The first 200 lines.
ศัลยแพทย์ก็เหมือนซูเปอร์ฮีโร่
เพราะเมื่อเราต้องประสบกับปัญหาหนักหน่วง
พวกเขามักจะเป็นคนที่เราหวังพึ่งให้ช่วยชีวิต
จะมีใครซะอีกที่เรายินดีฝากชีวิตไว้
การค้นพบที่ราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์
การปลูกถ่ายอวัยวะ ที่เพาะขึ้นมาในห้องปฏิบัติการบางส่วน
- เปาโล มักเคียรีนี… - เหมือนซูเปอร์ฮีโรเลยก็ว่าได้
เขากำลังทำภารกิจกอบกู้โลก
ชายผู้นำพาปาฏิหาริย์
เรากำลังพยายามสร้างอวัยวะใหม่
เราต้องพัฒนา เราต้องหาวิธีการใหม่ๆ ในการปลูกถ่ายอวัยวะ
เขาเชื่อจริงๆ ว่า เขาสามารถทำให้คนทั้งโลกพ้นทุกข์ได้
ว่ากันว่าเปาโลเคยเป็น…
ศัลยแพทย์ประจำตัวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับองค์พระสันตะปาปา
ถ้ามีรายการคุณสมบัติที่ผู้ชายพึงมี เขานี่แหละ
มีทุกข้อเลย
รู้ไว้ด้วยว่าผมรักคุณ รักมากขึ้นทุกวัน
เขาเป็นคนฉลาด รอบรู้ พูดได้หลายภาษา
รักนะ
แต่ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก
บ้าๆ ไอ้บ้าเอ๊ย!
ทุกคนถูกผู้ชายคนนี้หลอก
ฉันเคยหมั้นกับปีศาจ
เปาโลเป็นสิบแปดมงกุฏตัวจริงเสียงจริง
พวกเราถึงต้องหยุดเขา
เปาโล มักเคียรีนีทำกับคนเหมือนเป็นหนูทดลอง
เธอไอเศษชิ้นเนื้อของตัวเองออกมา
การปลูกถ่ายตับครั้งแรก การปลูกถ่ายไตครั้งแรก
การปลูกถ่ายหัวใจครั้งแรก ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีไหม ก็ไม่
ผมคิดว่านี่คืออนาคต
พอถึงคราวของคนไข้รายต่อๆ ไป ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
คำถามก็คือเขาทรมานคนจนตายหรือเปล่า
เป็นการหลอกลวงครั้งใหญ่สุด ในประวัติศาสตร์การแพทย์
ผู้ชายคนนี้อาจเป็นคนหลอกลวง แต่เขาอาจจะเป็นอัจฉริยะก็ได้
เขาอาจจะกำลังช่วยมนุษยชาติอยู่ก็ได้
ผู้ชายคนนี้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ สุดยอดศัลยแพทย์และคนที่ฉันรักจริงๆ
หรือเป็นนักต้มตุ๋นตัวอันตราย
และฆาตกร
(Bad Surgeon: รักใต้คมมีด)
(รัฐนิวยอร์ก)
ในวงการข่าว มีกฎที่ทุกคนพึงปฏิบัติอยู่
คือจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว กับคนที่เราทำข่าวเด็ดขาด
เพราะนักข่าวต้องรายงานข่าวตามความเป็นจริง
ในการทำรายงานข่าว เราต้องใช้เวลาอยู่กับผู้คนมาก
และต้องใช้เวลากับคนเหล่านั้น ในสถานการณ์ที่ทำให้ใกล้ชิดกัน
ซึ่งเราไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับใคร และมีความสัมพันธ์กันเป็นการส่วนตัว
เพราะมันจะทำให้เราเกิดความลำเอียงขึ้นมา
เพราะงั้นถึงมีเหตุผลว่า ทำไมต้องมีเส้นบางๆ ที่มองไม่เห็นมาคั่นไว้
ก็เพื่อรักษาความซื่อตรงในการรายงานข่าว
แต่น่าเสียดายที่มันไม่เป็นไปอย่างนั้น
(ปี 2013)
ฉันอยากเป็นนักข่าวมาตั้งแต่เด็ก
ตอนเด็กๆ ฉันขี้อายมาก
ขี้อายแบบสุดๆ
ฉันไม่เคยอยากออกกล้องหรืออะไรแบบนั้นเลย
อยากอยู่หลังกล้องมากกว่า
ตอนนั้นหน้าที่การงานฉันกำลังรุ่ง
ฉันรักงานที่เอ็นบีซี
ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องอยากมีความสัมพันธ์เลย
เอ็นบีซีอยากทำข่าวเกี่ยวกับเวชศาสตร์ฟื้นฟู
ซึ่งฉันไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน ไม่รู้เลยว่ามันแปลว่าอะไร
(เวชศาสตร์ฟื้นฟู)
เราเลยค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับหัวข้อนี้ดู
มันคือสาขาทางการแพทย์ที่น่าตื่นเต้น และดูเหมือนจะมีความสำคัญในอนาคต
ที่จุดประสงค์คือการทำให้เรา…
สามารถเปลี่ยนอวัยวะภายใน หรือภายนอกได้ง่ายๆ
จุดประสงค์ก็คือถ้าเราเกิดสูญเสียแขนหรือขาไป หรืออวัยวะใช้การไม่ได้
ก็แค่ไปเปลี่ยนเอาอันใหม่ที่ห้องแล็ป
(ปลูกถ่ายอวัยวะที่เพาะในแล็ปชิ้นแรกสำเร็จ)
(นักวิทยาศาสตร์คนดัง)
มีอยู่ชื่อหนึ่งที่ขึ้นมาบ่อยมากตอนกำลังหาข้อมูล
(เปาโล มักเคยรีนี: ก้าวข้ามขอบเขต)
ชื่อนั้นคือดร.เปาโล มักเคียรีนี
คนเรียกเขาว่าเป็นผู้บุกเบิกในสาขานี้
จากการผ่าตัดครั้งสำคัญ
สู่การค้นพบที่ราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์
วงการแพทย์เฉลิมฉลอง ความสำเร็จครั้งแรกในค่ำคืนนี้
ในเรื่องของการปลูกถ่ายอวัยวะ ที่เพาะขึ้นมาในห้องแล็ปบางส่วน
ศาสตราจารย์เปาโล มักเคียรีนี
ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแคโรลินสกา ในกรุงสต็อกโฮล์ม
ทำการผ่าตัดร่วมกับทีมจากนานาประเทศ
ฉายาของเขาคือศัลยแพทย์มือเทพ
เป็นที่ชื่นชอบและยกย่องสรรเสริญ
มีภาพลักษณ์ที่เกือบจะเหมือนพระเจ้า
อยู่ๆ ชื่อของเขาก็ปรากฏขึ้นมาบนเวทีโลก กลายเป็นหัวข้อข่าว
เพราะการนำเสนอวิธีการรักษาแบบใหม่ โดยการใช้สเต็มเซลล์
คณะศัลยแพทย์ในสวีเดนได้ทำการผ่าตัด ปลูกถ่ายอวัยวะเทียมเป็นครั้งแรกในโลก
ชายอายุ 36 ปี ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ได้รับการปลูกถ่ายหลอดลมใหม่
สิ่งแรกที่เขาทำคือมองหน้าผมแล้วพูดว่า "คุณมันบ้าไปแล้ว"
แล้วเขาก็ถามว่า "ใช่ไหม" ผมก็บอกว่า "ใช่ ผมมันบ้า
แต่นี่คือโอกาสเดียวที่คุณมีอยู่ ณ ตอนนี้"
"แต่อัตราการประสบความสำเร็จมันเท่าไรล่ะ"
ผมก็บอกว่า "ผมไม่รู้"
"ทำไมไม่รู้"
"ก็ผมไม่เคยทำมาก่อน"
(สเต็มเซลล์)
เขาเปลี่ยนหลอดลมโดยใช้หลอดลมพลาสติกแทน
โดยทำการแช่หลอดลมพลาสติก ในสเต็มเซลล์ของผู้ป่วย
หลักการก็คือ
สเต็มเซลล์จะหลอมรวมเข้ากับท่อพลาสติกนี้
ซึ่งจะถูกนำไปปลูกถ่ายในร่างกายผู้ป่วย
หลายๆ บทความเขียนบรรยายถึงเขาว่า เป็นเหมือนพวกนอกรีต
เขาเป็นคนที่ยอมเสี่ยงทำ ในสิ่งที่ไม่เคยมีคนกล้าทำมาก่อน
ยิ่งการผ่าตัดซับซ้อนเท่าไร
ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงเท่านั้น
การปลูกถ่ายตับครั้งแรก การปลูกถ่ายไตครั้งแรก
การปลูกถ่ายหัวใจครั้งแรก…
ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีไหม
ก็ไม่
เราไม่ได้มีลูกแก้ววิเศษที่จะเห็นว่า
อนาคตจะเป็นยังไง
ผมคิดว่านี่คืออนาคต
ฉันก็คิดว่า "อืม ผู้ชายคนนี้กล้าดีแฮะ"
เขาอยากทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดจะทำ
เพื่อช่วยคนที่ไม่มีความหวังหลงเหลืออยู่
ฉันเลยพูดกับทีมงานว่า "เราต้องโทรหาคนคนนี้แหละ"
เราก็เลยจัดแจงนัดพูดคุยกับเขา
ฉันไปกับเพื่อนร่วมงาน
พอฉันเงยหน้า เขาก็เดินเข้ามาพอดี
และมองตรงมาที่ฉันเลย
เราสบตากัน ประสานสายตา และ…
เขาส่งยิ้มให้ฉันนิดๆ แค่ยิ้มมุมปาก แล้วอยู่ๆ ฉันก็…
รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นสาววัยละอ่อน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แค่ชั่ววินาทีเดียว
ความคิดแวบแรกของฉันคือ "ความรู้สึกเมื่อกี้มันอะไรวะเนี่ย"
แล้วความคิดแวบที่สองก็ว่า
"จะอะไรก็ช่าง อย่าไปคิดถึงมันเลย"
ฉันพยายามฝืนสติสตัง จูนตัวเองกลับไปอยู่ในโหมดโปรดิวเซอร์ลุยงาน
แต่ในใจนี่คือกำลังพยายามเรียกสติกลับคืนมา
ตอนนั้นน่าจะหน้าแดงด้วยแหละ
แต่ความรู้สึกคือมันมีอะไรไง พอเราสบตาแล้วเหมือนกับว่า… สปาร์กกัน
ฉันเลยรู้สึกเสียศูนย์ไปในทันที
ข่าวต่อไปคือเรื่องของความน่าทึ่ง เกี่ยวกับเทคโนโลยีสเต็มเซลล์
ที่กำลังจะพลิกโฉมหน้าวงการแพทย์ และช่วยชีวิตผู้คน
หนูน้อยแฮนนาห์ วอร์เรนวัยสองขวบ ไม่มีหลอดลมแต่กำเนิด
มีการรักษาเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
ตอนนั้นดร.มักเคียรีนีกำลังทำเคสของเด็กน้อย
ที่ชื่อแฮนนาห์ วอร์เรน
ซึ่งจะเป็นผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดในโลก
ที่เขาจะทำการแสดงฝีมือรักษา โดยการปลูกถ่ายอวัยวะสุดล้ำสมัยให้
หนูน้อยกินไม่ได้ กลืนไม่ได้
ไม่สามารถทำสิ่งที่เด็กวัยนี้ควรจะทำได้เลย
และใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลมาตั้งแต่เกิด
แต่เป็นเด็กที่สดใสร่าเริงมาก
ทำให้ทุกคนที่ได้เจออดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม
แฮนนาห์เป็นเด็กที่เปี่ยมไปด้วยพลังวิเศษ
เหมือนแสงอาทิตย์ที่สดใส
ขอพ่อจุ๊บๆ หน่อย
พ่อแม่ก็พยายามทุกวิถีทาง
พวกเขาเกือบจะสูญเสียลูกน้อยไปหลายครั้งแล้ว
ท้อจนเกือบจะถอดใจ
จนกระทั่งได้มาเจอดร.เปาโล มักเคียรีนี
- สวัสดีครับ - ขอบคุณมากเลยค่ะ
ฉันคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนชอบเปาโลคือ…
เขาไม่เหมือนศัลยแพทย์ทั่วๆ ไป
เขาทำให้เรารู้สึกว่าเขาใส่ใจจริงๆ
หนูอยากถอดนี่ออกไหม
ทำให้รู้สึกเหมือนเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้
รู้สึกเหมือนเป็นคนที่คิดอยากทำเพื่อเราจริงๆ
เราเลยตัดสินใจที่จะทำข่าวเรื่องแฮนนาห์
และแน่นอนว่าดร.เปาโล มักเคียรีนี เป็นคนสำคัญของเรื่องนี้
เขาจะทำการผ่าตัดในอิลลินอย
ซึ่งเปาโลวางแผนไว้ว่าจะอยู่ที่นั่นหนึ่งเดือน
(พีโอเรีย รัฐอิลลินอย)
ฉันเลยต้องขึ้นไปอิลลินอยหลายเที่ยวเพื่อถ่ายทำ
ตอนที่ถ่ายกับเปาโล เรายังล้อกันเล่นเลยว่า
เขามีความคล้ายจอร์จ คลูนีย์
เพราะเปาโลชอบมอเตอร์ไซค์มาก
เขาชอบขี่มอเตอร์ไซค์
แถมยังดูเท่สุดๆ เวลาขี่
ผู้หญิงหลายคนที่ออฟฟิศก็พากันหลงเสน่ห์เขา
ตอนนั้นเราอยากถ่ายเขาขี่มอเตอร์ไซค์
ก็เลยไปเช่ามอเตอร์ไซค์มาให้เขา
แล้วก็ถ่ายเขาขี่มอเตอร์ไซค์แล่นไปทั่ว
ถ่ายจนเสร็จแต่ก็ยังเหลือ เวลาเช่าอีกสองสามชั่วโมง
เขาก็ถามว่า "ใครอยากซ้อนท้ายบ้าง"
ฉันก็กล้าๆ กลัวๆ
ก็เลยมองไปรอบๆ แล้วถามว่า "มีใครเอาไหม"
ทุกคนก็ว่า "ไม่ละ ไปเลย"
เขาสวมหมวกกันน็อกให้ฉันแล้วก็ค่อยๆ บรรจง…
รัดสายให้พอดีกับหัวฉัน
เพราะฉันทำไม่เป็น
ฉันจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ว่า
มันเหมือนที่ฉันรู้สึกในตอนแรก
ตอนที่เราสบตากันในร้านอาหารที่บอสตัน
รู้สึกเป็นนัยๆ ว่าเขาแอบหยอดเราอยู่
ฉันก็นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปกับเขา
เขาบอกว่า "เกาะให้แน่นๆ นะ เพราะผมขี่เร็ว"
เวลาซ้อนมอเตอร์ไซค์ เราต้องเกาะเอวคนขับอยู่แล้ว
วันนั้นอากาศดีมาก ลมพัดตีหน้า
ฉันก็กอดเอวเขาไว้
ยังจำได้อยู่เลย ฉันมาพูดเล่นกับเพื่อนทีหลังว่า
"ฉันไปซ้อนมอเตอร์ไซค์จอร์จ คลูนีย์มาด้วยนะ"
เราเริ่มออกไปกินมื้อเย็นด้วยกัน ระหว่างพักกองหรือไม่ก็หลังเลิกกอง
แล้วฉันก็ทึ่งมากกับการที่ผู้ชายคนนี้
ศัลแพทย์มือเทพคนนี้
เป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมากๆ และยอมฟังฉันพูดพล่าม
โดยที่ดูสนอกสนใจจริงๆ
หลังจากวันที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เขาไม่นาน
No comments yet. Be the first to leave one.