The first 200 lines.
(สนามบินทัลลามารีน เมลเบิร์น ออสเตรเลีย)
(ในฐานะนักเพาะกาย ที่ทำงานในร้านอาหารเสริม)
(คาลัม วอน โมเกอร์ ถูกขอโดย ชายคนหนึ่ง ที่สนใจจะถ่ายเขา)
(มีการชมวิดีโอหลายล้านครั้ง และได้เปลี่ยน ชายอายุ 23 ปีที่ไร้ชื่อเสียง)
(ให้กลายเป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์ ที่ชื่อดังที่สุดในอุตสาหกรรมฟิตเนส)
ประกาศอีกครั้งสำหรับเที่ยวบินเจจี 678 กำลังขึ้นเครื่องที่ประตู 942
(คาลัมได้ใช้เวลาหกปีล่าสุดในการ สร้างชื่อและแบรนด์ของเขา)
(ตอนนี้เขากำลังเริ่มอาชีพเขา ในฐานะนักแสดงในฮอลลีวูด)
สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ สัญญาณรัดเข็มขัดถูกปิดแล้ว
และคุณเดินในห้องโดยสารได้
พวก แม่เจ้า
เขาตัวใหญ่สุดๆ เลย
ผมคิดว่าคาลัมเป็นคนจริงใจมาก
ถึงแม้จะมีความโด่งดัง ชื่อเสียง... มันไม่เคยทำให้เขาหยิ่ง
เขาเป็นคนถ่อมตัวเสมอ
ต้องโพสท่าคู่กันสองคนเนอะ
ใช่ ยกแขนขึ้นมาเลยพวก
อะไรวะ...
คุณเยี่ยมที่สุดเลย คาลัม
ผมรักคุณ คาลัม
ผมหวังว่าสักวันผมจะเป็นเหมือนคุณ
ทีมวอน โมเกอร์
นี่คือ...
ปลอดภัยที่จะโดดเนอะ
- อย่าโดดนะ - อย่าทำอะไร
- นายจะชนก้นบ่อ - นายจะตาย
อย่ามองนะ
- ผมได้ยินว่านายพาเพื่อนใหม่มาที่ยิม - อ๋อใช่ นั่นคู่หูผม คริส
- เพื่อนใหม่ - ยกกล้ามเป็นไงบ้างแล้ว
ตามที่เสื้อเขียนไว้
โสโครก โสโครกสุดๆ
และถ้ามันไม่โสโครก ผมก็จะออกไปข้างนอก หาฝุ่นหาดิน
มาทาให้มันดูโสโครก
แล้วเรามีแผนอะไรกันล่ะ
ผมก็ไม่รู้จริงๆ
พอคุณได้ยินเรื่องคาลัมสุดบ้า และการผจญภัยของเขา
และอย่างแรกที่เราจะทำ เขาอยากให้ผม ยกเคิร์ลสัก 180 กิโลกรัม
แต่ผมยินดีที่จะลองอะไรก็ได้ งั้นก็รีบเอาแผ่นน้ำหนักมาใส่บาร์
แล้วก็ดูว่าเป็นยังไง
นายรู้สึกมั่นใจไหม
- มั่นใจ - ดูไม่มั่นใจขนาดนั้นนะ
"นายมั่นใจไหม"
- "มั่นใจ" - มั่นใจ
มันไม่ยากขนาดนั้น เราจะลองดูกัน
เราจะเดินไปหา
แล้วเรานับหนึ่ง สอง สาม
- หนึ่ง สอง แล้วก็สาม ยก - สาม ยก โอเค
- พร้อมนะ - พร้อม
หนึ่ง สอง...
โอเค
- ใช้หลังช่วยด้วย - ได้
หนึ่ง สอง สาม
ลองอีกที
หนึ่ง สอง...
- รู้สึกไหม - ไม่ นายโอเคนะ
- นายโอเคนะ - ไม่
บาดเจ็บซะแล้ว
ไว้เจอกันนะ
เจอกันกล้ามหน้าแขน
ใช่ จบเกมเลยทีนี้
- เอาน้ำแข็งไหม - เอา รู้สึกเหมือนมันปริ
เสียงเหมือนมันปริ แล้วก็กระตุก เจ็บจนถึงตรงนี้เลย
ไม่ มันเจ็บ
(กล้ามเนื้อหน้าแขนเขาฉีกขาด และจำเป็นต้องผ่าตัด)
ทุกคนพร้อมไหม
พร้อม
คาลัม นายคิดว่านายเสียน้ำหนัก ไปจากการบาดเจ็บพวกนี้ทั้งหมดเท่าไหร่
กล้ามเนื้อสัก 18-22 กิโลกรัมได้
ครับ
ครับ
(บ้านของคาลัม แคลิฟอร์เนียใต้)
ปีนี้จะเป็นปีที่ท้าทายที่สุด ยากที่สุด
ผมมีอาการบาดเจ็บที่เลวร้าย
มีเรื่องบ้าน เรื่องไฟไหม้
หลายอย่างพยายามทำให้ผม รู้สึกไม่มั่นคงและต้องล้มลง
แต่...
มันไม่ทำให้คุณรุ่งก็ร่วงล่ะ
ครับ
(กันยายน 2017 หนึ่งเดือนก่อนกล้ามหน้าแขนฉีกขาด)
(2016 คลาสสิกเม็นฟิซีก ชนะเลิศ)
มีสาวสองคนอยู่ในห้องด้วย
หลับปุ๋ยเลย
ใช่
สตีฟ โจนส์ติดต่อผมมา ในฐานะโปรดิวเซอร์
พวกเขากำลังทำหนังอิงจากชีวิต ของพี่น้องวีเดอร์
โจและเบ็น วีเดอร์
เขาก็ขอให้ผมเล่นเป็นอาร์โนลด์ตอนหนุ่มๆ
ผมก็ตัดสินใจรับบท และนั่นมีกำหนด
เริ่มถ่ายเดือนพฤศจิกายน
ตอนนี้ผมก็ต้องเริ่มเรียนเรื่องการออกเสียง
และท่องจำบท แล้วก็ดูว่าเป็นยังไงต่อ
ผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ฝึก เพราะตอนนี้มีเรื่องต้องทำเพียบ
และมีคนมาเพียบ และผมยังไม่มีโอกาส ได้ดูบทเลย
เดี๋ยวเราก็เห็นกัน
ผมหวังจะเรียนสัตววิทยาที่มหาวิทยาลัย แต่ว่าผมไม่ถนัดเรื่องวิชาการ
ที่โรงเรียน ผมไม่ได้ตั้งใจพอ
ผมก็เลยเริ่มทำงาน แล้วก็เริ่มรับงาน
และตอนที่ผมทำงานกับ... หลังไกด์ทัวร์เสร็จแล้ว
เด็กๆ ทุกคนก็ชอบเรียนผมว่า "อาร์นี่" หรือ "พี่กล้าม" "คนเหล็ก"
และชื่อเล่นต่างๆ
นายกับฉันไม่มีปัญญาขับรถกลับบ้าน แล้วเจมส์ก็เลยถูกเสนอชื่อให้เป็นคนขับรถ
พาเรากลับบ้าน
ผมมีเพื่อนเดินเข้ามาที่ร้านจีเอ็นซี ที่ผมทำงานอยู่
เขามีความคิดจะทำวิดีโอสร้างแรงบันดาลใจสั้นๆ บนยูทูบ
มันก็ดังเป็นพลุแตก แล้วจู่ๆ ผมก็ได้รับ
ความสนใจจากบริษัทอาหารเสริมในสหรัฐฯ
ติดต่อมาหาผมและหลายคนก็ อยากจะเป็นผู้จัดการผมอะไรงั้น
ผมก็เลยตกลงกับทุกอย่าง
พวกเขาก็ให้ผมบินไปที่สหรัฐฯ เพื่อต่อรองสัญญา
และเรื่องพวกนั้น ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรอยู่
ผมไม่รู้วิธีดูสัญญาด้วยซ้ำ
แต่ผมก็ระวังตัวมากๆ แล้วก็ค่อยๆ คิดไป
สุดท้ายก็ได้รับวีซ่าและผู้สนับสนุน แล้วก็เริ่ม
ตอนแรกที่มาที่นี่ก็ช็อกอยู่
ต้องหารถ หาอะพาร์ตเมนต์ อาศัยอยู่ใกล้ๆ คนอื่น
ผมต้องพูดช้าลง
คนอเมริกันไม่เข้าใจคำพูดในทันที
พวกคำสแลงต่างกัน
แต่ว่ามันน่าตื่นเต้นและสนุก
แต่ผมคิดว่าออสเตรเลียเป็นที่ที่สวยกว่า
ตรงจุดที่ผมโตมา ชายหาดและอื่นๆ สวยกว่าที่นี่ ผมคิดนะ
ตาฉัน
- เขาลัดคิวแม่ - ใช่ เขาลัดคิวฉัน แน่นอนเลย
ใช่...
(ธันวาคม 2016 แองเกิลซี ออสเตรเลีย)
(อินกริด วอน โมเกอร์ แม่)
ฉันมีแค่นี้แหละ เจ้าน้องบ้า
ตอนเป็นเด็ก ก็ไม่ซับซ้อน
ลูกก็เป็นคนสบายๆ ชอบตามพวกพี่ชายไป แล้วก็ตามพวกสัตว์ไป
พวกสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคาลัมมาตลอด
- ครับ - ตลอดเลย
ผมเกิดที่แคสเซิลเมน ในรัฐวิกตอเรียตอนกลาง
ผมอาศัยอยู่ในไร่เล็กๆ ในช่วงเก้าปีแรก
แปดปีแรกของชีวิตผม
โตมาแบบปกติ วิ่งไล่จับไก่ในลานหลังบ้าน
ไปที่บ้านเพื่อน กระโดดน้ำเล่น
พวกกิจกรรมนอกร่มทั้งหมด
เรามีกิจวัตรที่เข้มงวดตอนที่โตมา
เราต้องตื่นมา แล้วขัดรองเท้า หวีผมไปด้านข้าง
แล้วเราก็จะนั่งลงแล้ว ทานมื้อเช้าด้วยกัน
แม่จะทำมื้อเที่ยงให้
แล้วก็ไปโรงเรียน
เราต้องใส่เนคไทเล็กๆ พร้อมเครื่องแบบ
เราไปโรงเรียนที่เล็กมากๆ
มีเด็กคนอื่นอีกสามคน ในระดับชั้นปีผม
และโรงเรียนก็เป็นโบสถ์เก่าๆ
ก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่มาตั้งแต่แรก
แล้วเราก็ย้ายไปแถวชายฝั่ง ย้ายไปแองเกิลซี
ตอนที่ผมอายุราวๆ แปดขวบ
และการโตมาที่นั่นมันเจ๋งมาก
ตอนที่ผมโตขึ้น พร้อมกับเพื่อนๆ ผมก็จะไปที่ชายหาดทุกสุดสัปดาห์
หรือหลังเลิกเรียน วิ่งตามชายหาด ไปชมรมโต้คลื่น
เข้ายิม ออกกำลังกายนิด วิ่งไปที่ร้าน กินอาหารมากมาย
มันเป็นสถานที่ที่ดี เพื่อที่จะอยู่ตอนเติบโต
มีแนวชายฝั่งมากมายไว้ตกปลากับว่ายน้ำ
และอื่นๆ เราก็จะหาวิธี สร้างความบันเทิงให้ตัวเองได้เสมอ
ส่วนมากก็จะวนๆ อยู่กับการกระโดดจาก พื้นที่สูงๆ ลงไปในน้ำ
เรามีวัยเด็กที่ค่อนข้างซนเลย
นายเป็นพวกกล้าเสี่ยงตอนเด็กๆ ไหม จะลองทำอะไรเสี่ยงๆ หรืออื่นๆ ไหม
ไม่ใช่พวกกล้าเสี่ยงมาก ผมแค่พยายาม จะตามพวกพี่ชายให้ทัน
หรือพวกเพื่อนๆ หรือแค่ทำตามคำท้านิดๆ หน่อยๆ
พ่อแม่นายเข้มงวดไหมตอนโตมา
ครับ ผมว่าพวกเขาค่อนข้างเข้มงวด
เราจะโดนลงโทษ ถ้าเราทำตัวไม่ดี
กลุ่มลูกๆ มีกันหกคน ความอดทนก็เลยไม่เยอะมาก
ผมมีน้องสาวหนึ่งคน และมีพี่น้องผู้ชายสี่คน
พี่ชายคนโตแก่กว่าผมหกปี
เขาเงียบๆ กว่าหน่อย ไม่ค่อยก่อปัญหา
นั่นมาร์ลอน และฮาร์ลี่ย์เด็กกว่ามาร์ลอนหนึ่งปี
แล้วก็อเล็กซ์ แก่กว่าผมราวๆ สองปี
ผมก็ไล่ตามเขา พยายามตามเขาให้ทัน
หลายเรื่องที่เขาสนใจ ผมก็สนใจตาม
ชกมวย เพาะกาย
แล้วก็มีน้องชายกับน้องสาวผม
เอ็ดดี้อ่อนกว่าผมราวๆ ห้าปี
เขาก็พยายามจะไล่ตามพวกพี่ชายให้ทันด้วย
บูลเทอร์เรีย
ลูกชายคนโปรดของพ่อ
พี่ชายผมสอนเรื่องคำนั้น ตอนที่ผมยังเด็ก
ความซื่อสัตย์
ผมจำได้ว่ากำลังมีบทเรียนในโรงเก็บรถ
และเขาบอกผมว่าคำนั้นแปลว่าอะไร ตั้งแต่เด็ก ซึ่งมีประโยชน์
และมันก็ชื่อผมมาตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้
แบรนด์ของผมเป็นชื่อผม และตัวผมเอง
ชุดสินค้าของผมส่วนมากก็จะเป็น อุปกรณ์การฝึก เสื้อผ้าการฝึก
มันเป็นวิธีที่เจ๋งและมีเอกลักษณ์ ที่จะเชื่อมต่อกับแฟนๆ และผู้ติดตาม
ทุกอย่างมันมีความหมายอยู่เบื้องหลัง
มันไม่ใช่ของทั่วๆ ไป มันมีคำพูดติดปาก หรือสิ่งที่ผมพูด
หรือสิ่งที่เกี่ยวโยงกับผม
หรือพื้นหลังของผม หรืออะไรแบบนั้น
มันมีหลายส่วนมาก
มีอาหารเสริม มีเสื้อผ้า
มีการแข่งขัน มีโซเชียลมีเดีย
งานนิทรรศการ ยากที่จะเห็นว่าไปทางไหน
ผมจำได้ว่างานพวกนั้นใหญ่มาก ตอนที่ผมเริ่มไปงาน
สนุกมาก
คนเราจะไปงานนิทรรศการกี่ครั้งกัน
ผมเดาว่าก็คงมีคนรุ่นเด็กมาแทนเรื่อยๆ
(เอ เอ็น ที ภัยจำเป็น)
งานแรกผมจำได้ว่าเรามีแถวแค่สั้นๆ
No comments yet. Be the first to leave one.