Brené Brown: The Call to Courage

Brené Brown: The Call to Courage

Download Thai Subtitle

Release info

Brene Brown The Call to Courage 2019 WEBRip x264-ION10
A Commentary by nenneides

Tags

webrip
web
x264
BRip
Published on: 2019-08-27
Downloads: 36
Hearing Impaired: No

Thai subtitle preview

The first 200 lines.

‎เธอใช้เวลา 20 ปี ศึกษาเรื่องความกล้าหาญ

‎ความเปราะบาง ‎ความอับอายและการเข้าถึงใจ

‎เขียนหนังสือขายดีอันดับหนึ่ง ‎ของนิวยอร์กไทมส์ห้าเล่ม

‎ผู้พูดเท็ดทอล์ก ‎ซึ่งติดอันดับทอล์กที่มีผู้ชมมากสุด

‎โปรดต้อนรับ เบรเน บราวน์

‎สวัสดี!

‎สวัสดี!

‎สวัสดี!

‎โอ้ พระเจ้า สวัสดี!

‎สวัสดี ทุกท่าน

‎สวัสดี!

‎เป็นไงกันบ้างคะ

‎ขำดีค่ะ ตอนอยู่หลังเวที เจ้าหน้าที่ว่า

‎"ช่วยเก็บกระเป๋าให้ดีไหมคะ" ‎ฉันว่า "ไม่"

‎สไตล์เท็กซัสน่ะ

‎ที่คุณต้องยึดกระเป๋าฉันไว้ พร้อมแผนสำรอง

‎ฉันก็ไม่แน่ใจตัวเอง ‎ว่าจะทำได้หรือไม่ กระทั่งมายืนหน้าเวที

‎ฉันมีความสุขมากที่ได้พบทุกท่านคืนนี้

‎ขอบอกตามจริงเลยนะ

‎พอยิ่งแก่ ฉันยิ่งตระหนักว่า เวลาเป็นทรัพยากร

‎ที่สำคัญ มีค่า และไม่อาจหวนคืน

‎จริงหรือไม่คะ

‎ใช่

‎ขอบคุณที่สละเวลามากันในคืนนี้

‎ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ

‎เราจะได้สนุกร่วมกัน

‎คุยกันเรื่องหนักๆ ขำกันเบาๆ

‎และหวังว่าจะได้เรียนรู้กันและกัน

‎ฉันยังขำตลอดตอนฟังแนะนำประวัติ

‎ที่ว่า "เธอศึกษาความอับอาย

‎การเข้าถึงใจ ความกล้า ความเปราะบาง

‎คงคิดกันไม่ถึง ‎ว่ามันมีประโยชน์กับชีวิตฉันแค่ไหน

‎จริงๆ ไม่ใช่แค่ในเรื่องงาน แต่ในชีวิตด้วย

‎เพราะ มีกี่คนที่รู้...

‎ฉันรู้จักคุณบางคน เลยรู้ว่าพวกคุณรู้จักฉัน

‎แต่มีกี่คนที่รู้ว่าฉันเก็บตัวสุดๆ

‎ค่ะ

‎คนเก็บตัวอยู่ตรงไหนกันบ้างคะ...

‎มันสะดวกกับฉันมาก ‎ตอนเดินทาง เพราะต้องนั่งข้างคนอื่น

‎บางทีฉันก็มีอารมณ์อยากคุย บางทีก็ไม่

‎พอมีคนถามว่า "คุณทำงานอะไร"

‎เวลาฉันขี้เกียจคุย ก็ตอบ

‎"ศึกษาความอับอาย คุณล่ะ"

‎พวกเขาก็... ก็แบบว่า...

‎เมื่อไม่นานมีเรื่องขำมาก เพราะฉันตอบ

‎"ฉันศึกษาเรื่องความกล้ากับความเปราะบาง" ‎ชายคนนั้นแบบว่า

‎"โอ้ ขั้วตรงข้ามของสเปกตรัม"

‎นาทีนั้นคุณเริ่มคิด

‎"ควรคุยต่อหรือไม่ควร"

‎ฉันตอบว่า "ไม่ จริงแล้วคือพวกเดียวกัน

‎ความกล้าน่ะ คุณกล้าหาญจริงๆ ไม่ได้ ‎ถ้าไม่มีใจที่เปราะบาง"

‎เขาก็ "หา! ไม่จริง มันคนละขั้ว"

‎ตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไม ‎มันถึงเป็นเรื่องซับซ้อนสำหรับบางคน

‎ฉันเองใช้เวลา 20 ปี ‎เพื่อพิสูจน์แย้งว่าต้องเปราะบางเพื่อกล้าหาญ

‎แต่จริงแล้ว...

‎ฉันได้เห็นภาพมันชัดขึ้น

‎ตอนเราเริ่มเลือกปกของแดริง เกรตลีย์

‎ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกที่ฉันเขียน ‎เรื่องความกล้าหาญและความเปราะบาง

‎ฉันบอกทีมงานว่า

‎"เอาแบบให้เข้าถึงจิตวิญญาณ...

‎ของความเปราะบางและความกล้า

‎ที่เราต้องออกไปเผชิญจริงๆ"

‎พวกเขาว่า "ทำเสร็จแล้ว

‎อยากเห็นปกไหม"

‎ฉันก็ "อ้อ ดี อยากเห็นปกจัง"

‎พวกเขาเลยส่งปกมาให้ดู

‎ฉันตั้งชื่อปกนี้ว่า ‎"คนขาวบนเส้นลวด"

‎ฉันคิด "ฉันไม่ซื้อแน่เล่มนี้"

‎ไม่รู้เลยว่าจะมีแบบไหนตามมา

‎อันนี้เกือบได้เป็นปกแดริง เกรตลีย์

‎จริงๆ เลย เพราะ...

‎ฉันติดต่อกลับไปว่า ‎"ไม่น่าจะเข้าท่านะ

‎ไม่อยากให้มีคนขาวมาอยู่บนหน้าปก จบนะ"

‎โดยเฉพาะกับกระเป๋าเอกสารยุค 80

‎จากนั้นฉันได้รับอีเมลบอกว่า...

‎"ปกนี้เลย เราทุกคนชอบ"

‎ฉันแบบ "โอ้ อะไรกัน...

‎อย่ามาใช้กองทัพไร้ตัวตนกับฉันนะ

‎ฉันนักวิจัยความอับอาย

‎อย่ามาแบบ "เราทุกคนชอบ" ใส่ฉัน

‎ไม่งั้น จะซักไซ้ให้น้ำตาเล็ดเลย

‎ใครกันเหรอ "เรา"

‎พกใครมาด้วยรึเนี่ย เล่นโกงน่ารังเกียจ

‎อย่าอ้าง "เรา" แค่ "ฉันชอบ"

‎ฉันเลยคิด "พระเจ้า 'เราทุกคนชอบ

‎เราทุกคนเอาอันนี้ เราทุกคนตื่นเต้น

‎เราทุกคนสนับสนุนปกนี้'"

‎พอเข้าใจใช่ไหม

‎ฉันจะทดสอบพลังเห็นใจพวกคุณนะ

‎ถ้าพวกคุณเห็นอกเห็นใจจริงๆ

‎ต้องไม่มีเสียงหัวเราะ

‎ฉันแบบ "อะไรเนี่ย"

‎โอเค คืองี้นะ

‎เหมือนผู้หญิงทุกคนที่เกิดในประเทศนี้

‎ฉันต้องรับหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์ตัวเอง

‎และฉันทำ

‎จนถึงจุดที่เป็นอันตรายแล้ว ‎ฉันยังชื่นชอบตัวเอง

‎ฉันยังพอใจกับทุกอย่าง จริงไหม

‎ดีทีเดียว

‎ใช่

‎แต่โอกาสที่ชื่อฉัน

‎จะไปอยู่ใต้ก้นช้าง

‎บนหน้าปก มันคือศูนย์

‎ศูนย์ โอกาสเป็นศูนย์ ไม่มีทาง

‎ดูเหมือนบ้าไปแล้วใช่ไหม

‎แบบ "นี่คือแนวคิดที่พวกเขาพยายามจะ..."

‎แต่อยากให้พวกคุณดู

‎เล่มนี้ได้รับการแปลเป็น 32 ภาษา

‎อยากให้ได้ดูปกจริงบางประเทศ

‎เพื่อดูแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์

‎ของความกล้าหาญกับความเปราะบาง

‎ฉบับภาษาเกาหลี เล่มจริงของแท้

‎เรื่องที่ขำสุดคือ

‎มันวางอยู่บนโต๊ะครัวที่บ้านฉัน

‎ตอนลูกสาวกับเพื่อนๆ ‎กลับมาจากโรงเรียน ม.ปลาย

‎เพื่อนลูกบอกว่า

‎"โอ้ ตายจริง แม่เธอรู้จักจอห์นนี เดปป์ด้วยรึ"

‎ซึ่งฉันไม่รู้จัก

‎โอเค ฉันรักชาวสวีเดนมาก

‎จริงๆ เลย ฉันรักคนสวีเดน

‎แต่พวกเขาทำปกที่เศร้าสุดในโลกนี้เลย

‎โอเค

‎ทำไมถึงทำไปได้ โดยไม่ตั้งใจ

‎เพราะนี่เป็นสัญลักษณ์สากล ‎สำหรับการทารุณและทอดทิ้ง

‎แล้วก็...

‎ยังมีปกที่

‎จี้ใจดำฉันเรื่องกีฬาแข่งเรือคายัค

‎เพราะฉันชอบพายเรือคายัค ชอบอยู่กับน้ำน่ะ

‎พอฉันเห็นปกภาษาลิทัวเนีย

‎เลยไม่กล้าพายคายัคไปหกเดือน

‎ใช่

‎นั่นแหละ

‎ฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้นะ แต่พวกเขาคิดกัน

‎นี่คือที่มาจริงๆ ของ แดริง เกรตลีย์

‎เท็ดดี้ รูสเวลต์

‎พอวันที่หนังสือวางจำหน่าย

‎สามีฉันแปะรูปเท็ดดี้ รูสเวลต์ทั่วบ้านเลย

‎คำอ้างอิงตอนต้น ‎ที่เป็นเหมือนไขสันหลังของแดริง เกรตลีย์

‎มาจากเท็ดดี้ รูสเวลต์

‎พอฉันตื่นเช้ามา ก็แบบ ‎"ตายจริง น่ารักที่สุดเลย"

‎ลูกๆ ฉันก็ "นั่นปู่เหรอ ปู่ใช่ไหม"

‎ขอเล่าถึงที่มา ไม่ทราบมีกี่ท่าน ‎ที่ได้ดูเท็ดทอล์กเรื่องความเปราะบาง

‎โอเค

‎หวังอย่างยิ่งว่าฉันจะได้รับคำชื่นชม ‎แต่ไม่ใช่เพราะไม่ได้รับนะ

‎แต่มันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างยิ่ง

‎มีที่มาอย่างนี้

‎ผู้ดูแลเท็ดเอ็กซ์ ฮิวสตัน

‎เจ้าแรกที่ได้ถือลิขสิทธิ์ในฮิวสตัน

‎โทรมาว่า "เราได้ลิขสิทธิ์เท็ดเอ็กซ์

‎คุณสนใจมาเปิดตัวเท็ดเอ็กซ์ ฮิวสตันไหม"

‎ฉันตอบว่า "สนใจ! ตายจริง ขอบคุณ!

‎แล้วอยากให้พูดเรื่องอะไรล่ะ"

‎เพราะปกติ เมื่ออาชีพเรา

‎พูดถึงเรื่องของความอับอาย ‎ความกลัว ความขาดแคลน

‎ผู้คนมักมีข้อกำหนดเลย

‎ว่าอะไรที่อยากฟัง และอะไรที่ไม่อยากฟัง

‎ชายคนนี้บอกว่า "เอางี้นะ แล้วแต่คุณเลย

‎เอาให้สนุก ให้ประทับใจ

‎ขอแค่สนุกและ... ตามใจคุณ" ฉันเลย...

‎"ตกลง ต้องให้ประทับใจ ฉันจะจัดให้ โอเค"

‎ระหว่างอยู่บนเครื่อง ‎ก่อนถึงวันไปพูดเท็ดเอ็กซ์ ฮิวสตัน

‎เรากลับจากเกาะเมาวี ที่ฉันใช้เวลา...

‎สี่วันคุยกับซีอีโอจากซิลิคอนแวลลีย์

‎เรื่องความสำคัญของความเปราะบาง

‎เรื่องความกล้าหาญ และกล้าเผชิญหน้า

‎ฉันหันไปหาสตีฟ สามีฉัน ‎ตอนอยู่บนเครื่อง

‎ลูกๆ ที่ไปด้วย หลับไหลกันหมด

‎ฉันว่า "พรุ่งนี้ที่เท็ดเอ็กซ์ ‎ ฉันจะไม่พูดแบบที่เคยทำ"

‎เขาว่า "อะไรนะ"

‎ฉันบอก "จะไม่พูดแบบปกติเรื่องตัวแปร

‎ที่เป็นปัจจัยลบต่อจิตสำนึก"

‎เขาว่า "ทำไมถึงไม่ล่ะ"

‎ฉันบอก "ฉันจะแสดงความเปราะบาง ‎พูดเรื่องความเปราะบาง

‎ฉันอยากจะแสดงตัวตนทั้งหมด" เขาตอบว่า

‎"ทำไมล่ะ ทำไมต้องทำแบบนั้น"

‎ซึ่งเป็นคำถามที่สมเหตุผล

‎ฉันว่า "เพราะฉันเพิ่งคุยกับพวกเขามาสี่วัน

‎เพื่อโน้มน้าวให้แสดงความเปราะบาง ‎แล้วออกไปเผชิญหน้า

‎จากนั้นฉันก็ขึ้นเวที ‎โดยสวมเสื้อเกราะวิชาการงั้นเหรอ

‎พูดว่า นี่คือตัวแปร เข้าใจไหม..."

‎ตามแบบฝึกอบรมของฉัน

‎ฉันว่า "ฉันจะไม่ทำแบบนั้น

‎ฉันจะทำตัวเปราะบาง"

‎แล้วก็ไปขึ้นเวที ‎ อย่างที่ส่วนใหญ่รู้ ฉันแสดงความเปราะบาง

‎ฉันพูดว่าฉันกลัวความเปราะบางแค่ไหน

‎เกลียดมันมากแค่ไหน ‎ตอนที่เห็นมันปรากฏในฐานข้อมูล

‎ซึ่งเป็นกุญแจหลักของชีวิตที่เต็มเปี่ยม

‎และความรัก ฉันประสาทเสียไปเลย

‎จนต้องไปหานักบำบัดพร้อมเอ็กซ์เซลสเปรดชีต

‎บอกว่า "นี่เป็นข้อมูลที่ต้องวิเคราะห์

‎ภายในหกสัปดาห์" ซึ่งเหมือนแปดปี...

‎ฉันไปนั่งคุย

‎ตอนขับรถกลับบ้าน หลังจากนั้น...

‎จำได้ที่คิดอยู่ในหัว

‎"เป็น 20 นาที่ที่แย่สุดในชีวิต"

‎ฉันมีอารมณ์เปราะบางคั่งค้างแย่สุดทีเดียว

‎คิดไปว่า "ขอบคุณพระเจ้า นี่แค่ 500 คน

‎จากมหาวิทยาลัยฮิวสตันที่ฉันสอน

‎รู้จักก็ร่วม 100 คน

‎ขอบคุณที่มันจบลงได้

Brené Brown: The Call to Courage subtitles in other languages

Comments

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left