The first 200 lines.
"ลูกพ่อ"
"พ่อเขียนจดหมายถึงแก ตอนแกอายุ 15"
"อะพอลโลภูมิใจนำเสนอ บีทวีนเดอะเวิลด์แอนด์มี"
"ที่พ่อเขียนถึงแก เพราะว่านี่คือปี"
"ที่เราเห็นเอริค การ์เนอร์ โดนบีบคอตายเพราะขายบุหรี่"
"เพราะอย่างที่แกก็รู้แล้วว่า"
"เรนิชา แม็กไบรด์ ถูกยิงเพราะขอความช่วยเหลือ"
"จอห์น ครอว์ฟอร์ดถูกยิง"
"เพราะเดินห้าง"
"เราเห็นคนใส่เครื่องแบบขับรถผ่าน แล้วฆ่าทาเมอร์ ไรซ์"
"เด็กที่พวกเขาให้สัตย์สาบานแล้ว ว่าจะปกป้อง"
"เราได้เห็นคนพวกนั้นในชุด เครื่องแบบเดียวกันนี้"
"ต่อยมาร์ลีน พินน็อค ซึ่งเป็นย่าของใครสักคน"
"อยู่ข้างถนนมาแล้ว"
"ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติของคนผิวสี"
"ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเก่าไปแล้ว สำหรับคนผิวสี"
"สิ่งที่พ่อบอกแกไปแล้วก็คือ สิ่งที่ปู่ย่าของแกพยายามจะบอกพ่อ"
"ว่าที่นี่คือประเทศของแก นี่คือโลกของแก"
"ว่านี่คือร่างกายของแก"
"และแกต้องหาทาง"
"ที่จะอยู่ในร่างนี้ให้ได้"
"อะพอลโลมีความหมายเท่ากับ"
"รสชาติของการเป็นตัวคุณ"
"ในฐานะคนดำ"
"มันมีความหมายเท่ากับ"
"รสชาติของการทำอะไรก็ตาม อย่างสุดเหวี่ยง"
"มันมีความหมายเท่ากับ"
"การเป็นตัวคุณอย่างที่อยากเป็น"
"มันมีความหมายเท่ากับ"
"สิ่งที่คุณนึกภาพออกว่าตัวเองจะทำ"
และทำมันได้เหนือจินตนาการ
"เวลาฉันคิดถึงอะพอลโล"
"ฉันคิดถึงการที่คนแอฟริกันอเมริกัน มีส่วนร่วมกับวัฒนธรรม"
"ดนตรี การเต้น การแสดง"
"ไปจนถึงประวัติศาสตร์ และมรดกตกทอด"
แล้วก็รู้ว่าอะพอลโล มีพื้นที่สำหรับเรื่องทั้งหมดนั่น
"พวกเขาเป็นคนปูทาง แต่ก็ต้องแลกด้วยอะไรมากมาย"
"ผมไม่รู้เลยว่าพวกเรา คนไหนก็ตามจะไปอยู่ไหน"
"ถ้าไม่มีการแสดงบนเวทีทั้งหมดนั่น"
มันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างครับ
"ถ้าสหรัฐอเมริกา เป็นวงกลมวงใหญ่"
"ในนั้นก็จะมีนิวยอร์ก"
"แล้วข้างในนิวยอร์ก แน่นอนว่าต้องมีนิวยอร์กซิตี"
แล้วข้างในนิวยอร์กซิตีก็จะมีฮาร์เล็ม
ข้างในฮาร์เล็ม ก็จะเป็นโรงละครอะพอลโล
"อะพอลโล"
"ถนนฮาร์เล็มสาย 125"
"วงเวียนดุ๊ค เอลลิงตัน"
สวัสดี สาว ๆ เป็นยังไงบ้าง
- คุณมาจากไหนกัน - เรามาจากนิวออร์ลีนส์ค่ะ
ผมชื่อบิลลี่ มิทเชลล์ครับ
ผมเป็นนักประวัติศาสตร์ ที่โรงละครอะพอลโล
ผมอยู่ที่นี่มาเรื่อย ๆ เป็น 51 ปีแล้ว
- ว้าว - ว้าว
ผมทำนั่นทำนี่ ที่ตรงนี้มาตั้งแต่ 15 ขวบแน่ะ
ตอนนี้ก็ปาไป 66 ปีแล้ว
แปลว่าคุณเห็น...
คุณเห็นทุกคนที่เขามาที่นี่หมดน่ะสิ
- ทุกคนเลย - นั่นสิ
คุณคิดยังไงกับโรงละครอะพอลโล
พอได้ยินชื่อโรงละครอะพอลโลปุ๊บ
สิ่งที่คิดถึงอัตโนมัติ
- ดนตรี ได้เวลาแสดงแล้ว - สดที่อะพอลโล
ฉันรู้ว่ามันเป็นหนึ่งในสถานที่ดั้งเดิม
ที่คนบันเทิงของเรา สามารถมาแสดงได้
- ไม่เคยเข้าไปข้างในเหรอ - ไม่เคย
อยากเข้าไปดูข้างในไหม
- อยากสิ - งั้นเอาเลย มาดูข้างในกัน
เข้ามาสิ เข้ามาเลย เข้ามา
มาด้วยกันเลย มากับผม
ระวังให้ดีล่ะ พวก
พอนายเล่นปุ๊บ พวกเราก็จะออกมาตรงนั้น
พวกเขากำลังซ้อมการแสดง ที่ชื่อว่า "เอลล่า" น่ะ
ขึ้นเวทีไป ขึ้นเวที ขึ้นไปข้างบน
- ตื่นเต้นเป็นบ้าเลย - ผมก็เหมือนกัน
ผมชอบทำแบบนี้ยิ่งกว่า ที่คุณอยากเห็นมันซะอีก สาว ๆ
พวกคุณนึกไม่ถึงแน่ นี่แหละคือสิ่งที่ผมทำ
ตามมาเลย
"นาย เอ่อ ย้ายขาตั้งโน้ตก่อนได้ แล้วก็..."
"โจจะให้คิวเราเพื่อปิดม่านเข้ามา"
"แล้วเราก็จะฟังคิวเสียงเปิดเรื่อง"
"การซ้อมงานฉลองวันเกิด ปีที่ 100 ของเอลล่า"
"ถ้าโอเคแล้ว ก็น่จะย้าย ไปยังเอลล่าวัยสาวต่อได้เลย"
"หนึ่ง สอง เฮ่ ๆ"
"หนึ่ง สอง"
แล้วเอาอีกอันมาวางข้างบนนี่ ข้างใต้นี่ด้วย
"เชิญเอลล่าวัยสาว ขึ้นเวทีได้ไหมคะ"
"สแตนด์บายบนเวที ให้เอลล่าวัยสาวค่ะทุกคน"
"เราเคยไปอะพอลโล"
"ในคืนที่มีการแสดง ของมือสมัครเล่น"
วันนั้นมีสองศรีพี่น้อง
ซึ่งเป็นสองพี่น้อง ที่เต้นเก่งที่สุดในโลก
ชื่อว่าพี่น้องเอ็ดเวิร์ด
"ตอนที่ฉันเห็นแม่สาวสองคนนั้นเต้น"
"ฉันบอกเลยว่าไม่มีทาง ที่จะคิดออกไปเต้นแน่ ๆ"
"เพราะพวกหล่อนเต้น จนกินขาดทุกคน"
แล้วพอฉันโผล่ขึ้นไปปุ๊บ
ก็มีคนโห่ขึ้นมาในกลุ่มคนดู
"เธอจะทำยังไงล่ะนั่น"
"วันนี้วันที่ 21 พฤศจิกายน ปี 1934 ซึ่งเป็นคืนวันพุธ"
"ได้เวลาของคืนแห่งมือสมัครเล่น ชื่อดังระดับโลกของอะพอลโลแล้ว"
"เอาล่ะ เอลล่า ยินดีต้อนรับ สู่คืนแห่งมือสมัครเล่นครับ"
"รองเท้าเต้นคุณพร้อมแล้วใช่ไหม"
"ไม่อยากเต้นเหรอ"
"อ้าว แล้วคุณจะทำยังไงล่ะ"
"ผู้ชายคนนั้นพูดว่า 'เธออยู่บนเวทีแล้วนะ'"
"ทำอะไรสักอย่างสิ"
"แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าแม่ฉัน มีเทปเพลงแผ่นหนึ่ง"
"ของคุณคอนนี่ บอสเวลล์ ชื่อว่าจูดี้"
"แล้วฉันก็เลยออกไปพยายาม ร้องเพลงจูดี้"
"เหมือนคุณคอนนี่ บอสเวลล์"
"ตอนนั้นคนดูว่ากันว่า 'โอ้ แม่สาวนั่นร้องเก่งนี่'"
"ฉันก็เลยได้ที่หนึ่งค่ะ"
"หากเสียงของเธอนำ"
"ทุกความหวังแห่งใบไม้ผลิมาได้"
"นั่นแหละคือจูดี้"
"จูดี้ของฉัน"
"หากดวงตาเธอตอบว่าใช่"
"แต่ที่คุณเดากลับไม่ใช่ นั่นแหละคือจูดี้"
"จูดี้ของฉัน"
"หากได้ยินเสียงเธอร้อง"
"พร้อมสำเนียงทางใต้ที่เนิบนุ่ม"
"ไงจ๊ะ พ่อหนุ่ม"
"นั่นแหละอันตราย"
"เอลล่า ฟิตซ์เจอรัลด์ เคยร่วมแสดงใน"
"ปีแรกของ 'คืนแห่งมือสมัครเล่น'"
สุดท้ายเธอต้องออกมาร้องเพลง
แต่ดันลืมเนื้อร้องซะได้
ก็เลยต้องเริ่มร้องด้นสด
ผลปรากฏว่า
เธอร้องด้นสดได้เก่งที่สุดซะงั้น
"มีตำนานเกี่ยวกับไม้ชิ้นหนึ่งอยู่"
"มันชื่อว่าต้นไม้แห่งความหวัง"
นักแสดงทุกคนที่เคยแสดง
ที่โรงละครอะพอลโล เคยแตะไม้นั้นมาแล้ว
"เพื่อที่ว่าเมื่อคุณขึ้นเวที"
"ในฐานะดาวรุ่งหนุ่มสาว มือสมัครเล่นเปี่ยมความหวัง"
แล้วแตะที่ต้นไม้นั้น
เวทมนตร์จากการแตะ
จะแผ่ลามเข้าไปผ่านกระดูก เหมือนที่ซึมเข้าไปในต้นไม้นั้น
"มันเป็นชิ้นไม้ที่ตัดมาจากต้นไม้"
"หน้าโรงละครลาฟาเยตต์"
"ที่พ่อผมเปิดกับลีโอ เบรเชอร์ หุ้นส่วนของเขา"
"ก่อนที่จะย้ายไปถนนสาย 125"
"บรรดานักแสดงเคยไปนั่งเล่น นอนเล่นที่เกาะบนถนนสายที่เจ็ด"
"หวังว่าพ่อผม แฟรงก์ ชิฟฟ์แมน"
จะออกมาแล้วให้งานทำ
"แฟรงก์ ชิฟฟ์แมนเป็นหนึ่งใน"
คู่แข่งที่โหดที่สุดในวงการโรงละคร
"พอถึงปี 1935 พวกเขาก็กำจัด คู่แข่งรายอื่นจนเรียบกระดาน"
"พวกเขาเป็นตัวเลือกเดียว ในเมืองฮาร์เล็ม"
ในเรื่องการแสดงละคร ของคนแอฟริกันอเมริกัน
"ผมโตมาบนถนนหนทาง ที่เลนอกซ์อเวนิวครับ"
ถนนสาย 125 เป็นสนามเด็กเล่นของผม
"ถนนสาย 125"
"สมอลส์พาราไดซ์ เต้น ทานอาหาร"
"คอตตอนคลับ"
"เวลาคนพูดถึง"
"ฮาร์เล็มแห่งคอตตันคลับ และซาวอย"
คนผิวสีจะเข้าไปในที่แบบนี้ไม่ได้
"ผมเกิดปี 1930"
"นี่เป็นที่ที่คนผิวขาวจะไปกัน"
"เลนอกซ์อเวนิว"
"คนลืมกันไปแล้วว่าฮาร์เล็ม เป็นแค่จุดให้คนที่เคยเป็นทาส"
"พยายามออกมาเถลไถลเล่น"
หรือโดนรุมประชาทัณฑ์อย่างเปิดเผย
"การเหยียดเชื้อชาติ เคยอยู่ในนิวยอร์กซิตีแห่งนี้"
คุณต้องเข้าใจว่าอเมริกา อยู่ที่จุดไหนในปี 1934
"เรายังเป็นประเทศที่ถูกแบ่งแยก"
"ดนตรีและศิลปะเกิดขึ้นได้ที่อเวนิว"
"ในฐานะมรดกของการตกเป็นทาส"
"เมื่ออะพอลโล เปิดประตูเมื่อปี 1934"
มันเป็นหนึ่งในโรงละคร ไม่กี่แห่งที่ไม่แบ่งแยก
ที่ให้โอกาสกับคนผิวสี
"โดยเฉพาะชาวแอฟริกันอเมริกัน"
"ตอนผมยังเด็ก"
"ผมจะไปดูวงดนตรีใหญ่ ๆ ที่อะพอลโล"
อะพอลโลคือวังของผม
"บันทึกโรงละครอะพอลโล ปี 1934"
"ดุ๊ค เอลลิงตัน"
ในยุค 30 เพลงแจ๊ส เป็นเพลงยอดนิยมในช่วงนั้นเลย
"มันเป็นเพลงที่วัยรุ่นอยากฟัง"
"มันเป็นดนตรีที่ผู้ใหญ่ใช้จีบกัน"
"แล้วก็เป็นสิ่งที่ค่ายเพลงต่าง ๆ อยากจะขายให้สาธารณชน"
ดังนั้นลองคิดดูสิ
ว่าถ้าคุณเดินเข้าไปในโรงละคร
"แล้วเห็นเวที"
"เต็มไปด้วยคนผิวสีที่แต่งตัวดี"
"ใส่สูทที่ดูเข้ากัน"
"มีเครื่องดนตรีเงาวับ"
เล่นประสานกันเหมือนเครื่องจักร
มันเป็นแบบจำลอง ความสำเร็จของคนผิวสี
"ที่ผู้คนชื่นชอบ"
"และอันที่จริงแล้วก็ต้องการจะมี ในชีวิตของตนเอง"
"นั่นแหละคือพลังของ ยุคแห่งวงดนตรีใหญ่นั้น"
ในยุคทองของอะพอลโล
"มันเป็นเพียงที่เดียว"
"ที่จะมีนักแสดงผิวสีจะสามารถมา ทำการแสดง"
"และเปิดตัวเข้าสู่วงการ เป็นดาวรุ่ง"
"ราล์ฟ คูเปอร์"
No comments yet. Be the first to leave one.