สีขาว
และโสร่ง และไม่ใส่อะไรข้างใน
หน้าอกเขามีขนเยอะสวยงาม
และจากนั้น ฉันก็พบว่า
น้ำตาฉันร่วงไปตามแก้ม
ฉันเห็นรอยยิ้มและแขนที่เปิดกว้างของเขา
และฉันเดินเข้าอ้อมกอดเขา
และหัวฉันละลายไปหมด
ณ ช่วงเวลานั้น
ถ้าความตายมาเยือน
ฉันจะยอมรับมัน
ชีวิตฉันสมบูรณ์ ชีวิตฉันเติมเต็ม
โรเจอร์และฉันแต่งงานกันในปี 1966
และเราอยู่ทางออสเตรเลียตะวันตก
เป็นเรื่องปกติมากที่คุณจะแต่งงานและมีครอบครัว
สองปีหลังเราแต่งงานกัน เราจึงมีลูกชื่อปีเตอร์
แต่เรามีความฝัน
คนหนุ่มสาว พวกเขาเจอกันและตกหลุมรัก
แต่งงาน มีลูก
มีความสุขตลอดไป
มันไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด
มันต่างไป
ฉันแค้นใจและโกรธ
โรเจอร์กับฉันมีปัญหากันในการแต่งงานของเรา
ฉันจะเก็บกดทุกอย่างไว้
และก็ระเบิดมันออกมา
ฉันแค่พูดกับตัวเอง "ฉันไม่อยากมาที่นี่อีก
ฉันไม่ชอบมัน ฉันต้องทำบางอย่างกับมัน
เพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านอายุน้อยคนหนึ่ง
เคยบอกฉันเกี่ยวกับนักจิตวิทยา ที่กระทรวงสาธารณะสุข
และโรเจอร์มากับฉัน
ฉันประหม่ามาก
ชายคนนี้ออกมาจากอาคารเล็กๆ และเดินมาหาเรา
ฉันไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าเขาสวมเสื้อคลุมยาวสีส้ม
และสร้อยประคำ ฉันไม่สังเกตเห็นด้วยซ้ำ
เขาบอก "เราจะสร้างศูนย์ทำสมาธิที่นี่
ที่นี่ยังเล็กอยู่ แต่เพิ่งจะเริ่มต้น
และเราจะทำสมาธิกัน"
ฉันถาม "สมาธิคืออะไรเหรอคะ"
เราถูกเชิญเข้าไปในอาคารเล็กๆ ที่นั่น
มีคนอื่นอยู่จำนวนหนึ่ง พวกเขาสวมเสื้อผ้าสีส้มเหมือนกัน
และมีรูปภควันขนาดใหญ่มากอยู่ด้วย
ตาสุกใสจริง
เหมือนบ่อน้ำลึก
นักจิตวิทยาปิดตาไม่ให้โรเจอร์และฉันมองเห็น
การทำสมาธิแบบเปี่ยมพลังเป็นการผสมผสานกัน ระหว่างศาสนาฮินดูและจิตบำบัด
เขาบอกเราให้หายใจเร็วและแรงมาก
No comments yet. Be the first to leave one.