Wham!

Wham!

Download Thai Subtitle

Release info

Wham 2023 1080p NF WEB-DL DDP5 1 HDR DV HEVC-CMRGthai
A Commentary by ScanRip

Tags

Web-DL
web-dl
web
WEB-DL
1080
HEVC
HD
Published on: 2023-07-05
Downloads: 42
Hearing Impaired: No

Thai subtitle preview

The first 200 lines.

(แวม! ชีวประวัติ)

สวัสดีครับ และที่เห็นเมื่อกี้ คือกิจวัตรประจำวันยามเช้าของแวม!

แต่ทุกอย่างไม่…

อีกรอบนะ ถ่ายใหม่ได้ไหม

(แวม! ชีวประวัติ)

สวัสดีครับ และที่เห็นเมื่อกี้ คือกิจวัตรประจำวันยามเช้าของแวม!

แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอมา

นี่คือโรงเรียนบุชชีมีดส์ ที่ที่เราเจอกันตอนอายุ 12 ในปี 1975

และในวันนี้ เรามี…

แขกคนที่พิเศษสุดๆ

คุณเท็ด ฮัลลิเวลล์ ครูใหญ่สมัยผมเรียน

เท็ด สบายดีไหมครับ

ดีสุดๆ

เยี่ยมเลยครับ เท็ด บอกผมหน่อยซิ เคยคิดไหมครับว่าจะกลายมาเป็นแบบนี้

- ก็… - ขอบคุณครับ เท็ด ไปต่อกันที่จอร์จ

ตอนที่ผมอยู่กับแอนดรูว์

เราคิดอยู่แต่เรื่องที่อยากทำอะไรสนุกๆ ด้วยกัน

แวม! คือความเป็นพี่เป็นน้อง

มีความขี้เล่น

ความวุ่นวายของมนุษย์ที่สุดจะคาดเดา

ทั้งหมดนี้คือ "ป็อป"

และแวม! จะไม่มีวันโตเป็นผู้ใหญ่

มันเหมือนเป็นความฝัน

ตั้งแต่ตอนเราเด็กๆ

แต่ตอนนั้น

ทุกคนชอบพูดว่า

"ไอ้โง่สองคนนี้มันดังเปรี้ยงปร้างได้ยังไง"

"มันเกิดขึ้นได้ยังไง"

แวม! แบม! ฉันเป็นผู้ชาย

จะมีงานทำหรือไม่มี

ก็อย่ามาหาว่าฉันไม่ใช่

เธอล่ะ ชอบสิ่งที่ตัวเองทำไหม

ถ้าไม่ ก็หยุด

อย่ามัวเน่าตายอยู่ตรงนั้น

ฉันไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

ไม่มีเวลาให้เธอแล้ว

ต้องกล้าแค่ไหนถึงรักเธอได้

เพราะใครๆ ก็เล็งเธอไว้

ฉันไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

หมดเวลาให้เธอแล้ว

ต้องกล้าแค่ไหนถึงรักเธอได้

แล้วไม่คิดเหรอว่า ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันรู้แล้ว

จอร์จ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า คุณกับแอนดรูว์มารวมตัวกันได้ยังไง

เอ่อ เอาเป็นว่าเรารู้จักกัน ตอนผมอายุ 11 แอนดรูว์อายุ 12

ในลอนดอนเหนือ

ในวันแรก

ที่ผมไปเรียนที่โรงเรียนใหม่ ผมก็ได้เจอกันแอนดรูว์

ครูประจำชั้นเดินเข้ามา กับนักเรียนใหม่ที่เป็นผู้ชาย

ใส่แว่นตาหนาเตอะกรอบใหญ่อย่างกับหน้าต่าง

ตอนนั้นผมเป็นเด็กเปิ่นๆ

ตุ้ยนุ้ยนิดๆ หน้าตาประหลาดพอตัวเลยแหละ

ผมหยิกเป็นลอนใหญ่ๆ

แล้วก็ขี้อายมาก

ครูบอกว่าหมอนี่ชื่อ "ยอร์เรียส พาไนไอโอทู"

"ยอร์โกส คีเรียโก ปาไนโอตู" นี่ต่างหาก

"ใครจะอาสาดูแลเพื่อนใหม่"

แอนดรูว์ยกมือขึ้น

ผมเชื่อจริงๆ ว่ามันคือพรหมลิขิต

ชีวิตผมอาจจะต่างจากนี้โดยสิ้นเชิง

ถ้าผมนั่งข้างเพื่อนคนอื่นในวันนั้น

สำหรับผม เขาคือย็อก เป็นชื่อเล่นที่ผมตั้งให้เขา

เราสนิทกันมากจริงๆ

ย็อกกับผมมีความคิดที่เหมือนกันเป๊ะ

โดยเฉพาะเรื่องดนตรีนี่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

เรามักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งคิดมุก แล้วก็จัดรายการตลกทางวิทยุ

เขียนเพลงด้วย แล้วเราก็ตั้งวงดนตรีตอนที่เราอายุ 16

ตอนนั้นชื่อวงดิเอ็กเซคิวทีฟ

ดิเอ็กเซคิวทีฟ

หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด

(ดิเอ็กเซคิวทีฟ ปี 1979)

เป็นแนวสกา

ซึ่งพวกเราห่วยแตกเลยละ พูดจริง

เอ่อ ก็ไม่ได้แย่สำหรับเด็กอายุ 16

เอาละ ไอ้พวกบ้า รอบที่สาม

ใช่ พวกเราห้าคนเล่นเครื่องดนตรีครบหมดแหละ

กลับมานะ แอนดรูว์ กลับมานี่

ผ่านไปหนึ่งปีก็แยกทางกัน

เพราะคนชอบขาดซ้อมบ้าง โดดเล่นคอนเสิร์ตบ้าง

อย่าใช้คำว่าแยกทางเลย

เรียกว่าวงแตกเลยละ สุดท้ายก็เหลือแค่ผมกับย็อก

ตั้งใจกันว่าจะทำกันแค่สองคน

แล้วเราก็เขียนเพลงด้วยกันต่อไป

เรามักจะไปเต้นกันแถวเวสต์เอ็นด์ในลอนดอน

แล้วเราก็ไปคลับที่ชื่อบีทรูท

เราเต้นเข้าคู่กันขำๆ

แอนดี้ก็ร้องเล่นๆ ว่า "แวม แบม" อะไรนี่แหละ

ผมร้องแร็ปประมาณว่า

"แวม แบม ฉันนี่แหละที่ใช่"

แล้วเราก็คิดว่านี่เหมาะจะเป็นชื่อวงมาก

แวม!

แล้วมันก็ติดหูเลย

มีแค่อย่างเดียวที่ผมอยากทำในตอนนั้น

คือการได้ตั้งวงกับย็อก

ผมกับแอนดรูว์เริ่มจะแต่งเพลงสั้นๆ ติดหูเก่งขึ้น

เราทำเทปเดโม่ราคา 20 ปอนด์ ที่ห้องหน้าบ้านของแอนดรูว์

ใช้ไม้กวาดแล้วก็เอาไมโครโฟนมาผูกไว้

กับพอร์ตาสตูดิโอสี่แทรคหนึ่งเครื่อง

ที่เพิ่งออกวางขายตอนปลายยุค 70

ฉันบอกให้ก้มลง ก้มลง ก้มลงต่ำๆ

ฉันบอกให้ก้มลง ก้มลง ก้มลงต่ำๆ

ตอนนั้นเราอายุแค่ 17 หรือ 18 เอง

เพลงที่แต่งมักจะมาจาก สถานการณ์ของเราในตอนนั้น

สภาพแวดล้อมรอบตัวเรา

เกิดการเดินขบวนประท้วงทั่วประเทศ

อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในหมู่ประชากรอายุ 16 ถึง 18 ปี

เราเอาแร็ปมาผสมกับดิสโก้แล้วก็เพิ่มป็อปเข้าไป

เนื้อเพลงเกี่ยวกับปัญหาสังคม แต่พื้นดนตรีเป็นแนวดิสโก้

เฮ้ ทุกคน มองมาทางนี้สิ

ฉันช่ำชองเรื่องชีวิตในเมือง

ถึงไม่มีงานทำก็ยังสนุกได้

กับหนุ่มๆ ที่ได้พบเจอในชีวิต…

เพลงบ้าๆ ที่ผมชอบร้องในคลับ

เราเอามาแต่งใหม่เป็นเพลง "แวมแร็ป!"

แวม แบม ฉันเป็นผู้ชาย…

หลังจากนั้นเราก็แต่งเพลงมาเรื่อยๆ

ผมกับย็อกมักจะเขียนเพลง จากประสบการณ์เที่ยวคลับ

"คลับทรอปิคานา" เป็นเพลงที่แต่งขึ้นเกี่ยวกับบีทรูท

คลับทรอปิคานา เชิญมาดื่มฟรี…

ตอนนั้นมีแค่ท่อนร้องกับท่อนฮุค

ย็อกมาหาผมที่บ้านในเย็นวันหนึ่ง

ตอนนั้นผมมีท่อนเดินคอร์ดที่ผมชอบมากๆ

ซึ่งมันยอดมากเลย เพราะเขาบอกว่า

"ฉันมีทำนองที่เข้ากับ ท่อนเดินคอร์ดของนายเป๊ะเลย"

แม้แต่ท่อนเดินคอร์ดที่ต่างคนต่างแต่ง ก็ยังเหมือนกัน

เมื่อฉันล้มลงอีกครา…

(เดโม่แรกของ "แคร์เลส วิสเปอร์"

ได้กลิ่นน้ำยาเคลือบเงา

ของฟลอร์เต้นรำนี้

สำหรับหัวใจและห้วงความคิด…

เราช่วยกันแต่งเพลงจนจบ ค่อยๆ แต่งที่บ้านบ้าง บนรถบัสบ้าง

เพิ่มเติมวันละนิดละหน่อย

เหลือเพียงความเจ็บปวด

และฉันจะไม่เต้นรำอีกแล้ว

เท้าที่ผิดมันไร้จังหวะ

ถึงจะง่ายที่จะเสแสร้ง

แต่ฉันรู้ว่าฉันไม่โง่…

ผมจำได้ ตอนที่แต่งเพลงเสร็จ

มีอยู่วันหนึ่ง เราโดดเรียนกัน ผมพูดกับเขาว่า "ไม่รู้ใครจะเป็นคนร้อง

แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าฉันดีพอที่จะร้องเพลงนี้หรือเปล่า

แต่นี่คือเพลงที่จะขึ้นอันดับหนึ่ง"

เทปเดโม่ยาวประมาณสี่นาที

แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับผม ตอนนั้นผมมั่นใจสุดๆ

ถึงจะมีเพลงเต็มแค่หนึ่งเพลง

อีกสองเพลงมีแค่สองส่วนสามกับหนึ่งส่วนสี่

เราตระเวณบุกไปหาค่ายเพลง

หนุ่มวัย 18 สองคน

มั่นหน้าขนาดไหนลองคิดดู ไปยืนอยู่หน้าค่าย

แล้วเถียงคอเป็นเอ็นว่านัดมาแล้ว

เราเจอกับเสียงตอบรับที่น่าผิดหวังมาก

มีผู้ชายคนหนึ่งโยนเทปข้ามโต๊ะกลับมา

แล้วบอกว่า "เสียงดีอยู่หรอก แต่กลับบ้านไปแต่งเพลงฮิตๆ ซะไป"

พวกนั้นขว้าง "แคร์เลส วิสเปอร์" ทิ้ง ขว้าง "คลับทรอปิคานา" ทิ้ง

จำได้ว่าผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน

และจำความรู้สึกตกต่ำครั้งนั้นได้

ผมรู้สึกเสียใจมากๆ

หัวใจสลาย

มันก็ทำให้เสียกำลังใจ

แต่ผมรู้จักผู้ชายชื่อมาร์ค ดีน ที่บ้านอยู่บนถนนเส้นเดียวกับพ่อแม่ผม

เขาอยู่ในแวดวงค่ายเพลง

เขาน่าจะเป็นคนค้นพบวงซอฟต์เซลล์กับเอบีซี

แอนดี้โทรหาแม่ผมบ่อยมาก บอกว่า "ช่วยฟังเทปหน่อยได้ไหม"

แล้วผมก็ไม่ยอมฟัง เอาแต่หลบหน้าพวกเขาไปเรื่อยๆ

คิดในใจว่า "ไม่เอาหรอก ก็แค่วงบ้านๆ"

แอนดรูว์เอาเทป ใส่ไว้ในกล่องจดหมายของมาร์ค ดีน

ในเทปไม่ได้มีดนตรีอะไรเลย

มีแค่เสียงจอร์จร้องเพลงกับเสียงกีตาร์ก๊องแก๊ง

แต่มันก็เพราะมาก ยอดเยี่ยมเลยแหละ

เขาบอกว่า "เดี๋ยวจะให้ทำสัญญาออกเทป"

แล้วเราก็เซ็นสัญญากันที่ร้านตามสั่งข้างทาง

เลิศสุดๆ

แม่ผมทำสมุดบันทึกความทรงจำตั้งแต่วันแรก

และทำเป็นคอลเลคชั่นที่เจ๋งมากๆ

รูปตัดแปะ บทความวิจารณ์

อันดับบนชาร์ท

ทุ่มเทกับการทำสมุดบันทึกความทรงจำมากๆ

สมุดบันทึกความทรงจำเล่มที่หนึ่ง

"แอนดรูว์กับย็อกเซ็นสัญญากับอินเนอร์วิชั่น"

"แวม!"

นั่นแหละ ตอนนั้นพวกเราสนุกกันมาก

มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก

ได้ทำตามที่จินตนาการไว้

เหมือนฝันเป็นจริง แถมได้ทำร่วมกับเพื่อนที่รักที่สุดด้วย

แวม! มีแค่ผมกับแอนดรูว์

แต่เราก็คิดกันว่าน่าจะให้ ผู้หญิงอีกสองคนมาร่วมด้วย

หนึ่งในนั้นก็คือแฟนของแอนดรูว์

เชอร์ลี ย็อก กับผมเคยไปเต้นด้วยกัน

แล้วเราก็คิดว่า เราน่าจะแสดงดนตรีของเราออกมาแบบนี้

ส่วนอีกคนเป็นมืออาชีพ

ดี ซี ลี มาร่วมวงกับเรา

สาวๆ ทั้งสองคน ได้รับแรงบันดาลใจจากเดอะฮิวเมนลีก

ผมกับแอนดรูว์ชอบฮิวเมนลีกมาก

จอร์จชอบฮิวเมนลีกมาก ผมก็ชอบนะ

สาวๆ ไม่ได้แรงบันดาลใจจากฮิวเมนลีกซะหน่อย

เราก็ใช้สิ่งที่เรามีอยู่นี่แหละ

ซึ่งผมมีแฟน

และเราก็มีท่าเต้นมากมาย นั่นคือสิ่งที่เรามี

และแล้วแผ่นเสียง 45 รอบหมุน ชุดแรกของเราก็ออกมา

(แวมแร็ป! โซเชียลมิกซ์)

สวัสดีครับ ผมจอร์จ ไมเคิลจากแวม!

หวังว่าจะชอบซิงเกิ้ลใหม่นะครับ

More Thai subtitles for Wham!

Comments

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left