Marvel's 616

Marvel's 616

Download Thai Subtitle

Season 1

Release info

Marvel s 616 S01 WEBRip Disney Hotstar th
Marvel s 616 S01 WEB-DL Disney Hotstar th
A Commentary by Ferdi125
Ep.1-2,Ep.4-8

Tags

webrip
web
BRip
TS
Web-DL
web-dl
WEB-DL
Published on: 2021-07-25
Downloads: 12
Hearing Impaired: No

Thai subtitle preview

The first 200 lines.

ในยุค 70 ทุกคนอยากได้สิ่งใหม่ๆ และน่าตื่นเต้น

ก็นี่ไงล่ะ

เซ้นส์แมงมุมฉันสัมผัสได้

เราทำสไปเดอร์-แมนญี่ปุ่น

ต่างจากสไปเดอร์-แมนต้นฉบับ อย่างสิ้นเชิง

ไม่มีป้าเมย์ ไม่มีปีเตอร์ พาร์คเกอร์

มีหุ่นยนต์ด้วยนะ

แล้วก็มีรถ

มีคนกระโดดเหินไปมา

เพื่อต่อสู้กัน

ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ สไปเดอร์-แมนต้นฉบับเลย

จำได้เลยที่มาร์เวลบอก "อย่าให้ออกไปนอกญี่ปุ่นเด็ดขาด

จำกัดให้อยู่แค่ในญี่ปุ่นก็แล้วกัน"

ตลอด 30 ปีให้หลัง

คุณไม่เคยได้ข่าว หรือกระทั่งได้ดู

สไปเดอร์-แมนญี่ปุ่นในอเมริกาเลย

นี่คือเรื่องจริง ของสไปเดอร์-แมนญี่ปุ่น

"สไปเดอร์-แมนญี่ปุ่น"

มีคนสามคนที่พาผมไปญี่ปุ่น

ผู้หญิงคนหนึ่ง สแตน ลี และสไปเดอร์-แมน

"โตเกียว ญี่ปุ่น ปี 1977"

ผู้หญิงคนนั้นคือภรรยาผม เธอมาจากญี่ปุ่น

ผมเจอเธอสมัยเรียนในอเมริกา

ช่วงยุค 70 ผมเคยไปเที่ยวญี่ปุ่น

ตอนอยู่ญี่ปุ่น ผมได้เห็น...

การ์ตูนญี่ปุ่นจำนวนมาก

ไปที่ไหนก็เจอ สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "มังงะ"

การ์ตูนญี่ปุ่น และทุกคนก็อ่านมัน

จำได้ว่ามองไปไม่เจอ หนังสือการ์ตูนอเมริกันเลย

จนผมเริ่มสงสัยว่าทำไม

ผมเองก็เป็นคอการ์ตูนเก่า

ผมชอบการ์ตูนมาร์เวล

สแตน ลีคือฮีโร่ของผม

ผมเลยโทรหามาร์เวล บอกไปว่า

"ฟังนะ พวกคุณมีหนังสือการ์ตูน

วางขายทั่วโลก ทั่วอเมริกา

แต่ในประเทศแห่งหนังสือการ์ตูน ที่ใหญ่ที่สุดอย่างญี่ปุ่น

กลับไม่มีการ์ตูนของพวกคุณเลย"

ทางนั้นบอกว่า "เราเคยส่งการ์ตูนไปหลายเรื่อง

แต่ก็โดนส่งคืนมาครึ่งหนึ่ง

ขายไม่ออกเลย"

ผมบอกว่า "งั้นเอาแบบนี้นะ

พวกคุณอยากได้ช่องทางทำเงินใช่ไหม

ผมว่าที่นี่มีนักอ่าน

ที่พร้อมจะซื้อการ์ตูนของพวกคุณ ถ้านำเสนออย่างถูกวิธี

ให้โอกาสผมสิ ผมจะไปที่นั่น

ผมจะหาคำตอบว่าเพราะอะไร

และจะกลับมาพร้อมข้อเสนอธุรกิจ"

โชคดีที่สแตน ลีเห็นดีด้วย

ผมมาญี่ปุ่นในฐานะผู้จัดพิมพ์

สำนักพิมพ์ในญี่ปุ่นรู้กันหมด

"นี่ มีไกจินพิลึกคน..."

คำว่า "ไกจิน" เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า "คนนอก"

"หอบลิขสิทธิ์ การ์ตูนมาร์เวลไปนู่นมานี่

ลองไปคุยกับเขาดีไหม"

แล้วผมก็รู้

ว่าทำไมการ์ตูนอเมริกัน ถึงขายไม่ออกในญี่ปุ่น

การ์ตูนอเมริกันมีไว้อ่าน

การ์ตูนญี่ปุ่นมีไว้ดู

การ์ตูนอเมริกัน เหมือนหนังสือภาพประกอบ

ต้องอ่านช่องคำพูด สามถึงสี่ช่องต่อหนึ่งภาพ

แต่มังงะญี่ปุ่น มีความเคลื่อนไหวอยู่ในภาพ

แค่ดูก็เห็นความเคลื่อนไหว เหมือนสตอรี่บอร์ดเลย

นักอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น

แค่อยากสนุก

ในแบบที่พวกเขาต้องการ

"มาสค์ไรเดอร์ อีกชื่อคือ คาเมนไรเดอร์ ปี 1971"

ตอนที่ผมอยู่ที่ญี่ปุ่น

ผมพาลูกชายคนเล็กมาด้วย

เขากับเพื่อนๆ อีกหลายคน

ดูรายการทีวีญี่ปุ่นพวกนี้

อย่างพวกคาเมนไรเดอร์ ซึ่งเด็กๆ ชอบกันมาก

ต่อให้ฟังไม่เข้าใจเลยก็ตาม

เด็กๆ ชอบฉากบู๊ ชอบดนตรีประกอบ

ทุกอย่างดูมีพลัง

และบริษัทหนึ่งที่อยู่เบื้องหลัง รายการพวกนี้คือโทเอ

โทเอเป็นหนึ่งในสตูดิโอยักษ์ใหญ่

ในญี่ปุ่น ณ ตอนนั้น

ผมโทรไปที่นั่น และผมก็โชคดี

ได้คุยกับประธานบริษัท

เขาชื่อวาตานาเบะ

ผมบอกว่า "พวกคุณทำรายการทีวี

มีซูเปอร์ฮีโร่มากมาย

ส่วนผมเป็นตัวแทนมาร์เวล"

ในตอนนั้น คุณวาตานาเบะมีสมญานาม

ว่าราชาแห่งย่านกินซ่า

ซึ่งแปลว่าหลังเลิกงานทุกคืน

คุณต้องไปเข้าบาร์กับเขา

เป็นวิธีเจรจาธุรกิจในสมัยนั้น

เป็นที่ที่คุณทำสัญญาธุรกิจในญี่ปุ่น

ไม่ได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทนาย

เป็นสัญญาจากการดื่มและจับมือ

ไม่มีฉีกสัญญาทีหลัง

จะฉีกการจับมือได้ยังไง

ผมนั่งลง เจรจาสัญญา

ซึ่งทางมาร์เวลจะสามารถ

เลือกซูเปอร์ฮีโร่ของโทเอได้

ส่วนโทเอก็เลือก ซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลได้

เราทำข้อตกลงกัน

ผมส่งสัญญาไปให้มาร์เวล มาร์เวลตอบตกลง

ทางนั้นบอกว่า "จัดการเลย"

ผมบอกโทเอว่า "โอเค ตกลงตามนี้"

สแตน ลีเป็นอัจฉริยะ ในวงการหนังสือการ์ตูน

เขาสัมผัสได้ว่าคนอ่านจะชอบอะไร

ไม่ชอบอะไร

ต้องให้สแตน ลีดูแล้วชอบ

รายการแรกที่โทเอสร้าง คือสไปเดอร์-แมน

เพราะนั่นเป็นตัวละครหากินของมาร์เวล

คุณวาตานาเบะถามว่า "ถ้าเป็นสไปเดอร์-แมนล่ะ

คุณคิดว่ายังไง" ผมตอบว่า "ก็ดีนะครับ"

เขาบอกว่า "ผมก็เชื่ออย่างนั้น ผมว่าดีแน่

ผมให้มือดีที่สุดไปจัดการแล้ว"

เราได้ไฟเขียวสร้างเกือบ 50 ตอน

มาร์เวลมองว่าญี่ปุ่น เป็นดินแดนที่แยกตัวเป็นเอกเทศ

จำได้เลยที่มาร์เวลบอกโทเอว่า

"ให้อยู่แค่ในญี่ปุ่นก็แล้วกัน

อย่าให้ออกไปนอกญี่ปุ่นเด็ดขาด" แล้วพวกเขาก็บอกว่า "จัดการได้เลย"

คนในอเมริกาไม่สนใจหรอก

เพราะพวกเขาจะไม่ได้ดูมัน

ขอแค่ขายได้และทำเงิน เท่านั้นก็พอ

นั่นคือกุญแจสำคัญ

"มาสค์ไรเดอร์ คาเมนไรเดอร์"

พูดกันตามตรง รายการซูเปอร์ฮีโร่

ที่สร้างโดยโทเอ ก็คือโฆษณาขายของเล่น

รายชื่อผู้สนับสนุน ก็มีแต่บริษัทของเล่น

แต่ละบริษัทก็ทำของเล่นออกมาดูดีมาก

หุ่นยนต์เอย รถยนต์เอย

เป็นของเล่นที่ซับซ้อน และสวยงามจนน่าทึ่ง

พูดง่ายๆ คือเราต้องการของเล่น เพื่อให้ได้ทุนสร้าง

เราจึงเริ่มจากดูโครงเรื่อง

ของสไปเดอร์-แมนฉบับอเมริกัน

"เราไม่มีของพวกนั้นเลย"

ผมเลยบอกว่า "ก็เติมเข้าไปสิ เราต้องมีหุ่นยนต์"

รองประธานโทเอโทรหาผม

เขาบอกผมว่า

พวกเขากำลังสร้างสไปเดอร์-แมน ของมาร์เวลในญี่ปุ่น

เขาขอให้โปปี้ บริษัทของเรา

ออกแบบสินค้า และเป็นผู้สนับสนุนให้รายการ

ในอเมริกา คุณขายแค่ตัวละครหลักก็พอ

แต่จะให้ "สไปเดอร์-แมน" ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น

เราต้องมีสินค้าเพิ่มเติม

ที่ทำมาเพื่อเด็กๆ ในญี่ปุ่น

เพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้า

หุ่นยนต์คือสิ่งที่สร้างกำไรมหาศาล

ขณะนั่งรถไฟกลับจากโทเอ

ผมคิดขึ้นได้ว่า "หน้าตาน่าจะประมาณนี้"

ยานอวกาศที่สไปเดอร์-แมน ใช้เดินทางมายังโลก

ควรจะดูเหมือนสฟิงซ์

ผมว่าคงเหมาะกับสไปเดอร์-แมนดี

แต่จะเป็นหุ่นยนต์ธรรมดาไม่ได้หรอก

ในอเมริกา เขาใช้คำว่า "แปลงร่าง" หรือ "รวมร่าง"

ผมเป็นคนแรกที่คิดเรื่อง "แปลงร่าง"

ผมเป็นคนนำระบบแปลงร่าง มาสู่โลกของสไปเดอร์-แมน

มีใครสงสัยไหมว่า ทำไมถึงเป็นสฟิงซ์ ไม่ใช่แมงมุม

ผมก็ออกแบบของผมไป

ไม่มีใครเข้าใจหรอกว่าทำไม

เราให้มีหุ่นยนต์ที่ชื่อมาร์เวลเลอร์

เมื่อโปปี้เป็นสปอนเซอร์รายการ

เราก็เดินหน้าต่อ

"สไปเดอร์-แมน"

มีสองสามอย่างที่ผมยืนกรานว่าต้องมี

ในเรื่องลิขสิทธิ์ ชุดที่ใช้

ต้องเหมือนสไปเดอร์-แมนเป๊ะ ซึ่งก็เหมือน

ต้องออกท่าทางแบบสไปเดอร์-แมน

ยิงใย ซึ่งก็มี

ไต่ผนัง ไต่เพดาน

ท่วงท่าและพลังทั้งหมด ที่ปีเตอร์ พาร์คเกอร์มี

ตอนที่เป็นสไปเดอร์-แมน

เรานำมาใช้กับสไปเดอร์-แมนญี่ปุ่น

สไปเดอร์-แมน

เอาล่ะ ไปเลย

- อรุณสวัสดิ์ - อรุณสวัสดิ์

ต่อมาคือการเลือกนักแสดง

เรื่องนั้นให้ทางโทเอจัดการ

ทางนั้นบอกว่า "ฟังนะ ผมมีนักแสดงดังๆ อยู่

ผมรู้ว่าใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ"

ผมเข้าสังกัดนักแสดง และรับงานตัวประกอบอยู่สามปี

"ผมเนี่ยนะ รับบทนำเลยเหรอ ว้าว"

"ได้บทมาอ่านเป็นครั้งแรก ว้าว"

นี่ไม่ใช่แค่งานใหญ่งานแรก

แต่ผมเป็นตัวเอกเลยนะ

บรรยายความรู้สึกไม่ถูกเลยครับ

ทาคุยะ มัวโอ้เอ้อะไรอยู่

รีบแปลงร่างเป็นสไปเดอร์-แมนเร็วเข้า

ผมไม่รู้จักสไปเดอร์-แมนเลย

เลยไปหา "สไปเดอร์-แมน" มาอ่าน

ก่อนเริ่มถ่ายทำ

เรามารวมตัวกัน ที่ห้องฉายหนังของโทเอ

ดูหนัง "สไปเดอร์-แมน" ฉบับอเมริกัน

ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์-แมน

ผมชอบมาก

ซูเปอร์ฮีโร่ที่โด่งดัง เก่งกล้า และชวนตื่นเต้น

ที่สุดในโลก

เขาเป็นมนุษย์จริงๆ

สไปเดอร์-แมนที่ผมได้ดูเป็นภูมิแพ้

เขาลืมกินยา เลยมีอาการแพ้

เราเริ่มจามทั้งที่สวมชุดแมงมุมอยู่

ผมชอบมากเลย

หนังแย่มาก

แทบไม่มีฉากสไปเดอร์-แมนโหนใยเลย

Comments

No comments yet. Be the first to leave one.

Keep it about this subtitle — sync, quality, typos.500 characters left