The first 200 lines.
สิ่งที่เหงาที่สุดในโลกนี้
คือมีเพียงตัวเอง ที่กำลังไปยัง "นอกหน้าต่าง"
ถึงรูปแบบจะต่างกัน
แต่อาจจะเกิดสิ่งเดียวกัน กับเมื่อ 400 ปีก่อนขึ้นอีกก็ได้
ผมว่ามันก็ฟังดู เกินจริงไปหน่อยนะครับ
อาจารย์มารุคามิ
มาทำข้อตกลงกันเถอะ
หลังจากนี้พวกเรา จะไม่ออกไปข้างนอกอีก
พวกคุณจะโน้มน้าว มารุคามิ โยริยูกิงั้นเหรอ
ขอเพียงเขาโน้มน้าวได้นะ
เรียงลำดับสลับกัน… เข้าใจแล้ว
นี่คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
เมื่อพระอาทิตย์ตกดินรอบสอง…
นี่มันธงนกกางเขนเหรอ
นี่คือผิวดินส่วนที่ พระอาทิตย์ตกดินรอบสอง
สาดส่องไปถึง
ยอดเขาทรงกลมของภูเขามารุคามิ
ก็คือวงกลมที่อยู่ตรงกลาง
ส่วนสันเขาที่ทอดยาว จากภูเขาคุโรเนะถึงภูเขามารุคามิ
ก็มีรูปร่างเป็นมือคน
ลักษณะภูมิประเทศ ที่ซับซ้อนของเจ็ดยอดเขา
ก่อให้เกิดเป็นรูปร่าง ที่คล้ายกับนกกางเขนขึ้นมา
มุมและทิศทางความลาดชันบนภูเขา
รวมถึงแนวสันเขาที่ซ้อนทับกัน ถูกคำนวณไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
ให้ตอบรับกับแสง ที่ตกกระทบจากทิศทางเดียว
อีกทั้งยังมีการขุดเจาะภูมิประเทศ เพื่อให้ทนต่อความเปลี่ยนแปลง
เมื่อต้องเผชิญกับ ลมและหิมะเป็นเวลานาน
มันเป็นประติมากรรมขนาดมหึมาบนดิน ที่แสนงดงามตระการตา
และครอบคลุมไปไกลหลายตารางกิโลเมตร
แน่นอนว่ามนุษย์ ไม่มีทางทำอะไรแบบนี้ได้หรอก
งั้นใครเป็นคนสร้างมันขึ้นมาล่ะครับ
ท่านบรรพบุรุษ
หรือจะเรียกว่าเทพผู้ปกปักก็ได้
สมมติเราเรียกคนที่ สร้างภูมิประเทศนี้ว่าเหล่านกกางเขน
ไม่ค่อยมีบันทึกเหลืออยู่เท่าไร
ฉันเลยจะพูดโดยรวมเอา การสันนิษฐานของฉันเข้าไปด้วย
เมื่อพันปีก่อน
เหล่านกกางเขน ปรากฏตัวขึ้นในผืนดินแห่งนี้
อย่างเช่น อาจจะมาจากทางท้องฟ้า
คิดว่าผู้คนที่เห็นเหล่านกกางเขน จะมีปฏิกิริยายังไงกัน
ที่นี่เป็นดินแดนแห่ง เหล่าทวยเทพนับไม่ถ้วน
ไม่ว่ารูปลักษณ์และพลัง ที่เหนือมนุษย์ของพวกเขา
จะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี
พวกเขาก็ยังถือว่าเป็นเทพเจ้าอยู่ดี
และเหล่านกกางเขน ที่ได้กลายเป็นเทพเจ้าแล้ว
ก็เริ่มมาเยือน ผืนดินแห่งนี้เป็นประจำ
เป็นประจำเหรอครับ
ในนิทานพื้นบ้านหลายเรื่อง ของภูมิภาคนี้บันทึกไว้ว่า
"ปีที่เทพเจ้าลงมาประทับที่ภูเขา ย่อมเก็บเกี่ยวได้อุดมสมบูรณ์เสมอ"
ถ้าเกิดว่าภูเขาที่เทพเจ้าลงมาประทับ หมายถึงภูเขามารุคามิ
รูปร่างของมันก็เริ่มจะดูเหมือน ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ขึ้นมาใช่ไหม
อย่างนี้นี่เอง
ถ้าอย่างนั้น
คบไฟที่ใช้ในงานเทศกาล ก็เป็นเหมือนกับ…
แสงนำทางเหรอ
จุดเริ่มต้นของเทศกาลนี้ คือพิธีกรรมต้อนรับเทพเจ้า
และมันจัดขึ้นในช่วงครีษมายันไงล่ะ
แต่ว่าอยู่มาวันหนึ่ง
จู่ๆ เหล่านกกางเขนก็เลิกมาปรากฏตัว
แต่ถึงอย่างนั้น ผู้คนก็ยังคงจัดงานเทศกาลทุกปี
ปีแล้วปีเล่า
จนผ่านไปเป็นพันปี
ไม่ว่าจะรอคอยนานแค่ไหน คนที่อยากพบเจอกลับไม่ปรากฏตัว
นึกถึงเรื่องราวทานาบาตะ ขึ้นมาเลยนะคะ
การที่พวกเขาเฝ้ารอ เหล่านกกางเขนมานานถึงขนาดนั้น
และยังคงจัดพิธีกรรม บนภูเขาเรื่อยมาจนถึงตอนนี้
ก็แปลว่าคงจะรู้สึก เทิดทูนจากใจจริงเลยสินะครับ
เธอคิดแบบนั้นหรือเปล่า
ที่ทุกคนในเมืองและเธอ รู้สึกว่าต้องปกป้องภูเขาเอาไว้
คิดว่ามันเกิดจากการเทิดทูน เจ้าพวกนั้นจากใจจริงหรือเปล่า
เจ้าพวกนั้น…
อย่างที่อาจารย์เคยพูดไว้ค่ะ
ฉันคิดว่ามันเป็นเพราะ…
โซ่ตรวนล่ามคอที่มองไม่เห็นค่ะ
โซ่ตรวนเหรอ
หน้าต่าง…
นั่นก็คือ…
"นอกหน้าต่าง" ไงล่ะ
ความรู้สึกหวาดกลัว และโดดเดี่ยวจนเกินรับไหว
เหล่าผู้เปิดหน้าต่าง ถูกปลูกฝังความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้
ผู้เปิดหน้าต่าง อย่างฉันกับคุณซาจิโกะ
จำต้องรอเหล่านกกางเขนอยู่ที่นี่ ผู้ที่บางทีจะปรากฏตัวในความฝัน
และยื่นมือมาหาเรา
หรือก็คือ
เราถูกล่ามโซ่เอาไว้ไงล่ะ
ความหวาดกลัวและความโดดเดี่ยว…
ถูกเหล่านกกางเขน ล่ามโซ่เอาไว้งั้นเหรอ
เมื่อพันปีก่อน
เหล่านกกางเขนได้แทรกซึม ความกลัวต่อพลังที่อยู่แค่เอื้อม
และการมองเห็น "นอกหน้าต่าง" เอาไว้ในเลือดของผู้คนที่นี่
พวกเขาทำได้ยังไงเหรอครับ
นี่เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น
แต่เหล่านกกางเขน
คงคิดจะตั้งรกรากที่นี่
หรือไม่ก็ใช้ที่นี่เป็นแหล่งทดลอง
จากนั้นก็ฝึกผู้คนที่นั่นจนเชื่อง ให้เป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์
อีกทั้งยังทดสอบด้วยว่า สามารถเอามาใช้เป็นเครื่องมือ
สำหรับการทดลองผสมพันธุ์ พวกตัวเองได้หรือเปล่า
เรื่องพรรค์นั้น…
อึ้งจนหมดอารมณ์เลย
ทีนี้ลองคิดดูนะ
ทำไมพวกเขาถึงต้องแกะสลัก ธงนกกางเขนขนาดมหึมาเอาไว้ด้วยล่ะ
เพื่อเอาไว้ใช้เป็น จุดสังเกตเวลาบินลงมา
อะไรแบบนั้นเหรอครับ
ทำไมเจ้าพวกที่ครอบครอง วิทยาการอันน่าสะพรึงกลัวขนาดนั้น
จะต้องลงทุนใช้แสงจากตะวันตกดิน เป็นป้ายบอกทางด้วยล่ะ
มันมองไม่เห็นผ่านเมฆและฝนด้วยซ้ำไป
นั่นก็จริงนะครับ
เป็นไปได้ว่าธงนกกางเขน ที่ปรากฏขึ้นที่นี่
จะเป็นการพิสูจน์ความจงรักภักดี
เป็นคำสั่งว่า "ห้ามจากผืนดินนี้ไปตลอดกาล
จงปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอก
รักษาผืนดินนี้เอาไว้ และรอคอยการกลับมาของเรา"
อาวุธที่เรียกว่า "อยู่แค่เอื้อม" มีไว้เพื่อการนั้น
เช่นเดียวกับความหวาดกลัวต่อ "หน้าต่างที่เปิดออก" ไงล่ะ
ข้าจะไม่ยอมให้ มาแตะต้องหมู่บ้านนี้โดยเด็ดขาด
เพราะแบบนั้น
ในทุกยุคทุกสมัย…
หนวกหูชะมัด
ผู้คนในท้องที่
ถึงได้ดึงดันที่จะปกป้องผืนดินนี้ไว้
(ภูเขาประวัติศาสตร์มารุคามิ อย่าทำให้ที่ดินของเราแปดเปื้อน)
ไม่อยากเชื่อเลย
อาจารย์
เหล่านกกางเขนจะไม่มีวัน ปรากฏตัวอีกแล้วเหรอครับ
ฉันไม่รู้สถานการณ์ของพวกเขาหรอก
อาจจะแค่ทอดทิ้งผืนดินนี้ไปแล้ว
หรืออาจจะดับสูญไปแล้ว
แต่ไม่ว่าจะยังไงพวกเขา ก็ไม่ได้ปรากฏตัวมาหลายร้อยปีแล้ว
คงไปคาดหวังอะไรไม่ได้หรอก
มารุคามิ โยริยูกิเอง
ก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน
เราเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด
คือการทำให้ชีวิตของผู้ที่อพยพออกมา กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
เราได้ตัดสินใจยกเลิก การประกาศภาวะฉุกเฉินในโตเกียว…
นี่นาย…
ตอนนี้กลุ่มอาชญากร ยังไม่ถูกจับกุมก็จริง…
ไปคุยกันในห้องประชุมหน่อยดีไหม
ผมคิดว่ามันน่าจะมีงาน ที่เหมาะกับผมกว่านี้น่ะครับ
ประเทศญี่ปุ่นของเรา
จะไม่ยอมทนต่อ การก่อการร้ายโดยเด็ดขาด
ผมจะตั้งใจทำหน้าที่ เพื่อยุติสถานการณ์ให้ได้
ยังไงฉันจะเก็บมันไว้ก่อนแล้วกัน หยุดพักผ่อนสักหน่อยเถอะ
ไปคิดดูให้ดีๆ นะ
ไม่มีผลกระทบต่องานประชุม ญี่ปุ่นสหรัฐที่จะจัดขึ้นเดือนหน้า
มาต่อกันที่ข่าวต่อไปค่ะ
นักแสดงคุณนิไคโด ซากิ และคุณนาคาซากิ ยูโกะลักลอบคบชู้กัน
คุณโยริยูกิจะมาจริงๆ เหรอครับ
เราไม่มีวิธีอื่นแล้ว
ตอนนี้ทำตามคำสั่ง ของอาจารย์มารุคามิไปเถอะ
ไปพักเถอะ
นี่อาหารรอบดึก
ขอบคุณครับ
คุณมินามิมารุ รับเพิ่มไหมครับ
เอ่อ ไม่เป็นไรครับ
จริงสิ
ฟืนน่าจะใกล้หมดแล้ว
งั้นเดี๋ยวผมจะบอก กลุ่มต่อไปเอาไว้นะครับ
คุณมินามิมารุ
คุณจะรับช่วงต่อจาก อาจารย์มารุคามิหรือเปล่าน่ะ
เอ่อ ไม่หรอกครับ
งั้นเหรอเนี่ย
น่าเสียดายนะ
ขอโทษด้วยนะครับ
ขอบคุณสำหรับอาหารครับ
นี่ค่ะ อาจารย์รับชาไหมคะ
เชิญค่ะ รับชาไหมคะ
- อ๊ะ รบกวนด้วยครับ ขอบคุณครับ - เชิญค่ะ
อาจารย์
นัมมารุคุง
ทุกคน ซาจิโกะจังด้วย
- ขอบคุณนะคะ - รบกวนแล้วค่ะ
ขอบคุณนะคะ
- ช่วยได้มากเลยค่ะ - ขอบคุณค่ะ
เธอเองก็ลงไปที่เมืองบ้างสิ
จะได้เปลี่ยนบรรยากาศหน่อย
ไม่หรอกครับ ไม่เป็นไร
อยู่ที่นี่แล้ว ผมรู้สึกว่า จิตใจสงบดีน่ะครับ
งั้นเหรอ
อีกอย่าง
ผมก็เป็นคนพูดเองด้วย ว่าเราควรไปเจอคุณโยริยูกิก่อน
แต่ว่าคุณโยริยูกิ จะมาที่นี่จริงๆ เหรอครับ
งั้นเหรอ นั่นสินะ
โล่งอกไปที
ฟืนเราหมดแล้วน่ะครับ
- ช่วยได้มากเลย - ขอบคุณนะ
เรื่องที่ว่าช่วงเย็นของวันครีษมายัน
จะสามารถมองเห็นธงนกกางเขน ขนาดมหึมาจากบนฟ้าน่ะ
พวกชาวเมืองไม่ค่อยรู้กันแล้ว
เหลือเพียงคำพูดปากต่อปาก
ว่าให้ปกป้องผืนดินเอาไว้
แต่ว่า
มีเฉพาะนักบวชทุกรุ่น ที่จะได้รับการสอนเรื่องนี้
แต่มีแค่ฉันที่ลงทุนทำ โมเดลจำลองขึ้นมาเพื่อยืนยันมัน
ถ้ามารุคามิ โยริยูกิที่รู้เรื่องนี้
อยากขจัดความรู้สึก ค้างคาใจในหัวใจตัวเอง
หรือปลดปล่อยเหล่าชาวเมือง ที่ถูกโซ่ล่ามไว้
รวมไปถึง
สะสางกับเหล่านกกางเขน ที่ไม่รู้ว่าจะมาหรือไม่มากันแน่
No comments yet. Be the first to leave one.