The first 200 lines.
ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ โปรดปรบมือต้อนรับ
โรซี โอดอนเนลล์
สวัสดี ไนยัก
เป็นยังไงบ้าง
ขอบคุณมากที่มา ห้างสรรพสินค้าของฉัน
ตอนนี้พอฉันมาถึง ฉันได้มาแสดงที่ห้างของตัวเอง
แถมมีร้านชิพอตเลอยู่ติดกัน มันดีไม่ใช่เหรอ
ร้านเพิ่งมาเปิด ฉันประทับใจกับมันมาก
มีกี่คนที่เคยมาที่ห้างนี้มาก่อน
มีกี่คนที่ไปห้างแห่งใหม่ที่อยู่ถัดไป
คนทรยศ พวกคุณทุกคนเลย ทรยศ
ฉันมาที่ห้างนี้ในวันแรกที่เปิดบริการ
มีใครอีกไหม
วันแรกที่เปิดบริการ 18 ปีก่อนที่ห้างนี้ คุณมารึเปล่า
ใครคือคนดังที่มาที่นี่ จำได้ไหม
- โรซี โอดอนเนลล์ - ไม่ใช่
ฉันมาที่นี่กับลูกชายที่นั่งอยู่ในรถเข็น
แต่ฉันไม่ใช่คนดังที่มาประชาสัมพันธ์
รู้ไหมว่าใคร
- อาร์ดวาร์ก - อาเธอร์ ดิ อาร์ดวาร์ก
สัตว์ยัดนุ่นขนฟูสูง 16 ฟุต
ที่ควรจะมาให้ความบันเทิงกับเด็กๆ
ฉันเลยพาปาร์คเกอร์มาที่นี่ ตอนนี้เขาอายุ 18 แล้ว
แต่ตอนนั้นเขาอายุหนึ่งขวบ
นั่งอยู่ในรถเข็นเด็ก แล้วเขาก็เริ่มร้องไห้
และอาเธอร์ก็มาสาย เราเลยกลับบ้าน
ประมาณสองชั่วโมงต่อมา กริ่งประตูก็ดังขึ้น
และมันคืออาเธอร์ ดิ อาร์ดวาร์ก
นั่นเป็นตอนที่ฉันรู้ว่า ชื่อเสียง จะทำลายครอบครัวของฉัน
อาเธอร์ ดิ อาร์ดวาร์กมาที่บ้านเรา
สวัสดี ทุกคน ฉันอายุ 52 ปี
เมื่อเดือนที่แล้ว
ไม่อยากเชื่อเลย จริงๆ นะ
และฉันมีลูกห้าคน
ฉันมีลูกวัยรุ่นสี่คน และลูกวัยหัดเดินหนึ่งคน
ใช่ นั่นเป็นสีหน้าที่ฉันเจอบ่อยๆ
คนทำหน้าแบบว่า "โอ้" เหมือนฉันทำผิดพลาด
ฉันรับมาเลี้ยง ไม่ใช่อุบัติเหตุ
คนถามว่า "ทำไมรับทารกมาอีก ในเมื่อคุณมีลูกวัยรุ่นสี่คนแล้ว"
ฉันบอกว่า "เพราะฉันมีลูกวัยรุ่นสี่คน
และฉันอยากเตือนตัวเองว่า ฉันรักเด็ก"
เพราะวัยรุ่นมันห่วยแตก
ใครมีลูกวัยรุ่นบ้าง
คุณชอบพวกเขาไหม ชอบลูกวัยรุ่นของคุณไหม
เพราะฉันเกลียดลูกของฉัน ฉันเกลียดลูกวัยรุ่นของฉัน
พวกเขาเป็นมนุษย์ที่แย่มาก และฉันไม่ได้คาดว่ามันจะเกิดขึ้น
เพราะตอนที่ฉัน เป็นแม่ของลูกวัยหัดเดิน
พ่อแม่ของเด็กวัยรุ่น จะเข้ามาหาฉัน และบอกว่า
"รอจนพวกเขาเป็นวัยรุ่นก่อนเถอะ คุณจะต้องเกลียดมันแน่"
และฉันคิดว่า "ให้ตายสิ พวกเขาเป็นพ่อแม่ที่แย่มาก"
ฉันได้บทเรียนแล้ว
พวกเขาแย่ที่สุด
มันเริ่มตอนอายุ 15 15 ถ้าคุณโชคดี
บางคนบอกว่า 14 ของฉัน 15
ลูกชายฉัน ปาร์คเกอร์ คนที่เป็นแสงสว่างในชีวิตฉัน
ลูกที่นำความสุขมาสู่โลกของฉัน เด็กคนนั้นทำให้ฉันเป็นบ้า
เขากลายเป็นลูกซาตาน ต่อหน้าต่อตาฉัน
มันเลวร้ายมาก
ฉันร้องไห้ตลอดเวลา
สุดท้ายฉันก็บังคับให้เขา ไปบำบัดกับฉันได้
หนึ่งชั่วโมงที่เข้าบำบัด ฉันร้องไห้ไป 50 นาที
ฉันแบบว่า "เราเคยเป็นเพื่อนกัน
เราคุยกันทุกวันและฉัน
เราเคยดูรายการทีวีด้วยกัน"
สุดท้าย ตอนเกือบ จะหมดเวลาการบำบัด
นักบำบัดถามปาร์คเกอร์ว่า "คุณมีอะไรจะพูดไหม"
เขาบอกว่า "ครับ คุณช่วย เปลี่ยนยาที่เธอกินได้ไหม"
ซึ่งฉันคิดว่ามันน่าเสียใจมาก
ฉันพบว่ามันน่าเสียใจ แต่พวกเขาก็เปลี่ยนยาจริงๆ
และฉันรู้สึกดีขึ้นมาก
สุดท้ายก็ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ฉันเลยบ่นเรื่องนั้นมากไม่ได้
แต่เด็กวัยรุ่นมันแย่จริงๆ พวกเขาแย่มาก
พวกเขาทำสิ่งที่คุณไม่คิดว่า พวกเขาจะทำใช่ไหม
พวกเขามีความคิดเป็นของตัวเอง
ใครคาดหวังเรื่องนั้นล่ะ ไม่ใช่ฉันแน่
ตอนนี้ลูกชายฉันเรียนเตรียมทหาร ซึ่งเขาขอร้องฉันว่าอยากไปเรียน
เขาอยู่ที่โรงเรียนเตรียมทหาร วัลเลย์ ฟอร์จ
ใช่ เขาเป็น นักเรียนนายร้อยชั้นสูงสุด
เขาควบคุมนักเรียนนายร้อยรุ่นน้อง กว่า 100 คนที่โรงเรียน
เขาสมัครและได้รับเลือก ให้เรียนที่ซิทาเดล
- ว้าว - ฉันก็ร้องแบบนั้น "ว้าว"
เพราะฉันไม่รู้ว่าเขาสมัครที่นั่น
ฉันไม่รู้ เพราะฉันกรอกเว็บไซต์ สมัครเรียนมหาวิทยาลัยให้เขา
มีใครอีกไหมที่กรอกเว็บไซต์ให้ลูก
คุณเป็นแม่ที่โอ๋ลูกเหมือนกับฉัน
คุณแย่มาก ฉันก็ทำเหมือนกัน
มันช่วยไม่ได้ ก็เขาไม่ยอมทำ
ฉันกรอกข้อมูลใบสมัครทั้งหมด ใช้เวลาตั้งสองอาทิตย์
ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือ ให้เขาเขียนเรียงความ
มันจะยากแค่ไหนกัน ใช่ไหม
หลายเดือนที่ฉันเอาแต่บอกว่า
"ขอร้องล่ะ เขียนเรียงความ"
คืนก่อนที่จะครบกำหนด ฉันแบบว่า
"ลูกรัก ลูกต้องเขียน"
"ผมไม่มีเวลา แม่ ผมทำไม่ได้"
เหมือนทุกอย่าง จะเป็นการโต้เถียงไปหมด
เขาก้าวร้าวแบบนั้น
ฉันก็แบบว่า "ช่างมัน" และฉันเขียนเรียงความให้เขา
"ฉันรักบรอดเวย์ และบาร์บารา สไตรแซนด์"
"ฮีโร่ที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว คือแม่ของผม"
ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาสมัครที่นั่น
ฉันถามว่า "ลูกรัก ทำไมไม่บอกแม่ว่าลูกสมัครที่นั่น"
เขาบอกว่า "ทำไมน่ะเหรอ ผมจะบอกให้ว่าทำไม"
"เพราะผมไม่อยากให้ชื่อของแม่ เป็นเหตุผลที่ผมได้เข้าเรียน"
ฉันบอกว่า "ไม่มีทางหรอก ลูกรัก"
อย่างกับชื่อของแม่จะช่วย ให้เข้าเรียนที่ซิทาเดลได้งั้นเหรอ
ไม่ มันไม่ใช่
ลองนึกดูสิ เขาส่งใบสมัครไป
ฉันใช้เวลาหลายวัน บนอินเทอร์เน็ตพิมพ์ว่า
"อย่าทิ้งระเบิดซีเรีย" ส่ง
"การแก้ปัญหา อย่างสันติในยูเครน" ส่ง
เรื่องทหารมันเป็นเรื่องของเขา
เขาชอบเรื่องนี้มาตลอดชีวิต ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร
ฉันว่าเป็นเพราะเขาอายุเจ็ดขวบ ตอนที่เกิดเหตุการณ์ 9/11
และตอนนั้นเราอยู่ในเมือง สำหรับเขาทุกอย่างมันเปลี่ยนไป
เขาเคยวาดรูปต่างๆ
หลังจากนั้นทุกอย่าง กลายเป็นเรื่องกองทัพไปหมด
วันหนึ่งฉันถามเขา
"ทำไมลูกถึงอุทิศตัว เพื่อรับใช้กองทัพล่ะ"
"ทำไมเหรอ ผมจะบอกให้ว่าทำไม แม่อยากรู้ใช่ไหม"
อีกแล้ว ใช้เสียงแบบนั้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะยังไง
"ลูกอยากกินถั่วแขกไหม" "บรอกโคลี ผมอยากกินบรอกโคลี"
ช่างมันเถอะ
แค่บอกคุณว่า มันเป็นวิธีที่เขาพูดในตอนนี้
เขาบอกว่า "ทำไมน่ะเหรอ ผมจะบอกให้ว่าทำไม"
"เพราะมีแค่ในอเมริกาเท่านั้น จากเด็กคนหนึ่ง
ที่มีวัยเด็กที่ยากลำบาก กับแม่ที่ตายไป และพ่อที่ชอบทารุณ
จะเติบโตขึ้นมาเป็นแม่
แล้วรับเลี้ยงเด็กอย่างผม ที่ไม่มีใครดูแล
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในอเมริกาเท่านั้น
ดังนั้นผมเป็นหนี้ประเทศนี้"
ฉันแบบว่า "ไม่ ลูกรัก ลูกเป็นหนี้แม่"
พวกเขาทำให้คุณโมโห ฉันไม่เคยคาดคิดเรื่องนี้
พวกเขาทำให้คุณโมโห
ฉันรักเด็กคนนี้มาก
ฉันยังรักเขา แต่เขาทำให้ฉันคลั่ง
แต่ตอนที่เขาเข้ามาในชีวิตฉัน ฉันรู้ว่าฉันอยากรับอุปการะ
หลายคนเลือกรับอุปการะ หลังจากการมีบุตรยาก
ไม่ใช่ฉัน ฉันเป็นคนเลือกเอง ทำไมน่ะเหรอ
แม่ตายตอนฉันสิบขวบ
และตอนเรียนเกรดเจ็ด ในโรงเรียนรัฐบาล ฉันมีครูคนหนึ่ง
ที่มอบความรักให้กับฉัน
เธอเป็นคนแรกที่กอดฉัน
เธอเป็นคนแรกที่พูดว่า "ฉันรักเธอ"
เธอรับฉันเข้าไปอยู่ใน ครอบครัวของเธอ และเธอสอนฉัน
ครอบครัวนั้นสร้างจากความรัก ไม่ใช่จากสายเลือด และมันน่าเศร้า
เธอตายเมื่อสิบปีก่อน ด้วยโรคมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกัน
ฉันมีแม่สองคน และพวกเธอตาย เพราะโรคมะเร็งเต้านม
มันแปลกมาก
เมื่อฉันตัดสินใจจะรับอุปการะ ฉันมั่นใจมาก
ฉันเข้าไปพบกับ หน่วยงานรับอุปการะ แล้วบอกว่า
"ฉันชอบเด็กผู้หญิงมากๆ"
สองอาทิตย์ต่อมา พวกเขาบอกว่า "เรามีเด็กผู้ชาย"
และฉันร้องไห้ เพราะไม่รู้ว่า จะทำยังไง ฉันไม่รู้
แต่ทันทีที่พวกนั้นวางเขา ในอ้อมแขนของฉัน แค่นั้นแหละ
เหมือนที่คุณได้ยินเรื่องรักแรกพบ แบบนั้นเลย
พวกเขาวางทารกในอ้อมแขนฉัน มันเหมือนมีแสงสว่างเกิดขึ้น
เหมือนวันชาติสหรัฐฯ เหมือนเดินเข้าไปในดินแดนแห่งออซ
จริงๆ นะ มันเป็น
สิ่งวิเศษที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน
แต่ฉันกังวลเพราะเขาเป็นเด็กผู้ชาย
แต่ฉันมีเพื่อนที่มีลูกชาย ริต้า วิลสัน
ในตอนนั้นเธอมีลูกชายสองคน ทรูแมนและเชสเตอร์
อายุพอๆ กับปาร์คเกอร์
เธอเลยมาช่วยฉัน และในสัปดาห์แรกนั้น
เธอถามคำถามที่น่าสนใจกับฉัน
เธอถามว่า "โร ทำไมเธอ ไม่ให้ลูกขลิบปลายองคชาติ"
ฉันบอกว่า "ฉันคิดว่าบอกให้ขลิบแล้ว"
เพราะฉันจำได้ว่ากรอกแบบฟอร์ม ตอนอยู่ในโรงพยาบาล
มันถามว่า "ขลิบปลายองคชาติ ใช่ หรือ ไม่"
ฉันตอบว่าใช่ เพราะจำได้ว่าตอนอยู่มัธยม
มีเด็กคนหนึ่งที่พ่อมาจากสเปน
เขาเล่นฟุตบอลเก่งมาก แต่เขามีน้องชายที่ดูแปลกๆ
ไม่ใช่ว่าฉันเห็นมัน แต่ได้ยินมา
พวกนั้นเรียกเขาว่า น้องชายประหลาด
ฉันเลยไม่อยากให้ลูกฉันเป็น เด็กน้องชายประหลาด
ฉันแบบว่า "ใช่ ขลิบเขาเลย"
ริต้าบอกว่า "เธอมองแล้วไม่รู้เหรอไง"
แยกความแตกต่างไม่ออกเหรอ
ฉันบอกว่า ไม่ เพราะ
มันดูไม่เหมือนอันที่อยู่ใน ตู้ลิ้นชักข้างเตียงฉัน
แต่ฉันนึกว่ามันเป็น การแปลความหมายทางศิลปะ
ฉันหมายถึงหัวใจจริงๆ มันไม่ได้ดูเป็นแบบนี้
ฉันขอบอกเลย
นี่ไม่ใช่รูปทรงของหัวใจ
ความจริงที่ว่าพวกมัน เรียบเนียนและดูดี ฉันไม่รู้
งวงช้างย่นๆ มันทำให้ฉันกลัวนิดหน่อย
พูดตรงๆ นะ
ฉันนึกว่าส่วนปลายดอกเห็ดเล็กๆ นั่น
จะโผล่ออกมาตอนแตกเนื้อหนุ่ม
ไม่ ฉันไม่ได้ล้อเล่น
สาวๆ คุณรู้ว่าเรามีหน้าอกได้ยังไง ตอนเริ่มมีหน้าอกน่ะ
พวกมันเป็นเนินกลมๆ แล้วค่อยๆ โตขึ้น
เรามีการประชุมใหญ่แล้วได้ดูหนังสั้น
ตอนที่คุณอายุ 13
"โอ้ แมรีอยากใส่ชุดกระโปรงสีขาว
แต่เธอใส่ไม่ได้
เพื่อนประจำเดือนของเธอ จะมาถึงในไม่ช้า"
จำหนังเรื่องนั้นที่เราดูได้ไหม
No comments yet. Be the first to leave one.