Explained

Explained

Download Thai Subtitle

Season 2

Release info

S02E01 - NF WEB-DL - STARZ / NTb / ION10
A Commentary by bontoutou
Official Netflix - Works with all WEBRip and WEB-DL - STARZ / NTb / ION10

Tags

Web-DL
web-dl
web
WEB-DL
Published on: 2019-09-26
Downloads: 13
Hearing Impaired: No

Thai subtitle preview

The first 200 lines.

‎ฉันคิดว่าสิ่งที่ดึงดูดอินเดียมาเข้ากลุ่ม

‎ความรู้สึกของการมีจุดประสงค์ร่วมกัน

‎กลุ่มดังกล่าวคือเน็กเซียม

‎และจุดประสงค์ร่วมกันของกลุ่ม ‎คือการพัฒนาตัวเอง

‎ด้วยวิธีที่ผ่านการจดสิทธิบัตร ‎ที่เรียกว่า "การสอบถามด้วยเหตุผล"

‎เพื่อ "ความสำเร็จในการบริหาร"

‎ผู้นำของกลุ่มคือชายชื่อ ‎คีธ ราเนียรี่

‎แต่คำกล่าวอ้างที่ว่าราเนียรี่ ‎เป็นผู้ที่มีไอคิวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

‎การที่ลูกศิษย์ต้องโค้งคำนับ ‎รูปภาพของเขาบนกำแพง

‎ทั้งยังต้องเรียกเขาว่า "ท่านผู้นำ"

‎ทำให้แคทเทอรีนตกใจ

‎สุดท้ายแล้ว อินเดียมาหาฉัน

‎บอกว่า "แม่ กลุ่มนี้แหละใช่เลย"

‎และฉันอ้าปากค้าง ฉันช็อกไปเลย

‎สุดท้ายแล้วอินเดียก็บริจาคเงิน ‎หลายแสนดอลลาร์ให้เน็กเซียม

‎และถูกลากเข้าไปสู่เรื่อง

‎ที่ร้ายแรงกว่า ‎ "ความสำเร็จในการบริหาร" มาก

‎มีคนโทรมาหาฉัน

‎เธอบอกว่าในเน็กเซียม

‎ก็มีกลุ่มลับอยู่

‎และนั่นคือครั้งแรกที่ฉันได้ยินคำว่า "ดอซ"

‎ "ดอมินัส ออบซิเควียส ซอรอเรียม"

‎มันถูกโฆษณาว่าเป็นกลุ่มให้อำนาจแก่ผู้หญิง ‎แต่ว่า...

‎นั่นเป็นภาษาละติน แปลว่า ‎ "เจ้านายเหนือทาสผู้หญิง"

‎แล้วยังบอกอีกว่ามีการประทับตราผู้หญิง

‎การประทับตราเป็นส่วนหนึ่ง ‎ในพิธีเข้าร่วมดอซ

‎สมาชิกใหม่จะถูกปิดตาไว้

‎ถูกสั่งให้ถอดเสื้อผ้า

‎แล้วก็ให้นอนบนเตียงนวด

‎ผู้หญิงอีกสามคนจะกดขาและไหล่ ‎ของสมาชิกใหม่ลง

‎สมาชิกใหม่จะถูกสั่งให้พูดว่า

‎"นายท่าน โปรดประทับตราฉัน ‎โปรดสงเคราะห์ฉันที"

‎เขาบอกพวกผู้หญิงว่า ‎ตราประทับคือสัญลักษณ์แทนธาตุต่างๆ

‎แต่ที่จริงคือตัวย่อ ‎ของชื่อคีธ ราเนียรี่

‎ในอดีตที่ผ่านมา มีกลุ่มที่เหมือนเน็กเซียม ‎มากมายหลายพันกลุ่ม

‎กลุ่มที่มักถูกเรียกว่า "ลัทธิ"

‎แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้จำนวนที่แน่นอน

‎เพราะลัทธิส่วนมาก ‎ยืนกรานว่าตนไม่ใช่ลัทธิ

‎และสมาชิกส่วนใหญ่ ‎ก็ไม่รู้ตัวว่าตนสังกัดลัทธิอยู่

‎แล้วอะไรทำให้กลุ่มคนกลายเป็นลัทธิ

‎และทำไมบางกลุ่มถึงทำให้คนธรรมดา

‎ทำสิ่งที่เลวร้ายได้

‎ข้าจักเป็นพระเจ้า ‎และจักไม่มีพระเจ้าองค์อื่นเคียงข้างข้า

‎(ผลงานซีรีส์สารคดีจาก NETFLIX)

‎เราอยากจะแบ่งปันความรู้นี้กับทุกคน

‎เรารู้สึกว่าใช้วิธีการใดก็ได้ที่จำเป็น

‎เพราะเราคือทายาทสวรรค์

‎และพระเจ้ารู้ว่าเราทำไปทำไม

‎วาโกจะไม่ยอมให้ความร่วมมือแก่เอทีเอฟ

‎ถ้าคุณยังดึงดันจะบุกต่อ ‎ก็ต้องมีคนเจ็บตัว

‎เขาบอกให้คุณละทิ้งครอบครัว ‎ละทิ้งตัวตนเก่าของคุณ

‎ทางรอดเดียวของคุณ ‎คือไปกับพวกเรา

‎(ลัทธิคลั่ง)

‎ความรักคือยารักษาบรรเทา

‎ในยุคนั้น พีเพิลส์ เทมเพิล ‎แตกต่างจากกลุ่มอื่น

‎ในกลุ่มมีทั้งคนผิวดำ คนผิวขาว ‎อเมริกันอินเดียน และฮิสแปนิก

‎เราล้วนเข้าร่วม เพราะมีความคิดไร้เดียงสาว่า

‎"โอเค จิมบอกว่าเขาอยากได้ยูโทเปีย ‎ฉันอยากได้ยูโทเปีย"

‎เราคิดว่าเรากำลังเข้าร่วมขบวนการ ‎เพื่อทำให้โลกดีขึ้น

‎แต่สิ่งที่พวกเขาเข้าร่วมกันจริงๆ

‎กลับเป็นสิ่งที่ทำให้โลกได้รู้จัก ‎กับลัทธิสมัยใหม่

‎ขอบคุณนะที่รัก

‎ปลายทศวรรษ 1970 ‎จิม โจนส์ผู้นำกลุ่ม

‎นำผู้ติดตามเกือบหนึ่งพันคน

‎จากพีเพิลส์ เทมเพิล ในแคลิฟอร์เนีย ‎ไปยังป่าในกายอานา

‎เพื่อสร้างโจนส์ทาวน์

‎เขาโฆษณาว่าเป็นยูโทเปียที่พึ่งพาตนเองได้

‎ไม่มีความรุนแรง ไม่มีการเหยียดเชื้อชาติ ‎ที่ระบาดหนักในอเมริกา

‎ทุกคนมีความสุขที่นี่ไหม มีความสุขไหมทอม

‎ครับ

‎ทุกคนที่นี่มีความสุข ‎แค่มองดูก็รู้

‎แต่ญาติที่เป็นกังวล ‎เริ่มกดดันเจ้าหน้าที่

‎ด้วยใบปลิวว่าด้วยเหตุร้ายที่โจนส์ทาวน์

‎บอกว่าโจนส์ใช้ "การล้างสมอง"

‎ถึงขนาดจัด "การซ้อมฆ่าตัวตายหมู่" ‎เพื่อฝึกให้พวกเขา "พลีชีพ"

‎ลีโอ ไรอั้น ส.ส.จากแคลิฟอร์เนีย ‎บินไปที่กายอานาเพื่อสืบสวน

‎และไม่ได้กลับมาอีกเลย

‎สายไปแล้ว

‎(เสียงจิม โจนส์)

‎ส.ส.คนนั้นตายแล้ว ‎สภาตายแล้ว

‎ถ้าเราอยู่อย่างสงบไม่ได้ ‎งั้นมาตายอย่างสงบดีกว่า

‎ภาพของผู้เสียชีวิตเกือบหนึ่งพันคน

‎การฆาตกรรมและฆ่าตัวตายหมู่ ‎ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

‎ทำให้คนทั้งโลกหวาดกลัว

‎สมาชิกลัทธิที่เชื่อทุกสิ่งที่จิม โจนส์พูด

‎ได้ฆ่าตัวตาย

‎บางคนโดนยิงตาย ‎แต่ส่วนมากดื่มยาพิษตาย

‎มีขวดโพแทสเซียมไซยาไนด์เปล่าๆ อยู่

‎ครอบครัวดื่มยาพิษไปด้วยกัน

‎ในหมู่ศพก็มีศพของผู้ก่อตั้งผู้บ้าคลั่ง

‎บาทหลวงจิม โจนส์

‎โจนส์บอกพวกเขา

‎ "ถึงเวลาแล้วที่เราจะไปพบกันในชาติภพหน้า"

‎กลุ่มที่เรียกว่าลัทธิ

‎นำโดยผู้นำที่มีเสน่ห์

‎พร้อมความเชื่อแบบสุดโต่ง ‎และผู้ติดตามที่บ้าคลั่ง

‎มีอยู่ในเกือบทุกประเทศทั่วโลก

‎แต่ความเสียหายขนาดที่เกิดขึ้นในโจนส์ทาวน์

‎ทำให้คำว่า "ลัทธิ" ‎มีความหมายใหม่อันน่าสยดสยอง

‎และผลักดันให้นักสังคมศาสตร์ในสหรัฐฯ

‎ติพิมพ์งานวิจัยที่พยายามจะให้นิยาม

‎ว่ากลุ่มที่เป็นอันตรายเหล่านี้ ‎มีอะไรร่วมกัน

‎นักวิจัยสรุปว่ามี ‎ลักษณะร่วมกันสามประการ

‎ลัทธิเป็นกลุ่ม ‎หรือขบวนการทางสังคม

‎ที่นำโดยผู้นำที่มีเสน่ห์

‎ที่เป็นเผด็จการ

‎และต้องการให้สาวก ‎บูชาตนเยี่ยงเทพเจ้า

‎เราถูกสอนให้เชื่อว่า ‎คำพูดของเขา

‎คือพระวจนะของพระเจ้า

‎ใน "ชุมชน" อย่างที่เราเรียกกัน

‎เขาคืออำนาจของพระเจ้า

‎ส่วนประกอบหลักที่สองของลัทธิ

‎ในกลุ่มจะมีโครงการปลูกฝังความเชื่อ

‎บางครั้งเรียกว่า "การปฏิรูปความคิด"

‎หรือการควบคุมจิตใจ

‎มันเหมือนว่าคัมภร์ไบเบิล ‎เป็นระบบปฏิบัติการ

‎แล้วเขาก็เอาโปรแกรมต่างๆ ของเขา ‎ไปใส่ไว้เพิ่ม

‎แล้วผู้คนก็ยอมรับมันกลายๆ

‎เพราะพวกเขายอมรับในไบเบิล ‎ก็เลยไม่ควรกังขาไบเบิล

‎พวกเขาก็เลยต้องเชื่อมัน

‎มันมีการฉวยผลประโยชน์

‎ไม่ว่าจะทางเพศ ทางการเงิน

‎มีการฉวยผลประโยชน์จากสมาชิก

‎เมื่อไหร่ก็ตามที่ซัน มยุง มูน ‎ต้องการตัวพ่อแม่ของผม

‎ให้ไปทำภารกิจหรือทำอะไรบางอย่าง

‎ความต้องการของผู้นำลัทธิ ‎ย่อมต้องมาก่อนลูกๆ

‎แบบว่าพ่อผม...

‎ตอนที่ผมยังเด็ก พ่อแทบไม่ได้อยู่ติดบ้านเลย

‎แต่คำนิยามลัทธิเช่นนี้ ‎กลับมีปัญหาเล็กๆ อยู่ข้อหนึ่ง

‎มันเป็นการตัดสินจากคุณค่า ‎มากกว่าเป็นคำที่นำไปใช้ได้เลย

‎ศาสดาของศาสนาหลักๆ ทุกศาสนา ‎ถือว่าเป็นผู้นำที่มีเสน่ห์ได้

‎จริงๆ แล้ว มุกตลกที่ใหญ่ที่สุด ‎ในวงการศาสนศึกษา

‎คือ "ลัทธิบวกเวลา เท่ากับศาสนา"

‎คำว่า "คัลท์" มาจากภาษาละติน "คัลทัส"

‎ซึ่งแปลว่า "การไถดินหรือเพาะปลูก"

‎และในยุคโบราณ คำนี้ก็ใช้เพื่ออธิบาย

‎การบูชายัญ เครื่องสังเวย และอนุสาวรีย์ ‎ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เหล่าทวยเทพพอใจ

‎ในเวลาต่อมา ‎มันแปลว่าศาสนานอกรีตทุกศาสนา

‎จักรวรรดิโรมันเรียก ‎ศาสนายูดาห์ว่าเป็นลัทธิ

‎บางคนเรียกศาสนาอิสลามบางนิกาย ‎ว่าเป็นลัทธิ

‎ในทุกวันนี้ นักวิชาการส่วนมากชอบใช้คำว่า ‎"ขบวนการศาสนาใหม่" หรือ "เอ็นอาร์เอ็ม"

‎หลายขบวนการก็เกิดขึ้นมา ‎ไม่ได้เพื่อฉวยประโยชน์ผู้ติดตาม

‎แต่เพื่อช่วยให้พวกเขารอด ‎เมื่อต้องเผชิญกับภัยภายนอก

‎ความรู้สึกของการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน ‎ถูกโจมตีจากโลกภายนอก

‎และหนทางเดียที่จะกอบกู้ตัวตนของคนคนหนึ่ง

‎คือการมารวมตัวกันภายใต้การนำ ‎ของผู้มีอำนาจที่มีเสน่ห์

‎แล้วก็สร้างตัวเองใหม่หมดจด

‎เยซูชาวนาซาเร็ธมีชีวิตอยู่

‎ในช่วงที่มีความปั่นป่วน ‎ทางการเมืองและสังคมมากที่สุด

‎ในประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลาง

‎คงพอเห็นภาพนะครับ

‎และพระเยซูก็เป็นผู้มาโปรดผู้หนึ่ง ‎จากนับสิบราย

‎ที่เรารู้จัก

‎ขบวนการศาสนาใหม่ต่างๆ ถือกำเนิดขึ้น ‎เพื่อช่วยให้มนุษย์ผ่านพ้นช่วงที่ปั่นป่วน

‎ในอดีตที่ผ่านมา

‎ในยุโรป มีขบวนการศาสนาใหม่มากมาย ‎เกิดขึ้นในยุคเรอเนสซองซ์

‎เพื่อเป็นการโต้กลับศาสนากระแสหลัก

‎ในอินเดีย กลุ่มศานาเหล่านี้ ‎เติบโตมาจากความปั่นป่วนในสังคม

‎จากการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเกษตรกรรม

‎และเพื่อตอบโต้การล่าอาณานิคมของอังกฤษ

‎แต่มีอยู่ประเทศหนึ่ง ‎ที่อ้าแขนรับศาสนาใหม่ๆ

‎ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศมา

‎ย้อนไปยังทศวรรษ 1600

‎อาณานิคมอเมริกันขึ้นชื่อ

‎ว่าเป็นแหล่งพักพิงที่ปลอดภัย ‎สำหรับผู้เชื่อในศาสนาสุดโต่ง

‎ซึ่งมีพื้นที่เล็กๆ ในอเมริกา

‎ที่ถูกยึดเป็นที่เฉพาะ ‎สำหรับศาสนาใหม่ที่แรงกล้านี้

‎ที่ดินผืนหนึ่งที่ยาวจาก ‎อัลบานีถึงบัฟฟาโล

‎เรียกว่า "เขตเบิร์นโอเวอร์"

‎เขตเบิร์นโอเวอร์กลายเป็น ‎จุดกำเนิดของนิกายมอรมอน

‎ของนิกายเซเวนต์เดย์แอดเวนทิสต์

‎ของเจตนิยม

‎และการเคลื่อนไหวทางสังคม การเมือง ‎และศาสนา อีกมากมายหลายรูปแบบ

‎เมื่อคุณเข้าไปข้องแวะกับศาสนาเหล่านี้

‎ก็ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ‎ความเป็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

‎เจมีม่า วิลคินสัน เป็นหนึ่งในศาสดา ‎จากพื้นที่นั้น

‎เธอป่วยเป็นไข้รากสาดน้อยจนเกือบตาย ‎แต่ก็รอดมาได้

‎เพื่อที่จะประกาศว่าตัวเธอ ‎เป็นพระจิตกลับชาติมาเกิดใหม่

‎ชื่อว่า "เพื่อนสากลสาธารณะ"

‎มันคงเป็นครั้งแรก

‎ที่ชาวอเมริกันส่วนมากได้เห็น ‎ผู้หญิงมาเทศนาหรือพูดในที่สาธารณะ

‎เหตุการณ์เช่นนี้

‎ที่ผู้คนรู้สึกว่าได้ฟังพระวจนะของพระเจ้า ‎รู้สึกว่าพระเจ้าเสด็จลงมา

‎โดยเนื้อแท้แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนา

‎รูปแบบเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‎และแพร่กระจายออกไปนอกเขตเบิร์นโอเวอร์

‎ไปยังนครนิวยอร์กในช่วงทศวรรษ 1930

‎ที่ซึ่งคนนับหมื่น ‎ถือว่าชายที่ชื่อว่า "หลวงพ่อดีไวน์"

‎เป็นพระเจ้าเดินดิน

‎ถึงมวลมนุษยชาติ ข้ากำลังถ่ายทอดอยู่

‎เราต้องเข้าใจก่อนว่าหลวงพ่อดีไวน์

‎เป็นผู้บุกเบิกคนแรกๆ ‎ของขบวนการสิทธิพลเมือง

‎ผู้ติดตามยุคแรกๆ ของหลวงพ่อดีไวน์

‎มีส่วนร่วมในการประท้วง ‎และการล่ารายชื่อ

‎และแคมเปญการเขียนจดหมาย ‎ที่ยืนหยัดในเรื่องสิทธิพลเมือง

‎ในช่วงเวลาที่การเรียกร้องเรื่องนั้น ‎เงียบมากๆ ในวิถีชีวิตคนอเมริกัน

‎แต่การเรียกร้องนั้นก็ขยายตัว

‎และเริ่มต้นยุคใหม่ ‎ของความวุ่นวายทางสังคม

‎ด้วยความตึงเครียดระหว่างเชื้อชาติ ‎ที่กลายเป็นความรุนแรง

‎และการลอบสังหารทางการเมือง ‎ครั้งแล้วครั้งเล่า

More Thai subtitles for Explained

Comments

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left