The first 200 lines.
หลังเกิดบิ๊กแบง
จักรวาลก็เต็มไปด้วยสิ่งที่คล้ายกับซุปคอสมิก
ของก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม
ในที่สุดอะตอมของก๊าซไฮโดนเจน และฮีเลียมเหล่านั้น
ก็เริ่มมารวมตัวกันเพื่อก่อกำเนิดดวงดาว
ดวงดาวอาจมารวมกลุ่มกันกลายเป็นกาแล็กซี
นั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่าแสงแรก
การจะดูแสงแรก
กาแล็กซีแรกของจักรวาลของเรา
อดีตอันไกลโพ้นนั้นคือที่ซึ่งสรรพสิ่งเกิดขึ้น
ตอนเรามองไปยังท้องฟ้า เลยจากดวงดาวในทางช้างเผือกของเราออกไป
เราจะเห็นแต่ความมืดมิด
เราไม่เคยมีเทคโนโลยี
ที่จะทำให้ได้เห็น ส่วนแรกของเรื่องราวของจักรวาล
เพื่อให้สามารถมองย้อนเวลากลับไปได้
เพื่อให้ได้เห็นแสงแรกสุดนั้น
เราต้องมีกล้องโทรทรรศน์ ที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
เวบบ์ คือภารกิจที่เสี่ยงที่สุด ในประวัติศาสตร์ของนาซา
ภารกิจนี้อาจเป็น ชัยชนะทางเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่
หรืออาจเป็นหายนะที่น่าผิดหวังที่สุด
เราจะนำกล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุด ไปไว้ในอวกาศห่างออกไปเป็นล้านๆ กิโล
อาจเกิดความผิดพลาดได้สารพัด
มันเป็นภารกิจที่มีจุดตัดสินความล้มเหลว
มากที่สุดเท่าที่เคยทำมา
การพยายามนึกถึงสิ่งที่ไม่ควรนึก ว่า "ถ้ามันไม่สำเร็จ…"
เป็นความคิดที่น่ากลัวมาก
วิศวกรระบบซึ่งประสบความสำเร็จ ในการทำภารกิจคนไหน
ที่คิดว่าไม่มีโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง
ถ้าไม่โง่ก็โกหก
ภาพแรกพวกนั้นจะช่วยให้เรา เข้าใกล้การตอบคำถามต่างๆ มากขึ้น
"เรามาจากไหน"
"เรามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร"
"มีแต่พวกเราหรือ"
นั่นคือประวัติศาสตร์ของเรา นั่นเลย
- นี่คือประวัติศาสตร์ของเรา - ประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเราอยู่ตรงนั้น
ฉันแน่ใจว่ากล้องโทรทรรศน์ตัวนี้แหละ คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ก้าวใหม่
ในการค้นหาชีวิตของเรา
จักรวาลกว้างใหญ่ไพศาลมาก
มันจะต้องมีชีวิตที่มีสติปัญญาที่พัฒนาแล้วอยู่อีกแน่ๆ
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์
จะเปลี่ยนวิธีที่เราเข้าใจจักรวาลไปโดยสิ้นเชิง
มีกล้องโทรทรรศน์มาใหม่อีกแล้ว
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์
ซึ่งตั้งชื่อตามผู้บริหารนาซาคนที่สอง กำลังจะกลายเป็นจริง
กล้องนี้จะปล่อยขึ้นสู่อวกาศ ที่ท่าอวกาศยานเฟรนช์เกียนา
ซึ่งเป็นการเตือนความจำ ว่านี่ไม่ใช่ภารกิจของนาซาฝ่ายเดียว
แต่เป็นภารกิจร่วมกับองค์การอวกาศยุโรป
และองค์การอวกาศแคนาดา
ใช้เวลาสามทศวรรษ กับเงินหมื่นล้านดอลลาร์ในการสร้าง
โครงการนี้ไม่เคยขาดเรื่องวุ่นๆ
ทั้งอุปัทวเหตุต่างๆ วิกฤตงบประมาณ
ไปจนถึงการขู่จะยกเลิกโดยสภาคองเกรส
การปล่อยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์
เป็นโครงการที่เดิมพันสูงมากสำหรับนาซา
ถ้าเกิดข้อผิดพลาด นั่นเท่ากับเงินราวๆ หมื่นล้านดอลลาร์
และการทำงานนานกว่าสองทศวรรษ ไหลลงท่อไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เลย
ไง สบายดีนะ
- เป็นไงบ้าง - ดี
โธมัส ซูร์บูเคิน คือหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ของนาซา
หรือด็อกเตอร์ซี เราเรียกแบบนี้ก็ได้
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
ตลอดหลายสิบปี เวลาทั้งหมดนี่
กับคนเหล่านี้ที่สร้างกล้องโทรทรรศน์นี่
ในที่สุดก็ได้เวลาปล่อยแล้ว
เรามีกล้องโทรทรรศน์อยู่ตรงหัวจรวดนี้
กล้องโทรทรรศน์ที่คนนับหมื่น ลงทุนลงแรงช่วยกันสร้างมา
และที่ติดไปกับกล้องนั่น
ก็คือความหวังและความฝันของคนเหล่านั้น
และยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกหลายหมื่นคน ซึ่งบางคนยังไม่เกิดด้วยซ้ำ
ที่จะได้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ ก็มาร่วมให้กำลังใจกับพวกเขาด้วย
มารอช่วงนาทีสุดท้ายของการนับถอยหลัง เพื่อเดินทางสู่อวกาศของกล้องนี่
พร้อมแล้ว ทุกระบบพร้อม
นับถอยหลัง 30 วินาที
เวบบ์ เป็นภารกิจที่ยากที่สุดเท่าที่นาซาเคยทำมา
ปัญหาด้านการผลิตเอย การวางแผนเอย ปัญหาด้านระบบเอย
ปัญหาเรื่องบุคลากรอีก
บางครั้งผมก็รู้สึกว่ามันสิ้นหวัง
เตรียมนับถอยหลังช่วงสุดท้าย
สิบ เก้า แปด…
ผมมักจะคิดว่าเวบบ์คือ โครงการอะพอลโลแห่งวิทยาศาสตร์
มันเป็นอะไรที่ยากสุดๆ ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ถึงกระนั้นเราก็ทำ
สาม สอง หนึ่ง ปล่อย!
(ศูนย์อวกาศก็อดดาร์ด กรีนเบลต์, แมรีแลนด์)
กว่าจะถึงการปล่อยตัวครั้งนี้ เป็นเส้นทางที่ยาวนานมาก
ฉันทำโครงการนี้มา 15 ปี
ฉันรู้สึกเหมือนว่าแกนหลักของตัวตนของฉัน
คือการทำงาน งานของฉัน
เพราะฉันรักมัน ฉันหลงใหลมัน ฉันถึงได้ทำงานนี้
การพยายามนึกถึงสิ่งที่ไม่ควรนึก ว่า "ถ้ามันไม่สำเร็จ"
แถมฉันยังทุ่มเทอาชีพการงานทั้งหมดไปกับงานนี้
มันเป็นความคิดที่น่ากลัวจริงๆ ค่ะ
ตั้งแต่ตอนฉันอายุหกหรือเจ็ดขวบ
ฉันก็ตั้งใจแล้วว่านี่คือสิ่งที่ฉันอยากทำ ฉันอยากเป็นนักดาราศาสตร์
ฉันโตมาในชนบทของรัฐอาร์คันซอ ในฟาร์มเล็กๆ ที่แสนจะไกลปืนเที่ยง
แถวนั้นไม่มีแสงไฟเลย
มันมืดมาก ท้องฟ้าสวยมาก
ฉันแค่หลงเสน่ห์ท้องฟ้ายามค่ำคืนตั้งแต่ยังเด็กแล้ว
(การปล่อยกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล 24 เมษายน 1990)
ตอนนั้นฉันอยู่ป.สี่หรือป.ห้า ไปที่นั่น ไปดู
เราได้รับอนุมัติให้ดำเนินการ
ให้เริ่มสั่งการปลดสลักส่วนหน้าได้
เรากำลังมองแผงโซลาร์เซลล์ทั้งสอง กำลังกางออก
ดี
ผมขออวยพรให้ฮับเบิล ได้มีเรื่องราวการผจญภัยของมันเอง
ให้มันได้ปลดล็อก ความลึกลับของจักรวาลออกมามากขึ้น
พวกเขาตัดสินใจหันมัน ไปทางจุดที่ท้องฟ้าว่างเปล่า
ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น เพื่อดูว่าจะเป็นยังไง
เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในโลก
ฉันจำได้ว่าตัวเองตะลึงกับสิ่งที่เราเห็น
ความว่างเปล่านั้นกลับเต็มไปด้วยกาแล็กซีนับพัน
มันทำให้เรารู้สึกเป็นครั้งแรก
ว่าจักรวาลเก่าแก่แค่ไหน
มันเป็นกลเม็ดที่เท่ๆ ของฟิสิกส์
ที่เราสามารถ มองย้อนกลับไปในกาลเวลาได้จริงๆ
ด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่มหึมานี่
กล้องโทรทรรศน์เป็นเหมือนไทม์แมชชีน
ด้วยความที่มันทำให้เรามองจักรวาลในอดีตได้
ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ที่จริงมันเป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่า
แสงต้องใช้เวลาในการเดินทางผ่านอวกาศ
ถ้าเรามองไปที่ไฟถนน
แสงจากโคมไฟถนนนั้นใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ในการข้ามถนนมาจนถึงตาเรา
แสงจากดวงอาทิตย์ ใช้เวลาประมาณแปดนาทีเพื่อมาถึงโลก
แล้วลองคิดแบบนี้เป็นขั้นๆ ไกลออกไปเรื่อยๆ ในจักรวาลดู
สิ่งต่างๆ ที่อยู่ไกลออกไปกว่านี้มากๆ
แสงก็ยิ่งใช้เวลาเดินทาง มาที่กล้องโทรทรรศน์ของเรานานขึ้น
ดังนั้นที่จริงเราจึงกำลังมองพวกมันในอดีตอยู่
เมื่อมีฮับเบิล เราจึงสามารถ มองย้อนกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น
และได้เห็นกาแล็กซียุคแรกๆ ได้เห็นกาแล็กซีที่เพิ่งเกิดไม่นาน
แต่… เรายังขาดจุดเริ่มต้น
เรายังขาดส่วนแรกของบทแรก
ของเรื่องราวที่นาน 13,800 ล้านปีของจักรวาลอยู่
เราอยากมองออกไป ในความกว้างใหญ่ของอวกาศ
กลับไปที่จุดเริ่มต้นของเวลาเพื่อตอบคำถามที่ว่า
"กาแล็กซีก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร"
"มีดาวเคราะห์อื่นที่อาศัยอยู่ได้ อยู่นอกระบบสุริยะของเราหรือไม่"
"สิ่งมีชีวิตมีแต่บนดาวโลกนี้หรือ"
กล้องโทรทรรศน์บนภาคพื้นดิน กับฮับเบิลมอบจุดเริ่มต้นที่สำคัญแก่เรา
แต่เราต้องไปให้ไกลกว่านี้
และกล้องโทรทรรศน์อวกาศยุคใหม่
เอ็นจีเอสที จะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ ก้าวต่อไปที่เราจะทำ
ในที่สุด นั่นก็กลายมาเป็น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์
เวบบ์ คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ มันเป็นก้าวกระโดดที่ใหญ่ที่สุดของทุกภารกิจ
ในแง่ของความมหึมาของพัฒนาการในทุกมิติ
กล้องนี้เหมือนแม่ของกล้องโทรทรรศน์ทั้งมวล
เห็นได้ชัดว่าจำเป็นต้องมี ปาฏิหาริย์สิบอย่างที่ต้องเกิดขึ้น
เทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน
เครื่องตรวจจับแบบใหม่
ระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งหมดที่จะมาโฟกัสกระจก
ทั้งสิบอย่างนั้น
หนึ่งในตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือ
"คุณมีจุดตัดสินความล้มเหลวอยู่กี่จุด"
จุดตัดสินความล้มเหลว คือสิ่งๆ เดียวที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น
เพราะถ้ามันไม่เกิดขึ้น ภารกิจทั้งหมดจะล้มเหลว
ระบบนำทางยืนยันว่าร่มชูชีพกางออกแล้ว
และความเร็วกำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
การลงจอดบนดาวอังคารมีสัก 80 ถึง 90 จุด
ซึ่งเป็นสิ่งที่เสี่ยงที่สุดที่เราเคยทำมา
เวบบ์หนักกว่าสามถึงสี่เท่า
สวยมากเลยไมค์ สวยจริงๆ
พวกเขาปักธงแล้ว เราเห็นดาวและริ้วแล้ว
ในแง่ของจุดตัดสินความล้มเหลว มันหนักกว่าอะพอลโล
งั้นเรามีจุดตัดสินความล้มเหลวกี่จุดเหรอ
คำตอบคือ 344
มันเป็นภารกิจที่มีจุดตัดสินความล้มเหลว มากที่สุดเท่าที่เคยทำมา
มันเหมือนโครงการที่เป็นไปไม่ได้
งานนี้มีสิ่งที่ไม่อาจรู้ ที่คาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ เรารู้ดี
ในทางเทคนิค สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างเป็นความรับผิดชอบของผม
เราตัดสินใจดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยข้อมูลที่เรามี
แต่เราก็รู้อยู่แก่ใจดีว่า…
สิ่งที่ตัดสินใจไปนั่น ยังไงก็ยังมีความเสี่ยงอยู่
- แคท - คะ
เบาๆ หน่อยไอ้หนู
ตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ผมมุ่งมั่นอยู่แต่กับภารกิจนี้
จนเหมือนมันเป็นลูกคนที่สอง
ลูกๆ ผมรู้จักแต่ กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์
ตั้งแต่อายุประมาณเก้าขวบหรือสี่ขวบ
ลูกชายผมอายุ 30 แล้ว ส่วนลูกสาวก็ 28
สิ่งที่เราต้องกลัวไว้ก็คือถ้ามีอะไรผิดพลาด
มันจะมีนักข่าว นักการเมือง หรืออะไรพวกนั้น
พวกนั้นจะเล่นจนชื่อเสียงเราป่นปี้
เขาเป็นห่วงทุกอย่าง มันอยู่ในยีนของพวกเมนเซล
พวกเขากังวลหยุมหยิมไปซะทุกเรื่อง
กลางคืนเขานอนไม่ค่อยจะหลับ
จุดตัดสินความล้มเหลว ที่อาจผิดพลาดอะไรทั้งหลายนี่
คุณกังวลมากจริงๆ แล้วก็…
ใช่เลย ผมกังวล ใช่เลยว่าทีมกังวล
พวกเราถึงต้องระแวดระวังและจดจ่อกับงานนี้
พวกนี้คือแนวคิดแรกๆ
ของสิ่งที่ตอนนั้นเรียกว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศยุคใหม่
ยิ่งกระจกใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งรวมแสงได้มาก
ดังนั้นการจะได้เห็นแสงแรก ก่อนอื่นคือเราต้องใหญ่
เราเคยพิจารณาแนวคิดอยู่ห้าอัน อันนี้เป็นอันแรกสุด
ปัญหาของตัวแบบพวกนี้อยู่ในรายละเอียด
ดังนั้นต้องรอจนมาลง รายละเอียดปลีกย่อยเชิงวิศวกรรม
เหมือนอะไรแบบนี้แล้ว เราถึงจะเจอปัญหา
ปัญหาที่ชัดเจนที่สุดคือ
เส้นผ่าศูนย์กลางของมัน ใหญ่กว่าของจรวดที่จะนำมันไป
เราจึงต้องพับมันไว้
เรามีตัวกางที่มีชิ้นส่วนกระจกหลักซ้อนกันอยู่
No comments yet. Be the first to leave one.