The first 200 lines.
อูมิจัง...
ถึงเวลาแล้วสินะ
แน่นอนว่า
เรื่องที่หนูต้องทำคงหมดเท่านี้แล้ว
หนูช่วยคุณแม่ได้แล้ว
หนูได้เจอคุณแม่อีกครั้ง
ได้พูดสิ่งที่อยากพูด
แถมได้ยินคุณแม่ เรียกชื่อของหนูอีกครั้งด้วย
หนูรู้สึก...
ดีใจมากจริง ๆ
เอ๊ะ
เหมือนหนูเริ่มเหนื่อยขึ้นมาแล้ว
อูมิจัง!
ตักของคุณแม่...
น่าคิดถึงจริง ๆ
อูมิจัง
ฉันก็แค่อยากให้เธอมีความสุขเท่านั้นเอง
ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านั้นเลย
ทั้งที่ฉันเป็นแม่ของอูมิจังแท้ ๆ
อืม เพราะแม่เป็นคุณแม่หนู
เพราะหนูเป็นลูกของคุณแม่
ก็เลยพยายามมาได้มากขนาดนี้ไงล่ะ
นั่นสินะ
อูมิจังพยายามเต็มที่จริง ๆ
ทั้งที่...
พยายามตั้งขนาดนั้น
พยายามตั้งขนาดนั้นแล้ว
แต่ฉันก็ไม่อาจชมเธอได้เลย
ทั้งที่อยากเป็นแม่ของอูมิจังแท้ ๆ
ทั้งที่อยากให้อูมิจังเป็นลูกของฉัน...
คุณแม่...
ไม่เอานะ
อย่าไปไหนเลย
ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกันตลอดไป
เพราะว่า
ฉันมีเรื่องที่อยากทำกับอูมิจังเยอะเลย
ไม่ว่าจะทำอาหารด้วยกัน
ออกไปซื้อของด้วยกัน
ไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ และถ่ายรูปเก็บไว้
สร้างความทรงจำดี ๆ มากมาย
นั่งย้อนดูรูปเหล่านั้น และพูดถึงเรื่องในอดีตด้วยกัน
ใช้ชีวิตหน้าร้อนด้วยกันหลาย ๆ ครั้ง
ฉันน่ะ ไม่ต้องการหน้าร้อนที่ไม่มีอูมิจัง
ไม่ใช่แค่หน้าร้อนนะ
แต่ตลอดทั้งปีเลย
ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกันตลอดไป
โธ่... คุณแม่นี่เหมือนเด็กเลยนะ
ไม่แฟร์เลย
หนูพยายามอดทนแล้วแท้ ๆ
หนูเองก็อยากอยู่กับคุณแม่
อยากเรียกคุณแม่ให้มากกว่านี้
อยากให้คุณแม่ สอนทำอาหารให้มากกว่านี้
อยากให้ไปเล่นด้วยกัน
หนูเองก็ยังอยากให้เราอยู่ด้วยกันต่อไป...
คุณแม่ คุณแม่...
คุณแม่คะ หนูรักที่สุดเลย
อูมิจัง
อูมิจัง
คุณแม่
หนูมีเรื่องอยากขอร้องแค่อย่างเดียว
อะไรเหรอ แม่จะรับฟังทุกเรื่องเลย
หนูอยากฟังคุณแม่ร้องเพลง
เพราะหนูยังจำเสียงร้องของคุณแม่ได้อยู่
หนูได้ฟังมาตั้งแต่ก่อนหน้าร้อนนั้นแล้ว
ได้ฟังมาตลอดเลย
หนูได้รับความรักมากมายจริง ๆ
มันช่างอบอุ่นและมีความสุขเหลือเกิน
อยากจะย้อนกลับไปตอนนั้นอีกครั้ง
หนูอยากหลับในอ้อมกอดของคุณแม่
อะไรกัน
ไม่เอานะ
อย่าพูดแบบนั้นสิ
เธอหลับไปจริง ๆ ละก็
อูมิจัง
เธอจะหายไปนะ
อือ...
อืม... เหมือนจะไม่ไหวแล้ว...
อูมิจัง
คุณแม่...
คุณแม่...
ไม่เป็นไรนะ
แม่อยู่ตรงนี้
บทเพลงกล่อมเด็กในเปล
ถูกขับขานโดยนกคีรีบูน
บทเพลงกล่อมเด็กในเปล
เราอยากนอนหลับในอ้อมกอดแบบนี้
ถูกขับขานโดยนกคีรีบูน
ในช่วงที่ยังไม่รู้จักคุณแม่
หลับเถิด หลับเถิดหนา หลับเถิดหนาคนดี
คืนที่คุณพ่อออกไปทำงาน ไม่ได้อยู่ที่บ้าน
หลับเถิดหนาคนดี
ระหว่างที่เราหลับอยู่คนเดียว
เราพอระลึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ได้บ้าง
ผลบิวะห้อยอยู่เหนือเปล
นั่นคือความรู้สึกที่ ได้ถูกโอบกอดอย่างอ่อนโยน
ในอ้อมแขนของใครบางคน ก่อนที่จะเริ่มจำความได้
แกว่งไปมาอย่างแผ่วเบา
หลับเถิด หลับเถิดหนา หลับเถิดหนาคนดี
เราจ้องมองคนคนนั้น
ที่ดูเลือนรางราวกับเงา ด้วยดวงตาที่ยังลืมไม่เต็มที่
หลับเถิดหนาคนดี
ทั้งสัมผัสนั้น และความอบอุ่นนั้น
กระรอกตัวน้อย
เรายังจำได้ดี
เหมือนกับตอนนั้นที่ได้นอนหลับอย่างสบาย
มาเขย่าสายเปลให้
ภายใต้ผืนฟ้าที่เจิดจ้า
หลับเถิด หลับเถิดหนา หลับเถิดหนาคนดี
เราจำได้ราง ๆ
ท่ามกลางความเจิดจ้านั้น
คนคนนั้นทั้งยิ้มและกอดเราด้วย
หลับเถิดหนาคนดี
แถมยังร้องเพลงให้เราฟัง
ในฝันของหนูน้อยที่นอนในเปล
เราเดินทางผ่านหน้าร้อนมาหลายหน
ดวงจันทร์สีเหลืองส่องแสงอยู่
แล้วเราก็ค้นพบ
หลับเถิด หลับเถิดหนา หลับเถิดหนาคนดี
อา...
หลับเถิดหนาคนดี
ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว
สิ่งนี้คือการสูญเสียนี่เอง
สูญเสียอดีตไป
หรือก็คือการสูญเสียตัวตนไป
เหมือนเหตุการณ์ทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น
และเราก็ไม่เคยเกิดมา
เราจะไม่ได้เจออีกแล้ว
ทั้งคุณพ่อ
และก็คุณแม่ด้วย
แต่ก็ไม่เป็นไร
ถึงอย่างนั้นเราก็ ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำแล้ว
ได้เจอคุณแม่...
แล้วก็ได้ใช้เวลาหน้าร้อน ที่สนุกสนานมากมายกับคุณแม่
แถมยัง...
ได้เจอกันในตอนท้ายด้วย
คุณแม่...
บ๊ายบาย
อูมิจัง...
คงจะ...
คงจะสนุกกับหน้าร้อนน่าดูเลยเนอะ
ได้สนุกกับวันหยุดหน้าร้อนไปทั้งชีวิต
และเธอก็ได้สอนทั้งหมดนั้นให้กับฉัน
เธอสอนให้รู้ว่า...
ความทรงจำในหน้าร้อน ก็เป็นสิ่งที่เจิดจ้าขนาดนั้นได้
วันหยุดหน้าร้อนนั้น...
เรากลับไปแก้ไขไม่ได้อีกแล้วสินะ
คิดจะย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้สินะ
ฉันรู้อยู่แล้ว
ว่าจะผูกติดอยู่กับอดีตไม่ได้
แต่ว่า...
แต่ถึงอย่างนั้น
ฉันก็ยังจำได้ดี
วันหยุดหน้าร้อนนั้น มันเป็นหน้าร้อนที่...
สนุกที่สุดสำหรับฉันเลย
อูมิจังทำให้ฉันได้เป็นคุณแม่นะ
ฉันยังจำได้หมด
ไม่อยากลืมมันเลย
อูมิจัง!
เมื่อนานมาแล้ว โลกนั้นไร้ซึ่งสีสันใด ๆ
ในโลกที่เป็นเช่นนั้น มีผีเสื้อปีกสวยงามอยู่ตัวหนึ่ง
ที่ปีกนั้นมีสีสันอยู่มากมาย...
ผีเสื้อได้เดินทางไป ตามสถานที่ต่าง ๆ มากมาย
ผีเสื้อตัวหนึ่งได้มอบ สีสันอันงดงามบนปีกของมัน
ให้กับผู้คนที่ได้พบเจอ ระหว่างการเดินทาง
รู้ตัวอีกที ผีเสื้อที่เคยงดงาม
ข้ามผ่านมหาสมุทรทั้งเจ็ด
ก็ได้กลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ไปแล้ว
ได้ออกผจญภัยที่ไกลแสนไกล
แม้กระนั้นผีเสื้อก็ยังคงเดินทางต่อไป
แค่นี้ก็ดีเลิศเกินพอแล้ว
แม้ปีกจะขาดวิ่น ก็ยังคงบินต่อไป
ไม่มีใครสังเกตเห็นแล้ว ว่ามันเคยเป็นผีเสื้อที่งดงาม
หลังจากที่ฉันได้บอกความปรารถนา
ท้องฟ้าฤดูฝนก็ผ่านพ้นไป
แต่โลกนี้ถูกแต้มด้วยสีสันมากมาย และกลายเป็นโลกที่งดงามขึ้นมาก
หน้ากระดาษแผ่นใหม่ได้เริ่มขึ้น
ในที่สุดผีเสื้อที่กลับสู่บ้านเกิด ก็เอนกายลงอย่างเงียบ ๆ ลงบนดอกไม้
ผีเสื้อพึงพอใจที่ได้พบปะผู้คนมากมาย
ถึงแม้ยังไม่อาจเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้
ก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นหมายถึงการที่เราต้องลืม
ผีเสื้อได้หลับใหลอย่างสงบ
ทุกคนต่างก็พากันโศกเศร้า และน้ำตาไหลเหมือนดั่งสายฝน
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในใจใช่ไหม
อ้าว ยังมีต่อด้วย
ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น
ถ้าใช้แค่คีย์เวิร์ดที่อูมิบอกไว้ เรื่องมันก็จะจบตรงช่วงเมื่อกี้นั่นแหละ
ไม่ว่าใครก็ไม่อยาก ดังนั้นจึงพยายามปกป้องสุดชีวิต
แต่มันเป็นตอนจบ ที่แอบดูเหงา ๆ เนี่ยสิ
ฉันเลยแต่งเรื่องเพิ่มดู
งี้นี่เอง
และเก็บมันใส่ลงกระเป๋านี้
อืม ฉันว่าไม่เลวนะ
เก็บคำสัญญา
เก็บคำสัญญา
เมื่อฝนหยุดตก ผีเสื้อก็กลายเป็นสายรุ้งขนาดใหญ่
เป็นสะพานโค้งที่งดงามมาก
ราวกับโอบอุ้มโลกเอาไว้
ทุกคนแหงนหน้ามองขึ้นไป แล้วต่างก็พูดว่า "ขอบคุณ"
ในอีกไม่ช้า เราจะถึงท่าเรือประมงโทริชิโระ ของเกาะโทริชิโระแล้วค่ะ
ขณะเทียบท่า อาจเกิด แรงกระแทกรุนแรงกับเรือได้
No comments yet. Be the first to leave one.