The first 200 lines.
"โคโดโมดรอยด์ พิธีกร"
นี่คือเรื่องราวของจักรกล
และมนุษย์ที่สูญหายไป
เรื่องราวของเราเริ่มต้น ในเมืองเล็ก ๆ ที่เยอรมนี
พวกหุ่นยนต์
โดนขังไว้หมดแล้ว
เพราะคนที่ตายนั่นแหละ
เกิดอะไรขึ้นเหรอ
มีคนตายที่ห้องบี
หุ่นยนต์เริ่มเคลื่อนไหว
ทั้งที่มันควรจะหยุดนิ่ง เวลามีมนุษย์อยู่ในพื้นที่
น่าเศร้านะ
พวกเขาอาจละเลย มาตรการความปลอดภัย
ระหว่างการแก้ ข้อผิดพลาดบางอย่าง
เลยไม่ทันได้สนใจ
ตำรวจยังสืบอยู่
"1. การผลิต"
"บาวนาทาล เยอรมนี"
"มันเป็นวันทำงานปกติของผม"
"แล้วผมก็ได้ยิน จากแหล่งข่าวคนหนึ่ง"
"ว่าเกิดอุบัติเหตุ"
"แล้วผมก็ต้องโทรแจ้งโฆษก ของโรงงานโฟล์กสวาเกน"
"สเวน คูห์ลิง นักข่าวสืบสวน"
"เรามีสำนวนโบราณ ในหมู่นักข่าว"
"หมากัดคน"
หรือ "คนกัดหมา" แล้วข่าวอยู่ตรงไหน
นี่มันก็เรื่อง "คนกัดหมา" เหมือนกัน
หุ่นยนต์ฆ่าคน
"หุ่นยนต์ฆ่าคนในเยอรมนี"
"เฮสซิสเช อัลเกไมน์"
"โรงงานโฟล์กฯ ในบาวนาทาล ยังคงนิ่งเฉย"
"โฆษกบอกว่าเกิดอุบัติเหตุ"
แล้วเขาก็เงียบไปพักหนึ่ง
ผมเลยคิดว่า เขาไม่อยากบอกเยอะ
แผงนี้ใช้
ควบคุมและตั้งโปรแกรม ให้กับหุ่นยนต์
"โฆษณาโฟล์กสวาเกน"
"หุ่นยนต์แต่ละตัว ไม่เหมือนกัน"
"และต้องตั้งโปรแกรม แยกเฉพาะตัว"
มันมีจอสัมผัส
เหมือนโทรศัพท์
กับปุ่มสีแดง
เพื่อหยุดหุ่นยนต์ฉุกเฉิน
"มีพนักงานหนุ่ม ติดตั้งกรงหุ่นยนต์"
"แล้วก็บอกเพื่อนร่วมงาน"
"ให้เดินเครื่องหุ่นยนต์"
หุ่นยนต์คว้าตัวหนุ่มคนนั้น
จับเขากดกับกำแพงเหล็ก
เขาถูกกดที่อก
"กอตซ์ วีด โฆษกสำนักงานอัยการ"
"กระทรวงยุติธรรม"
ชายวัย 21 ปี ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่
เมืองที่หุ่นยนต์ เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
ยังไม่รู้แน่ชัด ว่าเกิดอะไรขึ้น
จากคำให้การ ของเพื่อนร่วมงาน
ผู้ตายถูกล็อกอยู่ระหว่าง แขนหุ่นยนต์กับโต๊ะ
"ตามกฎหมายเยอรมนี"
มีแค่มนุษย์เท่านั้น
ที่ต้องรับผิดชอบ การกระทำของตัวเอง
เราไม่สามารถดำเนินคดี กับหุ่นยนต์ได้
เราจะไม่พิจารณาคำถาม ว่าหุ่นยนต์ผิดหรือไม่
"ตัวตนของชายคนนั้น ไม่ได้ถูกเปิดเผย"
"การสืบสวนปิดคดีไม่ได้ อยู่หลายปี"
"การผลิตยังดำเนินต่อไป"
ผมชื่อเออร์ซิน เอเรน
ผมฝึกงานให้พนักงาน ของโฟล์กสวาเกน
ผมเอาเครื่องเคาะจังหวะมา
"การใช้จักรกลแทนแรงงาน ทำให้มนุษย์เหมือนหุ่นยนต์"
อุปกรณ์นี้ใช้สำหรับ
แสดงให้พนักงานเห็น
ถึงวิธีทำงานให้เสถียร
โดยทำตามจังหวะ
มันช่วยได้มาก
ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน
"ทุกอย่างเป็นจักรกล ไปหมดแล้ว"
"มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์เป็นแบบนั้น"
"หุ่นยนต์หนึ่งตัว"
"ทำงานแทนคนได้สามคน"
"สมัยยุค 90"
"หุ่นยนต์เพิ่งเริ่มออกมา"
"ทำให้สายการผลิต เริ่มเป็นจักรกล"
ทุกอย่างเริ่มเร็วขึ้น ตั้งแต่ตอนนั้น
เราทำทุกอย่างด้วยมือ
ก่อนที่หุ่นยนต์จะเกิดมา
มันแย่งงานไปเยอะ
ทุกอย่างเป็นจักรกลไปหมด
แต่ที่โฟล์กสวาเกน มันก็โอเค
มีที่อื่น ๆ อีก
ที่หุ่นยนต์ทำงานทุกอย่าง
"สถาบันฟราวน์โฮเฟอร์ ไฟรบวร์ก เยอรมนี"
"หุ่นยนต์คือเครื่องจักร"
"ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ ด้วยทักษะทัดเทียมมนุษย์"
"คำว่าหุ่นยนต์มาจาก ภาษาเช็กที่แปลว่าคนงาน"
"และทาส"
"แอนนี่"
"คริสตอฟ"
ไง แอนนี่
"คริสตอฟ วอลเตอร์ วิศวกรหุ่นยนต์"
"เราเป็นวิศวกร เราไม่ค่อยอ่อนไหวง่าย"
"แต่บางครั้ง เราก็ต้องการอะไรตลก ๆ"
"แน่นอนว่ามันต้องมี ความบันเทิง"
"โดยเฉพาะเมื่อแอนนี่"
"กดปุ่มหยุดฉุกเฉินเอง"
"แล้วหยุดทำงานไป"
เราจำได้
ว่าเคยมีสถานการณ์แบบนั้น
เราขำหนักมากเลย
โอเคนะ
"เราเรียนรู้จากตัวอย่าง ได้เก่งขึ้น"
"แค่สาธิตวิธีทำให้เราดู"
แบมืออีกที
"ถ้าคุณเป็นวิศวกรหุ่นยนต์"
"คุณอาจเจอปัญหากับคนงาน"
บางครั้ง เขาจะโกรธเรา
แค่เห็นหน้าเรา เขาก็ตะโกน
"นายทำให้ฉันตกงาน"
ผมไม่ได้มาแย่งงานคุณนะ
บางครั้งคนก็มองเราแบบนั้น
แต่ผมคิดว่าในสาขา การทำงานของหุ่นยนต์
ที่เราทำงานกันอยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่นะ
คือการร่วมมือ ของมนุษย์กับหุ่นยนต์
เราไม่ได้อยากแทนที่คนงาน
เราอยากช่วยเหลือคนงาน
เราอยาก... นั่นแหละ
"เราอยากทำงานร่วมกับคุณ"
"เราอยากรู้ว่าเส้นไหน ที่เราไม่อาจล้ำ"
หยุด ๆ
ผมไซมอน บอร์เกน
เราร่วมงานกับ ดอกเตอร์ไอแซก อาซิมอฟ
นักชีวเคมีผู้แต่งนิยายไซไฟ ที่อาจมีคนอ่านมากที่สุด
"ปี 1942 ไอแซก อาซิมอฟ กำหนดแนวทางไว้"
"เพื่อปกป้องสังคมมนุษย์"
"ไอ โรบอต"
กฎข้อแรกคือ หุ่นยนต์ห้ามทำร้ายมนุษย์
ห้ามทำให้มนุษย์เป็นอันตราย จากการกระทำ
กฎข้อสองคือ หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟัง
คำสั่งของมนุษย์
ถ้าไม่ขัดต่อกฎข้อแรก
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ตอนสร้างหุ่นยนต์
อาจจะสร้างตามกฎนี้
แล้วนักเขียนไซไฟส่วนใหญ่ ก็เอากฎนี้ไปใช้
ในงานเขียนด้วย
"มันไม่ใช่แค่คำกล่าว จากนิยายไซไฟ"
"วิทยานิพนธ์ของผมชื่อ"
"สู่หุ่นยนต์ปลอดภัย ด้วยกฎข้อแรกของอาซิมอฟ"
เราจะทำให้ หุ่นยนต์ปลอดภัยได้ยังไง
จากกฎข้อแรก ของไอแซก อาซิมอฟ
"มีเหตุที่คนงานมนุษย์ถูก หุ่นยนต์อุตสาหกรรมเล่นงาน"
"ผมคิดทันทีว่า"
หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม หุ่นยนต์แบบคลาสสิก
- "แซมี่ แฮดดาดิน วิศวกรหุ่น" - มันสัมผัสถึงบริบทไม่ได้
มีปฏิสัมพันธ์ไม่ได้
นี่คือหุ่นยนต์
ที่เราอยากร่วมมือด้วยเหรอ
ไม่ใช่หรอก มันเป็นเรื่องต้องห้าม
เราจับมันขังกรง เราไม่อยากข้องเกี่ยวกับมัน
เราจับมันขังกรง เพราะมันเป็นตัวอันตราย
เพราะมันไม่ปลอดภัย
สิบกว่าปีก่อน ผมทำการทดลองครั้งแรก
เพื่อเข้าใจความหมาย
ของหุ่นยนต์ทำร้ายมนุษย์
"ผมใช้ตัวเอง เป็นหนูทดลองคนแรก"
ผมไม่อยาก ขออนุมัติทางกฎหมาย
ผมแค่อยากรู้ แล้วคืนนั้น
ผมก็ตัดสินใจตอนหกโมง พอทุกคนกลับ
ผมก็จะทำการทดลองนี้
ผมให้นักศึกษาคนหนึ่ง เดินกล้องให้
แล้วผมก็ทำ
"มีการกระแทก แรงเหวี่ยงเกินพิกัด"
"หุ่นยนต์ต้องเข้าใจ ว่าความปลอดภัยคืออะไร"
"เข้าใจว่า อะไรทำร้ายมนุษย์ได้"
"และป้องกันเรื่องนั้น"
"หุ่นยนต์รุ่นต่อมา ที่ใช้กันอยู่ตอนนี้"
"พื้นฐานการออกแบบ คือปฏิสัมพันธ์"
"ในที่สุดก็ถึงเวลา ที่เราจะออกจากกรง"
"มหาวิทยาลัย คาร์เนกี เมลลอน พิตต์สเบิร์ก เพนซิลเวเนีย"
"อิลลาห์ นอร์บัคช์ ศาสตราจารย์"
"เทคโนออปติมิสซึม คือแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยี"
เราหันไปใส่ใจกับเทคโนโลยี
เราใส่ใจกับมันมาก
จนลืมใส่ใจปัญหาทางสังคม
ที่เราจะแก้ในตอนแรก
เราจะใช้นวัตกรรมแก้ปัญหา
ทั้งการเกษตร ภูมิอากาศ หรือก่อการร้าย
"ถ้าคิดว่าการใช้จักรกล แทนแรงงานเริ่มที่ไหน"
"มันย้อนไปได้ถึง สมัยใช้จักรกลอุตสาหกรรม"
"ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ขยายวงกว้าง"
"อย่างการใช้ เครื่องเชื่อมผลิตรถ"
"ที่เร็วกว่าแขนมนุษย์มาก"
"หุ่นยนต์ทำงาน ที่เร่งการผลิตรถยนต์ได้"
"มันทำให้คนตกงาน"
มันทำให้ค่าจีดีพีของประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เพราะผลผลิตเพิ่มขึ้นมาก ด้วยการใช้เครื่องจักร
เทียบกับคน
"หุ่นยนต์ตั๊กแตนยักษ์นี้ ทำงานด้วยตัวเอง"
"ในสายการประกอบรถยนต์"
"ไม่เคยบ่นเรื่องความร้อน หรือความลำบากของงาน"
"ตัดภาพมาวันนี้ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป"
"เราหาซื้อ หุ่นยนต์เครื่องกัดได้"
"มันทำงานได้ เหมือนคนทุกอย่าง"
No comments yet. Be the first to leave one.