Jerrod Carmichael: Don't Be Gay

Jerrod Carmichael: Don't Be Gay

Download Thai Subtitle

Release info

Jerrod Carmichael Dont Be Gay 2025 HMAX WEB h264-EDITH
A Commentary by tedi
Retail HMAX | 53:06

Tags

webdl
Published on: 2026-06-08
Downloads: 3
Hearing Impaired: No

Thai subtitle preview

The first 200 lines.

ครั้งล่าสุดที่ผมออกทีวี ผมทำเรียลลิตีโชว์

(โรงละครเล็กมาร์จอรี เอส. ดีน นิวยอร์กซิตี 20 กุมภาพันธ์ 2025)

ตอนนั้นผมเพิ่งเปิดตัวเป็นเกย์ได้ไม่นาน

และยังจัดการกับความเกลียดกลัว คนรักเพศเดียวกันในตัวเองอยู่เลย

และผมก็นอกใจคนที่ผมรักมากๆ ไม่หยุดหย่อน

และผมก็ไม่ได้เป็นผู้ชายแบบที่ผมรู้ว่าตัวเองเป็นได้

ผมเลยเกิดความคิดว่าถ้าผมบันทึกทุกอย่าง

ที่ผมละอายใจมากที่สุดไว้ แล้วกระจายออกไปให้โลกรู้

อาจจะช่วยให้ผมระบาย ความละอายใจออกไปได้บ้าง

และผมก็ภูมิใจกับโชว์ที่ผมทำมาก

พอปล่อยออกมา ผมก็เช็กทวิตเตอร์เพื่อดู

ว่าอาจไปเชื่อมโยงถึงใครอื่นไหม

ที่อาจกำลังเผชิญเรื่องเดียวกับผมอยู่

และอย่างแรกที่ผมได้อ่านคือ

"ทำไมไอ้เจอร์รอดมันคบแฟนผิวขาววะ"

อันนั้นผมผิดเอง ผมพลาด

ผมยึดติดแต่กับเรื่องเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน จนลืมเรื่องเหยียดผิวไป

ไม่รู้ว่าพวกคุณมีใครเคยโดนรังแกออนไลน์

โดยกลุ่มชายเกย์ผิวดำไหมนะ แต่บอกเลยว่า ไม่สนุกเลยสักนิด

พวกเขาใจร้ายกับผมมาก ทุกคน

ผมเห็นทวีตนึง

มีคนโพสต์รูปชายผิวขาวอุ้มแรคคูน

แล้วก็บอกว่า "ดูสิ นั่นเจอร์รอดกับแฟนของเขา"

เห็นแล้วนอยด์มาก แต่ก็ตลก นั่นแหละที่ทำให้ยิ่งแย่ไปอีก

แล้วผมก็อ่านหมดเลย ผมละสายตาไม่ได้

ผมอ่านทุกคำ

ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ "ก็แค่วางมือถือลงสิ เจอร์รอด

คุณไม่ต้องการอะไรแบบนี้" ผมทำไม่ได้ไง

คุณเคยได้ยินเซเล็บพูดประมาณว่า

"อ๋อ ฉันไม่เช็กทวิตเตอร์ ฉันไม่อ่านคอมเมนต์"

พวกเขาโกหกคุณ

ทุกคนอ่านทุกคำ แม้แต่เซเล็บที่ไม่ค่อยออกสื่อ

ถ้าคุณอยากส่งข้อความถึงแดเนียล เดย์-ลิวอิส...

คุณก็แค่ต้องทวีต "เฮ้ย แดเนียล เดย์-ลิวอิส ไปตายไป"

เขาอ่านแน่

คนพูดถึงเรื่องส่วนตัวของผม

และเรื่องชีวิตผม เรื่องเซ็กซ์ของผม

มีคนพูดว่าผมเกลียดตัวเอง เกลียดผู้ชายผิวดำ

และผมนอนกับแต่ชายผิวขาวเท่านั้น ซึ่งนั่นไม่จริง

ผมมาที่นี่เพื่อบอกทุกคนว่าไม่จริง ผมนอนกับชายผิวดำตั้งเยอะ

ก็แค่สเปกชายผิวดำของผมค่อนข้างจะแมนมาก

บางทีผมก็เจอสถานการณ์แข่งขันทางเพศ

โดยที่ไม่มีใครยอมเป็นฝ่ายรับ

สุดท้ายเราก็ถือไอ้จ้อนจ่อใส่กันเหมือนดวลปืน

แค่แบบว่า "เอาละ อมนกเขาให้หน่อย"

ไม่ ไอ้เวร นายนั่นแหละอมให้ฉัน

นับสามแล้วเล่นท่า 69

เป็นอย่างงั้นอยู่หลายสัปดาห์

ผมอ่านเรื่องตัวเองเยอะมากๆ อยู่หลายสัปดาห์ แล้วก็เริ่มดิ่ง

อ่านแล้วทำร้ายจิตใจผม และผมต้องทำอะไรบางอย่าง

ผมเลยเริ่มไปหานักบำบัดผิวดำ

เพื่อหาคำตอบว่าทำไมผมมีแฟนผิวขาว

นัดแรก บอกตรงๆ ผมเข้าไปแบบเดือดมาก

ผมเตะประตูเข้าไปหาเธอเลย

แบบว่า "บอกมา ผมเป็นแคลเรนซ์ โทมัสเหรอ"

เธอเลยแบบ "โอเค"

เธอบอกว่า "ใจเย็น เจอร์รอด ถอดเสื้อคลุมออก ทำตัวให้สบาย"

และเธอถามผมว่ามีปัญหาอะไร

ผมบอกว่าเธอว่าคนในเน็ตใจร้ายกับผม

และเธอบอกว่า "พวกเขาพูดว่าไง"

แล้วผมก็เพิ่งอ่านเจอมา

มีคนทวีตว่าสาเหตุที่ผมมีแฟนผิวขาว

เป็นเพราะผมรู้สึกด้อยกว่าคนผิวขาว

นักบำบัดของผมตาลุกวาวเลย

เธอบอกว่า "มาคุยเรื่องนั้นกัน เจอร์รอด

เล่าเรื่องวัยเด็กให้ฟังหน่อย

เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับคนผิวขาวให้ฟังที

คุณเคยรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าไหม"

แล้วผมก็คิดเรื่องนั้น นี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ผมแบบ "ฮะ"

แค่คิดถึงเรื่องวัยเด็ก

คนแถวบ้านของผมเป็นคนผิวดำหมดเลย

โรงเรียนประถมของผม ดูเหมือนการทดลองของสมาคมคนผิวสี

จริงๆ นะ พวกเขาเปิดเพลงชาติ เวอร์ชันวิตนีย์ ฮิวสตันทุกเช้า

บ้าไหมล่ะ

ยายผมทำงานในโรงอาหารที่นั่น

เพื่อนบ้านผมเป็นคนผิวดำทั้งหมด เว้นแต่ที่จำได้ว่า

มีครอบครัวผิวขาวครอบครัวนึงที่อยู่บ้าน

สุดซอยตันแถวบ้านผม

แต่พวกเขาทุกคน... นี่เป็นเรื่องจริงนะ

พวกเขาทุกคนมีความบกพร่องทางจิตอะไรสักอย่าง

ผมเลยบอกนักบำบัด

"ผมว่าผมไม่ได้คิดว่าตัวเองด้อยกว่าแน่

เพราะ 13 ปีแรกในชีวิต ผมคิดว่าคนผิวขาวทุกคนปัญญาอ่อน"

ผมคิดจริง ผมคิดแบบนั้นจริงๆ

หนังคนผิวขาวเรื่องแรกที่ผมดูคือ "ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม"

แล้วผมก็ยืนดูจอแบบ

"โห คนขาวมันอยู่ในโลกนี้กันได้ยังไง

ในเมื่อปัญญานิ่มกันขนาดนี้"

รู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี การที่คนผิวดำโกรธผมไง

ใช่ เคยเจอไหม รู้สึกไม่ดีเลย

ไม่มีใครรับมือได้หรอก

และสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีมากๆ คือการที่คนผิวดำชอบเรา

วันก่อนผมเดินอยู่บนถนน

แล้วคนผิวดำคนนึงลดกระจกลง และเขาบอกว่า

"นี่ ผมเข้าใจคุณนะ"

ใครนะ ผมเหรอ คุณเข้าใจผมเหรอ

ผมนี่ยืนขึ้นเลย รู้ไหมพูดแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกยังไง

มีคนเข้าใจ ผมรู้สึกมีคนเข้าใจ ผมชอบเวลาคนผิวดำยอมรับ

อย่าเข้าใจผิดนะ ผมก็ชอบเวลาคนผิวขาวยอมรับผม

การยอมรับจากคนผิวขาว ทำให้ผมรู้สึกมั่นคงทางการเงิน

แบบว่าผมอยากให้คนผิวดำชอบผม แต่ผู้หญิงผิวขาวคนนึงจากเอชบีโอชอบผม

แล้วผมก็เป็นเศรษฐีมาตั้งแต่นั้น แต่นั่นไม่เหมือนกัน

ขอบคุณครับ ขอบคุณ เดี๋ยวผมไปบอกเธอให้

ตอนนั้นผมกังวลมาก ผมเป็นคนขี้กังวล

ผมมีอาการวิตกกังวลแบบเฉพาะตัว

ผมจะกังวลที่สุดตอนที่ทุกอย่างสงบ

ตอนที่ทุกอย่างไปได้สวย ผมกังวลมากตอนนั้นแหละ

ผมรอให้เกิดเรื่องแย่ๆ

ผมว่าถ้าผมอยู่ที่นิวยอร์กตอนเหตุการณ์ 9/11 ตอนนั้นคงจะเป็น

ประสบการณ์ที่ตอบโจทย์อารมณ์ผมเลย

ใช่ ผมจะบอกให้ว่าทำไม เพราะผมน่าจะกำลังเดินอยู่ข้างนอก

วันที่ดี นกร้องจิ๊บๆ

แล้วจู่ๆ เครื่องบินก็บินชนตึก

และอย่างแรกที่ผมจะคิดคือ "บอกแล้วไง ไอ้เบื๊อก

เดี๋ยวต้องมีเรื่องห่วยๆ แน่" นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในใจผม

ผมประหม่า และผมเอาความกังวลนั้นเข้าไปในความสัมพันธ์

ผมเป็นพวกขี้กังวลในความสัมพันธ์ เพราะสิ่งที่บ้ามากเกี่ยวกับความรัก

คือตอนมีคนบอกว่ารักคุณ

คุณแค่ต้องเชื่อคำพูดพวกเขา

บ้านะ คุณไม่คิดว่าแบบนี้บ้าเหรอ

บ้าแน่ๆ ผมต้องการหลักฐานมากกว่านั้น

ผมคงปลุกแฟนขึ้นมากลางดึก แล้วถาม "นายรักฉันไหม"

เขย่าตัวเขา พยายามถามตอนยังไม่ทันตั้งตัว

ผมเข้าใจงานแต่งงาน

ตอนเด็กๆ ผมไม่ชอบงานแต่งงาน ผมเคยต่อต้านด้วยซ้ำไป

เมื่อก่อนผมโกรธเวลาเพื่อนเชิญไปงานแต่ง

ผมแบบ "ชวนฉันมางานกากๆ แบบนี้ทำไม"

เนื้อไก่ก็แห้ง เพลงที่เปิดก็ท็อป 40

ฉันต้องจองเที่ยวบินไปดูแกตัดสินใจ

ฉันถ่อมาไกลขนาดนี้เพื่อดูแกเต้นกับพ่อ

ไปตายซะ ผมเคยรู้สึกแบบนั้น นั่นคือก่อนที่ผมจะมีความรัก

ตอนนี้ผมตระหนักแล้วว่า จุดประสงค์ของงานแต่งไม่ใช่การจัดงาน

เหตุผลที่คนเรามีงานแต่งงานก็เพื่อหาพยาน

เพราะแบบนั้นเลยจัดงานแต่งงาน

งานแต่งงานคือช่วงเวลาที่คุณพาคน

ที่อ้างว่ารักคุณมายืนข้างๆ คุณตรงนี้

คุณเชิญทุกคนที่เคยรู้จักมาตลอดชีวิต

ครอบครัวคุณก็มา ครอบครัวเขาก็มา

เชิญแม้กระทั่งคนเฝ้าประตูตึก ที่คุณไม่ได้อยู่แล้วมาด้วย

ทุกคนอยู่นั่นหมด

แล้วก็ให้เพื่อนสนิททุกคนเรียงแถวข้างหลังคุณ

เพื่อจ้องไอ้บ้านี่

จุดประสงค์ทั้งหมดของพิธี ก็เพื่อให้คุณหันไปหาเขาแล้วบอกว่า

"นี่ ที่บอกว่ารักฉันน่ะ ยังไงแล้วนะ

ทีนี้ก็บอกพวกเขาสิ ป้านายอุตส่าห์บินมา

บอกป้านายสิ ที่บอกว่าอยากตายไปกับฉันอะ

พูดสิ 'จนวันตาย'"

นั่นคือสาเหตุที่คนจัดงานแต่งงาน ผม...

ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว เพราะผมตกหลุมรัก และผมอยากแต่งงาน

ใช่ ผมอยากแต่ง ผมรักแฟนผมมาก

เขาเป็นเพื่อนซี้ของผม ผมชอบทุกช่วงเวลาที่อยู่กับเขา

ผมชอบนอนตักเขาตอนที่เขาเล่นเกมมาริโอ

ผมหวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

เราเพิ่งฉลองวันครบรอบไปเมื่อวันที่ 6 มกราคม

ใช่

เขาบุกยึดหัวใจผม

เขาไม่ชอบเวลาผมพูดแบบนั้น แต่ผมชอบ

แบบนี้ใหม่มากสำหรับผม น่าตื่นเต้นมาก

เขาเท่าเทียมกับผม และนั่นสำคัญมาก

คุณต้องอยู่กับคนที่เท่าเทียมกับคุณ อย่าเข้าใจผมผิดนะ เราต่างกัน

เรามีเรื่องที่ต่างกันเยอะ โตมาคนละแบบ

ฟังเพลงคนละแบบกัน

ผมโตมากับการฟังเพลงแร็ปมากมาย เพลงของเจย์-ซีมากมาย

เพลงโปรดของผมทุกเพลง มักจะเกี่ยวกับพ่อค้ายา

พกปืน ทำในสิ่งที่ต้องทำเพื่อเอาตัวรอด

ส่วนแฟนผมโตมากับการฟังเพลงของบียอร์ก

และโจแอนนา นิวซัม

ส่วนเพลงโปรดของเขาทุกเพลง เกี่ยวกับนกกระจอกที่ไปทำแท้ง

เพราะงั้นเราต่างกันมาก แต่ผมคิดว่าเราเท่าเทียมกัน

และนั่นคือเรื่องสำคัญ

สำคัญที่คุณต้องอยู่กับคนที่เท่าเทียมกับคุณ

นั่นเป็นเรื่องจำเป็น

เพราะถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองโชคดี แปลว่าคุณถูกนอกใจ

และถ้าคุณรู้ว่าแฟนตัวเองโชคดีที่มีคุณ

คุณจะเอาแต่หาทางหนี

เพราะงั้นคุณต้องเท่าเทียมกัน ผมกับแฟนของผมเท่าเทียมกัน

ผมรวย ส่วนเขาผิวขาว เพราะงั้นเราเท่าเทียมกัน

หายกัน เสมอกัน

แต่ผมอดไม่ได้ ที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับเขาอยู่ตลอด

อะไรก็ตามที่แฟนผมทำเพื่อพัฒนาตัวเอง

ผมกลับมองว่านั่นคือการติติงตัวผมเอง

อย่างเช่น ถ้าเขาลุกออกจากเตียงก่อนผมตอนเช้า

ผมรู้สึกเหมือนไอ้คนขี้เกียจสันหลังยาว

ผม... นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่ผมคิดออก

เราซื้อเครื่องทำวาฟเฟิลจากวิลเลียมส์-โซโนมา

เพราะผมชอบวาฟเฟิลมาก ผมชอบวันวาฟเฟิล

ผมตื่นเต้นตั้งแต่คืนก่อนหน้านั้น

ผมถามแฟน "พรุ่งนี้นายจะทำวาฟเฟิลใช่ไหม"

เขาบอกว่า "อืม" แล้วผมก็...

ผมนอนครบแปดชั่วโมงและตื่นมาพร้อมความสุข เหมือนวันคริสต์มาส

เราลงไปข้างล่าง แล้วแฟนผมก็ทำวาฟเฟิล

แล้วเราก็จัดจานวาฟเฟิลกันคนละแบบ

ที่ผมชอบทำคือเอาวาฟเฟิลมาฉีกออกเป็นชิ้นเล็กๆ

แล้วผมก็ทำเป็นภูเขาวาฟเฟิลเล็กๆ แบบภูเขาวาฟเฟิลร้านครัมเบิล

แล้วผมก็ละลายเนยเคอร์รีโกลด์ครึ่งหม้อ

- แล้วราดเนยบนวาฟเฟิลให้ชุ่ม - เยส

แล้วผมก็หาน้ำเชื่อมที่ถูกที่สุดเท่าที่หาได้

ไม่ใช่น้ำเชื่อมเมเปิลออแกนิกเกรดเอ บ้าบออะไรนั่น

แบบว่าน้ำเชื่อมตราล็อกเคบิน

ผมชอบมาก

Comments

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left