The first 200 lines.
สารเลว
ท่านสุภาพบุรุษและสตรี เนื่องจากมีคนไม่ค่อยสบาย
คืนนี้บทของเดนิส เลียรี่ จะแสดงโดยเดนิส เลียรี่
และตอนนี้ขอทุกท่าน ตบมือต้อนรับเดนิส เลียรี่ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอบคุณ ขอบคุณ
และไอ้บ้าเอ๊ย
มีชายอยู่คนหนึ่ง ไม่รู้พวกคุณรู้จักเขารึเปล่า
หลังๆ นี่เขาปรากฏบนหนังสือพิมพ์บ่อยๆ เขาเป็นคนอังกฤษ
ซึ่งก็ไม่ควรจะเกี่ยวอะไรด้วยหรอกนะ แต่...
เรื่องมีอยู่ว่า นี่คือความฝัน ทั้งชีวิตของเขา เขาไปตามประเทศต่างๆ
และเขาจะมาเยี่ยมวุฒิสภาประเทศนี้ ในอีกสองสามสัปดาห์
สิ่งที่เขาอยากจะทำคือเขาต้องการให้ คำเตือนบนซองบุหรี่มีอักษรใหญ่ขึ้น
ใช่ เขาต้องการให้มันพิมพ์ไว้เต็มหน้าซองเลย
ปัญหาก็คือเรายังไม่เคย ชายตามองมันเลย ว่าไหม
แหม อย่างกับว่าทำแบบนั้นแล้วจะได้ผล จู่ๆ คนที่สุบบุหรี่ทั่วโลก
จะมาพูดว่า "ใช่ บิล ฉันมีบุหรี่อยู่ เวรแล้ว!
มันไม่ดีต่อสุขภาพนี่นา
ซวยละ ฉันนึกว่ามันเป็นของดีมาตลอด อุตส่าห์นึกว่าบุหรี่มีวิตามินซี"
งี่เง่าเอ๊ย มันไม่สำคัญหรอกว่า คำเตือนจะตัวอักษรใหญ่ขนาดไหน
จะให้มีบุหรี่ยี่ห้อ "คำเตือน" เลยก็ได้
จะบรรจุบุหรี่ในซองสีดำ
แล้วมีหัวกะโหลกกระดูกไขว้ ด้านหน้าพิมพ์ว่า "เนื้องอก" ก็ยังได้
คนที่สูบบุหรี่ก็ยังจะเข้าคิวซื้อบุหรี่
"ฉันรอที่จะได้มันมาครอบครองไม่ไหวแล้ว
ฉันว่าสูบปุ๊บเป็นมะเร็งปั๊บแน่เลย"
ไม่สำคัญหรอกว่าคำเตือนจะใหญ่ขนาดไหน หรือว่าแพงเท่าไหร่
ยิ่งขึ้นราคา เราจะก็ยิ่งเข้าไปปล้นบ้านคุณ
เพื่อขโมยบุหรี่ให้ได้ โอเคนะ
มันป็นยาเสพติดและเราก็ติดยาเสพติด โอเคนะ
ผมออกจะเมายานิดๆ มึนหน่อยๆ คืนนี้
ผมดูดโคเคนไปถุงใหญ่ก่อนขึ้นเวที
ล้อเล่นนะครับ ทุกคน ผมไม่เสพโคเคนหรอก
ผมไม่ยอมเสพยาที่ชื่อเป็นโคเป็นควายแน่ โอเคนะครับ ทุกคน
ผมไม่เอาด้วยหรอก
มีคนถามว่า "เฮ้ย เอาโคเคนไหม" ผมตอบ "แค่นี้ก็โง่เป็นควายอยู่แล้ว
ฉันไม่อยากโง่เป็นวัวเพิ่มว่ะ ขอบใจมากนะ
ถ้าฉันอยากโง่เพิ่ม จะโทรไปบอกนะ
ตอนนี้ ถ้ามีใครด่าก็ขอถูกด่าแค่เหมือนควายก็พอ ขอบคุณ!
ถ้าฉันอยากจะโชว์โง่เมื่อไหร่ ฉันจะขอดูดเอง
แต่ตอนนี้คุณพี่ไม่เป็นไรครับ ขอแค่ควายตัวเดียวก็พอนะ ขอบใจ"
พระเจ้า โคเคนน่ะ
มีอเมริกาประเทศเดียวเท่านั้น ที่มีคนคิดค้นโคเคนผลึก
และอเมริกาเท่านั้น ที่มีคนคิดว่า แค่โคเคนยังไม่ดีพอ
ว่าไหม
มีคนอยู่คนหนึ่งเดินไปทั่วนิวยอร์กในปี 1985
แล้วบอกว่า "โคเคนก็พอใช้ได้นะ
แต่ฉันอยากได้อะไรที่ทำให้หัวใจ เต้นเร็วจนแทบระเบิดทันทีที่สูบ
ฉันอยากเอาหอยทากออกจาก บ้องโคเคน แล้วก็...
ตอนนี้ฉันมีความสุข จนตาย แบบขึ้นสวรรค์ไปเลย"
ปัญหาคือคนเราไม่เคยพอใจกับสิ่งที่มีอยู่
อะไรๆ ก็ต้องใหญ่ขึ้น ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น เร็วขึ้น
แบบเดียวกันกับกัญชาเปี๊ยบ สมัยก่อนกัญชาเขาสูบกันแบบมวน
แล้วต่อมาก็มีบ้อง ซึ่งมีบ้องก็โอเคอยู่นะ
แต่อยู่ๆ ไปบ้องก็ยังไม่ดีพอสำหรับคนบางคน
จำเพื่อนสมัยมัธยมกันได้ไหม คนที่เห็นอะไรก็จะจับมาทำบ้องไปหมด
คนที่ทำบ้องจากแอปเปิ้ลบ้าง ส้มบ้าง อะไรบ้าง
แล้ววันหนึ่งคุณพบว่าเพื่อนคุณบอก "นี่ ดูสิเพื่อน
ฉันจะเอาหัวฉันทำบ้องเอง
ใส่กัญชาเข้าหูขวา แล้วดูดออก ทางหูซ้าย ลองดูดดูสิ"
กว่าจะเรียนจบก็เล่นถึงขั้นบ้องมหึมา อย่างกับรถมอเตอร์ไซค์
"เอากัญชาใส่มาเลย"
แล้วเด็กพวกนั้นก็ขับรถไปตาม ถนนแฟรงคลิน ดี รูสเวลท์
"เฮ้ย จอดก่อนพรรคพวก ฉันขอดูดสักปื้ด"
มันมีปัญหาอะไรนักหนาที่จะดูด กัญชาสักมวน กินโดนัท แล้วเข้านอน
มันยากอะไรกันนักกันหนา
มีคนว่ากัญชาจะนำไปสู่ยาเสพติดอื่นๆ ไม่จริง มันนำไปสู่งานช่างไม้ต่างหาก
นั่นแหละปัญหาครับ ทุกคน
คนที่เคลิ้มกัญชาจะพูดว่า "ว้าว กล่องนี้เอาไปทำเป็นบ้องได้แจ๋ว"
"หัวเจ้าคนนี้ใช้ทำบ้องได้ดีแน่นอน"
ใจเย็นๆ
ผมถึงได้เลิกเล่นยาเสพติดไง
ไม่ใช่เพราะผมไม่ชอบมันหรอกนะ แต่เป็นเพราะผมไม่อยากสร้างอะไร
ผมเลิกเสพยาที่ผิดกฎหมาย แต่แค่เล่นยาที่ถูกกฎหมาย
คืนนี้ผมกินยาแก้ไข้ไนควิล กับยาแก้คัดจมูกซูดาเฟด
ผมจะบอกอะไรให้นะทุกคน
ลืมโคเคนกับเฮโรอีนไปได้เลย
เอาแค่ไนควิลกับซูดาเฟดก็พอ
ขอบอกไว้ตอนนี้เลย ผมกินยาไนควิลไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน
แต่เพิ่งพ้นขีดโคม่าก่อนมาขึ้นเวทีนี่เอง
คลอส วอน บูโลมายืนอยู่ข้างเตียงผม แล้วพูดว่า "เดนิส ตื่น
ซันนี่เป็นอะไรก็ไม่รู้ เร็วๆ เข้า"
ผมชอบยาไนควิลที่สุดในสามโลก
ชอบมาก มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ ที่วิเศษที่สุดเลย ว่าไหม
แค่ชื่อก็สุดยอดแล้ว "ไนควิล" อักษรเอ็นตัวใหญ่ วายเล็ก และโอใหญ่
ผมล่ะถูกใจตัวคิว คุณด้วยไหม
เป็นวิธีโฆษณาที่ยอดเยี่ยม พิมพ์ตัวคิวใหญ่ๆ บนกล่อง
เวลาที่เมายาแล้วมองไปจะรู้สึก "ตัวคิวมันพูดกับฉันอยู่"
ผมล่ะชอบไนควิลจริงๆ
เพราะว่ามันไม่เคยเปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว
ยาอื่นๆ นี่อย่างกับยาสำหรับหลอกเด็ก
"เรารู้ว่าข้างในคุณยังเป็นเด็ก
ตอนนี้ก็เลยมียารสองุ่น รสเชอร์รี่ รสส้ม"
แต่ไม่ใช่ไนควิล
รสชาติยังเขียวติดปากแบบดั้งเดิม รู้ไหมทำไม
เพราะว่าไม่สำคัญน่ะสิ ว่ามันรสยังไง
ขอแค่อึกเดียวแล้วจะ "อันนี้มันรสชาติเหมือน"...
ให้ตายเถอะ คุณอาการโคม่าเรียบร้อย
"เกิดอะไรขึ้น" "เขาบอกว่า 'รสอย่างกับ' แล้วก็เข้าขั้นโคม่าเลย
เหลือเชื่อมากๆ"
เรามาถึงจุดที่ยาทั่วไป
มีฤทธิ์แรงกว่ายาเสพติดที่เขาขายกันบนท้องถนน
ด้านหลังกล่องยาไนควิลพิมพ์เอาไว้ว่า
"อาจทำให้ง่วงนอน"
ที่จริงน่าจะพิมพ์ว่า "ไม่ต้องคิดจะไปทำอะไรเลย" ว่าไหม
จูบลาเพื่อนและครอบครัว แล้วหันไปทักทายคลอสได้เลย
ไนควิล ไนควิล ไนควิล
เรารักนาย ไอ้ตัวคิวตัวโต๊โต
และไนควิลคือเคล็ดลับสำหรับทุกคน ที่เข้าโปรแกรมพักฟื้น 12 ขั้นตอน
ใช่ ทุกคนที่อยู่ใน กลุ่มผู้ติดสุรานิรนาม ไนควิลนี่แหละ
คือขั้นตอนที่ 13
คุณดื่มได้นะ เพราะมันเป็นยาสามัญ
จะดื่มเท่าไหร่ก็ได้ พอถูกถาม "คุณเมารึเปล่า" "เปล่า" "แค่เป็นหวัด
เป็นหวัดอยู่นั่นแหละ ตั้งสองปีแล้ว ไม่ยอมหายสักที
เคลิ้มตัวแทบลอย ฟันก็สีเขียวปี๋ สุขสันต์วันคริสต์มาส"
ยานั่นน่ะ ยาเสพติดน่ะ ผมเคยเล่น
ผมเคยเล่น คุณก็เคย เขาก็เคย ผมเคยเล่นเยอะด้วย
ผมโตมาในช่วงปี 70 ยาเสพติดของแท้ทั้งนั้น
ลองมาหมดทุกอย่าง ให้ตายเถอะ
มีกี่ตัวๆ ก็ลองมาหมด เราเล่นทุกอย่างเลย
เราเล่นยาที่ตอนนี้คนเขาเลิกเล่นกันแล้ว
อย่างยาควอลูดส์ จำได้ไหม
ยากล่อมประสาทนั่นไง
ขอยาลูดส์หน่อยสิ ไอ้ยาลูดส์บ้าๆ นั่นน่ะ
ผมว่ายานี้อธิบายได้ว่า
ทำไมเราถึงใส่กางเกงขาบาน กับรองเท้าส้นตึกกัน
พวกคุณว่าไง
ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียว ที่อธิบายแล้วน่าจะเป็นไปได้
ตอนนั้นเราอยูในระหว่างการปฏิวัติทางเพศ
เราต้องใส่เสื้อผ้าที่การันตีได้ว่า ใส่แล้วไม่ได้มีเซ็กส์แน่
ใช่ โอเค ใช่
คนจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
ย้อนไปยุค 70 คุณหากางเกงแบบอื่น ไม่ได้เลยนอกจากกางเกงขาบาน
ในร้านไม่มีกางเกงขาตรงสักตัว
ถ้าอยากดูเจ๋ง มีอยู่วิธีเดียวคือ ต้องใส่กางเกงที่ขาบานกว่าเดิม
เราเคยเสพยาจนเคลิ้มแล้วพูดว่า "เฮ้ย ถ้าฉันมีเงินเมื่อไหร่
ฉันจะซื้อกางเกงที่ขาบานที่สุด ในประวัติศาสตร์เลยคอยดู
เอาแบบที่เริ่มบานตั้งแต่ต้นคอ บานไปอีกหกเมตรเลย
แล้วขากางเกงฉันก็จะบาน ออกไปรอบตัวสัก 30 เมตร
เอาให้พวกคนไร้บ้าน มาอาศัยอยู่ใต้กางเกงได้เลย
แล้วฉันจะใส่รองเท้าส้นตึกให้สูงสักหกเมตร"
เราทำมาแล้วทั้งนั้น แม้กระทั่งคิดค้น ยาเสพติดเองในยุค 70
นึกออกไหม วิปเป็ทส์ไง
เห็นไหม มีคนหัวเราะแล้ว บางคนยังมึนอยู่เลย
ฟังนะ
มีเด็กบางคนคิดเรื่องนี้ออกในยุค 70
เด็กคนนี้น่าจะได้เข้าร่วม โครงการส่งคนไปในอวกาศด้วยซ้ำ
เขาเป็นเด็กที่ใช้เวลาและจินตนาการ ในการเดินเข้าไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
แล้วคิดว่าถ้าหยิบกระป๋องวิปครีมขึ้นมา
กดหัวฉีด ก่อนที่วิปครีมจะไหลออก
มันจะมีก๊าซ ก็ดมก๊าซนั้น แล้วจะรู้สึกเคลิ้มไปห้าวินาที
ตอนนั้นเราไม่ได้มีช่องเอ็มทีวีนี่
จะมีก็แค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แค่นั้น
เราเลยไปที่นั่นทุกวัน เพื่อดมวิปครีมกับแฮมเบอร์เกอร์
เราไม่สนหรอก "ฉีดวิปครีมไปที่เหงือกซะ"
เราต้องทำ เราต้องเลิกคิด เรื่องกางเกงขาบานให้ได้
เราเล่นหมดทุกอย่าง
โคเคนเหรอ พวกเรานี่แหละเริ่มก่อน
ด้วยความยินดีครับ
มันเป็นยาที่แจ่มมากๆ ผมอยากเล่นยา
ผมอยากเสพยาที่ทำให้ไอ้หนูเล็กลง
ทำให้เลือดกำเดาไหล หัวใจจะระเบิด และผลาญเงินในธนาคารของผมจนหมด
เป็นไปได้ไหมครับ ผมอยากทำหน้าอย่างนี้ทั้งคืน
ผมอยากนั่งในห้องน้ำ แล้วคุยกับคนแปลกหน้าสักเจ็ดชม.
เป็นไปได้ไหมครับ
เอาแบบไอ้หนูหายไปเลย เลือดกำเดาไหล ผมจะไปลงชื่อรอคิวได้ที่ไหน
เอาไอ้หนูของผมไปเลย
สิ่งที่แย่ที่สุดของโคเคน
คือการที่อยู่ในห้องน้ำกับคนแปลกหน้าตอนกลางคืน
พูดเรื่องไร้สาระ อย่างการแก้ปัญหาระดับโลก
เหตุผลเดียวที่คุณเข้าไปอยู่ในนั้น เพราะเขามีโคเคน
แหม มันน่าจะมองออกนะว่าไหม
ถ้าฮิตเลอร์มีโคเคน ก็จะต้องมีคนยิวตามไปซื้อในห้องน้ำ
พูดว่า "ฉันรู้ว่าแกไม่ได้ทำ" "ฉันชอบหนวดแกนะ"
"ไอ้ฮิมเลอร์บ้า"
โอเค
ใช่
เราเคยเสพกันครั้งละ 3.5 กรัม
สนุกกันนะ ว่าไหม
ไม่มีอะไรเทียบได้กับโคเคนเยอะๆ
3.5 กรัมนี่พอใช้ได้กันสักสี่คน ที่มาสุมหัวกันคืนวันศุกร์
คนหนึ่งพูดขึ้นว่า "นี่ พรรคพวก
เราไปซื้อสัก 3.5 กรัมดีกว่า ใช้ได้ตลอดทั้งเสาร์อาทิตย์เลย"
สี่ชั่วโมงถัดมา ไอ้คนเดิมพูดอีกว่า "ไปซื้อ 3.5 กรัมอีกสักครั้งสิ
ไปซื้อแบบเดิมอีกสักครั้งสิ ใช่ ๆ"
จำได้ไหมพอเล่นเสร็จก็ไปปาร์ตี้กับเพื่อน
อยากแบ่งกับเพื่อนกลุ่มเดิมเท่านั้น
โดยคิดว่าคนอื่นที่ปาร์ตี้ ไม่รู้ว่าเรากำลังเมาโคเคน
พอออกมาจากห้องน้ำโดนทัก "ไง เป็นไงบ้าง"
"เปล่า แค่ดื่มกาแฟเยอะไปหน่อย"
เราทำมาแล้วทั้งนั้น
อะไรก็ตามที่ตกมาถึงมือเราได้ในยุค 70 เราลองเสพหมดเลย
เห็ด ยาบ้า ยากล่อมประสาท โคเคน
ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร ก็กลืนๆ เข้าไป แบบนั้นทั้งนั้น
คำถามคือ "แล้วทำไมไม่ไป บำบัด" ก็ยุค 70 มันไม่มี
ในยุค 70 การบำบัดคือคุณเลิกใช้โคเคน
แต่ยังสูบกัญชาแล้วก็ดื่มเหล้าต่ออีกสักสองอาทิตย์
"ขอบัดไวเซอร์ลังนึง กับออนซ์นึงสิ ฉันต้องเพลาลงหน่อยว่ะ พระเจ้า
ฉันสติหลุดไปแล้ว ดูขนาดกางเกงฉันสิ เห็นแก่พระเจ้าเถอะ"
เพราะตอนนี้กำลังฮิตเลย เดี๋ยวนี้การบำบัดนี่เป็นยอดเคล็ดลับเลย ใช่ไหม
No comments yet. Be the first to leave one.