The first 200 lines.
(หากมีความคล้ายคลึงกับบุคคล สถานที่ หรือองค์กรใดๆ ถือเป็นเรื่องบังเอิญ)
(ฉากที่มีเด็กและสัตว์ ถ่ายทำอย่างปลอดภัยตามแนวทางที่กำหนด)
ในชีวิตคุณ
ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดคือตอนไหนเหรอคะ
คุณยัง
ไม่เคยพูดถึงมันเลยสักครั้งนะคะ
ฉันกับเพื่อนกำลังขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้าน หลังกินข้าวเย็นเสร็จ
แล้วจู่ๆ เพื่อนก็ถามว่า
"ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตเธอ คือตอนไหน"
จู่ๆ หัวใจฉันก็เริ่มเต้นแรงค่ะ
ฉันตอบไม่ได้อยู่นาน
และก่อนที่ฉันจะน้ำตาแตก
ฉันก็ลงจากรถไฟไปก่อนค่ะ
วันนั้น
ฉันเดินร้องไห้หนักมากจนถึงบ้าน
พอมาคิดดูแล้ว
ฉันไม่เคยพูดออกมาจากปากเลยสักครั้งค่ะ
เรื่องในตอนนั้นน่ะ
ตอนเป็นเด็กก็เหมือนกัน
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่ฉันยังมีสติอยู่ค่ะ
ถึงฉันจะรู้ว่ากำลังเผชิญกับความกลัวอันแจ่มชัดนี้ เพราะยังมีสติอยู่ก็ตาม
แต่ฉันไม่รู้ว่าจะหยุดความมีสติได้ยังไง
ฉันทำได้แค่เผชิญกับความกลัวนั้นอย่างแจ่มชัด
รู้สึกหมดหนทาง รู้สึกถูกมัดมือมัดเท้า
สิ่งที่ฉันปรารถนาอย่างแรงกล้าที่สุดในตอนนั้น
คือยากรีบโตให้เร็วที่สุด
ฉันจะได้จากไปเมื่อไหร่ก็ได้โดยไม่รู้สึกอะไร
ถ้าถึงวัยที่การเดินคนเดียว
ในตอนกลางคืนเป็นเรื่องปกติ
มันจะดีแค่ไหนนะ
ฉันนั่งอยู่เฉยๆ…
อยู่ดีๆ เลือดกำเดาก็ไหลออกมาค่ะ
พวกอีกามาเกาะอยู่ตรงหน้าต่างบ่อยๆ
ฉันคิดว่า
"เดี๋ยวฉันต้องตายแน่"
ตอนนั้นเอง…
พ่อฉันกลับมาบ้านค่ะ
หลังผ่านไป 28 วัน
ส่วนแม่…
ก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
ฉันไม่เคยพูดถึง
เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นเลยสักครั้ง
ฉันคงใช้ชีวิตโดยปิดกั้นมันไว้อย่างมีสติน่ะค่ะ
หลังจากนั้น
พอเพื่อนฉันถามว่า ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตคือตอนไหน
จู่ๆ ความโกรธของฉันก็ปะทุขึ้นมา เหมือนกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ก่อนหน้านั้น
เวลาเห็นหน้าแม่โผล่ตรงโน้นตรงนี้
ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไรนะคะ
เหมือนแม่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉันแล้ว
แต่พอความโกรธมันปะทุขึ้นมา…
ฉันก็ทนมองหน้าแม่ไม่ได้ค่ะ
ต้นเหตุของความเจ็บปวดทั้งหมดของฉัน
ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้น…
และคนที่เป็นสาเหตุหลักของเรื่องนั้น
แม่ของฉัน
เพราะคนที่ทิ้งฉันไว้คนเดียว…
คือแม่
อายุเกิน 30 แปลว่าอยู่มาเกินหมื่นวันแล้ว
แต่ทุกครั้งที่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันก็จะย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น
เหมือนกับว่า 28 วันนั้น ทำให้ฉันเป็นฉันในทุกวันนี้ค่ะ
ฉันเกลียดการพูดถึงบาดแผลมาก
มันเหมือนคำพูดของคนอ่อนแอ
แต่ว่า…
นั่นคือสิ่งที่ฉันทำอยู่ตอนนี้
ทุกครั้งที่เกิดปัญหา
ฉันพร่ำบอกตัวเองว่าตอนนั้นฉันพัง
ตอนนี้ฉันก็เลยตกอยู่ในสภาพนี้
ฉันเชื่อมโยงทุกสถานการณ์กับตอนนั้นค่ะ
แต่ว่า…
ถ้าชีวิตฉันไปได้สวย…
ฉันจะยังยึดติดและดิ้นรน กับเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นอยู่ไหมนะ
ฉันเอาแต่พูดถึงอดีตเพื่อเป็นข้ออ้าง…
เรื่องที่สถานการณ์ปัจจุบันของฉัน ไม่ราบรื่นหรือเปล่า
จะไม่พูดถึงอดีตได้ยังไงครับ
ไม่ใจร้ายกับตัวเองไปหน่อยเหรอครับ
แต่คุณผู้กำกับไม่ทำแบบนั้นนี่
คุณไม่ยกเรื่องอดีตขึ้นมาพูด
เพื่อแก้ตัวเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน
ผมไม่มีอดีตให้พูดถึงหรอกครับ
คุณอาจจะไม่เชื่อ
แต่ครอบครัวผม
เคยมีฐานะครับ
เคยเป็นครอบครัวที่รักใคร่ปรองดองกัน…
จนกระทั่งผมเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง
พอธุรกิจของคุณพ่อล้มละลาย
ทรัพย์สินมากมายก็หายไปในชั่วข้ามคืน
แม่ของผม
คุณพ่อของผม
พวกท่านเสียไปตามๆ กัน
ผมไม่รู้เลยว่ามันจะพังทลายได้ในชั่วพริบตาแบบนี้
ผมมั่นใจว่าหลายคนคงพอใจ
ที่ได้เห็นครอบครัวเราพังทลายครับ
นั่นแหละครับ
มันต้องมีขึ้นมีลงถึงจะยุติธรรม
จะสานต่อความสำเร็จของรุ่นพ่อแม่
ไปเพื่ออะไรล่ะ
ข้าวของทุกอย่างของเราตั้งแต่สมัยที่ยังมีฐานะ
ยังถูกเก็บอยู่ในห้องเก็บของตามเดิมครับ
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
เราจ่ายค่าเช่าแพงหูฉี่ทุกปี
ตัดใจทิ้งความทรงจำพวกนั้นไม่ได้สินะคะ
ไม่เชิงว่าเป็นความทรงจำ
แต่เป็นหลักฐานว่าเราเคยมีฐานะ
ถ้าไม่มีมัน…
ผมรู้สึกเหมือนไม่มีที่พึ่งน่ะ
ผมรู้สึกเหมือนว่า
ผมจะปล่อยวางได้ ก็ต่อเมื่อผมเก่งขึ้นอีกสักนิดก็ยังดีครับ
คราวนี้ถ้าเดบิวต์แล้วปัง
ผมจะโยนทิ้งให้หมดเลยครับ
ตอนนั้นเองเหรอคะ
ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตคุณน่ะ
เปล่าครับ
คุณยัง
ไม่เคยพูดถึงมันเลยสักครั้งนะคะ
เสียงที่ผมชอบที่สุดในโลกคือ…
เสียงกรนของพี่ชาย
เวลาได้ยินพี่เขากรน…
ผมรู้สึกสบายใจครับ
"อ๋อ"
"พี่เขาหลับอยู่"
"ฉันก็ควรหลับได้แล้ว"
แต่ถ้าผมไม่ได้ยินอะไรเลย
ผมก็สงสัยว่าทำไมพี่เขาถึงนอนไม่หลับ
ชีวิตของผมต้องดีขึ้นสักนิดก็ยังดีครับ
ผมต้องทำอะไรให้สำเร็จด้วยมือของผมเอง แม้จะเล็กๆ ก็ตาม
ผมจะได้ปล่อยวางอดีต และบาดแผลของผมได้
แบบนั้น
ผมจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ คุณพยอนอึนอาจะขึ้นไปบนสวรรค์
หรือเรื่องที่ทำไมพี่ผมนอนไม่หลับอีก
ผมปล่อยวางไม่ได้ครับ
จนกว่าจะได้เห็นสิ่งที่ผมทำสำเร็จ
จนกว่าจะได้เห็นพลังของตัวเอง
เด้ง เด้ง
ไปๆๆๆๆ
เซฟ
ไปกันเถอะ
สวัสดีครับ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ตายจริง มีคนหนุ่มตั้งสองคน มาช่วยขนของและดูแลยายแบบนี้
รู้สึกพิเศษมากเลยนะ
บ้านเราดีที่สุดเลย
ปกติฉันไม่ใช่คนประเภทที่จะขอเงินชดเชย
แต่ค่าทำฟันมันแพงน่ะ
ฉันใส่ฟันปลอม ไม่ได้ทำรากฟันเทียม
ไว้หาเงินได้แล้ว
ฉันจะทำรากฟันเทียมเอง
นี่เลขที่บัญชี
(จำนวนเงินฝาก 1,200,000 วอน ผู้โอน: มาแจยอง)
น้าคนเล็กของฉันมีลูกสาวสองคน
ทุกครั้งที่พวกลูกเขยจอมเสเพลทำท่านปวดหัว ท่านจะบอกว่า
"ถ้าลูกสาวฉันมีพี่ชาย ไอ้พวกนั้นคงไม่ทำตัวแบบนั้นหรอก"
มีไอ้พวกทุเรศบางคน
คิดว่าบ้านที่มีแต่ผู้หญิงข่มเหงง่าย
บ้านคุณอึนอา
ไม่ได้มีแต่ผู้หญิงหรอกนะ
ฉันบอกรายละเอียดหมดไม่ได้
แต่…
ขืนนายแตะต้องคุณอึนอาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
นายมีหวัง
ได้เจอดีแน่
ฉันพูดจริงนะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อกหรืออะไรก็ช่างเถอะ
ชีวิตในวงการหนังของนาย
อาจพังไม่เป็นท่าได้เลย
ฉันเตือนนายแล้วนะ
แล้วอย่ามาหาว่าทำไมฉันไม่บอกทีหลังล่ะ
ไปแล้วนะ
เรื่องย่อตอนที่ห้าและหกได้เมื่อไหร่
เคาะประตูก่อนเข้ามาสิครับ
ทำไมล่ะ
กลัวโดนจับได้ว่าเล่นเกมอยู่เหรอ
ไม่ได้เล่นเกมครับ
นี่เหมือนเล่นเกมหรือไงครับ
ทำไมนักเขียนบทพัคไม่มาล่ะ
ทำไมเธอไม่มา
เราตัดสินใจแยกกันเขียนครับ
ทำไมล่ะ
คิดว่าเราควรทำงานแบบเจอหน้ากันเหรอครับ
- ฟังให้ดีนะ - พูดมาเลยเถอะครับ
หูผมไม่ได้ตึงสักหน่อย
อะไรเนี่ย นี่ขู่เด็กหรือไง
"ฟังให้ดีนะ"
ฉันเสียใจที่ตะคอกใส่คุณ
ขอโทษนะ
คุณกำลังได้ฟีลแท้ๆ แต่ฉันทำหมดมู้ดซะงั้น
ฉันควรจะดูอยู่เฉยๆ จนแก้ต้นฉบับรอบสุดท้ายเสร็จ
แต่ฉันของขึ้นไปหน่อย
ขอโทษนะ
ไม่ต้องสนใจฉัน และเขียนด้วยความตื่นเต้นต่อไปเถอะ
ฉันพูดจริงนะ
แล้วก็…
ไว้ถึงเวลาเหมาะๆ เราค่อยหย่ากันเถอะ
ตั้งแต่ฉันอยู่กับคุณมา
ฉันไม่เคยพูดเรื่องหย่าเลยสักครั้ง
ฉันบอกตัวเองว่าอย่าพูดโดยใช่เหตุจนติดเป็นนิสัย
แต่ให้พูดเมื่อถึงเวลาจริงๆ
ซึ่งฉันว่าถึงเวลาจริงๆ แล้ว
No comments yet. Be the first to leave one.