The first 200 lines.
"เกิดอะไรขึ้นกับฝันที่ยอมจำนน"
"แห้งกรังเหมือนลูกเกดกลางแดด หรือเป็นแผลเปิดเน่าหนองไหล"
"จาก "ฮาร์เล็ม" ของแลงสตัน ฮิวส์"
แรกเมื่อผมมาถึงซิงซิง และไปอยู่แดนบี
ผมรู้สึกปั่นป่วนไปหมด
มันมืด สกปรก
หดหู่
ผมนึกถึงคืนนั้น ที่ผมร้องไห้เงียบๆ ในห้องขัง
ผมคิดว่า "บ้าเอ๊ย ฉันทำอะไรกับตัวเองนี่
ฉันจะทำยังไง กับชีวิตตัวเอง ติดคุกตั้ง 20 ปี
ฉันจะทำยังไง"
ครั้งหนึ่งลูกชายมาเยี่ยมผม
แล้วเขาบอกว่าอยากพูดกับผม
เขาไม่อยากให้ผมท้อแท้
เขาแค่อยากบอกว่า เขาไม่ชอบเวลาคนอื่นพูดแย่ๆ
เกี่ยวกับพ่อของเขา
มันทำให้ผมเศร้า
แต่เขาบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะเป็นแค่คำพูด
ซึ่งตอนนั้นเขาสัก แปดหรือเก้าขวบ
แต่เขาบอกผมว่า มันเป็นแค่คำพูด
ตอนนั้นผมเลยรู้ว่าผมต้อง...
ผมต้องเป็นหลักให้พวกเขายึดมั่น
แต่แม่ของผม...
แม่โดนคนประณาม อย่างไม่เป็นธรรมเยอะมาก
เพราะสิ่งที่ผมเลือกทำ
แม่ไม่เคยสอนให้ผม ทำผิดกฎหมายสักครั้ง
แม่ไม่เคยเลยสักครั้งที่บอกให้ผม...
เห็นแก่ความต้องการส่วนตัว มากกว่าเพื่อนมนุษย์
แต่เมื่อผมเข้าคุก
แม้แต่ครอบครัวของผม คนทั้งโลกคิดว่า
"แม่แกเลี้ยงมาผิดๆ"
ซึ่งผมต้องหาทางแก้ไข
ผมต้องหาทางทำให้แม่เห็นว่า แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด
แม่เลี้ยงลูกมาดีแล้ว
ลูกแม่แค่ตัดสินใจผิดมากๆ
คืนหนึ่งตอนผมนอนอยู่
ก็คิดถึงกลอนบทหนึ่ง ชื่อ "ฮาร์เล็ม" ของแลงสตัน ฮิวส์
ฝันที่ยอมจำนน
ซึ่งผมรู้สึกว่า ช่างแสดง ให้เห็นภาพชีวิตทั้งหมดของผม
ผมรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น กับฝันที่ยอมจำนน
มันไม่ได้ตาย
ไม่ได้จบสิ้น
ไม่ได้สูญหาย
มันแค่ยอมจำนน รอจังหวะเวลา
ผมจำได้ที่แม่พูดเสมอ อยากให้ผมเรียนมหาวิทยาลัย
ผมจำได้ที่ลูกพี่ลูกน้อง เรียกผมเสมอว่าอาจารย์
เพราะผมเคยใส่แว่นสมัยเด็ก
ผมเลยตัดสินใจลองดู
คือตลอดชีวิตของผม ผมเคย ลองทุกอย่างแง่ลบมาแล้ว
ผมเลยคิดว่าผมจะลองทำเรื่องนี้
ซึ่งที่นี่น่ะ เราโดนยึดทรัพย์สินส่วนตัวได้
โดนยึดได้ทุกอย่าง
แม้แต่ตัวคุณก็ถูกขัง
แต่ไม่มีใครยึดใบปริญญาของคุณได้
มันจะเป็นของคุณตลอดกาล
เป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้น
สิ่งที่คุณทำสำเร็จ
มันคือสิ่งที่พ่อแม่ ลูกของคุณ
มองเห็นบนผนังได้ตลอด และพูดว่า "นั่นไงล่ะ พ่อของฉัน"
"มหาวิทยาลัยซิงซิง"
"ออสซินนิง นิวยอร์ก"
"เรือนจำซิงซิง รัฐนิวยอร์ก"
"ซิงซิงคือเรือนจำที่คุมเข้มที่สุด รองรับผู้ต้องขังชาย 1,700 คน
มีจำนวนมากที่รับโทษระยะยาว ข้อหาอาชญากรรมรุนแรง"
คุณอยู่ในชั้นนั้นหรือเปล่า เอาละ เข้าไปนั่งได้
"ห้อง 310 ประวัติศาสตร์ยุโรปกลาง"
"ซิงซิงคือหนึ่งในเรือนจำ ไม่กี่แห่งในสหรัฐฯ"
"ที่เปิดสอนระดับวิทยาลัย"
"การเรียนการสอน ได้รับทุนเอกชนจากฮัดสันลิงก์"
"องค์กรไม่หวังผลกำไรที่ผู้ต้องขัง ห้ารายก่อตั้งขึ้นในปี 1998"
ฮัดสันลิงก์เป็นโรงเรียน ที่อยู่ในโรงเรียนอีกที
เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยเมอร์ซี
และนักศึกษาจะได้รับอนุปริญญา จากวิทยาลัยเมอร์ซี
ซึ่งเหมือนกันทุกอย่าง
อนุปริญญาจะระบุแค่ว่า วิทยาลัยเมอร์ซี
เราสอนทุกอย่างเหมือนกับที่เราสอน
ในวิทยาลัยปกติ ที่ดอบส์เฟอร์รีหรือแมนแฮตตัน
หรือไวท์เพลนส์หรือที่บรองซ์
ต่างกันแค่เรียนที่ซิงซิง
แทนที่จะเรียนในรั้ววิทยาลัย
แต่การเรียนการสอน เหมือนกัน
ครูเหมือนกัน หลักสูตรเหมือนกัน
แต่นักเรียนขยันกว่า สิ่งที่ แตกต่างที่สุดคือนักเรียนขยันกว่า
พอคุณเดินเข้าห้องเรียน พวกเขาประจำที่แล้ว
ทุกคนอ่านมาแล้ว เตรียมตัวมาแล้ว
พวกเขาตื่นเต้นและสนใจ
และอยากแลกเปลี่ยน สิ่งที่ได้อ่านมาจริงๆ
ในฐานะครู มันเยี่ยมมาก
คืนนี้ เราจะเรียนเรื่อง "เรซินอินเดอะซัน"
ซึ่งฉันรู้ว่าทุกคนอ่านมาแล้ว
แล้วทีนี้ ฉันเคยมอบหมายให้ ชั้นเรียนกลางวัน
แสดงครั้งละองก์
ซึ่งบางครั้งพวกเขา ผ่านไปได้แค่ครั้งละครึ่งองก์
เรื่อง "เรซินอินเดอะซัน" เกี่ยวกับ
ครอบครัวหนึ่งที่อยู่ตอนใต้ของชิคาโก
มีหัวหน้าครอบครัวคือแม่ลีนา
เธอมีลูกชายชื่อวอลเตอร์ ลี และภรรยาของเขา รูธ
วอลเตอร์ ลีทำงานเป็นคนขับรถ รูธเป็นคนรับใช้
แม่ก็ทำงานเป็นคนรับใช้มาตลอด
และตอนบทละครเริ่ม พวกเขา กำลังจะได้เงิน 10,000 ดอลลาร์
เราจะเริ่มด้วยการคุยกันถึง
เบื้องหลังคร่าวๆ ของบทละครนี้
ใครเขียน และเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
ลอร์เรน แฮนส์เบอร์รี
ดีมาก ลอร์เรน แฮนส์เบอร์รี
แล้วเธอได้ชื่อบทละครนี้จากไหน เรซินอินเดอะซัน
- จากแลงสตัน ฮิวส์ - จากแลงสตัน ฮิวส์
ใช่ บทกวีนั้นว่ายังไง ใครรู้บ้าง
"เกิดอะไรขึ้นกับฝันที่ยอมจำนน
แห้งกรังเหมือนลูกเกดกลางแดด
หรือเป็นแผลเปิดเน่าหนองไหล"
แลงสตัน ฮิวส์มีบทกวีหนึ่ง ที่มีความหมายมากต่อนักเรียนกลุ่มนี้
ชื่อว่า "ฮาร์เล็ม" หรือ "ฝันที่ยอมจำนน"
เพราะความฝันของพวกเขา จำนนอยู่นานมาก
บทกวีมีว่า "เกิดอะไรขึ้นกับฝันที่ยอมจำนน
แห้งกรังเหมือนลูกเกดกลางแดด
หรือเป็นแผลเปิดเน่าหนองไหล
กลิ่นเหม็นเหมือนเนื้อบูด
หรือกรอบหวาน เหมือนขนมเคลือบน้ำตาล
หย่อนตุงเหมือนบรรทุกหนัก หรือระเบิดกัมปนาท"
เธอน่าจะใช้จินตภาพเหล่านั้นใช่ไหม
ทำไมเธอไม่ตั้งชื่อบทนี้ว่า แผลเปิดเน่า
หรือเหม็นเหมือนเนื้อบูด
แต่บทกวีนี้กลับมีชื่อแปลว่า "เรซินอินเดอะซัน" ทำไมเรย์มอนด์
เพราะในบทละครนี้ ความฝันที่พวกเขา...
ที่ตัวละครหลักตั้งใจจะทำให้สำเร็จ กลับไม่สำเร็จ
และมันเหมือนแห้งกรัง
มันแห้งกรังแต่ไม่เน่าบูด คุณยังกินได้
คุณเก็บลูกเกดนั้นได้นานแค่ไหน นานแค่ไหนจะไม่เสีย
- ไม่มีกำหนด - ตลอดไป
ตลอดไป ไม่มีกำหนด ตลอดไป
นั่นล่ะที่เธอถึงเลือกเป็นชื่อบทกวี
เพราะความฝันของ
ชาวแอฟริกันอเมริกัน ซึ่งเธอพูดถึงในบทกวีนี้
ยอมจำนนอยู่นานมาก
แต่มันไม่ได้ถูกทำลาย
ความตึงเครียดมากมาย ในบทละครนี้เกิดจาก
พวกเขาจะทำยังไงกับเงินก้อนนั้น
แม่ฝันมานาน 40 ปี
ที่จะย้ายออกจากอะพาร์ตเมนต์นั้น ไปอยู่บ้าน
ส่วนวอลเตอร์ก็อยากเริ่มต้นธุรกิจ
แม่ ดูสิ
เฒ่าวิลลี แฮร์ริสบันทึกทุกอย่าง
พวกทนายดูแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย
ไอ้หนู แม่ว่าแกควรพูดกับเมียนะ
แม่จะออกไป ปล่อยให้พวกแกคุยกันเอง
ผมจะพูดกับเธอทีหลังน่าแม่ ฟังนะ...
- ไอ้หนู - ขอร้องล่ะ ใครสักคนฟังผมหน่อย
แม่ไม่ยอมให้ใคร ตะโกนในบ้านหลังนี้
วอลเตอร์ ลี แกรู้นี่
และจะไม่มีการลงทุนเปิดร้านเหล้า
นั่นคือความหวัง ที่จะทำฝันของเขาเป็นจริง
เขาคิดหาทางเสมอที่จะหาเงินเพิ่ม
พยายามจะเป็นนักธุรกิจซึ่ง...
แตกต่างจากชาวแอฟริกันอเมริกัน ในยุคนั้น ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
เขาเลยล่อหลอกแม่ของตัวเอง
เขาถึงกับใช้รูธกดดันแม่ เพื่อจะได้เงินก้อนนี้
เพื่อที่เขาจะได้เปิดร้านเหล้า
ทำไมแกต้องพูดถึงแต่เรื่องเงิน
- เพราะมันคือชีวิตไง แม่ - เหรอ
ตอนนี้เงินคือชีวิตแล้วเหรอ
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อิสรภาพคือชีวิต
ตอนนี้คือเงิน
ไม่ใช่ มันคือเงินมาตลอด
ไม่เลย เราแค่ไม่เคยรู้
บางอย่างเปลี่ยนไป แกไม่ใช่คนเดิม
เธอพูดยังไงตอนที่วอลเตอร์บอกว่า
"มันเป็นเรื่องเงินมาตลอด"
- เมื่อก่อนชีวิตคืออิสรภาพ - เกี่ยวกับอิสรภาพ...
ใช่ ใครพูดนะ ใครพูด เอาละ ชี ว่ามา
เธอบอกว่ามันเคยเป็นอิสรภาพ
เพราะสมัยนั้น ตอนที่แม่เติบโตมา
เงินไม่ใช่ปัญหา
แต่การเลือกหนังสือมาอ่านสักเล่ม
เรื่องธรรมดาแบบนั้น กลับเกินเอื้อมสำหรับพวกเขา
แล้วตอนนี้เมื่อพวกเขาทำสิ่งนั้นได้ เธอกลับเห็นวอลเตอร์
"แกสนใจแต่เรื่องเงิน"
เหมือนบอกว่า มันไม่สำคัญเลยด้วยซ้ำ
เขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ทั้งครอบครัว เพื่อน ทุกคน
พวกเขาไม่ยอมให้โอกาส เขาทำตามความฝัน
- แม่ มองผมสิ - ฉันกำลังมองแกอยู่
แกเป็นเด็กหน้าตาดี
แกมีงานทำ มีเมียดี มีลูกชายน่ารัก
งานเหรอ
แม่ นั่นคืองานเหรอ
ผมได้แต่เปิดและปิดประตูทั้งวัน
ผมขับรถลิมูซีนให้ชายคนหนึ่ง
ผมได้แต่พูดว่า "ครับผม ไม่ครับผม ดีมากครับผม
ออกรถเลยไหมครับ ท่าน"
แม่ แบบนั้นไม่ใช่งานเลย
มันไม่มีความหมายอะไรเลย
บางครั้ง เหมือนผมเห็นอนาคต เหยียดยาวอยู่ตรงหน้า
เป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่งนะ แม่ อนาคต...
แขวนรอผมอยู่เมื่อหมดวัน
พื้นที่ว่างเปล่าไพศาลน่ากลัวรอผมอยู่
เขาอยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิม
เขาอยากเป็น คนหาเลี้ยงครอบครัวได้
ซึ่งนักเรียนกลุ่มนี้เข้าใจ
เพราะพวกเขาอยากเป็น คนที่ลูกๆ ภูมิใจได้
เป็นคนที่หาเลี้ยงครอบครัวได้ในที่สุด
No comments yet. Be the first to leave one.